iPhone 5 น่าใช้กว่าเดิม แต่ไม่ตื่นเต้น!!!

iPhone 5 น่าใช้กว่าเดิม แต่ไม่ตื่นเต้น!!!

iPhone 5 น่าใช้กว่าเดิม แต่ไม่ตื่นเต้น!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

iPhone 5 น่าใช้กว่าเดิม แต่ไม่ตื่นเต้น!!!

ไอโฟน 5 (iPhone 5) เปิดตัวแล้วเมื่อคืนนี้ตามวันเวลาบ้านเรา ซึ่งมีคุณสมบัติการทำงานต่างๆ มากมายตรงกับข่าวลือที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอ 4 นิ้ว เชื่อมต่อ 4G LTE โพรเซสเซอร์ที่เร็วขึ้น คอนเน็คเตอร์ใหม่ที่เล็กลง (Lightning) และสนับสนุน iOS 6 แต่ไม่มีวลียอดฮิตที่สตีฟ จอบส์ชอบใช้เวลานำเสนอผลิตภัณฑ์นั่นก็คือ "one more thing" คงมีเพียงแค่หูฟังที่ออกแบบใหม่ (earpods) และไม่มี NFC ฟีเจอร์ที่สมาร์ทโฟนคู่แข่งรายสำคัญต่างใช้เป็นจุดแข็งในการแข่งขัน


อย่าง ไรก็ตาม iPhone 5 ไม่ได้เพียงแต่มีดีไซน์ที่ดูดีน่าใช้เท่านั้น แต่มันยังให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรง และบางเบามากๆ คือมีความบางแค่ 7.6 มม. และหนัก 112 กรัมเท่านั้น ซึ่งหากเทียบกับ iPhone 4S มันทำให้ผู้ใช้รู้สึกอยากพกพาติดตัวไปมากขึ้น แต่ถึงแม้ iPhone 5 จะบางลงมาก ไอโฟนรุ่นใหม่ยังมาพร้อมกับตัวเครื่องที่ยาวขึ้นด้วย ในขณะที่ความกว้างของตัวเครื่องยังคงเท่าเดิม เพื่อให้ถือได้อย่างกระชับ หน้าจอ 4 นิ้วความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล (อัตราส่วน 16:9) ช่วยให้การรับชมวิดีโอน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น แม้จะไม่ใช่ HD ก็ตาม สำหรับความยาวของหน้าจอที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มไอคอนได้เพิ่มอีกเป็น 5 แถว ตลอดจนความสามารถในการมองเห็นหน้าเว็บได้ยาวขึ้น หรือเวลาที่รันหลายๆ แอพฯ พร้อมกัน การที่ยังคงความกว้างตัวเครื่องเท่าเดิมทำให้การสัมผัสใช้งานด้วยนิ้วโป้งทำ ได้เหมือนไอโฟนรุ่นก่อนหน้านี้

แม้ หน้าจอของ iPhone 5 จะยาวขึ้น แต่แอพพลิเคชันที่มีอยู่ใน iTunes App Store สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องแก้ไขแต่อย่างใด โดยส่วนที่ยาวเกินขึ้นมาจะถูกแสดงด้วยขอบสีดำ อย่างไรก็ตาม แอพฯ จาก CNN ที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับ iPhone 5 จะมีพื้นทีในการรับชมที่มากขึ้น โดยเฉพาะการแสดงภาพต่างๆ นอกจากขนาดจอที่ใหญ่ขึ้นแล้ว ความอิ่มของสียังเพิ่มขึ้นอีก 44% ทำให้จอของไอโฟนดูสีสันสดใสยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง และด้วยเทคโนโลยีความสามารถของการสัมผัสที่ฝังอยู่ในหน้าจอเลย ทำให้ไอโฟนรุ่นใหม่บางกว่าเดิม โดยรวม หน้าจอ iPhone 5 จะมีความสว่าง และสีทีสดกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

ใน ส่วนของการเชื่อมต่อ iPhone 5 จะสนับสนุน LTE และ HSDPA แบบดูอัลแชนเนล โดยสามารถใช้งานบนเครือข่ายผู้ให้บริการอย่าง AT&T, Sprint และ Verizon ในสหรัฐ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการเชื่อมต่อไร้สายไวไฟ 802.11 a/b/g/n โดยเฉพาะ 802.11n จะสนับสนุนทั้งแถบคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz ซึ่งจะทำให้การสตรีมมิ่งมีเดียทำได้ดีขึ้นมาก กลับมาดูที่ CPU ตัวใหม่ A6 ที่แอปเปิ้ลอ้างว่า มันมีประสิทธิภาพในการแสดงผลกราฟิกทีเร็วกว่า A5 ใน iPhone 4S ถึง 2 เท่า ในขณะที่มีขนาดเล็กลง 22% โดยชิป A6 จะออกแบบด้วยกระบวนการผลิตที่ 32nm และเป็นควอดคอร์โพรเซสเซอร์ ในขณะที่ A5 เป็นดูอัลคอร์ 45nm ภายในชิปมีอิเมจโพรเซสซิ่งที่สามารถลดสัญญาณรบกวน และมีฟิลเตอร์ที่ฉลาดกว่าสามารถจัดการการจับคู่สีได้ดีขึ้นในที่ที่มีแสง น้อย ซึ่งเหมาะกับการทำงานของกล้องหลังของ iPhone 5 ทีมีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล (f/2.4) ประสิทธิภาพของกล้อง และคุณภาพของภาพถ่ายที่ได้จะเหนือกว่า (กล้องหน้า 1.2MP สำหรับ Facetime, ถ่ายรูป และบันทึกวิดีโอ 720p HD) iPhone 4S ประมาณ 40% สนนราคาของไอโฟน 5 (มี 3 รุ่นความจุ 16, 32 และ 64GB) คาดว่าจะวางจำหน่ายในราคาเดียวกันกับไอโฟนรุ่นปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การที่ iPhone 5 ไม่มีอะไรที่สร้างความตื่นเต้นกว่าที่คาดการณ์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook