นับถอยหลัง อะไร ๆ ก็โก "ดิจิทัล" จัดระเบียบ "วิทยุ" แก้คลื่นแทรก

นับถอยหลัง อะไร ๆ ก็โก "ดิจิทัล" จัดระเบียบ "วิทยุ" แก้คลื่นแทรก

นับถอยหลัง อะไร ๆ ก็โก "ดิจิทัล" จัดระเบียบ "วิทยุ" แก้คลื่นแทรก

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

นับถอยหลัง อะไร ๆ ก็โก "ดิจิทัล" จัดระเบียบ "วิทยุ" แก้คลื่นแทรก

ขณะ ที่กระบวนการเปิดประมูลใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" ดำเนินไปอย่างคึกคักเป็นอย่างยิ่ง เพราะปัจจุบัน "โทรทัศน์" เป็นช่องทางในการรับรู้ข่าวสารและความบันเทิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มากถึง 98% หากเชื่อตามข้อมูลของบริษัทวิจัยเนลสัน เทียบกับสื่อไซเบอร์สเปซหรืออินเทอร์เน็ตแล้ว แม้จะเติบโตปรู๊ดปร๊าดแต่ยังมีสัดส่วนต่ำกว่ามาก

ไม่ใช่มีแค่ "จอสี่เหลี่ยม" มีอีกบริการที่เข้าถึงง่ายและราคาถูกกว่ามาก แต่อาจโดนมองข้ามไปทั้ง ๆ ที่ชีวิตในวัยรุ่นของคนส่วนใหญ่ต้องผ่านช่วงเวลาที่มีรายการวิทยุคลื่นโปรด ดีเจ.คนโปรดด้วยกันทั้งนั้นและ "วิทยุ" กำลังจะโกดิจิทัลเช่นกัน โดยกสทช. จะนำ "วิทยุดิจิทัล" เข้ามาใช้ในประเทศไทยในปีหน้า เพื่อให้การรับฟังวิทยุที่สุดจะธรรมดา ยกระดับขึ้นมาอีกขั้น

โดย ร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "NBTC/ITU Workshop on Digital Radio Technologies" เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเริ่มรับส่งสัญญาณวิทยุในรูปแบบนี้ และเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการก่อนการเปลี่ยนผ่านตามที่ระบุในแผนแม่บท กิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555-2559) ที่กำหนดให้ทำแผนเปลี่ยนระบบให้เป็นดิจิทัลใน 2 ปี และรับส่งสัญญาณระบบดิจิทัลใน 4 ปี

คลื่น "วิทยุ" เมื่อใช้การส่งสัญญาณแบบดิจิทัลจะมีความคมชัดของเสียงมากขึ้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการจากเดิมแต่ละเจ้าต้องมีตัวแปลงสัญญาณ, ตัวส่งสัญญาณ และเสากระจายสัญญาณของตนเอง ระบบใหม่จะใช้เพียงเสาสัญญาณ และตัวส่งเพียงจุดเดียวกระจายข่าวสารไปถึงผู้ฟังได้ เทคโนโลยีนี้ยังพัฒนาให้มีความฉลาดมากขึ้นทำให้การส่งภาพเคลื่อนไหวเล็ก ๆ เช่น กรณีรายงานสภาพอากาศ ก็ทำได้จากเดิมส่งได้แค่ข้อความเท่านั้น

"พ.อ.นที ศุกลรัตน์" รองประธาน กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า การมาถึงของวิทยุดิจิทัลไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านเหมือนโทรทัศน์ดิจิทัล ที่ระบบแอนะล็อกจะหายไป วิทยุเป็นการออกอากาศควบคู่กันไป ดิจิทัลเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ฟัง และผู้ผลิตรายการที่ต้องการเปิดช่องทางใหม่ ๆ ในการรับส่ง "สาร" ขณะที่แอนะล็อกตอบโจทย์ให้ผู้ฟังที่ยังต้องการเทคโนโลยีเก่า ไม่ต้องเปลี่ยนตัวรับที่มีราคาแพงกว่าตัวเก่าพอสมควร

"วิทยุดิจิทัล คือความจำเป็น เพราะปัจจุบันไทยมีวิทยุชุมชนจำนวนมาก คลื่นเหล่านั้นรบกวนคลื่นวิทยุที่ทำตลาดเชิงพาณิชย์ ทำให้ผู้ฟังไม่สามารถรับสารได้ชัดเจน ดิจิทัลแก้ปัญหานี้ได้ผ่านการยกคลื่นเชิงพาณิชย์ไปไว้บนเทคโนโลยีนี้แล้วนำ กลุ่มวิทยุชุมชนเข้ามาจัดระเบียบ และให้ออกอากาศบนระบบแอนะล็อกที่ว่างอยู่"

เท คโนโลโยที่ "กสท." เลือกใช้ คือ "DAB+" เป็นหนึ่งในตัวเลือกใช้กันแพร่หลายในแถบยุโรป และออกอากาศบนความถี่ใหม่ ไม่ใช่ความถี่ AM/FM เดิม เมื่อนำมาใช้จริงแล้ว ระบบวิทยุดิจิทัลจะวิ่งอยู่บนคลื่น VHF ที่ไม่อีกกี่ปีก็จะว่างเพราะโทรทัศน์ที่ใช้อยู่ย้ายไปคลื่น UHF แต่ละโครงข่ายออกอากาศได้กว่า 10 สถานีพร้อมกัน เมื่อคำนวณคลื่นที่ว่างอยู่ทั้งหมดก็จะได้ 20-30 สถานี/จังหวัด

หลังจากนี้จะมีการทดลองออกอากาศโดย "กสท." ไปก่อน ใช้ช่วงความถี่ที่ว่าง หรือ White Space ของคลื่น VHF บริเวณรอยต่อของช่องฟรีทีวีมาจัดเป็นพื้นที่ทดลอง รวมถึงออกอากาศเชิงธุรกิจ เมื่อขั้นตอนและประกาศต่าง ๆ เสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าจะแบ่งใบอนุญาตคล้ายกับกรณีทีวีดิจิทัล คือ มีผู้ให้บริการโครงข่าย, สิ่งอำนวยความสะดวก และรายการวิทยุ รวมถึงจะมีรายการในรูปแบบบริการระดับประเทศ, ภูมิภาค และท้องถิ่นอีกด้วย

"ยอม รับว่ายาก เรื่องเสียงไม่จูงใจนัก เนื่องจากไม่ได้ชัดมากกว่าเท่าไร เหมือนซีดีกับเอ็มพี 3 ไหนจะเครื่องรับวิทยุที่ราคาเริ่มต้นเป็นหลักพันอีก ดังนั้น เราต้องทำแผน

ต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการบนคลื่น AM/FM ในขณะนี้ให้ย้ายขึ้นมาอยู่บนดิจิทัลให้ได้เพื่อขจัดปัญหาคลื่นแทรกออกไป แต่ถ้าจะเอากลุ่มวิทยุชุมชนขึ้นมาบนนี้ทั้งหมดก็ไม่ได้อีก ปัจจุบันมีกว่า 7 พันสถานีที่มีอยู่ไม่ถึงครึ่ง ดังนั้น ต้องมาหารือกันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร"

"พ.อ.นที" ย้ำว่า ที่เลือก DAB+ ตามประเทศแถบยุโรปมาทดลองก่อนไม่ใช่ว่าดีกว่าระบบอื่น แต่เพราะเทคโนโลยี

อื่น ๆ จะออกอากาศบนคลื่นความถี่เดิมจึงไม่สามารถแก้ปัญหาได้แค่ทำให้เสียงชัดขึ้นเท่านั้น

ฟาก "โจน วอร์เนอร์" ประธานคณะกรรมการ World DMB ประจำภาคพื้นที่เอเชีย-แปซิฟิก เจ้าของเทคโนโลยี DAB+ กล่าวว่า ประเทศที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกในธุรกิจวิทยุดิจิทัล คือ ออสเตรเลีย เนื่องจากภาครัฐได้ให้การสนับสนุนเต็มที่ เช่น ให้คลื่นไปใช้ฟรี รวมถึงจัดสิทธิพิเศษต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการที่เข้ามาทำรายการบนระบบนี้ ทำให้มีพื้นที่ส่งสัญญาณกว่า 5 แห่ง ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ถือว่ารวดเร็วมากเมื่อเทียบกับประเทศกลุ่มยุโรปที่เริ่มต้นไปนานแล้ว

ประชาชนในออสเตรเลียจะฟังรายการบนคลื่นดิจิทัลประมาณ 1.4 ล้านคน/สัปดาห์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของประชากรทั้งหมด และมีเครื่องรับสัญญาณวิทยุดิจิทัลวางจำหน่ายมากกว่า 120 ชนิด เรียกว่าแทบทุกร้านค้าปลีกมีวางขาย

ในบ้านเราเองคงต้องดูกันต่อไปว่า "วิทยุดิจิทัล" จะเดินหน้าไปได้เร็วสักแค่ไหน เพราะถ้าเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ทั้งอินโดนีเซีย และมาเลเซียเริ่มต้นไปก่อนหน้านี้พักใหญ่แล้ว โดยในมาเลเซียเริ่มออกอากาศจริงไปแล้วกว่า 15 สถานี สำหรับในไทย "กสท." จะใช้วิธีเข้าไปคุยกับผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อให้ติดตั้งระบบวิทยุที่รับคลื่นดิจิทัลได้ด้วย เพราะในรถยนต์เป็นอีกพื้นที่ที่ประชาชนใช้วิทยุมากที่สุด

Advertisement Replay Ad
พบอุปกรณ์ที่ใช้ CPU ARM รัน Windows 10 ตัวปกติจาก ASUS ในฐานข้อมูล GeekBench

พบอุปกรณ์ที่ใช้ CPU ARM รัน Windows 10 ตัวปกติจาก ASUS ในฐานข้อมูล GeekBench

Leica CL กล้อง Mirrorless ที่มีหน้าตาสวยงามย้อนยุค เปิดตัวแล้ว

Leica CL กล้อง Mirrorless ที่มีหน้าตาสวยงามย้อนยุค เปิดตัวแล้ว

หลุดภาพเคสของ Samsung Galaxy S9 ครั้งแรกของมือถือเรือธงรุ่นใหม่

หลุดภาพเคสของ Samsung Galaxy S9 ครั้งแรกของมือถือเรือธงรุ่นใหม่

สงครามที่ยาวนาน การเสียดสีผ่านโฆษณาระหว่าง Samsung กับ iPhone

สงครามที่ยาวนาน การเสียดสีผ่านโฆษณาระหว่าง Samsung กับ iPhone

อัปเดตราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus อดีตเรือธงที่ยังเร็วแรงทุกการใช้งาน

อัปเดตราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus อดีตเรือธงที่ยังเร็วแรงทุกการใช้งาน

เป็นเรื่องเมื่อ กฟน. สอนบทเรียนราคาแพงกับบริษัทสื่อสารทุกค่ายหลังไม่ยอมย้ายสายลงดิน

เป็นเรื่องเมื่อ กฟน. สอนบทเรียนราคาแพงกับบริษัทสื่อสารทุกค่ายหลังไม่ยอมย้ายสายลงดิน

Facebook Messenger เพิ่มความละเอียดการส่งรูปภาพความละเอียดสูงถึง 4K แล้ววันนี้

Facebook Messenger เพิ่มความละเอียดการส่งรูปภาพความละเอียดสูงถึง 4K แล้ววันนี้

Note 8 vs iPhone X เทียบความเร็วเน็ตระดับ Gigabit LTE รุ่นไหนเล่นเน็ตได้เร็วกว่า มาดูกัน!

Note 8 vs iPhone X เทียบความเร็วเน็ตระดับ Gigabit LTE รุ่นไหนเล่นเน็ตได้เร็วกว่า มาดูกัน!

Uber แถลงการณ์ยอมรับผิดหลังจากตรวจพบการแฮกข้อมูลเป็นเรื่องจริง

Uber แถลงการณ์ยอมรับผิดหลังจากตรวจพบการแฮกข้อมูลเป็นเรื่องจริง

Samsung เพิ่ม Galaxy X “สมาร์ทโฟนม้วนงอได้” ลงในเว็บไซต์แล้

Samsung เพิ่ม Galaxy X “สมาร์ทโฟนม้วนงอได้” ลงในเว็บไซต์แล้

Tencent ถือหุ้น 12 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทของ Snapchat

Tencent ถือหุ้น 12 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทของ Snapchat

Tencent ขึ้นแท่นบริษัทแรกของเอเชียที่มีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านเหรียญ

Tencent ขึ้นแท่นบริษัทแรกของเอเชียที่มีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านเหรียญ

iMac Pro จะใช้ชิปประมวลผล Apple A10 Fusion ของ iPhone ด้วย

iMac Pro จะใช้ชิปประมวลผล Apple A10 Fusion ของ iPhone ด้วย

โฆษณาที่ปรากฏใน Facebook อ้างอิงจากการกด Like : ภัยเงียบที่ร้ายแรงเกินคาดคิด

โฆษณาที่ปรากฏใน Facebook อ้างอิงจากการกด Like : ภัยเงียบที่ร้ายแรงเกินคาดคิด

Facebook เตรียมเพิ่มปุ่มลัดดูรายการทีวี ต่อยอดจากสหรัฐฯ สู่อินเดีย

Facebook เตรียมเพิ่มปุ่มลัดดูรายการทีวี ต่อยอดจากสหรัฐฯ สู่อินเดีย

กสทช. เปิดตัวพร้อมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ค่าย ลงทะเบียนซิมแบบอัตลักษณ์

กสทช. เปิดตัวพร้อมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ค่าย ลงทะเบียนซิมแบบอัตลักษณ์

Samsung Gear S3 ได้รับอัปเกรด TiZen OS 3.0 มีการปรับหลากหลายรายการอย่างมาก

Samsung Gear S3 ได้รับอัปเกรด TiZen OS 3.0 มีการปรับหลากหลายรายการอย่างมาก

จ่ายแพงกว่าทำไม! iPhone 8 จากทรูมูฟ เอช เริ่มต้นเพียง 23,000 บาทเท่านั้น

จ่ายแพงกว่าทำไม! iPhone 8 จากทรูมูฟ เอช เริ่มต้นเพียง 23,000 บาทเท่านั้น

ไม่ได้มีปัญหาแค่หน้าจอ Pixel 2 เรือธงจาก Google เกิดปัญหาเสียงแตกอีก

ไม่ได้มีปัญหาแค่หน้าจอ Pixel 2 เรือธงจาก Google เกิดปัญหาเสียงแตกอีก

ธนาคารเกาหลีพร้อมใจไม่รับรองรับ Face ID ใน Apps ของตนที่จะใช้บน iPhone X

ธนาคารเกาหลีพร้อมใจไม่รับรองรับ Face ID ใน Apps ของตนที่จะใช้บน iPhone X

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์