ฮึ่มเอาผิดหมิ่นทางเน็ต เจอคุก5ปี โพสต์ด่า-ตัดต่อ-บิดเบือน ตร.จับได้เอง-ไม่ต้องแจ้ง !!

ฮึ่มเอาผิดหมิ่นทางเน็ต เจอคุก5ปี โพสต์ด่า-ตัดต่อ-บิดเบือน ตร.จับได้เอง-ไม่ต้องแจ้ง !!

ฮึ่มเอาผิดหมิ่นทางเน็ต เจอคุก5ปี โพสต์ด่า-ตัดต่อ-บิดเบือน ตร.จับได้เอง-ไม่ต้องแจ้ง !!

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

ฮึ่มเอาผิดหมิ่นทางเน็ต เจอคุก5ปี โพสต์ด่า-ตัดต่อ-บิดเบือน ตร.จับได้เอง-ไม่ต้องแจ้ง !!

ผบก.ปอท.เตือนนักท่องเที่ยวสังคมออนไลน์ โพสต์ข้อความต่อว่า-เสียดสีระวังเจอคดีหมิ่นประมาท โทษถึงคุกไม่เกิน 5 ปี ชี้ตำรวจจับตาดูอยู่ ไม่ต้องรอให้แจ้งความก่อน จับได้ทันที

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) กล่าวถึงการกระทำความผิดทางโลกโซเชียลมีเดียที่มีมากขึ้น ว่า ปัจจุบันพบว่าเรื่องที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด เป็นคดีที่มีเนื้อหาความผิดเกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทต่อบุคคลทางโลกโซเชียลมีเดีย ในลักษณะการโพสต์ข้อความต่อว่ากันไปมาระหว่างบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ด้วยคำพูดหยาบคาย รุนเเรงเเละหมิ่นประมาท ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งการกระทำลักษณะนี้จะเข้าข่ายการกระทำความผิดทางอาญาฐานหมิ่นประมาทและมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีเเละปรับไม่เกิน 1 เเสนบาท อีกด้วย

"ลักษณะการบิดเบือนข้อมูล ตัดต่อภาพ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามถ้าหากข้อมูลเป็นเท็จ เเละทำให้ผู้อื่นเสียหายนั้นเป็นความผิดหมด อีกทั้งหากมีการดัดแปลงข้อมูลหรือข้อความเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้อง ทางก็ตำรวจจะตรวจสอบดูเนื้อความว่าสื่อถึงผู้เสียหายหรือไม่ เเละหลายครั้งต้องตรวจสอบดูความต่อเนื่องของการกระทำนั้นประกอบ เพราะหากทำครั้งเดียวอาจจะไม่สื่อ เเต่หากมีการทำหลายครั้ง ตำรวจก็จะวิเคราะห์เเละจับใจความให้ได้ว่า มีเป้าหมายสื่อถึงใครหรือต้องการโจมตีทำร้ายใคร เรียกว่าดูเจตนาเป็นสำคัญ" พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เนื่องจากความรุนเเรงเเละเกิดคดีความทางโลกไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการปรับเเก้กฎหมายให้มีความรุนเเรงมากขึ้นหรือไม่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าวว่า จะไม่มีการปรับเเก้กฎหมายหรือบทลงโทษ เพราะโทษที่ได้รับในปัจจุบันนั้นมีความรุนเเรงอยู่เเล้ว เพียงเเต่ว่าต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพ ผู้ใช้งานก็จะเริ่มเกิดความกลัวมากขึ้นเอง

"ตอนนี้ตำรวจอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี กำลังพยายามทำให้ตำรวจเข้มเเข็งเเละมีประสิทธิภาพ เชี่ยวชาญในเรื่องการใช้งานทางคอมพิวเตอร์มากกว่านี้ เพราะปัจจุบันมีตำรวจเก่าๆ มากมาย เราก็พยายามเติมความรู้ความสามารถให้เเก่พวกเขาอยู่ โดยจัดการอบรมกับตำรวจเพื่อให้ทำงานทางด้านเทคโนโลยีได้ในระดับหนึ่ง รวมทั้งให้มีความรู้ความเข้าใจในการสืบสวนสอบสวนคดีประเภทนี้ เพื่อเเก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าให้กับประชาชนเบื้องต้นก่อน เเละหากเกินขีดความสามารถก็จะส่งให้ตำรวจ ปอท.เข้าไปช่วย" พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าว

พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าวว่า ปัจจุบันตำรวจ ปอท. เป็นผู้เชี่ยวชาญทางเรื่องเทคโนโลยี มีจำนวนเพียงเเค่ 200 คนเเต่ต้องรับผิดชอบผู้ใช้งานทั่วประเทศ ถือว่าเกินกำลัง ตอนนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ให้โจทย์ทาง ปอท.ปรับเพิ่มกำลังคน เเละเครื่องมือในการดูเเล นอกจากนี้ การดำเนินคดีความทางโลกโซเชียลมีเดียในปัจจุบันนั้น ไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาเเจ้งความก่อนตำรวจถึงจะดำเนินการ เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน่วยที่เฝ้าจับตาดู หากพบเจอการกระทำความผิดก็จะดำเนินการทางกฎหมายทันที

"ฝากถึงผู้ใช้งานโลกโซเซียลมีเดียอีกด้วยว่า ขอให้ใช้อย่างมีสติ สร้างสรรค์ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเเละอย่าไปละเมิดสิทธิผู้อื่น" พล.ต.ต.พิสิษฐ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฎหมายได้กำหนดให้การโพสต์ข้อความอันเข้าข่ายหมิ่นประมาทนั้น อาจเสี่ยงที่จะเป็นความผิดตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาใน 3 มาตรา ดังนี้

1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 "ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

2) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 "ถ้าความผิดฐานหมิ่นประมาทได้กระทำโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนตร์ ภาพหรือตัวอักษรที่ทำให้ปรากฏด้วยวิธีใดๆ แผ่นเสียง หรือสิ่งบันทึกเสียงบันทึกภาพ หรือบันทึกอักษร กระทำโดยการกระจายเสียง หรือการกระจายภาพ หรือโดยกระทำการป่าวประกาศด้วยวิธีอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท"

3) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 "ผู้ใดกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริง เป็นที่เสียหาย แก่ชื่อเสียง หรือ เกียรติคุณ ของบุคคลอื่น ก็ดี หรือ เป็นที่เสียหาย แก่ทางทำมาหาได้ หรือ ทางเจริญของเขา โดยประการอื่นก็ดี ท่านว่าผู้นั้นจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เขาเพื่อความเสียหาย อย่างใดๆ อันเกิดแต่การนั้น แม้ทั้งเมื่อตนมิได้รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง แต่หากควรจะรู้ได้ ผู้ใด ส่งข่าวสาร อันตนมิได้รู้ว่า เป็นความไม่จริง หากว่าตนเองหรือผู้รับข่าวสารนั้น มีทางได้เสียโดยชอบในการนั้นด้วยแล้ว ท่านว่าเพียงที่ส่งข่าวสารเช่นนั้น หาทำให้ผู้นั้นต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่"

ดังนั้น การโพสต์ข้อความในอินเตอร์เน็ต ไม่ว่า คนโพสต์จะเป็น "ผู้ใด" หากทำให้คนอื่นเสียหาย ก็เป็นความผิดตามกฎหมายได้ เนื่องจากการ หมิ่นประมาทถ้าได้โพสต์หรือกล่าวพาดพิง ถึงใครให้คนอื่นฟัง ก็ถือเป็นการ "ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม" ถ้าข้อความที่โพสต์ ทำให้ผู้อ่านรู้สึก ไม่ดีกับผู้ที่ถูกกล่าวพาดพิงย่อมเป็นการโพสต์หรือกล่าวที่อาจเข้าข่าย "โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง" ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายได้ และเมื่อได้โพสต์ในอินเตอร์เน็ต ถือเป็นการ "หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา"

(ที่มา:ข่าวหน้า 1 มติชนรายวัน 24 มิ.ย.2556)

Advertisement Replay Ad
รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

Xiaomi ประกาศเตรียมขาย Mi Mix 2 รุ่นพิเศษ อีก 2 รูปแบบ

Xiaomi ประกาศเตรียมขาย Mi Mix 2 รุ่นพิเศษ อีก 2 รูปแบบ

Foxconn จะหยุดใช้แรงงานนักศึกษาฝึกงานอย่าง ผิดกฏหมาย ในโรงงานประกอบ iPhone X

Foxconn จะหยุดใช้แรงงานนักศึกษาฝึกงานอย่าง ผิดกฏหมาย ในโรงงานประกอบ iPhone X

Facebook Messenger รองรับการส่งรูปภาพแบบ 4K ได้แล้ว

Facebook Messenger รองรับการส่งรูปภาพแบบ 4K ได้แล้ว

ฮาวทู ถ่ายรูปอย่างไรให้ยอดไลค์ถล่มทลาย

ฮาวทู ถ่ายรูปอย่างไรให้ยอดไลค์ถล่มทลาย

iPhone SE 2 ไอโฟนรุ่นเล็กสเปกแรงอาจกลับมาอีกครั้งในปีหน้า ในราคาราว 15,000 บาท

iPhone SE 2 ไอโฟนรุ่นเล็กสเปกแรงอาจกลับมาอีกครั้งในปีหน้า ในราคาราว 15,000 บาท

“Kaidee จากใจส่งไออุ่น” ชวนคนไทยแบ่งปันผ่านช่องทางออนไลน์

“Kaidee จากใจส่งไออุ่น” ชวนคนไทยแบ่งปันผ่านช่องทางออนไลน์

10 เหตุผลของการตัดสินใจซื้อ iPhone X (ไอโฟนเท็น)

10 เหตุผลของการตัดสินใจซื้อ iPhone X (ไอโฟนเท็น)

ส่องโปรฯ Microsoft Surface Pro ขุมพลัง Intel Core i5 รุ่นล่าสุด ลดเหลือ 33,000 บาท

ส่องโปรฯ Microsoft Surface Pro ขุมพลัง Intel Core i5 รุ่นล่าสุด ลดเหลือ 33,000 บาท

สำรวจพบคนยังใช้ ”ตู้เอทีเอ็ม-ธนาคารสาขา” แต่โมบายล์แอปพลิเคชันก็มาแรง

สำรวจพบคนยังใช้ ”ตู้เอทีเอ็ม-ธนาคารสาขา” แต่โมบายล์แอปพลิเคชันก็มาแรง

ลือ! Galaxy S9 จะอัปเกรดระบบสแกนม่านตาและใบหน้า

ลือ! Galaxy S9 จะอัปเกรดระบบสแกนม่านตาและใบหน้า

หลุดภาพตัวเครื่อง OPPO R13 มือถือ Android อีกรุ่นที่เหมือน iPhone X

หลุดภาพตัวเครื่อง OPPO R13 มือถือ Android อีกรุ่นที่เหมือน iPhone X

3 ทิปเบื้องต้นของการใช้ macOS ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบ

3 ทิปเบื้องต้นของการใช้ macOS ที่หลายคนอาจไม่เคยทราบ

สรุปโปรโมชั่น iPhone X เครื่องไม่ติดสัญญา / ไม่จ่ายรายเดือนล่วงหน้า ก็ลดเหมือนกัน

สรุปโปรโมชั่น iPhone X เครื่องไม่ติดสัญญา / ไม่จ่ายรายเดือนล่วงหน้า ก็ลดเหมือนกัน

พรีวิว Samsung W2018 มือถือฝาพับระดับเรือธงรุ่นถัดไป มาพร้อมสเปกสุดแรง ด้วย RAM 6 GB

พรีวิว Samsung W2018 มือถือฝาพับระดับเรือธงรุ่นถัดไป มาพร้อมสเปกสุดแรง ด้วย RAM 6 GB

Microsoft แจ้งหยุดพัฒนา App Reader, Office Viewer อย่างเป็นทางการ (มี App ทดแทน)

Microsoft แจ้งหยุดพัฒนา App Reader, Office Viewer อย่างเป็นทางการ (มี App ทดแทน)

Huawei P11 Plus หลุดภาพเครื่องต้นแบบ พบพลิกโฉมใหม่ด้วยดีไซน์จอเต็มพื้นที่คล้าย Mate 10 บนบอดี้โลหะ

Huawei P11 Plus หลุดภาพเครื่องต้นแบบ พบพลิกโฉมใหม่ด้วยดีไซน์จอเต็มพื้นที่คล้าย Mate 10 บนบอดี้โลหะ

ภาพคอนเซปท์ iPhone SE 2 ไอโฟนจอเล็กรุ่นสานต่อ พลิกโฉมดีไซน์ใหม่

ภาพคอนเซปท์ iPhone SE 2 ไอโฟนจอเล็กรุ่นสานต่อ พลิกโฉมดีไซน์ใหม่

Apple ซื้อกิจการ Vrvana บริษัทแว่นตา AR ด้วยมูลค่า 30 ล้านเหรียญ

Apple ซื้อกิจการ Vrvana บริษัทแว่นตา AR ด้วยมูลค่า 30 ล้านเหรียญ

หลุดภาพ Huawei Nova 3 พร้อมข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ

หลุดภาพ Huawei Nova 3 พร้อมข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์