รีวิว iPhone 5s

รีวิว iPhone 5s

รีวิว iPhone 5s

Blognone

สนับสนุนเนื้อหา

รีวิว iPhone 5s

iPhone 5s เป็นสมาร์ทโฟนตัวชูโรงประจำปีนี้ของแอปเปิลที่เพิ่งจะเปิดตัวเมื่อต้นเดือน นี้ และได้จัดจำหน่ายเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานี้ในบางประเทศโดยไม่มีการเปิดให้ จองล่วงหน้า ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการปล่อยไอโฟนรุ่น "ปรับปรุงและอัพสเปค" เช่นเดียวกับที่แอปเปิลเคยทำมาแล้วสองครั้งก่อนหน้้ากับ iPhone 4/4S และ iPhone 3G/3GS

หลังจากที่ได้ iPhone 5s มาใช้แล้วสองสามวัน ผมเลยขอเขียนรีวิวสั้น ๆ มาให้อ่านกันครับ

ตัวเครื่องภายนอกและเคส

iPhone 5s มีทั้งหมดสามสีด้วยกัน โดยในครั้งนี้สีที่มาใหม่มีทั้งหมดสองสี นั่นก็คือสี Space Grey ซึ่งจะแตกต่างจากสีดำเดิมอยู่เล็กน้อย หากวางข้าง ๆ กับ iPhone 5 สีดำ จะพบว่าสีใหม่เทาใหม่นี้จะไม่มืด และไม่อมสีน้ำเงินเข้มเท่ากับสีดำเดิม ส่วนสีใหม่อีกสีก็คือสีทอง ซึ่งเอาจริง ๆ แล้วถ้าดูไกล ๆ โดยไม่มีสีเงินเดิมมาเปรียบเทียบข้าง ๆ แทบจะมองไม่ออกเลยว่ามันคือสีทอง

ดีไซน์ภายนอกของ iPhone 5s แทบจะไม่ต่างจาก iPhone 5 ส่วนที่สามารถสังเกตได้ชัดว่าต่างจาก iPhone 5 นอกจากสีของตัวเครื่องก็คือขนาดของเลนส์กล้องถ่ายภาพ และแฟลช

สมัย iPhone 4 แอปเปิลได้วางขาย Bumper Case เป็น "Official case" มาคราวนี้แอปเปิลได้เลือกที่จะขายเคสหนังควบคู่ไปกับ iPhone 5s โดยวัสดุที่ใช้ดูจะไม่ต่างไปจาก Smart Cover หนังของ iPad มากนัก แต่เมื่อได้สัมผัสแล้วจะรู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับ Smart Cover แต่อย่างใด แต่เหมือนกับถาดรองไข่มากกว่า

iPhone 5s พร้อมกับเคสหนังสีแดง (ขายแยกต่างหาก)

Home screen without case

รายละเอียดสเปค

  • น้ำหนัก 112 กรัม
  • จอภาพ 326 ppi ความละเอียด 1136x640
  • แบตเตอรี่ความจุ 1,570mAh
  • หน่่วยประมวลผล Apple A7 (64-bit) ความเร็วนาฬิกา 1.3GHz แรม 1GB DDR3 และ M7 Motion Coprocessor
  • กล้องถ่ายภาพความละเอียด 8 เมกะพิกเซล (ด้านหน้า 1.2 เมกะพิกเซล)
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n และ Bluetooth 4.0 (LE)
  • รองรับเครือข่าย LTE ของ TrueMove H (2100MHz) และอื่น ๆ ที่ใช้คลื่น 2500 MHz, 2300 MHz, 1900 MHz, 1800 MHz, 850 MHz, 900 MHz (น่าจะรองรับ LTE ของไทยในอนาคตทุกค่ายหากมีการประมูลคลื่น 1800 MHz มาใช้ทำ LTE)

Touch ID: เซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ

ถ้าพูดถึงคุณสมบัติที่ได้รับความสนใจมากที่สุดบน iPhone 5s ก็คงหนีไม่พ้นเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือที่แอปเปิลเรียกว่า Touch ID ซึ่งจากการใช้งานมาได้ 3 วันเต็ม ๆ บอกได้เลยว่ามันสามารถใช้งานได้ดีอย่างน่าเหลือเชื่อ แต่ถ้าหากถามว่ามันสมบูรณ์ 100% ไหมคงต้องตอบว่าไม่

การตั้งค่าการใช้งาน Touch ID ไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ใช้เวลาพอสมควร ผู้ใช้จะต้องคอยแตะนิ้วตัวเองแล้วปล่อยหลายครั้ง โดยในแต่ละครั้งจะต้องขยับนิ้วเล็กน้อยเพื่อให้ Touch ID ได้เรียนรู้หลาย ๆ ส่วนของลายนิ้วมือของผู้ใช้ หลังจากนั้น ผู้ใช้ต้องลองแตะเซ็นเซอร์หลาย ๆ ครั้งอีกรอบ โดยคราวนี้ผู้ใช้จะต้องลองเปลี่ยนองศา และท่าที่ใช้ในการแตะเซ็นเซอร์ ขั้นตอนนี้เอาจริง ๆ ใช้เวลาไม่เกิน 2 นาทีในการติดตั้ง

Touch ID

เมื่อถึงเวลาใช้งานจริง จะพบว่าบางครั้ง iPhone 5s ไม่สามารถอ่านลายนิ้วมือเราได้ แล้วให้เราลองแตะนิ้วใหม่อีกครั้ง ส่วนตัวผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเพราะอะไร เพราะบางครั้งผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเราก็แตะนิ้วได้ถูกต้องแล้ว แต่ส่วนใหญ่เมื่อลองอีกครั้งมักจะไม่มีปัญหา ผมได้ลองลบและเพิ่มลายนิ้วมือใหม่อีกครั้ง แต่ยังเจอปัญหานี้อยู่ดี แต่โดยรวมแล้วกรณีอ่านลายนิ้วมือไม่ออกในครั้งแรกที่กด จะเจอวันละ 5-6 ครั้งเท่านั้น ส่วนตัวแล้วคิดว่าน่าจะเป็นความผิดผมเอง (user error) แต่เอาจริง ๆ มันก็หมายความว่าการอ่านลายนิ้วมือมันไม่ได้ง่ายพอที่จะสามารถใช้ได้ในทุก โอกาส (เช่นระหว่างวิ่งอยู่เป็นต้น) แต่โดยรวมแล้วแม้วิ่งก็ยังปลดล็อคได้มากครั้งกว่า

ผู้ใช้ยังจะต้องกรอก Pin Unlock หรือรหัสผ่านเป็นบางครั้งแม้ว่าจะเปิดใช้งาน Touch ID อยู่ ทุกครั้งที่มีการปิดหรือเปิดเครื่อง iPhone 5s จะถามหารหัสเพื่อปลดล็อคหน้า Lock-screen ครั้งแรกก่อน หลังจากนั้นผู้ใช้จะสามารถใช้ลายนิ้วมือได้ ในส่วนของ App Store ผมยังไม่เข้าใจว่าทำไมบางครั้งเราสามารถใช้ Touch ID ได้ บางครั้งใช้ไม่ได้ แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับระยะห่างของเวลาในการซื้อแอพแต่ละครั้ง ข้อดีของการบังคับให้กรอก Pin Unlock ทุกครั้งที่มีการปิดและเปิดเครื่องก็คือหากเราหลับอยู่ เพื่อนจะไม่สามารถเอานิ้วเรามาจิ้มเปิดมือถือได้ ถ้าเราได้ปิดเครื่องไว้ก่อนนอน แต่จริง ๆ แอปเปิลน่ามีวิธีให้ผู้ใช้เลือกเปิด-ปิดการใช้งาน Touch ID ได้มากกว่านี้ (สรุป: แอปเปิลชอบคิดแทนผู้ใช้ตามเดิมในส่วนนี้)

น่าเสียดายที่ Safari หรือแอพอื่น ๆ ยังไม่สามารถใช้งาน Touch ID Unlock ได้ แต่เชื่อว่าอีกไม่นาน แอปเปิลคงเปิด API ให้แอพอื่น ๆ สามารถถามหาการปลดล็อคผ่าน Touch ID ได้โดยที่แอพไม่สามารถเข้าถึงลายนิ้วมือได้ แต่เพียงแค่เรียกใช้การปลดล็อคเฉย ๆ แต่คิดว่าผู้ใช้อาจจะต้องรอ iOS ตัวต่อไปถึงจะได้เห็นการใช้งาน Touch ID ที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ ส่วนตัวผมคิดว่าในปีนี้ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการล้วงข้อมูลประชาชนของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ แอปเปิลได้ตัดสินใจที่จะเลือกสร้างความมั่นใจในความเป็นส่วนตัวด้วยการจำกัด คุณสมบัติของ Touch ID

จากที่ผมได้ลอง Touch ID สามารถใช้งานกับข้อนิ้วได้ด้วย รายงานอื่น ๆ เองก็บอกว่า Touch ID สามารถใช้งานกับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ทั้งของมนุษย์และสัตว์ได้ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าใครคิดว่าลายนิ้วมือนั้นอินดี้ไม่พอ สามารถทดลองใช้อวัยวะอื่น ๆ ในการปลดล็อคได้

ประสิทธิภาพและการใช้งาน

ในครั้งนี้ แอปเปิลได้เลือกที่จะเข้าแจมสงครามยัดสเปค เช่นเดียวกับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากฝั่ง Android แต่จากการทดลองใช้ในเกมต่าง ๆ แล้ว พบว่าเฟรมเรท (frame rate) ดีขึ้นอย่างชัดเจนที่สุด ส่วนระยะเวลาที่ใช้ในการโหลดเกมก็เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการใช้งานทั่วไปอื่น ๆ แล้ว นอกจากเวลาที่ใช้ในการโหลดตอนเปิดแอพ (ที่ต่างกันพอสมควร) และความลื่นไหลของ UI (ที่ไม่ได้ต่างกันมาก) ผู้ใช้ทั่วไปแทบจะไม่เห็นความแตกต่างระหว่าง iPhone 5s กับ iPhone 5 แอนิเมชั่นและภาพเคลื่อนไหวของตัวระบบปฏิบัติการเองก็ไม่มีความแตกต่างแต่ อย่างใด

Blognone without case

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่าตอนนี้ยังเร็วเกินที่จะติดสินความแรงของ iPhone 5s เมื่อเทียบกับไอโฟนรุ่นก่อน ๆ จากการใช้งานทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยประมวลผลช่วยเหลือ M7 ซึ่งมีหน้าที่เก็บและประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้งานในแอพต่าง ๆ แต่อย่างใด

ในส่วนของการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย LTE ชิปที่แอปเปิลใช้ใน iPhone 5s เมื่อเทียบกับ iPhone 5 ไม่ได้มีความแตกต่างในเรื่องของความเร็วในการเชื่อมต่อ iPhone 5s เองก็ยังไม่ได้รองรับ LTE Advanced แต่อย่างใด

iFixit เองได้ออกมาบอกว่าชิป A7 ของแอปเปิลมีแรมเพียงแค่ 1GB ซึ่งไม่ต่างจาก iPhone 5 แต่แอปเปิลได้เปลี่ยนมาใช้ DDR3 แทน DDR2

สำหรับเรื่องของแบตเตอรี่ จากการใช้งานบนเครือข่าย LTE ของ EE ในลอนดอน ที่เด้งไปมาระหว่าง 3G กับ LTE แทบจะตลอดเวลา พบว่า iPhone 5s แบตจะเกือบหมดก่อนทานข้าวเย็นทุกที แต่ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าผมเล่นกับมันเยอะเป็นพิเศษ สำหรับผู้ใช้ทั่วไปผมคิดว่าไม่น่าจะมีความแตกต่างระหว่างแบตเตอรี่ของ iPhone 5 และ iPhone 5s ในส่วนของระยะเวลาที่ใช้ในการชาร์จแบตให้เต็ม 100% จะอยู่ที่ประมาณ 1-1:30 ชั่วโมง (ทดสอบระหว่างเปิด Wi-Fi Hotspot พร้อม ๆ กันด้วย)

กล้องถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูปของ iPhone 5s ยังคงเป็นกล้อง 8 เมกะพิกเซล ซึ่งไม่ต่างไปจากกล้องของ iPhone 5 เพียงแต่ตอนนี้ตัวกล้องจะมี f-stop อยู่ที่ f/2.2 และขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 15% ซึ่งแอปเปิลบอกว่าจะทำให้การถ่ายภาพในที่มืดนั้นดีขึ้นกว่าเดิม

จากการใช้งาน พบว่าการใช้งาน Burst Mode ใหม่นั่นสะดวกมาก ทำให้เราได้ภาพที่ดีที่สุดเกือบตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราถ่ายภาพระหว่างนั่งอยู่ในรถบัส หรือถ่ายภาพสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ แต่ที่สะดวกที่สุดก็คือการที่แอปเปิลเลือกที่จะไม่แสดงรูปภาพที่เราถ่ายด้วย โหมดนี้ทั้งหมดใน Camera Roll แต่เลือกที่จะแสดงรูปที่ดีที่สุดเพียงรูปเดียว แต่ผู้ใช้เองสามารถที่จะเลือกเอารูปที่ถูกถ่ายไว้ทั้งหมดจากการถ่ายด้วย Burst Mode ออกมาใช้ได้อยู่ดี (ซึ่งส่วนตัวอยากทราบเหมือนกันว่าทำไมแอปเปิลไม่เปิดให้ทำแบบนี้ได้บ้างกับ รูป HDR)

โหมด Slo-mo ที่มาใหม่ก็เอามาเล่นแล้วสนุกดี เพียงแต่ว่าแอพที่รองรับ Slo-mo มีเพียงแค่แอพ Photos เท่านั้นในตอนนี้ ถ้าต้องการจะอัพวีดีโอ Slo-mo ไปที่ Facebook วิธีเดียวที่ทำได้ตอนนี้คือผ่านการใช้ปุ่ม Share จากแอพ Photos เท่านั้น ถ้าเลือกอัพผ่านทางแอพ Facebook หรือ Instagram คลิปที่ถูกส่งไปจะเป็นคลิปที่ไม่มีส่วน Slo-mo ติดอยู่เลย (วิธีแก้ชั่วคราว คือการส่งคลิป Slo-mo เข้าหาตัวเองผ่านทางอีเมล)

น่าเสียดายที่ผมไม่มีโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออื่น ๆ ให้เปรียบเทียบคุณภาพของภาพถ่าย แต่เมื่อเทียบกับ HTC One แล้วบอกได้เลยว่าความคมของภาพจาก iPhone 5s นั้นดีกว่ามาก ๆ ในขณะที่การถ่ายภาพในที่มืดไม่ได้ต่างจาก HTC One มากมายขนาดนั้น ส่วนตัวแล้วต้องบอกได้เลยว่ากล้องของ iPhone 5s ถึงแม้สเปคอาจจะฟังดูไม่ได้น่าตื่นเต้นมาก แต่มันก็ยังคงเป็นกล้องมือถือที่สูสีกับมือถือยี่ห้ออื่น ๆ ในตลาดอย่างแน่นอน

นี่คือภาพตัวอย่างจากกล้องของ iPhone 5s ครับ

กลางวัน

Lloyds Exteroir

Queue for the Gherkin

ภายในอาคาร

Lloyds Boardroom

Lloyds

Macroish

กลางคืน

Seven Dials London

The Roundhouse

Camden

iOS 7

แม้ว่า iOS 7 จะมีอายุเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่มีหลายแอพที่สนับสนุน UI แบบ iOS 7 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เช่น Facebook, Twitter และ FourSquare นักพัฒนาหลายรายเองก่อนหน้านี้ก็ได้ออกมาประกาศจุดยืนแล้วว่าพวกเขาพร้อมที่ จะออกแบบแอพพลิเคชั่นใหม่ เพื่อให้เข้ากับ iOS 7 มากยิ่งขึ้น

นี่คือตัวอย่างสกรีนช็อทของแอพพลิเคชั่นที่ได้ปรับหน้าตาให้เข้ากับ iOS 7 แล้ว

 

 

 

ในส่วนของการใช้งาน iOS 7 แล้ว พบว่าตอนนี้มีปัญหากับการแสดงผลตัวหนังสือภาษาไทยในปริมาณมาก ๆ เช่นการเปิดเข้าเว็บ Blognone ไม่ว่าจะทำด้วยเว็บเบราว์เซอร์ใด ๆ ก็ตาม จะมีการค้างหรือกระตุกเป็นระยะเวลานานพอสมควร เช่นกัน การแสดงผลภาษาไทยในแอพบางแอพ เช่น Twitter จะมีการใช้ฟอนต์ใหม่ผสมกับฟอนต์เก่าปน ๆ กันไป (จะแสดงผลฟอนต์ Thonburi เดิมหากมีลิงค์อยู่ในทวีต)

สรุป

ข้อดี

  • วัสดุตัวเครื่องยังคงดีที่สุดในตลาด
  • เซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ
  • กล้องถ่ายภาพยังคงสู้ยี่ห้ออื่นได้อย่างสูสี

ข้อเสีย

  • จอภาพไม่ละเอียดและใหญ่เท่ามือถือรุ่นท็อปของคู่แข่ง
  • ยังไม่มี NFC

แม้ว่าหลาย ๆ คนจะคาดหวังไว้มากกับ "ไอโฟนตัวต่อไป" แต่แอปเปิลเองยังคงจุดยืนในการปล่อยไอโฟนรุ่น "อัพเกรดเพียงเล็กน้อย" หรือ minor change เช่นเดียวกับที่ได้ทำมาโดยตลอด แต่กระแสตอบรับเริ่มแรกในครั้งนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าตลาดมือถือ และตัวผู้ใช้เอง ได้คาดหวังว่าแอปเปิลเร่งเครื่องและปรับตัวให้เข้ากับสภาวะการแข่งขันในตลาด ให้มากกว่าเดิม เช่นการออกไอโฟนที่มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น หรือแม้กระทั่งการติดตั้งคุณสมบัติที่สมาร์ทโฟนอื่น ๆ มีกันถ้วนหน้าแล้วอย่างเช่น NFC

แต่หากกลับมาคิดดูอีกที แอปเปิลก็ไม่ได้เลือกทำสิ่งที่แตกต่างไปจากคู่แข่งอื่นมากนัก นั่นก็คือการอัพสเปคชิ้นส่วนต่าง ๆ ให้ดีขึ้น ในส่วนของการนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามา แอปเปิลก็ได้ทำสิ่งที่ตัวเองเก่ง นั่นก็คือการทำสิ่งที่เคยมีคนทำแล้ว (อย่างเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือ) ให้มันกลายเป็นสิ่งที่ติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว หรือทำให้มันกลายเป็น "จุดเปลี่ยนของตลาด" เช่นการนำชิป 64-bit มาใช้


แต่ถ้าถามว่าคิดอย่างไรกับการซื้อ iPhone 5s มาใช้ คงต้องให้ผู้อ่านกลับมาคิดว่าพอใจกับการอัพเกรดหรือไม่ ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าถ้ายังพอใจกับ iPhone 5 อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องอัพเกรด เพราะการใช้งาน 90% (หรือมากกว่า) ของแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ บน iPhone 5s ไม่ได้ลื่นไปกว่าใน iPhone 5 เลย และควรจะรอไอโฟนตัวต่อไป ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อว่าแอปเปิลน่าจะ (ย้ำว่า "น่าจะ") ยอมผลิตไอโฟนที่มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย:

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอด

8 ทิปส์สำหรับนักช้อปออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือ ช้อปปิ้งบนโทรศัพท์มือถือไม่ยากอย่างที่คิด สะดวกสบาย ปลอด

เทคโนโลยี IP ของโนเกียช่วยพัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์ของกลุ่มทรูในกรุงเทพฯ ให้ทันสมัย

เทคโนโลยี IP ของโนเกียช่วยพัฒนาเครือข่ายบรอดแบนด์ของกลุ่มทรูในกรุงเทพฯ ให้ทันสมัย

เผยโปรโมชั่น iPhone 6 ในงาน Thailand Mobile Expo ราคาเริ่มต้น 10,900 บาท ไม่ติดสัญญา

เผยโปรโมชั่น iPhone 6 ในงาน Thailand Mobile Expo ราคาเริ่มต้น 10,900 บาท ไม่ติดสัญญา

เผยภาพ Huawei Mate 9 ที่สวยสะดุดตาพร้อมกับตัวเลือกหลากหลายสี

เผยภาพ Huawei Mate 9 ที่สวยสะดุดตาพร้อมกับตัวเลือกหลากหลายสี

ใครที่เบื่อกับ QR Code ขาวดำแบบเดิมๆ มาลองของเล่นใหม่กัน

ใครที่เบื่อกับ QR Code ขาวดำแบบเดิมๆ มาลองของเล่นใหม่กัน

เผยภาพ Render Google Pixel ตัวจริงก่อนเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้

เผยภาพ Render Google Pixel ตัวจริงก่อนเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้

รายงานเผย กว่าครึ่งล้านแบรนด์ทั่วโลก ซื้อโฆษณาผ่าน Instagram

รายงานเผย กว่าครึ่งล้านแบรนด์ทั่วโลก ซื้อโฆษณาผ่าน Instagram

iPhone 7 สี Jet Black อาจเจอปัญหาขาดตลาด!!

iPhone 7 สี Jet Black อาจเจอปัญหาขาดตลาด!!

Motorola ประกาศปล่อยอัปเดท Android Nougat ให้กับ Moto G4 และ Moto Z ในไตรมาสหน้า

Motorola ประกาศปล่อยอัปเดท Android Nougat ให้กับ Moto G4 และ Moto Z ในไตรมาสหน้า

Vivo Smartphone  ยกขบวนลดกระหน่ำส่งท้ายสิ้นปีในงาน Thailand Mobile Expo 2016

Vivo Smartphone ยกขบวนลดกระหน่ำส่งท้ายสิ้นปีในงาน Thailand Mobile Expo 2016

ไมโครซอฟต์เผยยอดการเปิดใช้ Windows 10 ณ ปัจจุบันสูงถึง 400 ล้านเครื่อง

ไมโครซอฟต์เผยยอดการเปิดใช้ Windows 10 ณ ปัจจุบันสูงถึง 400 ล้านเครื่อง

ส่องโปรฯแรง iPhone 6s ล็อตก่อน iPhone 7 เข้ามา ลดเหลือ 13,400 บาท

ส่องโปรฯแรง iPhone 6s ล็อตก่อน iPhone 7 เข้ามา ลดเหลือ 13,400 บาท

Microsoft Surface Phone ว่าที่ยอดเรือธงรุ่นต่อไปเผยภาพคอนเซ็ปต์ใหม่!

Microsoft Surface Phone ว่าที่ยอดเรือธงรุ่นต่อไปเผยภาพคอนเซ็ปต์ใหม่!

ลือลั่นเมือง iPhone 7 อาจจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

ลือลั่นเมือง iPhone 7 อาจจะพร้อมจำหน่ายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้

ลดกระจาย iPhone 6s ในงาน Thailand Mobile Expo เริ่มต้น 17,500 บาท

ลดกระจาย iPhone 6s ในงาน Thailand Mobile Expo เริ่มต้น 17,500 บาท

หลุดภาพ Chromecast โฉมใหม่ความละเอียดสูงถึง 4K และ ไร้โลโก้ Chrome

หลุดภาพ Chromecast โฉมใหม่ความละเอียดสูงถึง 4K และ ไร้โลโก้ Chrome

[ข่าวลือ] Twitter ตั้งราคาขายตัวเองที่ 30 พันล้านดอลลาร์

[ข่าวลือ] Twitter ตั้งราคาขายตัวเองที่ 30 พันล้านดอลลาร์

Google เปลี่ยน Doodle ใหม่เป็นการฉลองครบรอบ 18 ปีกำเนิด Google

Google เปลี่ยน Doodle ใหม่เป็นการฉลองครบรอบ 18 ปีกำเนิด Google

ดูเพลินภาพคอนเซปท์ iPhone 8 สวยจนอยากได้

ดูเพลินภาพคอนเซปท์ iPhone 8 สวยจนอยากได้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ Nokia ไม่ใช่มือถือรุ่นแรกที่มีเกมบนมือถือ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ Nokia ไม่ใช่มือถือรุ่นแรกที่มีเกมบนมือถือ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์