เมื่อตลาดดีไวซ์อิ่มตัว ใครจะอยู่รอด?

เมื่อตลาดดีไวซ์อิ่มตัว ใครจะอยู่รอด?

เมื่อตลาดดีไวซ์อิ่มตัว ใครจะอยู่รอด?

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อตลาดดีไวซ์อิ่มตัว ใครจะอยู่รอด?

เวลามีคนถามว่าใครที่เป็นเจ้าแห่งนวัตกรรมในโลกยุคสมัยใหม่ ชื่อแรกที่คนจะนึกถึงก็มักจะเป็น ที่ไม่สามารถแยกออกจากแบรนด์ Apple ได้เลย ส่วนเวลามีคนถามว่า แล้วใครคือคู่แข่ง Apple?

ก่อนหน้านี้อาจจะตอบยากสักหน่อย แต่หลังจากที่จ็อบส์ลาโลกไป (พร้อมกับทิ้งคำสุดท้ายว่า Oh wow. Oh wow. Oh wow. ไว้ให้กับมวลมนุษยชาติ) ก็เริ่มจะเห็นเด่นชัดขึ้นมาสักหน่อยว่าบริษัทเทคโนโลยีที่ขอท้าเร่งเครื่อง พุ่งชน Apple รัวๆ ก็คือ Samsung นั่นเอง

แม้กระทั่งซู่ชิงเองก็เผลอหลงลืมไปบ้างในบางครั้ง คิดว่าสองค่ายนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมาที่จะต้องจับตามองอย่างเหนียวแน่นที่สุด

ลืมไปค่ะ ว่ามีอีกหนึ่งตัวละครที่สำคัญไม่แพ้กัน มีอีกบริษัทหนึ่งที่ผูกติดมากับตัวละครนั้น และเป็นตัวละครที่ซู่ชิงเองยังเคยทำนายและลุ้นไว้ด้วยว่าจะมาเป็นผู้กุม บังเหียนการสร้างความแตกต่างและสีสันให้กับโลกใบนี้ต่อจาก สตีฟ จ็อบส์ เขาผู้นั้นมีนามว่า เจฟฟ์ เบโซส จาก Amazon ค่ะ

สาเหตุ ที่นึกถึงเบโซสขึ้นมาก็เพราะว่าเมื่อไม่นานมานี้ Amazon เพิ่งจะเปิดตัวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Kindle Fire โดยที่ออกมา 2 รุ่นด้วยกัน ก็คือรุ่นหน้าจอขนาด 7 นิ้ว และ 8.9 นิ้ว

ซึ่งถ้าหน้าจอขนาดนี้ก็บอกได้ทันทีเลยว่าท้าชนในสนามแข่งเดียวกันกับ iPad mini แน่นอน

และเมื่ออ่านสเป็กแล้วก็อดไม่ได้ที่จะต้องรู้สึกประทับใจ เพราะใช้ทั้งซีพียู Snapdragon 800 ทรงพลังที่ยังไม่เคยมีแท็บเล็ตรุ่นไหนใช้มาก่อน

มีหน้าจอแบบ HDX ที่มีความหนาแน่นของพิกเซลต่อนิ้วสูงล้ำ และฟีเจอร์อื่นๆ ที่จับใส่เข้ามาแบบไม่มีกั๊กว่าจะต้องเก็บไปใส่ในรุ่นถัดไป

ทั้งหมดนี้ในราคาเริ่มต้นของรุ่นหน้าจอ 7 นิ้ว ที่ $229 หรือราวๆ 7 พันกว่าบาทเท่านั้น

ถ้าจะมาหาคำตอบกันว่าเพราะอะไร Amazon ถึงขายสินค้าของตัวเองในราคาที่ดูเหมือนกับแทบจะไม่ทำกำไรอะไรเลย

ก็ต้องมาย้อนดูแนวคิดและทำความรู้จักกับผู้ที่มีบทบาทสำคัญอยู่เบื้องหลังอย่างเบโซสกันก่อน

เจฟฟ์ เบโซส เป็นคนที่ทำให้เว็บไซต์ Amazon.com กลายเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและเปลี่ยนนิสัยการซื้อ สินค้าของผู้บริโภคไปโดยสิ้นเชิง

เขาเป็นผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ (ถึงจะไม่ได้บริหารองค์กรใหญ่ขนาดนี้ก็เถอะ) ไม่มีเวลาแม้แต่จะชำเลืองตามามอง

เขาเป็นคนที่อยากรู้เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบริษัท

คนใกล้ตัวเขาเล่าว่าแม้กำลังจะอยู่ในระหว่างการประชุมสำคัญแต่เบโซสก็แทบจะ ไม่มีสมาธิมานั่งฟังสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ประชุม เพราะมัวแต่ยุ่งขิงอ่านอีเมลที่ลูกค้าส่งเข้ามาบ่น Amazon ด้วยตัวเอง

เพราะฉะนั้น ก็มั่นใจได้ว่าคนที่มีนิสัยแบบนี้จะต้องใส่ใจความต้องการของลูกค้าเป็นลำดับ แรกๆ และรู้จักธรรมชาติของลูกค้าในยุคสมัยนี้เป็นอย่างดี

ซึ่งการใส่ใจลูกค้าที่ว่านี้ก็ได้สะท้อนให้เห็นในฟีเจอร์ล่าสุดที่ Amazon คิดค้นขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าต่อไปในอนาคตก็จะเป็นฟีเจอร์ที่ทุกบริษัทต้องใส่เอาไว้ในสมาร์ต โฟนและแท็บเล็ตระดับไฮเอนด์ทุกรุ่นด้วย

มันก็คือปุ่ม Mayday ที่เพียงแค่กดปุ่ม ผู้ใช้งาน Kindle Fire ก็จะได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีที่จะโผล่มาเป็นวิดีโอ กรอบเล็กๆ คอยตอบคำถาม คลายข้อสงสัย และช่วยแก้ปัญหาให้ตลอด 24 ชั่วโมงแบบไม่แคร์เสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

รับประกันว่าจะตอบกลับภายใน 15 วินาทีหลังจากกดปุ่ม และจะเป็นการสื่อสารเห็นภาพแบบทางเดียว เพราะฉะนั้น ไม่ต้องกลัวเลยค่ะว่าจะอยู่ในสภาพไม่พร้อมรับแขก ใส่เสื้อเปิดพุง มาร์กหน้า หรือมีเพียงกางเกงในตัวเดียวอยู่

ฟีเจอร์ Mayday นี่แหละที่ซู่ชิงมองว่าจะเป็นฟีเจอร์ที่สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของ Amazon คนที่เป็นลูกค้าของ Amazon รู้ดีว่าเวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นเราไม่เคยกลัวเลย เพราะเพียงแค่กดปุ่ม Live Chat ก็จะสามารถคุยกับพนักงานได้สดๆ ซู่ชิงแชตทีไร พนักงานก็แก้ปัญหาให้ทุกครั้ง แถมบางครั้งชดเชยความผิดพลาดมากกว่าที่เราร้องขอด้วย

นี่เป็นจุดแข็งที่สำคัญของ Amazon

และเบโซสก็มองตรงนี้ได้อย่างทะลุทะลวง แล้วก็นำจุดแข็งของบริษัทมาผนวกเอาไว้กับดีไวซ์ในแบบที่เราไม่คาดคิดกันเลย อันนี้เจ๋งจริงๆ ต้องยกนิ้ว (โป้ง) ให้

แม้จะมีการหยิบยก ความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวขึ้นมาพูดถึง หรือจะมีคนปรามาสเอาไว้ว่าไม่เวิร์กหรอก เบโซสก็บอกว่าทุกอย่างที่ Amazon ทำมาตั้งแต่อดีตก็ล้วนเป็นสิ่งที่คนรอบตัวบอกว่า "ไม่เวิร์กหรอก" กันทั้งนั้น

อย่างในปี 1994 การกรอกข้อมูลบัตรเครดิตลงไปบนอินเตอร์เน็ตก็เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากเสี่ยง

และสุดท้ายมันก็กลายเป็นกิจกรรมที่ทำกันอย่างสามัญไปแล้ว

นอกจากการใส่ใจลูกค้าเป็นอันดับแรกแล้ว เบโซสมีอีกจุดยืนที่ทำจนติดตลาดและเป็นความรับรู้ของผู้บริโภคไปแล้ว คือการยืนยันตั้งราคาสินค้าประเภทฮาร์ดแวร์ของตัวเองให้ต่ำเอาไว้ก่อน (ทั้งแท็บเล็ต Kindle Fire และเครื่องอ่านหนังสืออีรีดเดอร์ Kindle)

เขาจะขายฮาร์ดแวร์ด้วยราคาที่แทบจะเท่าทุน และไม่หวังทำกำไรกับการขายฮาร์ดแวร์เลย เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนกว่านั้นเกิดขึ้นหลังจากที่ ลูกค้าซื้ออุปกรณ์ไปแล้ว นั่นก็คือการซื้อ "คอนเทนต์" หรือเนื้อหาจำนวนมหาศาลที่ Amazon ครอบครองเป็นเจ้าของอยู่

สำหรับเขาแล้วอุปกรณ์อย่างแท็บเล็ต หรืออีรีดเดอร์เป็นเพียงแค่ประตูทางเข้าที่เปิดไปสู่คลังความรู้และความ บันเทิงสุดลูกหูลูกตาและเม็ดเงินอีกนับไม่ถ้วน

Amazon ทำรายได้จากการขายทั้งหนังสือ ภาพยนตร์ เกม และคอนเทนต์อื่นๆ ในรูปแบบดิจิตอล เพราะฉะนั้น ก็คงจะไม่ฉลาดนักถ้าจะไปตัดกำลังลูกค้าด้วยการตั้งราคาฮาร์ดแวร์ไว้แพง ลิบลิ่วตั้งแต่แรก จนกระเป๋าฉีกไม่มีเงินจะใช้จ่ายต่อ

เห็นได้ชัดว่าเป็นโมเดลและรูปแบบความคิดที่แตกต่างจาก Apple (และค่ายอื่นๆ อีกหลายค่าย) โดยสิ้นเชิง เพราะโมเดลที่บริษัทอย่าง Apple ใช้ก็คือการตั้งราคาฮาร์ดแวร์เอาไว้สูงๆ ก่อน ด้วยความหวังว่าเมื่อลูกค้าควักกระเป๋าซื้อ บริษัทไม่เพียงแต่จะไม่ขาดทุนทันทีเท่านั้นแต่ยังทำกำไรได้อีกเป็นเท่าตัวใน ช่วงวินาทีนั้น

ช่วยไม่ได้ที่บริษัทอื่นก็ต้องใช้โมเดลแบบเดียวกันนี้เพราะไม่มีคอนเทนต์เอาไว้บริการลูกค้าหลังการขาย

โมเดลนี้ Amazon ไม่ได้เพิ่งจะเริ่มทำด้วย เพราะทำมาตั้งแต่เปิดตัว Kindle เครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ที่รุ่นต่ำสุดราคาเพียงแค่ $69 เท่านั้น

ลองนึกภาพว่า บริษัทเทคโนโลยีอื่นเสิร์ฟลูกบอลด้วยการเน้นขายอุปกรณ์ไฮเทคราคาแพง Amazon ก็เสิร์ฟกลับไปด้วยอุปกรณ์ราคาถูกแต่คอนเทนต์เด่น และเน้นการใช้งานอุปกรณ์ได้นานๆ แบบไม่ต้องตะเกียกตะกายเปลี่ยนทุกปี

ตอนนี้สถานการณ์ก็เลยพลิกผันกลับกลายเป็นว่าบริษัทคู่แข่งจะต้องนำโจทย์นี้ มาคิดใหม่แล้วว่าจะงัดกลยุทธ์ไหนออกมาสู้เพื่อชักจูงให้ลูกค้าซื้ออุปกรณ์ ใหม่ๆ ต่อไปเรื่อยๆ ดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Apple และ Amazon ได้เปรียบบริษัทอื่นๆ ก็คือ บริษัททั้งสองแห่งนี้ไม่ได้แค่ผลิตดีไวซ์ออกมาขายเปล่าๆ แต่มีคอนเทนต์จำนวนมากรอให้ลูกค้าใช้จ่ายกันอีกนานแสนนานหลังจากนั้น

Apple บุกเบิกเรื่องเพลง

Amazon ก็บุกเบิกเรื่องหนังสือ อีกบริษัทหนึ่งที่เริ่มเข้าข่ายแต่ก็นับว่ายังมือใหม่ในวงการอยู่พอสมควรก็คือ Google

ก่อนหน้านี้เราอยู่กันในยุคที่วัดคนแพ้ชนะกันที่ความสามารถในการออกเทคโนโลยีใหม่ๆ นวัตกรรมที่ตื่นตาตื่นใจ และสเป็กที่สูงและแรง

แต่ตอนนี้วงการเทคโนโลยีก็ไม่ได้แตกต่างจากวงการโทรทัศน์เลย จะใช้แพลตฟอร์มอะไรก็เถอะขอให้เข้าถึงใจความสำคัญได้ก็พอแล้ว ทุกอย่างถูกดึงมาอยู่ที่ "คอนเทนต์" ล้วนๆ

และในอนาคตอันใกล้เมื่อตลาดดีไวซ์เริ่มถึงจุดอิ่มตัว คนที่จะอยู่รอดอย่างสง่าผ่าเผยที่สุดก็คือคนที่มีคอนเทนต์เป็นของตัวเอง

Content will be king เนื้อหาจะเป็นราชาอย่างแท้จริง

คอลัมน์ Cool Tech / มติชนสุดสัปดาห์ จิตต์สุภา ฉิน @Sue_Ching Facebook.com/JitsupaChin

Microsoft ส่ง One Drive เวอร์ชั่นใหม่ บน iOS ปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าระบบแล้วมีปัญหา

Microsoft ส่ง One Drive เวอร์ชั่นใหม่ บน iOS ปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าระบบแล้วมีปัญหา

Grab สยายปีก เริ่มให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพในเมียนมาแล้ว

Grab สยายปีก เริ่มให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านแอพในเมียนมาแล้ว

OPPO เพิ่มสี R9s ที่ขายเมืองนอกกับสีใหม่ เขียว เน้นธรรมชาติ

OPPO เพิ่มสี R9s ที่ขายเมืองนอกกับสีใหม่ เขียว เน้นธรรมชาติ

เปิดเหตุผล ทำไม Google ถูกแบนหนักจากนักโฆษณา

เปิดเหตุผล ทำไม Google ถูกแบนหนักจากนักโฆษณา

Xiaomi เปิดตัวแว่นถนมอสายตาลดแสงสีฟ้าและกันแดดในตัวเดียวกัน ราคาแค่ 1,200 บาท

Xiaomi เปิดตัวแว่นถนมอสายตาลดแสงสีฟ้าและกันแดดในตัวเดียวกัน ราคาแค่ 1,200 บาท

3 วิธีเปลี่ยน iPhone 7 สีขาวแดงให้เป็นสีดำแดงแบบง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้านด้วยงบเริ่มต้นเพียง 100 กว่าบาท

3 วิธีเปลี่ยน iPhone 7 สีขาวแดงให้เป็นสีดำแดงแบบง่ายๆ ทำเองได้ที่บ้านด้วยงบเริ่มต้นเพียง 100 กว่าบาท

Samsung Gear รุ่นต่อไป จะมีหน้าจอเพิ่มที่ขอบตัวเรือน

Samsung Gear รุ่นต่อไป จะมีหน้าจอเพิ่มที่ขอบตัวเรือน

6 เทคนิคตรวจสอบอุปกรณ์ไฮเทคว่าของจริงหรือปลอม

6 เทคนิคตรวจสอบอุปกรณ์ไฮเทคว่าของจริงหรือปลอม

Opera Mini เพิ่มปลั๊กอินช่วยดาวน์โหลด File ผ่าน Download Helper

Opera Mini เพิ่มปลั๊กอินช่วยดาวน์โหลด File ผ่าน Download Helper

Huawei เปิดตัวแบตเตอรี่เสริมขนาด 10000 mAh พร้อมใช้ USB-C

Huawei เปิดตัวแบตเตอรี่เสริมขนาด 10000 mAh พร้อมใช้ USB-C

งานเข้า! แบรนด์ดังแห่ถอนโฆษณาจาก YouTube เพราะมีแต่คลิปรุนแรงฉาวโฉ่

งานเข้า! แบรนด์ดังแห่ถอนโฆษณาจาก YouTube เพราะมีแต่คลิปรุนแรงฉาวโฉ่

[Special] ขั้นตอนการเช็คโน้ตบุ๊ค เบื้องต้นก่อนออกจากห้างร้านคอมพิวเตอร์ไอที หรืองาน Commart

[Special] ขั้นตอนการเช็คโน้ตบุ๊ค เบื้องต้นก่อนออกจากห้างร้านคอมพิวเตอร์ไอที หรืองาน Commart

แนะนำ 5 มือถือจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัดเต็มตาในทุกรายละเอียด

แนะนำ 5 มือถือจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัดเต็มตาในทุกรายละเอียด

สรุปฟีเจอร์ทั้งหมด สเปก ราคา และวันเปิดตัว พร้อมข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเผยโฉมจริงในเดือนกันยายนนี้!

สรุปฟีเจอร์ทั้งหมด สเปก ราคา และวันเปิดตัว พร้อมข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเผยโฉมจริงในเดือนกันยายนนี้!

เผยภาพ Render ชัด ๆ ของ Samsung Galaxy S8 อีกชุด

เผยภาพ Render ชัด ๆ ของ Samsung Galaxy S8 อีกชุด

หลุดจัดหนัก Samsung Galaxy S8+ มือถือจอใหญ่ 6.2 นิ้วพร้อมรายละเอียดแน่น

หลุดจัดหนัก Samsung Galaxy S8+ มือถือจอใหญ่ 6.2 นิ้วพร้อมรายละเอียดแน่น

Facebook ประกาศหยุดซัพพอร์ตแอพบน Windows 8 และ Windows Phone 8

Facebook ประกาศหยุดซัพพอร์ตแอพบน Windows 8 และ Windows Phone 8

Google ปิด Google Talk อย่างเป็นทางการ หันให้ผู้ใช้งานไปที่ Hangout แทน

Google ปิด Google Talk อย่างเป็นทางการ หันให้ผู้ใช้งานไปที่ Hangout แทน

ยลโฉมอุปกรณ์เสริมของ Samsung Galaxy S8 ก่อนเปิดตัว มาครบทุกชิ้น

ยลโฉมอุปกรณ์เสริมของ Samsung Galaxy S8 ก่อนเปิดตัว มาครบทุกชิ้น

Twitter พิจารณาสร้าง TweetDeck เวอร์ชันเสียเงิน เพื่อแลกกับฟีเจอร์เสริม

Twitter พิจารณาสร้าง TweetDeck เวอร์ชันเสียเงิน เพื่อแลกกับฟีเจอร์เสริม

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์