10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่ผมมักทำในงานแต่งงาน

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี ที่ผมมักทำในงานแต่งงาน

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี  ที่ผมมักทำในงานแต่งงาน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

10 สิ่งเกี่ยวกับเทคโนโลยี  ที่ผมมักทำในงานแต่งงาน

1/
ถูกมิสเตอร์ iPad บัง
ผมไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมผมถึงอยากดูคู่บ่าวสาวอวดลีลาท่าเต้นไปกับเพลงของ Michael Bublé ผมแค่รู้ว่าผมอยากอ่ะ ซวยบรมที่ทัศนวิสัยการมองเห็นตรงจุดที่ผมยืนอยู่นั้นถูก ‘อีตาลุง’ ที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาพยายามบันทึกภาพการเต้นเพลงแรกของงานด้วยแท็บเล็ตของเขาบังเต็มๆ และไม่ได้ถอดฝาปิดออกอีกต่างหาก อารมณ์ตอนนั้นคล้ายกับการดูคอนเสิร์ต Rolling Stones ในที่นั่งราคาถูกที่ไกลสุดกู่จากเวที หรือคู่บ่าวสาวถูกเซ็นเซอร์ท่าเต้นที่ไม่เหมาะสมในรายการ Crimewatch ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนนะ

2/
เดินทางบนเส้นทางชนบทที่แม้แต่เครื่องนำทางยังกลัว
หลังจากหลงทางเสียเวลาดมฝุ่นอยู่บนถนนเล็กๆ แคบๆ ในสภาพสูทยับยู่ยี่นานหลายชั่วโมง และถ่างตามองแผนที่ที่ร่างด้วยมือบนหลังบัตรเชิญที่ระบุว่า ‘เลี้ยวซ้ายหักศอกที่ Chelmsford จากนั้นให้สังเกตลูกโป่งข้างทาง’ ผมคิดขึ้นมาอย่างจริงจังว่าน่าจะขับรถชนกับรถแทรกเตอร์ที่วิ่งสวนทางมา เพราะอย่างน้อยนั่นก็เป็นข้อแก้ตัวที่ดีเยี่ยมในการมาสายละ ไม่กี่อึดใจก่อนที่รถของผมจะชนอะไรบางอย่าง เจ้าเครื่องนำทางของผมก็ปรับตั้งค่าใหม่ และอัพเดตเส้นทางโดยอัตโนมัติได้ในที่สุด และแสดงให้เห็นอย่างภาคภูมิใจว่าผมได้มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ไชโย

3/
ใช้ชีวิตหนึ่งวันโดยปราศจากกระเป๋า
หมายความว่าตอนนี้เสื้อสูทของผมจะต้องทำหน้าที่เป็นที่เก็บเครื่องเล่น Nintendo DS ตรงกระเป๋าบนขวา กระป๋องวิสกี้ตรงกระเป๋าบนซ้าย ส่วนกล้องถ่ายรูป กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง ผมก็เลยดูเหมือนคนที่ลักลอบขนโคเคนน้ำหนักห้ากิโลเข้าไปในพิธีแต่งงานในโบสถ์น่ะ

4/
ไม่ไว้วางใจโหมด ‘silent’
พิธีแต่งงานกำลังจะเริ่ม ผมจึงตรวจสอบให้แน่ใจเป็นรอบที่ห้า โอเค มันยังอยู่ในโหมด ‘silent’ แต่ผมก็ยังไม่เชื่อมั่นเต็มร้อยว่ามันจะเงียบสนิท ผมจึงตัดสินใจปิดเครื่องไปเลยดีกว่า แล้วเช็คอีกเป็นรอบที่หก แต่ความจริงก็คือมันไม่สำคัญหรอกว่าผมจะทำอะไร ผมอาจจะถอดมันออกเป็นชิ้นๆ แล้วเอามันไปฝังที่สุสานข้างนอก แต่มันก็ยังสามารถส่งเสียงประหลาดๆ หลอกหลอนเตือนเมื่อมีคนฟอลโลว์ Twitter หน้าใหม่ หรือมีเพื่อนใหม่ใน Facebook มาทักทาย อ๋อ ก็คนที่ผมเพิ่งรู้จักในงานแต่งนั่นเอง

5/ 
ถ่ายวิดีโอแบบฉากใน Reservoir Dogs
เจอะเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนหลายคน ทุกคนสวมสูทผูกเนคไทแต่งหล่อกันทั้งนั้น ซึ่งผมไม่รีรอรีบตีซี้คนที่มีกล้องแคมคอร์ดเดอร์ให้ถ่ายผมแอ็คติ้งเหมือนฉากเด็ดในภาพยนตร์ของ Tarantino และเมื่อได้มาดูภาพย้อนหลังในวันถัดไป ความเซ็งบวกเศร้าก็เกาะกินจิตใจผมทันที ก็ผมดูไม่ค่อยเหมือน ‘มิสเตอร์ White และลูกน้อง’ แต่ดันเหมือน ‘นักบัญชีวัยกลางคนที่กำลังจะไปทานข้าว’ มากกว่าน่ะสิ ไม่เป็นไร ฟิลเตอร์ใน Instagram ช่วยปรับแต่งภาพให้ได้อยู่แล้วใช่มั้ย หา ไม่หรอกเหรอ

6/
ป่วนฟีด Facebook ของทุกๆ คน
ทุกวันเสาร์ผมจะต้องทนทุกข์ทรมานดูภาพถ่ายงานแต่งที่มีเยอะแยะบน Facebook ชนิดว่าไม่รู้จักจบสิ้น ทว่าช่วงวันแฮปปี้หรรษาที่สุดเช่นนี้ถึงตาผมบ้างแล้วที่จะทำให้ทุกคนตาแฉะ ด้วยภาพกลุ่มคนแปลกหน้าในชุดสูทยืนเกาะกลุ่มกันถือแก้วเครื่องดื่ม ตอนนี้กระเพาะของผมเต็มไปด้วยเครื่องดื่ม Pimm’s (เวลา11.40 น.) จนแม้แต่ตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วกลุ่มคนเหล่านั้นก็เป็นคนแปลกหน้าสำหรับผมด้วย อย่างนี้ต้องโทษ Apple Maps ที่พาผมมาคนละงานและโพสต์ภาพผิด

7/
จับเวลาคำอวยพร
ถ้าพวกเขาใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมงกับการขึ้นกล่าวคำอวยพร ผมก็มีสิทธิตามชอบธรรมของผมที่จะตั้งนาฬิกาปลุกบนมือถือ  โดยส่วนตัวแล้วผมชอบเสียงแบบ ‘Bell Tower’ ทว่าเสียง ‘Trill’ และเสียง ‘Marimba’ ก็มีประสิทธิภาพพอๆ กันในการหยุดอารมณ์ที่กำลังซาบซึ้งกินใจจากการนำเสนอคำอวยพรด้วย PowerPoint

8/
ดูกีฬาบนสมาร์ทโฟน
แน่นอนว่าวันไหนๆ ไม่สำคัญเท่าวันแต่งงาน...ยกเว้นวันที่มีการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลและรักบี้ ไม่ว่าจะแมตช์ไหน รวมทั้งการแข่งขันกีฬาคริกเก็ตอีกงานหนึ่งเอ้า! นั่นคือเหตุผลที่ว่าทั้งตัวผมและสุภาพบุรุษอีกหลายท่าน จับกลุ่มชุมนุมกันตรงมุมกระโจมจ้องมองหน้าจอสมาร์ทโฟนจิ๋วๆ ที่กำลังสตรีมภาพสดๆ จาก Ronaldo7.net

9/
ตื่นเต้นเร้าใจกับเพลงร็อคห่วยๆ
ในทันทีที่หูของผมได้ยินเพลงท่อนแรกของ Summer of’69 และ Livin’on a Prayer ผมก็อ้าปากค้างและหน้าตากระดี๊กระด๊าเหมือนคนถูกลอตเตอรี่ Euromillions กระผมไม่รอช้ารีบชูมือชูแขนเหนือหัวอย่างเมามันด้วยความถูกอกถูกใจเหลือประมาณ แล้วเผลอไปเสยกับป้าสูงวัยคนหนึ่งของทางฝ่ายเจ้าบ่าว พอกลับบ้านได้ดู YouTube ที่มือดีมาโพสต์ไว้อย่างพินิจจึงได้เห็นจังหวะที่สะโพกป้าหักอย่างจัง

10/
จบค่ำคืนอย่างมีสไตล์
ผมดื่มมาแล้ว 12 ชั่วโมง และแฟนผมก็รู้สึกเคืองที่ผมเล่นหูเล่นตากับนักร้องสาวของวงดนตรีในงานแต่ง ผมถูกเรียกให้กลับโรงแรมในทันที พอกลับถึงห้องพักผมก็จัดแจงถอดสายโคมไฟออกจากปลั๊กไฟเพื่อชาร์จอุปกรณ์พกพาห้าชิ้น ซึ่งนี่เป็นปลั๊กไฟเพียงจุดเดียวในห้อง ทันใดนั้นเองไฟทุกดวงในตึกเก่าๆ ก็ดับพรึ่บลง ฟิวส์ขาดชัวร์ และผมก็ผล็อยหลับท่ามกลางความมืดมิดพร้อมเครื่องแต่งกายที่แพงสุดเท่าที่ผมเคยมี ช่างเป็นวันที่งดงามซะจริง

ที่มา: ขอขอบคุณ T3 ผู้สนับสนุนเนื้อหา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook