5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานโน้ตบุ๊ค

5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานโน้ตบุ๊ค

5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานโน้ตบุ๊ค

notebookspec

สนับสนุนเนื้อหา

5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานโน้ตบุ๊ค

ผมเชื่อว่าหลายท่าน ๆ คงจะมีอุปกรณ์สุุดรักสุดหวงอย่างโน๊ตบุ๊ค Ultrabook หรือแม้แต่ Convertible Notebook ครอบครองกันอยู่อย่างแน่นอน และไม่น้อยก็คงจะปกป้องอุปกรณ์สุดที่รักกันอย่างจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นติดฟิลม์กันรอยหน้าจอ ใช้แผ่นซิลิโคนป้องกันคีย์บอร์ด หรือแม้แต่ถอดแบตเตอรี่และเสียบปลั๊กชาร์จไฟเล่นเพื่อถนอมแบตเตอรี่ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเข้าใจผิดๆ จากที่จะช่วยถนอมอุปกรณ์สุดที่รักของคุณ กลับอาจจะทำให้มันพังได้!

1.ติดฟิล์มกันรอยหน้าจอ

แน่นอนสำหรับท่านที่มีโน้ตบุ๊คไว้ในครอบครองคงไม่อยากที่จะเห็นหน้าจอของตัวเองเป็นรอยกันใช้ไหมละครับ ก็เลยจัดแจงทำการติดฟิลม์กันรอยเสียเลย และฟิล์มเหล่านั้นก็มีหลากหลายราคา หลากหลายเกรด และหลากหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น ฟิล์มใส ฟิล์มด้าน ฟิล์มกระจก ฟิล์มกากเพชรวิ๊งๆ ซึ่งถ้าเป็นฟิล์มราคาถูกก็อาจจะทำให้จอแสดงผลของคุณมีคุณภาพ และความคมชัด หรือแม้แต่สีสันของภาพที่อาจจะเพี้ยนไป หรือดรอปลงได้ เพราะว่าฟิล์มราคาถูกเมื่อติดไปสักพักฟิล์มก็อาจจะเหลือง จากกลับกลายเป็นช่วงปกป้อง อาจะทำให้งานภาพของคุณเสียหายเพราะสีเพี้ยน หรืออาจทำให้คุณหงุดหงิดระหว่างใช้งานได้ แต่สำหรับใครอยากติดก็ไม่ว่ากันครับ แต่แนะนำให้ติดกับโน้ตบุ๊คหน้าจอสัมผัสมากกว่าครับ เพราะจอแบบธรรมดาก็ไม่รู้จะติดไปทำไมคงไม่มีใครเอาอะไรมาขูดจอแน่นอน เปลืองเสียเปล่าๆ แต่ถ้าใครมีเงินเหลือๆ ก็ไม่ว่ากันแต่ควรจะใช้ฟิล์มประสิทธิภาพสูงสักหน่อยจะได้ใช้งานโน้ตบุ๊คได้เต็มประสิทธิภาพครับ

2.นำซอฟต์เคสมารองใต้โน้ตบุ๊ค หรือนำโน้ตบุ๊คมาตั้งเล่นบนเตียง

หลายๆ คนอาจจะกลัวโน้ตบุ๊กของตัวเองมีรอยขีดข่วนแล้วเจะทำให้เครื่องดูเก่าเร็วเลยหาผ้ามารองใต้โน้ตบุ๊คเพื่อลดการเกิดรอยขีดข่วน แต่หารู้ไม่ว่านี่ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้โน้ตบุ๊กเกิดควาเสียหายได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับกรณีที่นำผ้ามารองใต้โน้ตบุ๊กหรือนำโน้ตบุ๊คไปเล่นบนเตียงนอนโดยวางโน้ตบุ๊คราบไปกับเตียงนั้นจะทำให้เส้นใยผ้าหลุดเข้าไปในระบบรับลมเข้าเครื่องเพื่อระบายความร้อน แล้วไปติดอยู่ที่แกนใบพัดของพัดลมทำให้พัดลมเกิดความเสียหายได้ นอกจากนี้ในบางกรณียังไปปิดช่องระบายอากาศใต้เครื่องอีก จนอาจทำให้ระบบระบายอากาศทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ อาจจะเกิดความเสียหายกับโน้ตบุ๊คได้อีกด้วย

3.ใช้แผ่นซิลิโคนป้องกันคีย์บอร์ด

แผ่นซิลิโคนป้องกันคีย์บอร์ดหนึ่งในของแถมยอดฮิต ที่หลายๆ ท่านหวังว่าแผ่นซิลิโคนจะป้องกันฝุ่นเข้าสู่เครื่องได้ แต่หารู้ไม่ว่าแผ่นซิลิโคนนั้นก่อผลเสียมากกว่าผลดี ถูกต้องครับซิลิโคนสามารถป้องกันฝุ่นเข้าเครื่องผ่านทางช่องคีย์บอร์ดได้ แต่อย่าลืมนะครับว่าโน้ตบุ๊คเองก็มีช่องว่างอื่นๆ บนโน้ตบุ๊คก็มีเพี๊ยบ ฝุ่นก็สามารถเข้าได้เหมือนกัน

นอกจากนี้แผ่นซิลิโคนป้องกันคีย์บอร์ด ยังมีข้อเสียอีกมากมายเช่น ทำให้ระบบระบายความร้อนระบายได้แย่ลง ทำให้มีความร้อนสะสมมากขึ้น แน่นอนว่าระบายความร้อนบนโน้ตบุ๊คทุกตัวมีช่องระบายความร้อนอยู่แล้วซึ่งหลายๆ ท่านก็เข้าใจว่าน่าจะเพียงพอ แต่ในความเป็นจริงธรรมชาติของอากาศร้อนนั้นจะลอยขึ้นบนสูง การนำแผ่นซิลิโคนมาปิดไว้เหนือแป้นคีย์บอร์ดจะทำให้การระบายความร้อนทำได้แย่ลงทำให้ตัวเครื่องเกิดความร้อนสะสมสูง และมีความร้อนสะสมเพราะมีแผ่นซิลิโคนบัง ทำให้ลมร้อนระบายออกไม่ทันอาจทำให้เครื่องสุดที่รักของท่านเสื่อมสภาพไวกว่าที่มันควรจะเป็น

นอกจากนี้ซิลิโคนยังเป็นแหล่งสะสมความสกปรก จากข้อด้านบนที่ซิลิโคนทำให้มีความร้อนสะสมสูงระหว่างใช้งานนั้น เมื่อมีความร้อนสะสมมากๆ เข้า ทำให้ซิลิโคนอาจจะละลาย เวลาเราพับหน้าจอซิลิโคนที่ปิดทับอยู่เหนือคีย์บอร์ดก็อาจจะทำให้หน้าจอเกิดรอยได้ง่าย และหากซิลิโคนละลายก็จะทำให้เกิดรอยคราบยางซิลิโคนละลายติดหน้าจอ และเช็ดไม่ออกอีกด้วย รวมถึงซิลิโคนที่ละลายก็เป็นแหล่งสะสมชั้นดีของเชื้อโรคเลยละครับ เพราะมันจะเหนียวและมีฝุ่นจับเกิดเป็นขุยขึ้นที่หน้าแผ่นยางเมื่อเสื่อมสภาพทำให้ใม่สามารถทำความสะอาดได้ จนนานๆ เข้าซิลิโคนก็จะสะสมเชื้อโรคซะเอง

4.ถอดแบตเตอรี่แยกออกจากเครื่อง

แหล่งพลังงานหลักของโน้ตบุ๊กเมื่อไม่ได้เชื่อมต่ออะแดปเตอร์นั้นหนีไม่พ้นแบตเตอรี่ที่ติดตั้งมาให้หลากความจุหลายเซลภายในตัวแบตเตอรี่ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นตัวแปรที่ทำให้ระยะเวลาใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกัน และหลายๆ ท่านเองก็คงจะมีคนรู้จักใกล้ตัวมาบอกว่าถ้าอยากให้แบตเตอรี่โน้ตบุ๊คไม่เสื่อมสภาพช้าลงและใช้งานได้นานยิ่งขึ้นล่ะก็ เวลาเชื่อมต่ออะแดปเตอร์เข้ากับโน้ตบุ๊กแล้วให้ถอดแบตเตอรี่ออก

อันที่จริงความเข้าใจนี้ก็ไม่ผิดซะทีเดียวหากว่าโน้ตบุ๊คยังใช้แบตเตอรี่แบบนิเกิล-แคดเมียม (NiCd) รุ่นโบราณอยู่ โดยแบตเตอรี่แบบนี้จะต้องถนอมการใช้งานอย่างที่ว่าจริงๆ เพราะการเชื่อมต่อแบตเตอรี่เอาไว้นานๆ โดยไม่ถอดออกให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเป็นระยะเวลานานๆ นั้นจะทำให้แบตเตอรี่เกิดการเสื่อมสภาพและใช้งานได้ไม่นานเท่าเดิม ซึ่งปัจจุบันนี้แบตเตอรี่ชนิดนิเกิล-แคดเมียมนั้นถูกรณรงค์ให้ลดการใช้งานจากสหภาพยุโรปเพราะผลิตจากโลหะหนักแต่ยังอนุโลมให้ใช้งานได้ในอุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิดได้

ซึ่งในปัจจุบันนี้แบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน (Li-ion) ได้เข้ามาเป็นตัวแทนของนิเกิล-แคดเมี่ยมและได้รับความนิยมจากผู้ผลิตโน้ตบุ๊คหลากหลายค่ายเลือกนำไปติดตั้งเป็นแหล่งพลังงานหลักของโน้ตบุ๊กในปัจจุบัน ทำให้วิธีการถนอมการใช้งานแบตเตอรี่นั้นเปลี่ยนไปจากอดีต ที่เราไม่จำเป็นต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากเครื่องเพื่อถนอมการใช้งานอีกต่อไป เพราะแบตเตอรี่ประเภทนี้ถ้ามีการชาร์จไฟฟ้าเพื่อรักษาประจุภายในแบตเตอรี่เอาไว้ให้คงที่ จะทำให้อายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น และการถอดแบตเตอรี่ออกจากโน้ตบุ๊คนั้นจะเหมือนกับคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีระบบสำรองไฟฟ้า พออะแดปเตอร์หลุดออกจากเครื่องแล้วไม่มีแบตเตอรี่ติดตั้งเอาไว้ก็จะทำให้งานที่ทำเอาไว้หายไปอีกด้วย หรือแม้แต่กรณีไฟตก ไฟดับ หรือไฟกระฉากก็อาจทำให้อุปกรณ์ภายในเสียหายได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่แบบลิเธียม-โพลิเมอร์ (Li-Polymer) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากลิเธียม-ไอออนให้ปล่อยพลังงานไฟฟ้าออกมาได้ทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเทียบกันระหว่างแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออนและลิเธียม-โพลิเมอร์ที่มีความจุเท่ากันแล้ว แบตเตอรี่แบบลิเธียม-โพลิเมอร์จะมีระยะเวลาใช้งานที่ยาวนานกว่ามาก


5. การวางโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ไว้บนตักอาจทำให้อุปกรณ์แสนรักเสียหาย(เป็นหมัน)

ผลของความร้อน ต่อเชื้ออสุจิถูกนำมาเชื่อมโยงกับงานวิจัยของ Yefim Sheynkin ที่ถูกตีพิมในหนังสือ Human Reproduction ปี 2548 พบว่าการเล่นโน้ตบุ๊คบนตักทำให้อุณหภูมิของอัณฑะสูงขึ้น 2 องศาเซลเซียส งานวิจัยนี้ศึกษาจากอาสาสมัครชายสุขภาพดี 29 คน ที่ให้แต่ละคนติดเซ็นเชอร์วัดอุณหภูมิไว้ที่ตำแหน่งอัณฑะซ้ายและขวา แล้วให้นั่งเล่นโน้ตบุ๊คโดยวางไว้บนตัก เซ็นเชอร์จะวัดและบันทึกอุณหภูมิทุกๆ 3 นาที หลังจากผ่านไป 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าอัณฑะซ้ายอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 2.6 องศาเซลเซียส และข้างขวาสูงขึ้นประมาณ 2.8 องศาเซลเซียส! ที่อาจเป็นอันตรายต่ออสุจิได้

ภาพประกอบ: www.blognone.com

ในงานวิจัยข้างต้น Yefim Sheynkin ทดลองโดยมีชุดควบคุม ซึ่งก็คือ อาสาสมัครที่นั่งในท่าเดียวกับตอนเล่นโน้ตบุ๊คเป็นเวลา 1 ชั่วโมง โดยมีวัตถุอย่างอื่นที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับโน้ตบุ๊ควางไว้แทน ซึ่งก็พบว่าอุณหภูมิที่อัณฑะสูงขึ้นประมาณ 2.1 องศาเซลเซียส! แปลว่าที่อุณหภูมิอัณฑะสูงขึ้นนั้น โน้ตบุ๊คไม่ได้เป็นสาเหตุหลัก แต่"ท่านั่งในขณะที่เล่นโน้ตบุ๊คบนตัก คือ สาเหตุทีทำให้อุณหภูมิของอัณฑะสูงขึ้น"

และงานวิจัยใหม่ ปี 2553 Yefim Sheynkin จึงมุ่งศึกษา "ท่านั่ง" โดยให้อาสาสมัครติดเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิไว้ที่อัณฑะเหมือนการทดลองแรก แล้วเปรียบเทียบกันระหว่าง 1) ให้หุบขาวางโน้ตบุ๊คไว้บนตักและใช้งาน ที่เป็นท่าทางในการเล่นตามปกติ, 2) ให้นั่งหุบขาใช้โน้ตบุ๊คตามปกติแต่มีแผ่นรองโน้ตบุ๊ค, 3) นั่งกางขาทำมุม 70 องศา วางแผ่นรองและโน้ตบุ๊คไว้บนตัก พร้อมทั้งใช้งานโน้ตบุ๊ค หลังจากวัดอุณหภูมิเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ได้ข้อมูลว่า การนั่งแบบหุบขาเล่นโน้ตบุ๊คบนตัก ทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นประมาณ 2.4 องศาเซลเซียส และแม้จะมีแผ่นรองโน้ตบุ๊คอุณหภูมิเพิ่มขึ้นถึง 2.1 องศาเซลเซียส ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแผ่นรองโน้ตบุ๊คแทบจะไม่ช่วยป้องกันความร้อนเลย แต่การนั่งกางขาขณะเล่นโน้ตบุ๊คทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นเพียง 1.4 องศาเซลเซียส แสดงว่าการนั่งแยกขาสามารถลดอันตรายจากโน้ตบุ๊คได้

จากผลงานวิจัยนี้เราสามารถอนุมานได้ว่า หากจำเป็นต้องวางโน้ตบุ๊คบนตักจริงๆ แทนที่จะใช้แผ่นรองโน้ตบุ๊คด้วยความเชื่อที่ผิดว่าสามารถป้องกันอันตรายต่ออสุจิได้ แนะนำให้นั่งยกขาไขว่ห้างให้ขากาง 70 องศา แทน จะได้ผลดีกว่า(ภาพด้านบน) แม้ท่านั่งกางขาจะช่วยลดความร้อนได้ แต่ก็เป็นเพียงการบรรเทาความเสียหายเท่านั้น การใช้งานโน้ตบุ๊คอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความสามารถในการสืบพันธุ์ได้ นอกจากนี้ความร้อนจากโน้ตบุ๊คก็อาจเป็นอันตรายต่อผิวหนัง ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงการวางโน้ตบุ๊คบนตักได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เว้นแต่จำเป็นต้องใช้ก็สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยวิธีการข้างต้น ก็ถือว่าผ่อนหนักให้เป็นเบาครับ (ที่มา : vcharkarn)

แล้วคุณละครับมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการใช้งานโน๊ตบุ๊ค ที่อาจะทำให้อุปกรณ์แสนรักของคุณเสียหาย ข้อไหนบ้าง สำหรับผมข้ออื่นไม่เท่าไร แต่ข้อ 5 นี่ ผมไม่ทำแน่นอน กลัวอุปกรณ์แสนรักเสียหาย

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ

บริษัทพัฒนาเมือง โมเดลใหม่ขับเคลื่อน Smart City

บริษัทพัฒนาเมือง โมเดลใหม่ขับเคลื่อน Smart City

เทรนด์ ไมโคร ขึ้นแท่นผู้นำสูงสุด ด้านความสามารถในการดำเนินงาน ตามรายงาน Gartner

เทรนด์ ไมโคร ขึ้นแท่นผู้นำสูงสุด ด้านความสามารถในการดำเนินงาน ตามรายงาน Gartner

แนะนำสุดยอดสมาร์ทโฟนจอใหญ่แบตอึดที่มาแรงที่สุด

แนะนำสุดยอดสมาร์ทโฟนจอใหญ่แบตอึดที่มาแรงที่สุด

Samsung เปิดตัว Galaxy Book และ Galaxy Tab S3

Samsung เปิดตัว Galaxy Book และ Galaxy Tab S3

OPPO R9s มือถือเน้นการถ่ายภาพรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยถ่ายภาพขั้นสูง ในราคา 14,990 บาท

OPPO R9s มือถือเน้นการถ่ายภาพรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยถ่ายภาพขั้นสูง ในราคา 14,990 บาท

โมโต เปิดตัว Moto G5 และ G5 Plus ครบเครื่องในระดับกลาง ตัวเลือกสำหรับคนอยากได้ความคุ้ม

โมโต เปิดตัว Moto G5 และ G5 Plus ครบเครื่องในระดับกลาง ตัวเลือกสำหรับคนอยากได้ความคุ้ม

Huawei Watch 2 พัฒนาการของ Smart Watch ที่ลุยได้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Huawei Watch 2 พัฒนาการของ Smart Watch ที่ลุยได้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

มาแล้ว Huawei P10 และ P10 Plus จัดเต็มทีด้วยกล้องหน้าหลังจาก Leica

มาแล้ว Huawei P10 และ P10 Plus จัดเต็มทีด้วยกล้องหน้าหลังจาก Leica

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ LG G6 มือถือจอใหญ่ที่คมชัดทั้งภาพและเสียง

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ LG G6 มือถือจอใหญ่ที่คมชัดทั้งภาพและเสียง

วิธีลบเบอร์หรือรายชื่อที่ซ้ำกันบน iPhone ง่ายๆ ไม่ต้องลบทีละเบอร์ในเวลาไม่ถึง 5 นาที!

วิธีลบเบอร์หรือรายชื่อที่ซ้ำกันบน iPhone ง่ายๆ ไม่ต้องลบทีละเบอร์ในเวลาไม่ถึง 5 นาที!

Samsung เผย Teaser พร้อมเปิดต้ว Galaxy S8 ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอน

Samsung เผย Teaser พร้อมเปิดต้ว Galaxy S8 ในวันที่ 29 มีนาคมนี้ แน่นอน

มาแล้ว Nokia 3310 ปรับโฉม เพิ่มฟีเจอร์แต่ยังคงดูสามัญชน

มาแล้ว Nokia 3310 ปรับโฉม เพิ่มฟีเจอร์แต่ยังคงดูสามัญชน

Blackberry เปิดลงทะเบียนความสนใจ KEYone มือถือเครื่องใหม่ในแคนนาดาและ สหรัฐอเมริกา

Blackberry เปิดลงทะเบียนความสนใจ KEYone มือถือเครื่องใหม่ในแคนนาดาและ สหรัฐอเมริกา

ลือ! Samsung อาจจะเปิดตัว Tablet อีกรุ่นในชื่อ Galaxy Book

ลือ! Samsung อาจจะเปิดตัว Tablet อีกรุ่นในชื่อ Galaxy Book

Huawei เตรียมเปิตดัว Huawei Watch 2 ในงาน Mobile World Congress 2017

Huawei เตรียมเปิตดัว Huawei Watch 2 ในงาน Mobile World Congress 2017

คนใช้ Galaxy S7 เฮ Secure Folder พร้อมให้ติดตั้งแล้ว

คนใช้ Galaxy S7 เฮ Secure Folder พร้อมให้ติดตั้งแล้ว

เจ้าพ่อข่าวหลุดเผยสเปค Nokia 3310 รุ่นใหม่ อย่าหวังว่าจะเป็น Smart Phone

เจ้าพ่อข่าวหลุดเผยสเปค Nokia 3310 รุ่นใหม่ อย่าหวังว่าจะเป็น Smart Phone

พักชมสิ่งที่น่าสนใจกันสักครู่ Facebook Live เริ่มแสดงโฆษณาแล้ว นานสูงสุด 20 วินาที

พักชมสิ่งที่น่าสนใจกันสักครู่ Facebook Live เริ่มแสดงโฆษณาแล้ว นานสูงสุด 20 วินาที

แชร์สนั่น iPhone 7 Plus ไฟไหม้เองจน Apple ต้องเร่งสืบสวน

แชร์สนั่น iPhone 7 Plus ไฟไหม้เองจน Apple ต้องเร่งสืบสวน

Google เปลี่ยนชื่อ Messages เป็น Android Messages กันคนสับสนเรื่องชื่อ

Google เปลี่ยนชื่อ Messages เป็น Android Messages กันคนสับสนเรื่องชื่อ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์