7 วิธีถนอมสายตา เพื่อชาวไอทีที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน

7 วิธีถนอมสายตา เพื่อชาวไอทีที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน

7 วิธีถนอมสายตา เพื่อชาวไอทีที่ใช้งานคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน

notebookspec

สนับสนุนเนื้อหา

7 วิธีถนอมสายตา เพื่อชาวไอทีที่ใช้งาน โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต

สมาร์ทโฟนทุกวันนี้เราแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ไม่ว่าจะทำงานอะไร ก็จะต้องเกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ด้วยเสมอ ทั้งการทำงาน การเรียน การพักผ่อน เช่น เล่นเกม ดูภาพยนตร์ และยิ่งในสมัยนี้ก็งมีอุปกรณ์สมาร์ทโฟน หรือแท็บเลทเข้ามาอีก ทำให้สาตาของเราต้องเพ่งหน้าจออยู่แทบจะตลอดเวลา นานวันเข้าก็เริ่มที่จะเกิดปัญหาทางด้านสายตา เช่น อาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า สายตาสั้น หรือผลข้างเคียงอื่นๆ เช่น อาการปวดหัว ปวดหลัง เมื่อยคอ จากสถิติพบว่าผู้ใช้คอมพิวเตอร์มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ประสบกับปัญหาเหล่านี้


ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ 2 ชั่วโมงต่อวัน หรือมากกว่านั้น หรือไม่ก็เริ่มมีอาการอย่างที่บอกบ้างแล้ว ก็ควรที่จะปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ เพราะในเมื่อการจะให้ใช้เวลากับคอมฯ น้อยลง คงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือ การชะลอการทำร้ายสายตาให้ช้าลง ทำให้สายตาเรารู้สึกสบายมากขึ้น เมื่อจ้องหน้าจอ และที่สำคัญ วิธีทั้งหมดนี้ง่ายต่อการปฏิบัติตามครับ

1. กะพริบตาให้ถี่ขึ้น
อาการตาแห้งเกิดจากการที่เรากะพริบตาน้อยลง เนื่องจากมีสมาธิขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ อัตราการกะพริบตาจะลดลงจาก 20 - 22 ครั้งต่อนาที เหลือเพียง 6 - 8 ครั้งต่อนาที จึงควรที่จะกะพริบตาให้ถี่ขึ้น หรืออาจใช้น้ำตาเทียมหยอดตาเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น

2. จัดวางตำแหน่งคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม
ควรจัดให้มีระยะห่างระหว่างจอภาพกับตัวเราประมาณ 50-70 ซม. จัดระดับจอภาพจากจุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาประมาณ 4-9 นิ้ว ไม่ควรให้จอภาพอยู่สูงหรือต่ำเกินไป

3. ปรับความสว่างของห้อง
จัดให้บริเวณหน้าต่างอยู่ทางด้านข้างของจอคอมพิวเตอร์ เพื่อลดแสงตกสะท้อนบนหน้าจอ และควรปิดไฟบางดวงที่รบกวนการทำงานเพราะปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความสว่างที่มากเกินไป ถ้ามีแสงจ้าจากหน้าต่างควรใช้มูลี่เพื่อปรับแสงให้ผ่านได้เพียงบางส่วน และไม่เข้าตาโดยตรง หลีกเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีพื้นผิวสะท้อน เช่น โต๊ะสีขาว ควรใช้วัสดุที่มีผิวด้านที่สะท้อนแสงไม่มากจะดีกว่า

4. แก้ปัญหาเรื่อง “ขนาด”
ความละเอียดของหน้าจอ หรือ screen resolution เป็นสิ่งที่ทำให้หน้าจอมีขนาดแตกต่าง ยิ่งความละเอียดมากขึ้นเท่าไหร่ ขนาดของภาพก็จะเล็กลง ดังนั้นจึงควรปรับค่าความละเอียดให้พอดีกับขนาดของหน้าจอ ไม่ควรเล็กหรือใหญ่เกินไป เพราะจะทำให้ขนาดของภาพและตัวหนังสือผิดเพี้ยนไปจากความจริง

เวลาพิมพ์งานควรเลือกใช้ขนาดของตัวอักษรที่ใหญ่พอ และปรับความเข้มของตัวอักษรให้มากขึ้น ซึ่งขนาดตัวอักษรและความเข้มที่เหมาะสมจะสังเกตได้จากการที่เรายังสามารถอ่านตัวอักษรได้ในระยะห่างเป็น 3 เท่าของระยะที่นั่งทำงาน หรือเลือกใช้จอคอมพิวเตอร์ชนิด LCD (จอแบน) ซึ่งจะช่วยถนอมสายตาได้ดีกว่าจอคอมพิวเตอร์แบบเก่า (CRT)

แน่นอนว่าคนใช้คอมฯ ก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต และก็ต้องใช้ Web Browser ด้วยเช่นกัน การขยายบราวเซอร์ให้ใหญ่ขึ้น สามารถช่วยให้ตัวหนังสือมีความง่ายต่อการอ่านสำหรับ Windows สามารถขยายได้โดยกด Ctrl และ + ในขณะที่ Mac สามารถกด Command และ + เพื่อขยายขนาดหน้าจอ Browser ให้ใหญ่ขึ้นได้

และในส่วนตัวอักษรในโปรแกรมมอื่นๆ สำหรับ Windows จะมีออฟชั่นปรับขนาดตัวอักษร ในส่วนของ Screen Resolution และเลือกไปที่ Make text and other items larger or smaller หรือเราอาจใช้โปรแกรม Magnifier ใน Windows เพื่อขยายจุดที่เมาส์เราวางไว้ ทำให้ตัวหนังสือบริเวณนั้นใหญ่ขึ้น เสมือนเอาแว่นขยายมาวาง สำหรับผู้ที่ใช้ Mac สามารถใช้โปรแกรม Zoom แทนได้เช่นกัน

5. เลือกใช้แว่นตาที่เหมาะสมกับการใช้คอมพิวเตอร์
ปัจจุบันมีแว่นตาที่ผลิตมาเพื่อกรองแสงจากหน้าจอโดยเฉพาะ เลนส์แว่นเคลือบด้วยวัสดุที่สามารถป้องกันรังสีจากหน้าจอได้ดี และสามารถนำมาตัดเป็นแว่นสายตาสำหรับคนสายตาสั้น-ยาว ดังนั้นหากต้องใช้เวลาอยู่หน้าจอคอมเป็นเวลานาน ควรเลือกใช้แว่นประเภทนี้ และใช้เลนส์สีเขียวอ่อนที่จะช่วยให้รู้สึกสบายตา ภายใต้แสงจากหลอดไฟฟ้าฟลูออเรสเซนต์ และเพื่อลดแสงสะท้อนจากจอภาพ

6. พักสายตา
ทุกๆ ชั่วโมงควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือลุกขึ้นยืดเส้นยืดสายบ้าง โดยละสายตาจากหน้าจอ แล้วมองออกไปในระยะไกล สัก 10 - 20 วินาที แล้วกลับมามองในระยะใกล้ ทำสลับกันไปหลายๆ ครั้ง จะช่วยให้คลายสายตาจากความเมื่อยล้าได้ดี เพื่อพักสายตาและป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน

หรือลองใชวิธีวิธีบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่ายๆ ดังนี้

1. กลอกตาขึ้น-ลงช้าๆ 6 ครั้ง โดยเหลือบตาขึ้นสูงสุดและลงต่ำสุด ในระหว่างการบริหารอย่างเกร็งลูกตา
2. กลอกตาไปข้างขวาและซ้ายสลับกัน โดยกลอกตาไปให้ขวาสุด และซ้ายสุด ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง
3. ชูนิ้วขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตา ห่างจากสายตาประมาณ 8 นิ้ว แล้วจ้องมองไปที่ระยะไกลๆ ประมาณ 10 ฟุต สลับกับใช้ตามองระยะใกล้ที่นิ้วมือใช้เวลามองแต่ละที่ประมาณ 2-3 วินาที ทำสลับไปมาเช่นนี้ประมาณ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาที ทำประมาณ 2-3 รอบ
4. กลอกตาเป็นวงกลมช้าๆ โดยเริ่มกลอกตาตามเข็มนาฬิกาก่อน แล้วกลอกตาทวนเข็มนาฬิกา ทำประมาณ 10 ครั้ง แล้วหยุดพัก 1 วินาที ทำประมาณ 2-3 รอบ

7. ออกไปข้างนอกบ้าง
การอุดอู้อยู่ที่เดิมเป็นเวลานานๆ ทำให้สายตาเราชินกับระดับแสงเดิมๆ และรู้สึกตึงเครียดอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้นเราควรละจากหน้าคอมสักพัก แล้วลุกออกไปเดินข้างนอก กลางแจ้งได้ยิ่งดี เพราะจะทำให้สายตาได้สัมผัสกับระดับแสงที่แตกต่างจากในห้อง ทำให้สมองและสายตาได้ผ่อนคลายความเมื่อยตึง โดยอาจออกไปดื่มน้ำ หาขนมทานสัก 15 นาที แล้วกลับมาผจญภัยกับงานต่อ จะทำให้รู้สึกมีพลังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และสุดท้าย เราควรตรวจสุขภาพตาปีละ 1 ครั้ง เพื่อวัดความดันตา ตรวจเช็กจอประสาทตาและความผิดปกติของสายตาเป็นประจำ เพราะโรคตาบางอย่างจะไม่แสดงอาการจนกว่าจะถึงขั้นรุนแรงแล้ว หากตรวจพบโรคตาตั้งแต่เนิ่นๆ กจะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อช่วยป้องกันการสูญเสียสายตา จะได้รักษาดวงตาคู่นี้ให้อยู่กับเรานานเท่านาน

ที่มา: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, คมชัดลึกออนไลน์

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ

Advertisement Replay Ad
Apple เผย ปิด Wi-Fi และ Bluetooth ใน Control Center บน iOS11 ไม่เป็นการปิดแบบสมบูรณ์

Apple เผย ปิด Wi-Fi และ Bluetooth ใน Control Center บน iOS11 ไม่เป็นการปิดแบบสมบูรณ์

นักวิเคราะห์เผย Apple อาจจะติดตั้งระบบ Face ID ให้กับ iPhone รุ่นใหม่ทุกตัวในปีหน้า

นักวิเคราะห์เผย Apple อาจจะติดตั้งระบบ Face ID ให้กับ iPhone รุ่นใหม่ทุกตัวในปีหน้า

เผยข้อมูลใหม่กับภาพ Huawei Mate 10 Lite จะได้หน้าจอภาพอัตราส่วน 18:9

เผยข้อมูลใหม่กับภาพ Huawei Mate 10 Lite จะได้หน้าจอภาพอัตราส่วน 18:9

เตือนผู้ใช้อีเมลของ Microsoft พบปัญหาใช้ App Mail iOS 11 เช็คเมลไม่ได้ พร้อมแนะนำทางแก้ไข

เตือนผู้ใช้อีเมลของ Microsoft พบปัญหาใช้ App Mail iOS 11 เช็คเมลไม่ได้ พร้อมแนะนำทางแก้ไข

จบดีล Google ทำข้อตกลงดึงทีมมือถือ HTC ไปทำงมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญ สหรัฐ แต่ยังคงทำงานเหมือนเดิม

จบดีล Google ทำข้อตกลงดึงทีมมือถือ HTC ไปทำงมูลค่ากว่า 1 พันล้านเหรียญ สหรัฐ แต่ยังคงทำงานเหมือนเดิม

มอร์แกน สแตนเลย์ วิเคราะห์สวนกระแสชี้ iPhone ยิ่งแพงขึ้นยิ่งขายดีกว่าเดิม

มอร์แกน สแตนเลย์ วิเคราะห์สวนกระแสชี้ iPhone ยิ่งแพงขึ้นยิ่งขายดีกว่าเดิม

ไม่ต้องรีบ! มาดูคลิปเปรียบเทียบความเร็วระหว่าง iOS 10.3.3 และ iOS 11 กัน!

ไม่ต้องรีบ! มาดูคลิปเปรียบเทียบความเร็วระหว่าง iOS 10.3.3 และ iOS 11 กัน!

dtac เอาบ้าง เปิดตัวซิม GO อินเตอร์ ใช้เน็ต 4 GB ใน 23 ประเทศราคา 399 บาท

dtac เอาบ้าง เปิดตัวซิม GO อินเตอร์ ใช้เน็ต 4 GB ใน 23 ประเทศราคา 399 บาท

Tim Cook ยืนยัน iPhone X เครืื่องละ 1,000 เหรียญฯ เป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว

Tim Cook ยืนยัน iPhone X เครืื่องละ 1,000 เหรียญฯ เป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว

iPhone X แพงไป ลองหันมาใช้ iPhone SE แทนไหม  ฟีเจอร์ครบ ราคาถูก

iPhone X แพงไป ลองหันมาใช้ iPhone SE แทนไหม ฟีเจอร์ครบ ราคาถูก

หลุดราคา Pixel 2 เริ่มต้นเพียง 21,500 บาท มาพร้อมกัน 3 สี

หลุดราคา Pixel 2 เริ่มต้นเพียง 21,500 บาท มาพร้อมกัน 3 สี

ก่อนอัพเดท iOS 11 กับวิธี Backup ข้อมูลบน iPhone และ iPad

ก่อนอัพเดท iOS 11 กับวิธี Backup ข้อมูลบน iPhone และ iPad

Apple ประกาศลดราคา iPhone รุ่นก่อนหน้า ส่วน iPad Pro ปรับราคาขึ้น !!

Apple ประกาศลดราคา iPhone รุ่นก่อนหน้า ส่วน iPad Pro ปรับราคาขึ้น !!

รถบัสไฟฟ้า Proterra สร้างสถิติโลก วิ่งได้กว่า 1700 กิโลเมตร จากการชาร์จ 1 ครั้ง

รถบัสไฟฟ้า Proterra สร้างสถิติโลก วิ่งได้กว่า 1700 กิโลเมตร จากการชาร์จ 1 ครั้ง

Belkin เปิดตัวอุปกรณ์แปลงสาย iPhone รุ่นใหม่ คราวนี้มีช่องเสียบหูฟังแล้ว

Belkin เปิดตัวอุปกรณ์แปลงสาย iPhone รุ่นใหม่ คราวนี้มีช่องเสียบหูฟังแล้ว

Apple เพิ่มเงื่อนไขการ Download แอปส์จาก Apps Store ได้ไม่เกิน 150MB ผ่าน 4G

Apple เพิ่มเงื่อนไขการ Download แอปส์จาก Apps Store ได้ไม่เกิน 150MB ผ่าน 4G

พบปัญหาหลังอัพ iOS 11 ผู้ใช้ Windows อาจไม่สามารถเปิดรูปที่ถ่ายด้วย iOS 11 ได้

พบปัญหาหลังอัพ iOS 11 ผู้ใช้ Windows อาจไม่สามารถเปิดรูปที่ถ่ายด้วย iOS 11 ได้

แพงกว่า iPhone X! เผยราคาว่าที่เรือธงตัวใหม่ Huawei Mate 10 Pro อาจสูงแตะ 38,000 บาท

แพงกว่า iPhone X! เผยราคาว่าที่เรือธงตัวใหม่ Huawei Mate 10 Pro อาจสูงแตะ 38,000 บาท

ส่องโปรโมชั่น iPhone 7 สีดำ ความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 26,900 บาท เฉพาะวันนี้เท่านั้น

ส่องโปรโมชั่น iPhone 7 สีดำ ความจุ 256GB ลดเหลือเพียง 26,900 บาท เฉพาะวันนี้เท่านั้น

หลุดภาพจริงของ Huawei Mate 10 คาดว่าราคาจะแพงระดับเดียวกับ iPhone X

หลุดภาพจริงของ Huawei Mate 10 คาดว่าราคาจะแพงระดับเดียวกับ iPhone X

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์