เลาะรั้วรอบโลกเทคโนโลยี 10 เรื่องร้อน ๆ เขย่าปี 2556

เลาะรั้วรอบโลกเทคโนโลยี 10 เรื่องร้อน ๆ เขย่าปี 2556

เลาะรั้วรอบโลกเทคโนโลยี 10 เรื่องร้อน ๆ เขย่าปี 2556

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

เลาะรั้วรอบโลก 10 เรื่องร้อน ๆ เขย่าปี 2556

ผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับปี 2556 ซึ่งในโลกธุรกิจเทคโนโลยีช่วงเวลา 365 วันที่ผ่านมา มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย และเปลี่ยนแปลงไม่หยุดหย่อน ทั้งในระดับองค์กร, ภาพรวมของอุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวจากการใช้เทคโนโลยีของผู้คนทั่วโลก

"สกอต มาร์ติน" แห่ง "ยูเอสเอ ทูเดย์" สรุปเหตุการณ์สำคัญในแวดวงเทคโนโลยีโลก 10 เรื่อง ดังนี้

เรื่องแรก คือ การเปิดโปงหน่วยงานเพื่อความมั่นคงของรัฐแห่งสหรัฐอเมริกา (เอ็นเอสเอ) ที่ "เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน" นำเอกสารความลับมาเปิดเผยให้เห็นถึงพฤติกรรมการลักลอบดูข้อมูลของภาครัฐ ซึ่งไม่เพียงทำให้ประชาชนหวาดกลัวหน่วยงานรัฐมากขึ้น แต่มีผลต่อความเชื่อมั่นในตัวรัฐบาลสหรัฐ และความวิตกกังวลนี้ยังลุกลามไปถึงบรรดายักษ์ในวงการเทคโนโลยีอย่างกูเกิล, เฟซบุ๊ก, แอปเปิล, ทวิตเตอร์ และไมโครซอฟท์

ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือ มีการเปิดโปงข้อมูลจากเอกสารลับดังกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในรายงานระบุว่า "เอ็นเอสเอ"เก็บข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือมากกว่า 5,000 ล้านเครื่อง และแอบดูข้อมูลในอีเมล์เป็นจำนวนมหาศาล

เรื่องที่ 2 เป็นการก้าวเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นของ "ทวิตเตอร์" ทำให้เกิดกระแสการลงทุนในบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กขึ้นมาอีกครั้ง โดยมูลค่าการระดุมทุนกว่า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วยเสริมแกร่งให้ทวิตเตอร์ได้เป็นอย่างดี โดย "ทวิตเตอร์"

ได้ต่อยอดตนเองจนกลายเป็นบริษัทสื่อเต็มตัวไปแล้ว เนื่องจากเป็นที่รวบรวมข้อความจากทั่วโลกที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะโค่นรัฐบาล หรือทำให้หุ้นร่วงได้ไม่ยาก

ไม่ใช่แค่นั้น "ทวิตเตอร์" ยังเพิ่งโชว์ศักยภาพในการใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลเพื่อทำรูปแบบโฆษณาแบบใหม่อีกด้วย

เรื่องที่ 3 คือ การที่เรือบรรทุกสินค้าลึกลับของ "กูเกิล" ปรากฏตัวขึ้นที่อ่าวของเมืองซานฟรานซิสโก โดยไม่มีใครบอกว่า กูเกิลทำไปเพื่ออะไร ทำให้เกิดการคาดเดากันไม่หยุดหย่อนว่า ยักษ์เสิร์ชเอ็นจิ้นรายนี้ซ่อนไม้เด็ดอะไรไว้ และคำตอบของกูเกิลก็คลุมเครือ บอกแค่ว่าอาจเป็นดาต้าเซ็นเตอร์ลอยน้ำ หรือเป็นห้องโชว์สินค้าเคลื่อนที่ก็ได้

เรื่องที่ 4 เป็นกระแสความนิยมในเหรียญ "บิตคอยน์" หรือเงินดิจิทัล แม้นักลงทุน

ดูจะหลงใหลเงินดิจิทัลนี้เหลือเกิน เนื่องจากมูลค่าของ "บิตคอยน์" ช่วงปลายปีนี้ทะลุ 1,000 เหรียญสหรัฐไปแล้ว จากมูลค่าเมื่อ 1 ม.ค. 2556 อยู่ที่ 13.50 เหรียญสหรัฐเท่านั้น

"บิตคอยน์" เปิดตัวเข้าสู่วงการอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี 2552 แม้ในขณะนี้จะยังสามารถใช้ซื้อสินค้าหรือบริการจากพ่อค้าได้ในจำนวนจำกัดเท่านั้น แต่คงต้องดูกันต่อไปว่าค่าเงินนี้จะสามารถกลายเป็นทางเลือกการลงทุนชนิดใหม่ได้หรือไม่

เรื่องที่ 5 ได้แก่ การฟื้นตัวกลับมาอีกครั้งของ "เฟซบุ๊ก" หลังเข้าตลาดหุ้นในปี 2555 ด้วยมูลค่าต่อหุ้นที่ต่ำกว่า 38 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม "เฟซบุ๊ก" สามารถกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในฐานะบริษัทมหาชนด้วยผลประกอบการที่น่าพอใจ ทั้งจากการเปลี่ยนผ่านสู่แพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือ, แนวโน้มรายได้ และความสามารถในการสร้างผลกำไร ทำให้ซีอีโออย่าง "มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก" กู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้

ที่สำคัญกว่าคือ ความมั่นใจของนักลงทุนกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง หลังเห็นศักยภาพในการทำโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดีย และส่วนธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่ 6 คือ มูลค่าบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กพุ่งสูงขึ้น สังเกตได้จากการที่มูลค่าบริษัทของ "เฟซบุ๊ก" พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปีนี้ จากการที่หลายฝ่ายหมดความแคลงใจเรื่องความสามารถในการสร้างรายได้ นอกจากนี้เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา "เฟซบุ๊ก" ยังตามซื้อโซเชียลเน็ตเวิร์กหน้าใหม่ "สแนปแชต" ด้วยเงินกว่า 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะต้องการซื้อแอปพลิเคชั่นยอดนิยมสำหรับส่งรูปและข้อความวิดีโอ

ก่อนหน้านี้โซเชียลเน็ตเวิร์กแนวสมุดภาพออนไลน์ "พินเทอเรสต์" ระดมทุนได้ถึง 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนแห่ลงเงินกับบริการเสียงเพลงออนไลน์ของบริษัท "สปอติฟาย" จนมีมูลค่าสูงถึง 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และ "ดรอปบ็อกซ์" น่าจะมีมูลค่าถึง 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปลายปีนี้

เรื่องที่ 7 คือ ชะตากรรมที่ขมขื่นของผู้ผลิตสมาร์ทโฟน "แบล็คเบอร์รี่" เพราะปีนี้อดีตผู้นำสมาร์ทโฟนได้เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและระบบปฏิบัติการที่ยกเครื่องใหม่ตั้งแต่ต้นปี แต่กลับเข้าสู่ตลาดช้าเกินไป และไม่สามารถปลุกชีพบริษัทให้ฟื้นขึ้นมาได้ ซ้ำร้ายยังล้มเหลวกับการขายบริษัท

บริษัทยังปลด "ทอร์สเทน ไฮน์ส" ออกจากตำแหน่ง "ซีอีโอ" และปลดผู้บริหารตำแหน่งอื่น ๆ อีกเป็นจำนวนมาก ในแง่มูลค่าหุ้นของบริษัทก็ร่วงลงถึง 68% หากเทียบกับปีก่อนหน้า

เรื่องที่ 8 คือ กรณีที่ "เดลล์" กลับมาเป็นบริษัทเอกชนอีกครั้ง เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างหนักจากกระแสการเข้ามาของอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ ทำให้ในท้ายที่สุดบรรดาผู้ถือหุ้นต้องยอมอนุมัติการนำบริษัทออกจากตลาดหุ้นสาธารณะแลกกับเงินประมูลมูลค่า 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งได้จากซีอีโอของ "เดลล์" และกองทุนซิลเวอร์เลก แผนการซื้อบริษัทคืนของ "ไมเคิล เดลล์" ต้องใช้เวลานานถึง 14 เดือนกว่าจะสำเร็จลุล่วง

เรื่องที่ 9 คือ สงครามกฎหมายระหว่าง "แอปเปิลและซัมซุง" โดยเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา คณะตุลาการมีคำตัดสินให้

"ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์" ชำระค่าเสียหายให้แอปเปิลเป็นมูลค่า 290 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากละเมิดสิทธิบัตรของแอปเปิล

ผลการตัดสินครั้งนี้ทำให้มูลค่าค่าปรับทั้งปีที่ซัมซุงต้องจ่ายให้แอปเปิลสูงถึง 929 ล้านเหรียญสหรัฐ (ก่อนหน้านี้ซัมซุงโดนตัดสินให้จ่ายค่าปรับ 599 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือน มี.ค. และอีก 40.5 ล้านเหรียญสหรัฐในเดือน เม.ย.) บ่งชี้ให้เห็นว่าแอปเปิลเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้แบบขาดลอย

สุดท้าย เรื่องที่ 10 ของปีนี้คือ การปรับโครงสร้างองค์กรของ "ไมโครซอฟท์" เนื่องจากตลาดคอมพิวเตอร์พีซีโดนรุกอย่างหนัก และเสียฐานลูกค้าไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ "ไมโครซอฟท์" ต้องวัดดวงกับตลาดแท็บเลต

อย่างไรก็ตามสายผลิตภัณฑ์แท็บเลตที่จืดสนิทของ "ไมโครซอฟท์" ทำให้บริษัทต้องลงหนี้สูญเป็นมูลค่า 900 ล้านเหรียญสหรัฐ และตัดสินใจประกาศการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ แต่ยังคงขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ในการเข้ามารับหน้าที่ดังกล่าว โดยซีอีโอคนปัจจุบัน "สตีฟ บัลเมอร์"

ประกาศในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาว่า เขาวางแผนจะเกษียณตนเองหากพบผู้สืบทอด แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันออกมาอย่างชัดเจนว่า ใครจะเป็นผู้กุมชะตา "ไมโครซอฟท์" คนต่อไป

Advertisement Replay Ad
เจาะเทรนด์ตลาดซอฟต์แวร์พบมุ่งสู่ “Custom Software – Citizen Developer”

เจาะเทรนด์ตลาดซอฟต์แวร์พบมุ่งสู่ “Custom Software – Citizen Developer”

Xiaomi ลุกเป็นไฟ ผู้บริหารแนะให้นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นไปถ่าย หนังโป๊ แทน

Xiaomi ลุกเป็นไฟ ผู้บริหารแนะให้นักศึกษาเอกภาษาญี่ปุ่นไปถ่าย หนังโป๊ แทน

ลาก่อน HP Elite X3 คุณไม่ได้ไปต่อใน Windows Phone เพราะจะหยุด Support พฤศจิกายน นี้

ลาก่อน HP Elite X3 คุณไม่ได้ไปต่อใน Windows Phone เพราะจะหยุด Support พฤศจิกายน นี้

อัปเดท!! ราคา iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เครื่องหิ้ว ในไทยล่าสุด [26-09-2017]

อัปเดท!! ราคา iPhone 8 และ iPhone 8 Plus เครื่องหิ้ว ในไทยล่าสุด [26-09-2017]

สื่อนอกลือ HTC อาจเปิดตัว U11 Plus หน้าจอ 6 นิ้วดีไซน์ไร้ขอบช่วง พย นี้

สื่อนอกลือ HTC อาจเปิดตัว U11 Plus หน้าจอ 6 นิ้วดีไซน์ไร้ขอบช่วง พย นี้

เปลี่ยนกระจกหลัง iPhone 8 แพงกว่าเปลี่ยนจอ

เปลี่ยนกระจกหลัง iPhone 8 แพงกว่าเปลี่ยนจอ

สำรวจโปรโมชั่นลดแรง iPhone 7 ขนาด 256GB จากค่ายดัง มีส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท

สำรวจโปรโมชั่นลดแรง iPhone 7 ขนาด 256GB จากค่ายดัง มีส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท

ออโป้ปรับลดราคา OPPO R9s เหลือเพียง 12,900 บาท เริ่มแล้ววันนี้

ออโป้ปรับลดราคา OPPO R9s เหลือเพียง 12,900 บาท เริ่มแล้ววันนี้

แนะนำ 5 มือถือจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัดเต็มตาในทุกรายละเอียด

แนะนำ 5 มือถือจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัดเต็มตาในทุกรายละเอียด

iPhone 8 เปลี่ยนวิธี Force Restart เครื่องใหม่มาดูกันว่าทำอย่างไร

iPhone 8 เปลี่ยนวิธี Force Restart เครื่องใหม่มาดูกันว่าทำอย่างไร

มาดูกันว่า iPhone SE ภายใต้ดีไซน์จอไร้ขอบแบบ iPhone X จะสวยงามแค่ไหน มีคลิป

มาดูกันว่า iPhone SE ภายใต้ดีไซน์จอไร้ขอบแบบ iPhone X จะสวยงามแค่ไหน มีคลิป

ร้าน VRX สวนสนุกโลกเสมือนจริงแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ร้าน VRX สวนสนุกโลกเสมือนจริงแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มาแล้ว! รวมเด็ด โปรโมชั่น Thailand Mobile Expo 2017 แล้วพบกันวันที่ 28 กันยายนนี้

มาแล้ว! รวมเด็ด โปรโมชั่น Thailand Mobile Expo 2017 แล้วพบกันวันที่ 28 กันยายนนี้

Samsung Galaxy X สมาร์ทโฟนจอพับได้จ่อเปิดตัวหลังผ่านการรับรองแล้ว

Samsung Galaxy X สมาร์ทโฟนจอพับได้จ่อเปิดตัวหลังผ่านการรับรองแล้ว

ภาพถ่ายสุดงามจาก iPhone 8 Plus โดยช่างภาพมืออาชีพ

ภาพถ่ายสุดงามจาก iPhone 8 Plus โดยช่างภาพมืออาชีพ

และนี่คือเหตุผลว่าทำไม Apple ต้องตั้งชื่อชิปฯ ตัวใหม่ว่า A11 Bionic

และนี่คือเหตุผลว่าทำไม Apple ต้องตั้งชื่อชิปฯ ตัวใหม่ว่า A11 Bionic

เฮ้! ได้ Gear Fit 2 Pro มาแล้ว พร้อมขายในราคา 6,500 บาท

เฮ้! ได้ Gear Fit 2 Pro มาแล้ว พร้อมขายในราคา 6,500 บาท

iPhone 8 เปิดตัวเงียบกริบเหตุลูกค้าแห่รอ iPhone X กันหมด

iPhone 8 เปิดตัวเงียบกริบเหตุลูกค้าแห่รอ iPhone X กันหมด

บิล เกตส์ เผยหากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่สร้างปุ่ม Control-Alt-Delete ขึ้นมาอย่างแน่นอน

บิล เกตส์ เผยหากย้อนเวลากลับไปได้จะไม่สร้างปุ่ม Control-Alt-Delete ขึ้นมาอย่างแน่นอน

เตรียมพบกับ Nokia 3310 (3G) จะเปิดตัวแน่นอนในงาน Thailand Mobile Expo 2017

เตรียมพบกับ Nokia 3310 (3G) จะเปิดตัวแน่นอนในงาน Thailand Mobile Expo 2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์