5 ขั้นตอนทำ Digital Detox บำบัดโรคติดเทคโนโลยี

5 ขั้นตอนทำ Digital Detox บำบัดโรคติดเทคโนโลยี

5 ขั้นตอนทำ Digital Detox บำบัดโรคติดเทคโนโลยี

Arip

สนับสนุนเนื้อหา

5 ขั้นตอนทำ Digital Detox บำบัดโรคติดเทคโนโลยี

เมื่อวันก่อนเราได้นำเสนอเกี่ยวกับสถิติการใช้โทรศัพท์มือถือของคนอเมริกันที่น่าสนใจกันไปแล้ว  จากสถิติดังกล่าว  ดูเหมือนว่าชาวอเมริกันจะติดมือถือกันมากเสียเหลือเกิน  ถึงขั้นบัญญัติคำศัพท์ใหม่ที่เรียกว่า “Digital Detox” ซึ่งหมายถึง “ช่วงเวลาที่งดเว้นจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ทั้งหลาย เช่น Smartphone  Tablet  PC  ฯลฯ” นั่นเอง   หากใครรู้ตัวว่าช่วงนี้กำลังเหนื่อยๆเพลียๆ  ไม่ค่อยมีสมาธิ  จิตใจฟุ้งซ่าน เพราะนั่งเช็คโทรศัพท์ตลอดทั้งวันแล้วล่ะก็  ลองทำตาม 5 ขั้นตอนง่ายๆต่อไปนี้ดูค่ะ

1.บอกกล่าวเพื่อนๆไว้ก่อนที่คุณจะทำ Digital Detox

หากวันหยุดวันไหนคุณอยากจะปิดมือถือหรืองดเล่น Internet ก็ควรที่จะแจ้งให้เพื่อนๆได้ทราบไว้ก่อนล่วงหน้า  เพราะเขาอาจจะตกใจได้ถ้าจู่ๆติดต่อคุณไม่ได้เลย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  สำหรับบุคคลที่มีธุรกิจรัดตัว  คุณอาจจะให้ช่องทางสำหรับการติดต่อในกรณีฉุกเฉินกับเพื่อนๆไว้  เช่น  โทรศัพท์บ้าน  การบอกกล่าวคนรอบข้างไว้ก่อนล่วงหน้าจะทำให้คุณไม่ต้องมานั่งกระวนกระวายใจ ว่าใครจะมีเรื่องสำคัญอะไรต้องติดต่อคุณหรือเปล่าในช่วงที่คุณงดเว้นจากการ เสพเทคโนโลยีไป  นอกจากนี้ยังเป็นการขจัดข้ออ้างที่คุณจะแอบแวบเข้าไปเช็ค Social Networks หรืออีเมลเพราะห่วงงานได้อีกด้วย

2.ลงทุนซื้อนาฬิกาปลุก

จากผลสำรวจการใช้มือถือของชาวอเมริกันพบว่า 68% ของชาวอเมริกันวางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างตัวขณะนอนหลับ  เหตุผลหนึ่งก็เพราะพวกเขาเหล่านั้นใช้โทรศัพท์มือถือแทนนาฬิกาปลุกนั่นเอง  อย่างไรก็ตาม การวางมือถือไว้ใกล้ๆหัวเตียงนั้นจะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้คุณรีบหยิบ โทรศัพท์มาเช็คข่าวสารตั้งแต่ยังไม่หายงัวเงีย  ซึ่งนั่นเป็นเรื่องไม่ดีต่อสุขภาพคุณเลย  ยามเช้าควรจะเริ่มต้นด้วยความสดชื่น  พร้อมกับรับประทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์  มากกว่าจะเสียเวลาง่วนกับโทรศัพท์จนไม่มีเวลาทำอย่างอื่น (และไปทำงานสายในที่สุด!)

3.งดเล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดขณะทานข้าว

ช่วงเวลาการทานอาหารควรจะเป็นช่วงเวลาที่ปลอดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทุกอย่างมากที่สุด  โดยเฉพาะสำหรับพนักงานบริษัทอย่างเราๆ  เวลาพักเที่ยงถือเป็นเวลาที่ดีในการพักผ่อนคลายเครียดจากการทำงานอย่างคร่ำ เคร่งมาตลอดในช่วงเช้า  การปล่อยให้สมองได้พักและดื่มด่ำกับรสชาติอาหารตรงหน้านั้นจะช่วยให้ระบบการ ย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น  ส่งผลดีต่อระบบสุขภาพโดยรวมทั้งหมด

4.ปิด  Push notifications ทิ้งซะ

การเปิด Push Notifications ทั้งหลายจะยิ่งกระตุ้นให้เราต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ่อยๆมากขึ้น  ซึ่งจะขัดจังหวะในการทำกิจกรรมตลอดทั้งวัน  แทนที่จะเปิด Push Notifications ไว้ตลอด  คุณควรจะปิดทิ้งให้หมดและเลือกเวลาที่จะเข้ามาเช็คข้อความต่างๆเหล่านั้นใน ภายหลังมากกว่า  เพื่อที่จะจัดการกับงานแต่ละอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.หาช่วงเวลาสงบในแต่ละวัน

กำหนดช่วงเวลาสงบ ซึ่ง คุณจะงดเว้นจากการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิด  อาจจะเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน  หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้น  คุณอาจจะกำหนดไปเลยว่าใน 1 สัปดาห์จะมีอย่างน้อย 1 วันที่คุณจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลายเลย

ก็หวังว่าขั้นตอนง่ายๆเหล่านี้จะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆลดอาการติด เทคโนโลยีไปได้นะคะ  แน่นอนว่าเราอยู่ในยุคสมัยที่ไม่สามารถปฏิเสธเทคโนโลยีได้แล้ว  แต่ทุกอย่างมีข้อดีก็ย่อมต้องมีข้อเสีย  การเสพติดเทคโนโลยีมากเกินไปย่อมส่งผลร้ายต่อสุขภาพเรา  ปีใหม่นี้เรามาเริ่มเดินสายกลาง  ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมกันดีกว่าค่ะ : D

อ้างอิงจาก  ENTREPRENEUR

สนับสนุนเนื้อหา: Arip

หลุดเครื่องจริงของ Samsung Galaxy S8 ระหว่างทดลองใส่กับฟิล์มกันรอย

หลุดเครื่องจริงของ Samsung Galaxy S8 ระหว่างทดลองใส่กับฟิล์มกันรอย

เผยสเปคกล้องของ LG G6 จะได้องศาที่มีความกว้างมากทั้งกล้อนหน้าและหลัง

เผยสเปคกล้องของ LG G6 จะได้องศาที่มีความกว้างมากทั้งกล้อนหน้าและหลัง

Kaidee และผู้ใช้งาน Kaidee มอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

Kaidee และผู้ใช้งาน Kaidee มอบเงินบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ส่องโปรโมชั่น Samsung Galaxy A7 2017 ลดแรงเหลือ 12,990 บาท

ส่องโปรโมชั่น Samsung Galaxy A7 2017 ลดแรงเหลือ 12,990 บาท

หลุดคาที่ Samsung Galaxy Tab S3 มาพร้อมกระจกทั้งหน้าและหลัง

หลุดคาที่ Samsung Galaxy Tab S3 มาพร้อมกระจกทั้งหน้าและหลัง

WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์แชร์ภาพที่ลบตัวเองใน 24 ชั่วโมงชื่อ Status

WhatsApp เพิ่มฟีเจอร์แชร์ภาพที่ลบตัวเองใน 24 ชั่วโมงชื่อ Status

มีความเป็นไปได้ว่า Android รุ่นต่อไปจะใช้ชื่อว่า Android Oreo

มีความเป็นไปได้ว่า Android รุ่นต่อไปจะใช้ชื่อว่า Android Oreo

เดือนมีนาคมนี้!! เราอาจได้เจอ iPhone 7 รุ่นสีแดง

เดือนมีนาคมนี้!! เราอาจได้เจอ iPhone 7 รุ่นสีแดง

นักพัฒนาเผย iOS 10.3 Beta 3 มีการใส่ฟีเจอร์ตามหาหูฟัง AirPods ได้แล้ว

นักพัฒนาเผย iOS 10.3 Beta 3 มีการใส่ฟีเจอร์ตามหาหูฟัง AirPods ได้แล้ว

Samsung เผลอปล่อยแอปที่เผยหน้าตาของ Galaxy S8 มาซะงั้น

Samsung เผลอปล่อยแอปที่เผยหน้าตาของ Galaxy S8 มาซะงั้น

หลุด Moto G5 ของจริงก่อนเปิดตัวสัปดาห์หน้า

หลุด Moto G5 ของจริงก่อนเปิดตัวสัปดาห์หน้า

เผยราคาของ Nokia 8 ในจีนคาดว่าอยู่แถว ๆ 16,000 บาท

เผยราคาของ Nokia 8 ในจีนคาดว่าอยู่แถว ๆ 16,000 บาท

5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์ แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น

5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์ แบรนด์ไหนดี รุ่นไหนเด่น

ถึงคราวบอกลา !! BlackBerry มีส่วนแบ่งการตลาด 0.0%

ถึงคราวบอกลา !! BlackBerry มีส่วนแบ่งการตลาด 0.0%

เล็ก - ดามิสาฐ์ จับมือ ชาย - สหรัฐ เปิดตัว SOUR Bangkok เอเจนซี่อิสระรสชาติใหม่

เล็ก - ดามิสาฐ์ จับมือ ชาย - สหรัฐ เปิดตัว SOUR Bangkok เอเจนซี่อิสระรสชาติใหม่

Sony เผย SmartWatch 3 จะไมไ่ด้ไปต่อใน Android Wear 2.0

Sony เผย SmartWatch 3 จะไมไ่ด้ไปต่อใน Android Wear 2.0

มาอัพเดทข่าววงการไอที เอไอเอสคว้า 2 รางวัลระดับโลกทางด้านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในปีนี้

มาอัพเดทข่าววงการไอที เอไอเอสคว้า 2 รางวัลระดับโลกทางด้านผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในปีนี้

หลุดสเปคและภาพตัวเครื่องของ ASUS Zenfone 3 Go มือถือสวยเรียบงบเบา ๆ

หลุดสเปคและภาพตัวเครื่องของ ASUS Zenfone 3 Go มือถือสวยเรียบงบเบา ๆ

เมื่อ Electric Vehicle(รถยนต์ไฟฟ้า) กำลังจะเปลี่ยนโลก การเตรียมพร้อมจะเป็นเช่นไร?

เมื่อ Electric Vehicle(รถยนต์ไฟฟ้า) กำลังจะเปลี่ยนโลก การเตรียมพร้อมจะเป็นเช่นไร?

แปลง Moto Z ราคา 2 หมื่น ให้เป็นวิทยุสือสารได้ง่ายแค่มี Moto Linc

แปลง Moto Z ราคา 2 หมื่น ให้เป็นวิทยุสือสารได้ง่ายแค่มี Moto Linc

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์