เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

Digital Camera

สนับสนุนเนื้อหา

แฟลชเป็นหนึ่งรูปแบบการถ่ายภาพที่มีความซับซ้อน Marcus Hawkins จะแสดงวิธีการทำให้ทุกๆ สิ่งง่ายยิ่งขึ้น…

- กล้องของผมมีแฟลชในตัวที่จะยิงออกมาเวลาที่แสงน้อย มีอย่างอื่นที่ผมต้องทราบอีกไหม?

แฟลชในกล้องของคุณสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับภาพผลลัพธ์ได้ อย่างเช่นช่วยปรับเงาภาพให้สว่างขึ้นในการถ่ายภาพบุคคลในร่ม การเพิ่มประกายตา หรือการถ่ายภาพในความมืด อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของแฟลชที่เล็ก มีกำลังต่ำ และตำแหน่งที่ตายตัวบนกะโหลกกล้อง ผลลัพธ์ที่ได้จึงค่อนข้างจำกัด และภาพที่ถ่ายจากแฟลชติดตัวกล้องนั้นก็มักจะกระด้างไร้ชีวิตชีวา

 - ทำไมถึงแย่อย่างนั้นล่ะ?

โดยตัวของมันเองก็ไม่ได้แย่หรอก แต่เนื่องจากแฟลชมักจะอยู่ในตำแหน่งเดิม แสงจึงพุ่งออกมาจากทิศทางเดียว และนี่ก็ทำให้ทางเลือกของคุณถูกจำกัด อย่างเช่นเวลาที่คุณถือกล้องในแนวตั้ง แสงแฟลชก็จะออกมาทางซ้ายหรือทางขวาของเฟรมภาพเสมอ ซึ่งมักจะก่อให้เกิดเงาพาดผ่านเข้ามาในภาพได้

นอกจากนั้นการที่แฟลชอยู่ใกล้กับเลนส์ยังเพิ่มโอกาสการเกิดอาการตาแดง (Red-eye) ซึ่งแสงจากแฟลชสะท้อนดวงตาของตัวแบบกลับเข้ามายังเลนส์ถ่ายภาพ โชคดีที่คุณไม่จำเป็นต้องลบภาพเหล่านี้ทิ้งไปเพราะคุณยังสามารถปรับแก้ภาพ ลักษณะนี้ได้ด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ

แฟลชในตัวกล้องมักมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของตัวแบบ และยิ่งคุณอยู่ห่างตัวแบบมากเท่าไหร่ แฟลชก็จะยิ่งมีขนาดเล็กลงเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแสงที่มีความกระด้างและมีทิศทางซึ่งส่งผลให้เกิดไฮไลต์ และชาโดว์ที่เข้มจัด นอกจากนั้นแฟลชป๊อปอัพยังมีกำลังต่ำทำให้แสงไม่สามารถครอบคลุมตัวแบบทั้งตัว ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ช่างภาพที่จริงจังต่างหาแฟลชภายนอกที่มีกำลังและความ ยืดหยุ่นสูงมาใช้งาน

 - อะไรคือข้อดีของแฟลชภายนอก?

นอกจากกำลังที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้แสงตกถึงตัวแบบในระยะไกลได้แล้ว ข้อดีของแฟลชประเภทนี้ก็คือความสามารถในการใช้งานแยกกับตัวกล้อง แน่นอนว่าคุณสามารถเสียบแฟลชเข้าที่ฮอตชูแฟลชแล้วใช้งานได้เลย แต่นั่นก็เป็นตำแหน่งที่จำกัดเช่นเดียวกับแฟลชป๊อปอัพในตัวกล้อง

 การย้ายตำแหน่งแฟลชให้ห่างออกมาจากตัวกล้องจะช่วยทำให้ภาพผลลัพธ์ดูเป็น ธรรมชาติและมีความสวยงามมากขึ้น ซึ่งคุณจะสามารถผสมผสานแสงแฟลชเข้ากับแสงธรรมชาติ รวมถึงการควบคุมตำแหน่งของเงาที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้สายเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างแฟลชและกล้องถ่ายภาพ แต่สายเคเบิลเหล่านี้มักจะสั้นและทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานในหลายๆ สถานการณ์

กล้อง SLR และแฟลชรุ่นใหม่ๆ จะสามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายได้ ทำให้คุณมีอิสระในการจัดวางตำแหน่งของแฟลชอย่างที่คุณต้องการได้ ในการใช้งานระบบนี้ คุณสามารถใช้แฟลชครั้งละหลายๆ ตัวและยิงแฟลชทั้งหมดพร้อมกันได้ ส่งผลให้คุณสามารถเปิดแสงในพื้นที่ขนาดใหญ่และสร้างภาพที่เปี่ยมไปด้วยความ สร้างสรรค์ได้

 - แฟลชเฉพาะกิจใช้งานยากไหม?

ถ้าย้อนกลับไปในวันที่เราต้องมานั่งคำนวณค่ากล้องและค่าแฟลชเพื่อให้ได้ ค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสมแล้วละก็ แฟลชในปัจจุบันใช้งานไม่ยากเลย เพราะกล้องจะทำการคำนวณปริมาณแสงโดยใช้ระบบ TTL (Through The Lens) ซึ่งในโหมดแฟลชแบบ TTL นั้น กล้องจะทำการวัดปริมาณแสงที่สะท้อนจากตัวแบบกลับเข้ามาในเลนส์ จากนั้นกล้องจะทำการตัดแสงแฟลชเมื่อตัวแบบได้รับแสงในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว

อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับการถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลช เพราะกล้องจะไม่มีทางหาค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำให้คุณได้ เครื่องวัดแสงจะพยายามหาค่าโทนกลาง ดังนั้นตัวแบบที่มีพื้นที่สีขาวหรือสว่างขนาดใหญ่จึงมักทำให้ภาพผลลัพธ์เข้ม กว่าที่ควรจะเป็น นั่นก็เพราะกล้องจะตัดแสงแฟลชเร็วกว่าที่ควรเนื่องจากกล้องคิดว่าตัวแบบโทน สว่างนั้นเป็นตัวแบบโทนกลางที่อาจจะได้รับแสงโอเวอร์ ส่วนตัวแบบโทนสีเข้มก็จะมีเอฟเฟ็คท์ตรงกันข้าม เพราะแฟลชจะเพิ่มปริมาณแสงเข้าไปเพื่อทำให้ตัวแบบสีเข้มมีโทนที่สว่างมาก ยิ่งขึ้น

“กล้อง SLR และแฟลชรุ่นใหม่ๆ มีระบบเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายที่ให้อิสรภาพในการทำงานแก่คุณ”

 อธิบาย ข้อดีของแฟลชเฉพาะกิจ

เปิดแสงให้ตัวแบบของคุณในขณะที่ควบคุมทุกอย่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ

แฟลชเฉพาะกิจมีความสามารถในการควบคุมและมีกำลังสูงกว่าแฟลชป๊อปอัพในตัว กล้อง อุปกรณ์ชิ้นนี้มีขนาดใหญ่กว่าแฟลชป๊อปอัพมาก คุณสามารถควบคุมแสงจากทิศทางที่คุณต้องการได้ ถ้าหากคุณอยากจะอัพเกรดแฟลชของคุณ เลือกหัวแฟลชเฉพาะกิจเป็นรายการแรกของคุณเลย

แฟลชเฉพาะกิจถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบกล้องที่กำหนดและมีความ สามารถในการควบคุมระบบอัตโนมัติต่างๆ จำนวนมาก แต่นั่นไม่ได้หมายถึงแฟลชที่ผลิตโดยผู้ผลิตกล้องเท่านั้น เพราะยังมีแฟลชเฉพาะกิจจากบริษัทอื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่าให้คุณเลือกด้วยเช่นกัน

DCM143.shoot_basics.off_camera03

แยกนอกตัวกล้อง

อุปกรณ์ที่สำคัญ

สายแยกแฟลช (Off-camera) จะช่วยให้คุณรักษาการเชื่อมต่อระหว่างแฟลชและกล้องถ่ายภาพ แต่คุณจะมีอิสระในการวางตำแหน่งของ แฟลช เพื่อที่จะปรับแสงแฟลชให้นุ่มนวลมากขึ้น ให้ใช้อุปกรณ์กรองแสงสวมทับที่ แฟลช อุปกรณ์ตัวนี้มีหลายสไตล์และขนาดให้คุณเลือกในท้องตลาด

DCM143.shoot_basics.position01

บนตัวกล้อง

หัวแฟลชที่ยืดหยุ่น

ส่วนหัวของแฟลชสามารถหมุนในตำแหน่งแนวตั้งและแนวนอนได้หลายทิศทาง ความสามารถในการเคลื่อนไหวนี้มีประโยชน์เวลาที่คุณถ่ายภาพในอาคาร มันทำให้คุณสามารถยิงแสงแฟลชสะท้อนเพดานหรือกำแพงเพื่อปรับแสงให้มีลักษณะ ที่กว้างและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น

 อธิบาย        

การตั้งค่ากล้อง

วิธีการปรับค่ากำลังแฟลชด้วยสามวิธีง่ายๆ และรวดเร็ว…

DCM143.shoot_basics.expose01

ค่าการเปิดรับแสงแฟลช

วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ภาพถ่ายแสงแฟลชของคุณมืดหรือสว่างขึ้นนั้นก็ คือการชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลช ให้คุณกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์แฟลช +/- แล้วหมุนแป้นควบคุมเพื่อปรับค่าให้ภาพสว่างขึ้น (+) หรือมืดลง (-)

DCM143.shoot_basics.expose02

เปลี่ยนช่องรับแสง

เลือกช่องรับแสงขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มระยะทางของแสงแฟลชให้ไกลมาก ขึ้น แฟลชรุ่นสูงๆ จะมีจอด้านหลังซึ่งคุณสามารถดูข้อมูลและกำหนดระยะของแสงแฟลชได้ ค่าแฟลชจะเพิ่มขึ้นและลดลงตามที่คุณปรับเปลี่ยนค่าช่องรับแสง

DCM143.shoot_basics.expose03

เปลี่ยน ISO

การเพิ่มค่าช่องรับแสงจะช่วยเพิ่มระยะของแสงแฟลช วิธีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อแสงแฟลชเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อค่าการเปิดรับแสงโดยรวมด้วย ดังนั้นให้คุณตรวจดูค่าความไวชัตเตอร์ไม่สูงเกินกว่าค่าความไวสัมพันธ์แฟลช ซึ่งจอข้อมูลอาจมีการกระพริบเตือน

 - ผมจะปรับเปลี่ยนค่าการเปิดรับแสงแฟลชได้อย่างไร?

มีอยู่หลายวิธีด้วยกันที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพและปริมาณของแสงแฟลช ได้ แต่ปัจจัยที่มีผลต่อค่าการเปิดรับแสงแฟลชในภาพมากที่สุดก็คือช่องรับแสง ยิ่งช่องรับแสงมีขนาดใหญ่เท่าใด ภาพๆ นั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้แสงมากนักสำหรับค่าการเปิดรับแสงแฟลช ดังนั้นคุณจึงสามารถเปิดแสงให้ตัวแบบที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วยแสงแฟลช ส่วนช่องรับแสงขนาดเล็กทำให้คุณต้องใช้แสงจำนวนมากในการสร้างค่าการเปิดรับ แสง ดังนั้นแฟลชจึงจำเป็นต้องอยู่ใกล้กับตัวแบบมากขึ้น

นอกจากนั้นการเพิ่มค่า ISO ยังสามารถใช้ในการเพิ่มระยะการทำงานของแสงแฟลชได้ ค่า ISO สูงจะทำให้เซ็นเซอร์มีความไวต่อแสงมากขึ้น แต่การปรับเปลี่ยนค่าทั้งสองนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อค่าการเปิดรับแสงที่กำหนด ด้วยเครื่องวัดแสง TTL โดยตรง การที่ปรับค่าการเปิดรับแสงที่ถูกคำนวณออกมานั้น คุณสามารถใช้คำสั่งชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลช (Flash compensation) ในกล้องเพื่อสั่งให้ภาพต่อไปนั้นมืดหรือสว่างขึ้นได้ การปรับชดเชยแสงในทางบวกจะทำให้ค่าการเปิดรับแสงแฟลชสว่างขึ้น ขณะที่การปรับในทางลบก็จะทำให้ภาพมืดลง

 - กล้องของผมมีโหมด “Sync” หลายโหมด ผมควรใช้โหมดไหน?

ค่าแฟลชแบบ “First Curtain Sync” นั้นเหมาะกับการถ่ายภาพทั่วไป อย่างไรก็ตาม มีบางโอกาสที่แบบ “ม่านชัตเตอร์ชุดสอง” หรือ “Rear Curtain Sync” จะเหมาะกว่า อย่างในกรณีที่คุณแพนกล้องเพื่อถ่ายภาพตัวแบบที่เคลื่อนที่

ในโหมดม่านชัตเตอร์ชุดแรกนั้น แฟลชจะยิงออกไปเวลาที่คุณกดปุ่มลั่นชัตเตอร์ ทำให้คุณสามารถกะจังหวะในการถ่ายภาพได้ ส่วนในโหมดม่านชัตเตอร์ชุดสองนั้น แฟลชจะถูกยิงออกไปในช่วงท้ายของค่าการเปิดรับแสง แม้ว่าคุณจะกะจังหวะการถ่ายภาพยากขึ้น แต่ “เส้น” ความเบลอที่เกิดขึ้นการจากเคลื่อนไหวจะปรากฏอยู่ด้านหลังของตัวแบบ กล้องของคุณอาจจะมีโหมด High Speed Sync และ Slow Speed Sync ซึ่งเราได้อธิบายไว้ในกรอบทางด้านขวานี้แล้ว

คำแนะนำในการถ่ายภาพ ปัญหาการใช้แฟลช

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาที่คุณถ่ายภาพด้วยแฟลช

 DCM143.shoot_basics.prob_reflect

วัตถุสะท้อนแสง? เพิ่มกำลังไฟ

ระบบวัดแสงแฟลชอาจสับสนเมื่อเจอวัตถุที่สะท้อนแสง แสงที่สะท้อนกลับเข้ามาที่เลนส์จะส่งผลให้กล้องตัดแสงแฟลชก่อนเวลาที่เหมาะ สม ในการแก้ปัญหานี้ ให้ปรับชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลชไปในทางบวก หรือเล็งเลนส์ไปที่ฉากหลังแล้วใช้คำสั่ง Flash Exposure Lock เพื่อค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำ

 

DCM143.shoot_basics.prob_wide

ขอบภาพดำ? เลนส์กว้างเกินไป

แฟลชจะให้แสงสว่างครอบคลุมช่วงความยาวโฟกัสที่จำกัด (อย่างเช่น 24 มม. ถึง 105 มม.) ส่วนแฟลชรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบซูมให้เข้ากับทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นเลนส์มุมกว้าง คุณอาจต้องใช้แฟลชร่วมกับแผ่นกระจายแสงมุมกว้างที่ซ้อนอยู่บริเวณหัวแฟลชได้

DCM143.shoot_basics.prob_back

ฉากหลังมืด? ปรับให้ช้าลง

ถ้าฉากหลังในภาพที่ใช้แฟลชนั้นมืดมากๆ ให้คุณตั้งกล้องไว้ที่โหมด Slow Sync Flash วิธีนี้จะตั้งค่าความไวชัตเตอร์ให้ช้าลงเพื่อบันทึกรายละเอียดฉากหลังได้มาก ขึ้น แต่ถ้าความไวชัตเตอร์ที่ใช้นั้นต่ำเกินกว่าที่จะได้ภาพที่คมชัดแล้วล่ะก็ ให้เพิ่มค่า ISO จนกระทั่งคุณได้ค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงพอที่จะถือกล้องถ่ายได้

วิธีการ ตั้งค่า Sync

ใช้ค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงที่สุดเวลาเชื่อมต่อแฟลช

ค่าความไวชัตเตอร์จะมีอิทธิพลต่อปริมาณแสงธรรมชาติที่จะถูกบันทึกลงในภาพ และมีบทบาทที่สำคัญของความสัมพันธ์แฟลชหรือ “X-sync” นี่คือค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงที่สุดที่คุณสามารถเลือกใช้ได้เวลาที่คุณใช้ งานร่วมกับแฟลช โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ราวๆ 1/200 วินาที

DCM143.shoot_basics.sync_highspeed_yes

High Speed Sync

ค่าความสัมพันธ์แฟลชที่มีค่าจำกัดนั้นอาจมีปัญหาในการถ่ายภาพภายใต้สภาพ แสงที่สว่างจ้า ทางออกก็คือ การใช้โหมด High Speed Sync ในแฟลชของคุณ หรือไม่เช่นนั้นคุณสามารถใช้ช่องรับแสงที่เล็กลง และ/หรือเลือกใช้ค่า ISO ที่ต่ำลงเพื่อลดค่าความไวชัตเตอร์สำหรับค่าการเปิดรับแสงธรรมชาติให้อยู่ใน ระดับเดียวกับค่าความสัมพันธ์แฟลช

DCM143.shoot_basics.sync_slow

Slow Sync

เปลี่ยนมาใช้โหมด Slow Sync เวลาถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย กล้องจะทำการเลือกค่าการเปิดรับแสงที่นานกว่าค่าการใช้แฟลชปกติ การเคลื่อนไหวของกล้องหรือตัวแบบที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึกไว้ ดังนั้นถ้าคุณไม่ต้องการความเบลอที่มากเกินไป (อย่างในภาพด้านบน) ให้คุณตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องหรือเพิ่มค่า ISO

สนับสนุนเนื้อหา: www.digitalcamera-thailand.com

Advertisement Replay Ad
สรุปข้อมูล Huawei Mate 10 สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำหลังเปิดตัว พร้อมราคาและวันจำหน่าย

สรุปข้อมูล Huawei Mate 10 สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำหลังเปิดตัว พร้อมราคาและวันจำหน่าย

หลุดสเปคและภาพแรกของมือถือ Razer ที่มาพร้อมกับ RAM 8GB

หลุดสเปคและภาพแรกของมือถือ Razer ที่มาพร้อมกับ RAM 8GB

Nubia เปิดตัว Z17S และ Z17 miniS มือถือรุ่นอัปเกรดความสามารถ ที่สวยไม่เบา

Nubia เปิดตัว Z17S และ Z17 miniS มือถือรุ่นอัปเกรดความสามารถ ที่สวยไม่เบา

Canon เผยโฉม G1X Mark 3 กล้องคอมแพครุ่นใหม่ที่ใช้เซนเซอร์แบบ APS-C รุ่นแรก

Canon เผยโฉม G1X Mark 3 กล้องคอมแพครุ่นใหม่ที่ใช้เซนเซอร์แบบ APS-C รุ่นแรก

แนะนำ 10 มือถือราคาไม่เกิน 8,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้

แนะนำ 10 มือถือราคาไม่เกิน 8,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้

บริการประทับใจ Apple ยังรับเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีสำหรับ MacBook Pro รุ่นเก่า

บริการประทับใจ Apple ยังรับเปลี่ยนแบตเตอรี่ฟรีสำหรับ MacBook Pro รุ่นเก่า

เมื่อสายชาร์จ iPhone แตก พัง เสียหาย ทำไงดี

เมื่อสายชาร์จ iPhone แตก พัง เสียหาย ทำไงดี

เผยโฉม Samsung Galaxy J2 (2017) รุ่นใหม่แล้ว

เผยโฉม Samsung Galaxy J2 (2017) รุ่นใหม่แล้ว

วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้พาสเวิร์ดด้วยการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน

วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้พาสเวิร์ดด้วยการตรวจสอบ 2 ขั้นตอน

เผยโฉม Huawei Y6 Pro (2017) มือถือสเปคดี บอดี้โลหะ ในราคาไม่แพง พร้อมขายในยุโรปก่อน

เผยโฉม Huawei Y6 Pro (2017) มือถือสเปคดี บอดี้โลหะ ในราคาไม่แพง พร้อมขายในยุโรปก่อน

Tim Cook ยืนยัน ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่ดีพอที่จะสามารถสร้างแว่น AR คุณภาพสูงได้

Tim Cook ยืนยัน ยังไม่มีเทคโนโลยีใดที่ดีพอที่จะสามารถสร้างแว่น AR คุณภาพสูงได้

ซีอีโอ Samsung ประกาศลาออก  อ้างถึงวิกฤติครั้งใหญ่ที่บริษัทต้องเผชิญ

ซีอีโอ Samsung ประกาศลาออก อ้างถึงวิกฤติครั้งใหญ่ที่บริษัทต้องเผชิญ

เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

Google ยอมลดราคาตัวแปลง USB-C เป็นช่องเสียบหูฟังให้เท่ากับของ Apple

Google ยอมลดราคาตัวแปลง USB-C เป็นช่องเสียบหูฟังให้เท่ากับของ Apple

ภาพคอนเซปท์ Huawei P11 สุดเจ๋ง น่าใช้สุดๆ ก่อนเจอตัวจริงคืนนี้

ภาพคอนเซปท์ Huawei P11 สุดเจ๋ง น่าใช้สุดๆ ก่อนเจอตัวจริงคืนนี้

ซีเรียส Google เผยเหตุผลที่ถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม ออกใน Pixel 2

ซีเรียส Google เผยเหตุผลที่ถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม ออกใน Pixel 2

สมาร์ทโฟน ม้วนงอได้ อาจเริ่มผลิตในปี 2020

สมาร์ทโฟน ม้วนงอได้ อาจเริ่มผลิตในปี 2020

เผยราคา Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro ครบทุกรุ่น!

เผยราคา Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro ครบทุกรุ่น!

11 เหตุผลที่ iPhone 6s ยังน่าใช้มากกว่า iPhone 8 และ iPhone X

11 เหตุผลที่ iPhone 6s ยังน่าใช้มากกว่า iPhone 8 และ iPhone X

9 สมาร์ทโฟนจอใหญ่แบตอึดรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ในราคาไม่เกิน 6,000 บาท รุ่นไหนจอใหญ่สุด

9 สมาร์ทโฟนจอใหญ่แบตอึดรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ในราคาไม่เกิน 6,000 บาท รุ่นไหนจอใหญ่สุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์