แนะฉลาดใช้ "สมาร์ทโฟน" ไม่เปลืองเงิน-ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์

แนะฉลาดใช้ "สมาร์ทโฟน" ไม่เปลืองเงิน-ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์

แนะฉลาดใช้ "สมาร์ทโฟน" ไม่เปลืองเงิน-ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

แนะฉลาดใช้ "สมาร์ทโฟน" ไม่เปลืองเงิน-ลดเสี่ยงภัยไซเบอร์

ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ของผู้คนในสังคม ยิ่งเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาให้มือถือธรรมดาฉลาดขึ้น กลายเป็น "สมาร์ทโฟน" ความสามารถของอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่รับสาย-โทร.เข้าโทร.ออก แต่เป็นช่องทางเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโซเชียลเน็ตเวิร์ก แม้แต่เป็นธนาคารเคลื่อนที่ ขณะที่ฝั่งผู้ให้บริการอย่างค่ายมือถือต่าง ๆ ก็สรรหาบริการใหม่ ๆ มากระตุ้นความต้องการใช้งานของผู้บริโภคด้วยเงื่อนไขที่ซับซ้อนมากขึ้น

ผู้บริโภคยุคนี้จึงจำเป็นต้องรู้เท่าทัน ทั้งความฉลาดของอุปกรณ์ และสารพัดเงื่อนไขของโอเปอเรเตอร์

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) และสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคสากล (Consumer International) จัดเสวนาในหัวข้อ "การคุ้มครองผู้บริโภคในยุคดิจิทัล" ขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

"อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์" นักวิชาการจาก Siam Intelligence Units กล่าวว่า ในอดีตบริการเสริมของโทรศัพท์มือถือคือการส่ง SMS, MMS, การดาวน์โหลดริงโทน และคอนเทนต์ต่าง ๆ แต่เมื่อโมบายอินเทอร์เน็ตเกิดขึ้น ทำให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการกลุ่มนี้ได้ฟรี ๆ บรรดาโอเปอเรเตอร์จึงต้องหาลูกเล่นใหม่ ๆ มาทดแทน อาทิ การออกแพ็กเกจดาต้าแบบ Unlimited ที่มาพร้อม Limited Speed เช่น ให้บริการดาต้าที่ความเร็วสูงสุด 3 GB ถ้าใช้เกินเงื่อนไข (Fair Usage Policy) ความเร็วจะลดลงเหลือ 128 Kbps

ส่วนบรรดาแพ็กเกจการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ ในราคา 15 บาทต่อวัน ถ้าอ่านเงื่อนไขการให้บริการแบบละเอียดจะพบว่า ราคานี้ต้องใช้งานผ่าน url คือ www.facebook.com เท่านั้น ถ้าไปใช้เฟซบุ๊กผ่านแอปพลิเคชั่นต้องจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ตคิดเป็นนาทีด้วย หรือแพ็กเกจให้เล่นเกม Cookie Run ฟรีโดยไม่ต้องสมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต แต่มีเงื่อนไขว่าบริการฟรีนี้ไม่รวมการส่ง Notification ต่าง ๆ ที่ผ่านแอปพลิเคชั่นนี้ ฉะนั้น ถ้าผู้เล่นส่ง Notification ให้เพื่อนจะโดนคิดค่าบริการเป็นนาทีทันที

ขณะที่การซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น หนังสือ โดยใช้บัตรเครดิตจ่ายเงินผ่านแอปพลิเคชั่นก็มีความเสี่ยงที่จะโดนแฮกข้อมูล รวมไปถึงความปลอดภัยในการส่งข้อความผ่านแอปต่าง ๆ

ด้าน "ชยุตม์ สิงห์ธงธำรงกุล" ผู้เชี่ยวชาญจาก ACIS Professional Center กล่าวว่าโมบายแพลตฟอร์มเป็นที่นิยมมากขึ้น บรรดาอาชญากรจึงพัฒนามัลแวร์ขึ้นมาโจมตี ทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระบบอย่างภัยไซเบอร์รูปแบบใหม่ คือ Euro Grabber ที่แฮกเกอร์ใช้แพลตฟอร์มบนโทรศัพท์มือถือขโมยข้อมูลและรหัสผ่านของผู้บริโภคแล้วนำไปขโมยเงินในบัญชีของธนาคารในยุโรปช่วงก่อนนี้ ซึ่งทางธนาคารไม่ยอมชดใช้ความเสียหายให้ และโยนว่าเป็นความผิดของผู้บริโภคเองที่ใช้แพลตฟอร์มบนโทรศัพท์มือถือ ทั้งการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ จาก "Play Store" มาใช้งาน

"กูเกิลไม่ได้สกรีนการออกแพลตฟอร์มต่าง ๆ จนมีการส่งแอปปลอมเข้าไปใน Play Store ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของคนที่โหลดแอปปลอมไปใช้ได้ รวมถึงการดักจับ SMS ที่ทางธนาคารจะส่งรหัส OTP (One Time Password) ไปให้เจ้าของบัญชี เป็นการเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยแบบ 2 ชั้นของธนาคารไปได้ และแม้ใน App Store ก็มีการฟิชชิ่ง Apple ID ด้วย"

ในโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ก็มีกรณีนี้เหมือนกัน นักพัฒนา Line เองก็รู้ถึงปัญหานี้และพยายามปิดช่องโหว่มาตลอด เช่นเดียวกับการใช้ Free Wi-Fi ก็มีความเสี่ยง บรรดาอีเมล์หรือการจ่ายเงินออนไลน์พวกแฮกเกอร์ก็สามารถเข้าไปเจาะข้อมูลได้หมด ติดตามผู้บริโภคได้ทั่วโลกโดยที่ผู้บริโภคไม่รู้ตัว

วิธีป้องกันตัวของผู้บริโภคคือ ต้องสร้างพาสเวิร์ดที่รัดกุม ไม่ใช้พวกวันเดือนปีเกิด ตัวเลขเรียง ๆ กัน และหมั่นเปลี่ยนรหัสบ่อย ๆ ที่สำคัญคือต้องปิดฟีเจอร์เชื่อมต่ออัตโนมัติ เพื่อไม่ให้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อกับ Wi-Fi ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบหรือแน่ใจว่าเป็น AccessPoint ที่ปลอดภัย เพราะปัจจุบันแฮกเกอร์ได้มีการสร้าง AccessPointปลอมเพื่อคอยดักข้อมูลของผู้ที่ใช้ Wi-Fi ในที่สาธารณะด้วย

และแม้ว่าภัยจากการใช้โทรศัพท์มือถือจะซับซ้อนขึ้นตามความสมาร์ทของโทรศัพท์แล้ว แต่ปัญหาดั้งเดิมสุดคลาสสิกก็ยังคงอยู่

"ประชาชาติธุรกิจ" ค้นข้อมูลจากกลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม "กสทช." พบว่าในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 นี้ มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาถึง 281 เรื่อง แยกเป็นปัญหามาตรฐานการให้บริการ อาทิ อินเทอร์เน็ตช้าเกินไป สายหลุด 108 เรื่อง การคิดค่าบริการผิดพลาด 53 เรื่อง ปัญหาการยกเลิกบริการ 45 เรื่อง ปัญหาจากบริการเสริม 24 เรื่อง ที่เหลือเป็นประเด็นอื่น ๆ อาทิ การให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง การกำหนดระยะเวลาใช้บริการ ฯลฯ

"ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา" กรรมการ กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า เกือบทุกปัญหาไม่ว่าจะเป็นบิลช็อก ค่าโทร.เกิน หรือข้อความกวนใจ ล้วนมีสาเหตุหลักมาจากการที่ผู้บริโภคได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวงเงินค่าใช้บริการ คิดว่าถ้าใช้เกินแล้วค่ายมือถือจะตัดบริการให้เอง รวมถึงความไม่รู้วิธีการเปิด-ปิดการใช้งานบนอุปกรณ์

อย่างกรณีปัญหาบิลช็อกจากการนำโทรศัพท์ไปใช้งานในต่างประเทศ กสทช.ได้เปิดแคมเปญ "ปิดเน็ตก่อนไปนอก" ให้ผู้บริโภค "กด *106# แล้วโทร.ออก" เพื่อปิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศ และได้พยายามกำชับผู้ประกอบการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค

"เมื่อ มี.ค. กสทช.ได้คุยกับค่ายมือถือขอให้จำกัดวงเงินค่าบริการโรมมิ่ง แต่ทางเอไอเอสกับดีแทคแจ้งว่าทำไม่ได้ เพราะต้องเปลี่ยนโปรโตคอลในระบบซึ่งมีต้นทุนสูง ขณะที่ทรูได้รับประเด็นนี้ไปพิจารณา"

ส่วนปัญหาการสมัครบริการเสริมโดยไม่ตั้งใจหรือถูกเก็บเงินจาก SMS ขยะทั้งหลาย กสทช.เพิ่งร่วมกับโอเปอเรเตอร์เปิดบริการ "กด *137 ยกเลิก SMS กวนใจ" รวมถึงกำลังศึกษาปัญหาด้านคุณภาพบริการอื่น ๆ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ กสทช.เรื่องมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทเสียง ขณะเดียวกัน ยังติดตามเรื่องการคิดค่าบริการสูงเกินกว่านาทีละ 99 สตางค์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย

ด้าน "สารี อ๋องสมหวัง" ประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านโทรคมนาคม กล่าวว่า ผู้บริโภคกำลังเผชิญกับความท้าทายในการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพ การรับเรื่องร้องเรียนที่ยุ่งยากซับซ้อน ผู้บริโภคเองไม่มีความรู้ด้านสิทธิ์ ขณะเดียวกัน ฝั่งผู้ประกอบการก็เลือกที่จะฟ้องศาลเพื่อเพิกถอนประกาศของ กสทช.มากกว่าจะปฏิบัติตาม

Advertisement Replay Ad
วิธีล้างประวัติ "บราวเซอร์" ออกจาก iPhone และ iPad

วิธีล้างประวัติ "บราวเซอร์" ออกจาก iPhone และ iPad

พบปัญหา Pixel บางเครื่องไม่สามารถรับข้อความได้

พบปัญหา Pixel บางเครื่องไม่สามารถรับข้อความได้

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

9 เรือธง RAM 6GB พร้อมกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้

9 เรือธง RAM 6GB พร้อมกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้

โตโยต้าเตรียมทดสอบรถไร้คนขับปี 2020 ชูจุดเด่น AI

โตโยต้าเตรียมทดสอบรถไร้คนขับปี 2020 ชูจุดเด่น AI

พบบั๊กใหม่บน iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด กดเข้าไปดูรูปภาพภายในเครื่องได้แม้จะล็อคหน้าจออยู่

พบบั๊กใหม่บน iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด กดเข้าไปดูรูปภาพภายในเครื่องได้แม้จะล็อคหน้าจออยู่

5 เหตุผลที่ Google Pixel 2 ดีกว่า iPhone 8

5 เหตุผลที่ Google Pixel 2 ดีกว่า iPhone 8

เผยผลทดสอบ Huawei Mate 10 ก็ยังแรงแซง iPhone 8 Plus ไม่ได้อยู่ดี

เผยผลทดสอบ Huawei Mate 10 ก็ยังแรงแซง iPhone 8 Plus ไม่ได้อยู่ดี

7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

Google Photos ให้คุณแชร์รูป Live Photos แบบเคลื่อนไหวได้ ไปยังอุปกรณ์ทั้ง PC และ Android

Google Photos ให้คุณแชร์รูป Live Photos แบบเคลื่อนไหวได้ ไปยังอุปกรณ์ทั้ง PC และ Android

รู้จักกับ Romeo Power Saber แบเตอรี่เสริมเพื่อคนติด Notebook

รู้จักกับ Romeo Power Saber แบเตอรี่เสริมเพื่อคนติด Notebook

ส่อง! คุณสมบัติใหม่ๆ และดีไซน์ของ Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro

ส่อง! คุณสมบัติใหม่ๆ และดีไซน์ของ Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro

งามหยด!! ภาพ Concept ของ iPhone 5X สุดยอดมือถือลูกผสม

งามหยด!! ภาพ Concept ของ iPhone 5X สุดยอดมือถือลูกผสม

เช็คจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ ผ่านแอพ Thailand Tourism Map

เช็คจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ ผ่านแอพ Thailand Tourism Map

Logitech เปิดตัว 2 ลำโพงอัจฉริยะ มีนามว่า UE Blast และ MegaBlast

Logitech เปิดตัว 2 ลำโพงอัจฉริยะ มีนามว่า UE Blast และ MegaBlast

ซ่อมง่ายกว่าที่คิด iFixit แกะ Pixel 2 XL ได้คะแนนความง่ายในการซ่อม 6 เต็ม 10

ซ่อมง่ายกว่าที่คิด iFixit แกะ Pixel 2 XL ได้คะแนนความง่ายในการซ่อม 6 เต็ม 10

เมื่อไหร่สมาร์ทโฟนรุ่นเด่นของแต่ละค่ายจะได้ใช้ Android 8.0 Oreo

เมื่อไหร่สมาร์ทโฟนรุ่นเด่นของแต่ละค่ายจะได้ใช้ Android 8.0 Oreo

Samsung Gear S3 Golf Edition เวอร์ชั่นพิเศษ เพื่อคนชอบกีฬาตีกอล์ฟ

Samsung Gear S3 Golf Edition เวอร์ชั่นพิเศษ เพื่อคนชอบกีฬาตีกอล์ฟ

ชมภาพ iPhone X ที่มีการตกแต่งด้วย ทองและเพชร สวยอลังการ ราคาไม่ต้องพูดถึง

ชมภาพ iPhone X ที่มีการตกแต่งด้วย ทองและเพชร สวยอลังการ ราคาไม่ต้องพูดถึง

พบ “รถยนต์ไร้คนขับของ Apple” ดีไซน์ประหลาด : ติดตั้งเซ็นเซอร์ 6 ตัว บนหลังคา

พบ “รถยนต์ไร้คนขับของ Apple” ดีไซน์ประหลาด : ติดตั้งเซ็นเซอร์ 6 ตัว บนหลังคา

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์