อยากเป็นคนที่ถูกลืมบนอินเตอร์เน็ต

อยากเป็นคนที่ถูกลืมบนอินเตอร์เน็ต

อยากเป็นคนที่ถูกลืมบนอินเตอร์เน็ต

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

อยากเป็นคนที่ถูกลืมบนอินเตอร์เน็ต

Cool Tech จิตต์สุภา ฉิน @Sue_Ching Facebook.com/JitsupaChin ที่มา นิตยสารมติชนสุดสัปดาห์

ปกติแล้วเวลาต้องการจะพูดถึงคนที่มีความทรงจำยอดเยี่ยมและมักจะไม่ลืมอะไรง่ายๆ สำนวนสุภาษิตภาษาอังกฤษจะนำไปเปรียบกับช้างซึ่งเป็นสัตว์ที่อาศัยการจดจำได้ แม่นยำในการเอาตัวรอด จนกลายเป็นคำกล่าวว่า Elephants never forget หรือช้างไม่เคยลืม


แต่มาในยุคดิจิตอลแบบทุกวันนี้ มีอะไรอย่างหนึ่งที่จดจำได้เหนือชั้นยิ่งกว่าช้างเสียอีก จำไว้ขึ้นใจ และจารึกเอาไว้เป็นหลักฐานอีกเนิ่นนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้

สิ่งนั้นก็คืออินเตอร์เน็ตค่ะ

กิจกรรม ที่เราทุกคนน่าจะทำและควรทำกันบ่อยๆ ในที่ลับตาคนไม่มีพยานรู้เห็น (เพราะอาจจะถูกครหาว่าเช็กเรตติ้ง) ก็คือการป้อนชื่อตัวเองเข้าไปในเสิร์ชเอ็นจิ้นแล้วดูว่าจะได้ผลลัพธ์อะไร กลับออกมาบ้าง เพื่อที่จะให้รู้ว่าถ้าหากมีใครสักคนเสิร์ชชื่อเรา เขาคนนั้นจะได้เห็นอะไร

เพราะอย่าลืมนะคะว่าทุกวันนี้คนเรารู้จักกันใหม่ๆ สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบก่อนก็คือดูว่ามีใครพูดถึงคนคนนั้นว่าอย่างไรบ้างบน โลกอินเตอร์เน็ต

เป็นวิธีชั้นเยี่ยมที่แผนกทรัพยากรบุคคลของบริษัทจะใช้ในการค้นคว้าหาข้อมูล เบื้องต้นว่าผู้สมัครแต่ละคนเหมาะจะรับเข้ามาทำงานหรือเปล่า

ถ้าหากผลลัพธ์ที่ได้จากการเสิร์ชชื่อเราออกมาสวยงาม ดูดีมีชาติตระกูล เคยได้รับรางวัลยกย่องเกียรติคุณมามากมาย มีแต่คนพูดถึงด้วยความรักใคร่ อันนั้นก็โชคดีไป ถือว่ามีตัวตนบนอินเตอร์เน็ตที่สะอาดสะอ้านน่าคบหา ยังความประทับใจแรกเริ่มให้แก่ผู้เสิร์ชเห็น

แต่ถ้าหากกลับกัน สิ่งที่พบกลายเป็นภาพน่าขายหน้าตอนเมาหัวราน้ำในงานปาร์ตี้กับเพื่อนมหาวิทยาลัยหลังสอบเสร็จ

มีชื่อเข้าไปพัวพันอยู่ในกระทู้ฉาวบนเว็บบอร์ดชื่อดังของประเทศไทย เคยมีคนเขียนพาดพิงถึงให้เสียๆ หายๆ หรือถูกดำเนินคดีเมื่อครั้งหนึ่งนานมาแล้ว อันนี้ก็จะกลายเป็นตราบาปที่ประทับหน้าผากเอาไว้ไม่รู้เลือน จะลบก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะมันเป็นข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์ของคนอื่นซึ่ง กระจัดกระจายไปทั่ว

เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นกับชายคนหนึ่งซึ่งนำมาสู่ประเด็นที่เราโปรยกันเอาไว้ตั้งแต่ต้นว่าอินเตอร์เน็ตไม่เคยลืม

เมื่อ 16 ปีที่แล้วชายชาวสเปนคนหนึ่งเคยประสบกับปัญหาด้านการเงินอย่างหนักหน่วงจนถูก นำทรัพย์สินส่วนตัวไปออกขายทอดตลาด และในตอนนั้นก็กลายเป็นข่าวอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ต่างๆ ข่าวเหล่านั้นท้ายที่สุดก็มาลงเอยอยู่บนสื่อออนไลน์ด้วย

เวลาผ่านไปสถานะทางการเงินของเขาดีขึ้น เขาก็อยากจะโยนประสบการณ์ร้ายๆ ทิ้งไปแล้วเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง

ปัญหาก็คือ ทุกครั้งที่มีการเสิร์ชหาชื่อของเขา ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นข่าวเกี่ยวกับการขายทอดตลาดทรัพย์สินในครั้งนั้น เป็นปีศาจที่วนเวียนหลอกหลอนอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันและทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อ เสียงไม่รู้จบ จนเขาต้องร้องขอให้มีการลบชื่อของเขาออกจากผลลัพธ์ที่ได้จากการเสิร์ชผ่าน เว็บไซต์ Google

เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจไปทั่วโลก หลังจากที่ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรปที่ตั้งอยู่ในลักเซมเบิร์กได้ตัดสิน เข้าข้างเขา โดยเห็นควรให้เขาได้รับสิทธิซึ่งขนานนามกันว่า right to be forgotten หรือสิทธิที่จะถูกลืมนั่นเอง

ผลจากการตัดสินในครั้งนี้ทำให้ Google ต้องลบชื่อของเขาที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ขายทอดตลาดทรัพย์สินออกจาก ผลลัพธ์การค้นหาทั้งหมด แม้เนื้อหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาจะยังอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ เหมือนเดิม แต่ลิงก์ไปยังเนื้อหาเหล่านั้นจะไม่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าผลลัพธ์การค้นหาของ Google ให้คลิกเข้าไปถึงได้ง่ายๆ อีกต่อไป

และทำให้เรื่องน่าอับอายของเขาจะถูกลืมไปได้ในที่สุด หรืออย่างน้อยก็ไม่โผล่ขึ้นมาประจานโจ่งแจ้งเหมือนเก่า

แม้จะเป็นข่าวดีสำหรับชายสเปนคนนั้นและคนอื่นๆ อีกจำนวนมากที่อยากเดินตามรอยเขาด้วยการขอให้มีการนำข้อมูลน่าอายของตัว เองออกจากผลลัพธ์การค้นหาบน Google เหมือนกัน

แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่ใช่ว่าใครขอก็จะทำให้ได้ เนื่องจากมันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก ระหว่างสิทธิที่จะถูกลืม กับ สิทธิที่จะได้รู้

เพราะการให้สิทธิกับกลุ่มแรก ก็จะหมายถึงลดทอนสิทธิของกลุ่มหลัง ซึ่งนำไปสู่การเซ็นเซอร์ข้อมูลออนไลน์ในที่สุด

จะทำอย่างไรให้ทุกคนได้รับสิทธิที่จะถูกลืมโดยที่ไม่เป็นการลบประวัติศาสตร์ ไปพร้อมๆ กันด้วย เพราะจริงอยู่ว่าถึงแม้สื่อต่างๆ จะตีพิมพ์ข่าวออนไลน์ได้เหมือนเดิม แต่หากเสิร์ชเอ็นจิ้นยักษ์ใหญ่อย่าง Google ไม่แสดงผลให้เห็นแล้ว การเข้าถึงก็คงจะยากขึ้นกว่าเดิมมาก จนกลายเป็นการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไปได้ เรื่องนี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

หลังจากการตัดสินครั้งนั้น Google ก็เปิดให้มีการกรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอให้บริษัทพิจารณาลบผลลัพธ์การค้น หาบางอย่างออกจากการค้นหาชื่อของตัวเองได้ ภายในวันแรกที่เปิดให้กรอกแบบฟอร์มได้ก็มีคนส่งเข้ามามากกว่า 12,000 คน หรือประมาณ 20 คำขอต่อนาที

ซึ่งทาง Google ก็จะต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไปว่าคำขอของแต่ละคนตรงกับมาตรฐานข้อกำหนดของบริษัทแค่ไหน ในตอนนี้เปิดให้กรอกแบบฟอร์มได้เฉพาะคนในยุโรปก่อนเท่านั้น

จะว่าไปแล้วนี่ก็เหมือนเป็นฝันร้ายของ Google เลยนะคะ เพราะลองนึกดูว่าจะต้องมีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยเฉพาะ แถมถ้าจำเป็นจะต้องให้บริการพิจารณาแต่ละเคสของผู้ใช้งานทั่วโลก ก็หมายถึงเม็ดเงินมหาศาลที่จะต้องลงทุนไปกับปฏิบัติการที่ไม่ได้ทำกันง่ายๆ

แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหาของสหภาพยุโรป ซึ่งผลักดัน "สิทธิที่จะถูกลืม" มาตั้งแต่ต้นปี 2012 แล้ว และถ้าหากร่างกฎหมายผ่านโดยสมบูรณ์เมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่เสิร์ชเอ็นจิ้น แม้กระทั่งบริษัทที่ให้บริการโซเชียลมีเดียก็จะต้องให้ความร่วมมือด้วยการลบ ข้อมูลต่างๆ ที่มีคนร้องขอทิ้งไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพน่าอายที่เพื่อนเราแชร์ไว้ หรือโพสต์อะไรที่กล่าวอ้างให้เราเสื่อมเสียชื่อเสียง หากบริษัทไหนไม่ยอมทำตามก็จะต้องถูกปรับเป็นจำนวนเงิน 1% ของรายได้ทั้งหมดที่บริษัททำได้ทั่วโลก

ส่วนจะวัดกันยังไงว่าข้อมูลของใครสมควรได้รับการลบออกหรือไม่ลบออกจาก ผลลัพธ์การค้นหานั้นจะดูกันเป็นอย่างๆ ไป อันดับแรกคือดูว่าข้อมูลที่ร้องเรียนมานั้นเก่าล้าสมัยไปแล้วหรือเปล่า

อย่างที่สองคือการพิจารณาว่าข้อมูลนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวของคนที่ ถูกพาดพิงถึงแค่ไหน และเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนหรือเปล่า

พูดง่ายๆ ก็คือ Google จะยอมลบลิงก์ไปยังข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นถ้าหากเป็นข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของใครคนใดคนหนึ่งมากกว่าผล กระทบที่มีต่อการที่สาธารณชนในการได้รับรู้ข้อมูลนั้นๆ อย่างเช่น ประวัติเสื่อมเสียของนักการเมืองมีแนวโน้มจะลบได้ยากกว่าคนปกติทั่วไป เนื่องจากอยู่ในความสนใจและเป็นประโยชน์ของสาธารณชนที่จะได้รับรู้ประวัติ ของนักการเมืองคนนั้นๆ นั่นเอง

ความน่ากังวลอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามก็คือทุกวันนี้ Google ก็ถูกครหาหนาหูอยู่แล้วว่าจ้องจะรวบข้อมูลทั้งหมดไว้ในกำมือของตัวเองจนกลาย เป็นองค์กรมหาอำนาจทางข้อมูลที่ชี้ชะตาของโลกได้

การเปิดโอกาสให้ Google มีสิทธิเลือกได้ว่าจะอนุญาตให้ลบหรือคงข้อมูลไหนเอาไว้นั้น ก็จะเป็นการเปิดประตูไปสู่รูปแบบการเซ็นเซอร์ข้อมูลออนไลน์แบบใหม่และอำนาจ เหนือผู้ใช้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

แต่ตอนนี้ยังไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าอยากได้รับสิทธิที่จะถูกลืมก็คงต้องใช้โมเดลนี้กันไป

Advertisement Replay Ad
พบอุปกรณ์ที่ใช้ CPU ARM รัน Windows 10 ตัวปกติจาก ASUS ในฐานข้อมูล GeekBench

พบอุปกรณ์ที่ใช้ CPU ARM รัน Windows 10 ตัวปกติจาก ASUS ในฐานข้อมูล GeekBench

Leica CL กล้อง Mirrorless ที่มีหน้าตาสวยงามย้อนยุค เปิดตัวแล้ว

Leica CL กล้อง Mirrorless ที่มีหน้าตาสวยงามย้อนยุค เปิดตัวแล้ว

หลุดภาพเคสของ Samsung Galaxy S9 ครั้งแรกของมือถือเรือธงรุ่นใหม่

หลุดภาพเคสของ Samsung Galaxy S9 ครั้งแรกของมือถือเรือธงรุ่นใหม่

สงครามที่ยาวนาน การเสียดสีผ่านโฆษณาระหว่าง Samsung กับ iPhone

สงครามที่ยาวนาน การเสียดสีผ่านโฆษณาระหว่าง Samsung กับ iPhone

อัปเดตราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus อดีตเรือธงที่ยังเร็วแรงทุกการใช้งาน

อัปเดตราคา iPhone 6s และ iPhone 6s Plus อดีตเรือธงที่ยังเร็วแรงทุกการใช้งาน

เป็นเรื่องเมื่อ กฟน. สอนบทเรียนราคาแพงกับบริษัทสื่อสารทุกค่ายหลังไม่ยอมย้ายสายลงดิน

เป็นเรื่องเมื่อ กฟน. สอนบทเรียนราคาแพงกับบริษัทสื่อสารทุกค่ายหลังไม่ยอมย้ายสายลงดิน

Facebook Messenger เพิ่มความละเอียดการส่งรูปภาพความละเอียดสูงถึง 4K แล้ววันนี้

Facebook Messenger เพิ่มความละเอียดการส่งรูปภาพความละเอียดสูงถึง 4K แล้ววันนี้

Note 8 vs iPhone X เทียบความเร็วเน็ตระดับ Gigabit LTE รุ่นไหนเล่นเน็ตได้เร็วกว่า มาดูกัน!

Note 8 vs iPhone X เทียบความเร็วเน็ตระดับ Gigabit LTE รุ่นไหนเล่นเน็ตได้เร็วกว่า มาดูกัน!

Uber แถลงการณ์ยอมรับผิดหลังจากตรวจพบการแฮกข้อมูลเป็นเรื่องจริง

Uber แถลงการณ์ยอมรับผิดหลังจากตรวจพบการแฮกข้อมูลเป็นเรื่องจริง

Samsung เพิ่ม Galaxy X “สมาร์ทโฟนม้วนงอได้” ลงในเว็บไซต์แล้

Samsung เพิ่ม Galaxy X “สมาร์ทโฟนม้วนงอได้” ลงในเว็บไซต์แล้

Tencent ถือหุ้น 12 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทของ Snapchat

Tencent ถือหุ้น 12 เปอร์เซ็นต์ในบริษัทของ Snapchat

Tencent ขึ้นแท่นบริษัทแรกของเอเชียที่มีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านเหรียญ

Tencent ขึ้นแท่นบริษัทแรกของเอเชียที่มีมูลค่ามากกว่า 5 แสนล้านเหรียญ

iMac Pro จะใช้ชิปประมวลผล Apple A10 Fusion ของ iPhone ด้วย

iMac Pro จะใช้ชิปประมวลผล Apple A10 Fusion ของ iPhone ด้วย

โฆษณาที่ปรากฏใน Facebook อ้างอิงจากการกด Like : ภัยเงียบที่ร้ายแรงเกินคาดคิด

โฆษณาที่ปรากฏใน Facebook อ้างอิงจากการกด Like : ภัยเงียบที่ร้ายแรงเกินคาดคิด

Facebook เตรียมเพิ่มปุ่มลัดดูรายการทีวี ต่อยอดจากสหรัฐฯ สู่อินเดีย

Facebook เตรียมเพิ่มปุ่มลัดดูรายการทีวี ต่อยอดจากสหรัฐฯ สู่อินเดีย

กสทช. เปิดตัวพร้อมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ค่าย ลงทะเบียนซิมแบบอัตลักษณ์

กสทช. เปิดตัวพร้อมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ค่าย ลงทะเบียนซิมแบบอัตลักษณ์

Samsung Gear S3 ได้รับอัปเกรด TiZen OS 3.0 มีการปรับหลากหลายรายการอย่างมาก

Samsung Gear S3 ได้รับอัปเกรด TiZen OS 3.0 มีการปรับหลากหลายรายการอย่างมาก

จ่ายแพงกว่าทำไม! iPhone 8 จากทรูมูฟ เอช เริ่มต้นเพียง 23,000 บาทเท่านั้น

จ่ายแพงกว่าทำไม! iPhone 8 จากทรูมูฟ เอช เริ่มต้นเพียง 23,000 บาทเท่านั้น

ไม่ได้มีปัญหาแค่หน้าจอ Pixel 2 เรือธงจาก Google เกิดปัญหาเสียงแตกอีก

ไม่ได้มีปัญหาแค่หน้าจอ Pixel 2 เรือธงจาก Google เกิดปัญหาเสียงแตกอีก

ธนาคารเกาหลีพร้อมใจไม่รับรองรับ Face ID ใน Apps ของตนที่จะใช้บน iPhone X

ธนาคารเกาหลีพร้อมใจไม่รับรองรับ Face ID ใน Apps ของตนที่จะใช้บน iPhone X

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์