จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวัน

จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวัน

จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวัน

Blog.butthun.com

สนับสนุนเนื้อหา

จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวัน

หลายคนถามเวลาผมไปบรรยายที่ไหนก็ตาม มักจะถามคำถามยอดฮิตว่า จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน ต่อวันนั้นควรมีจำนวนเท่าไหร่ดี คำตอบที่ผมตอบแบบไม่ต้องคิดด้วยประการณ์ที่ผ่านจะบอกว่าจำนวน 2-3 เนื้อหาต่อวันเป็นจำนวนที่เหมาะสมครับ บรรดาแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลเนื้อหาของบรรดาแบรนด์ต่างๆ จำนวนจะอยู่ 2-3 เนื้อหาต่อวันโดยเฉลี่ยแต่ก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงตอบรับกับกิจกรรมทางการตลาดของแบรนด์ด้วยครับ

แต่ถ้าตอบด้วยความเข้าใจระบบวิธีแสดงเนื้อหาของ Facebook นั้นผมจะตอบว่า วันละ 1 เนื้อหาก็เพียงพอครับ แต่เนื้อหานั้นต้องเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพ แล้วเนื้อหาคุณภาพคืออะไรล่ะครับ คำตอบง่ายๆ ก็คือเนื้อหาที่โดนใจแฟน กลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค ลูกค้าของเรา โดยวัดความโดนใจนั้นจากการมีส่วนร่วมกับเนื้อหานั้นครับ นั่นคือการ Like Share Comment นั่นเอง เพราะเมื่อใดก็ตามเนื้อหาได้รับการ Like Comment Share จำนวนสูงมากๆ สิ่งที่ได้ตามมาคือ Value of Content คุณค่าของเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนที่มีส่วนร่วม ยิ่งเยอะยิ่งมีคุณค่ามากครับ เหมือนเป็นการวัดผลของสื่อที่วัดจำนวนการเห็น ยิ่งเห็นมากยิ่งค่าโฆษณายิ่งแพง แตกต่างจาก Facebook นิดหน่อยตรง Facebook ถือเป็นการสื่อที่ไม่มีค่าใช้จ่าย (ไม่รับรวมที่เราใช้เงิน Boost Post นะครับ) การที่มีการส่งต่อมีจำนวนคนเห็นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณถือเป็น EarnMedia ที่ได้ฟรียิ่งเยอะยิ่งดี

แต่คำว่าคุณภาพเนื้อหาไม่จบแค่จำนวนตัวเลขการมีส่วนร่วมเท่านั้นครับ สำหรับแบรนด์และธุรกิจต้องไม่ลืมวัตถุประสงค์ของตัวเองด้วยครับ คือ การเชื่อมโยงมาที่วัตถุประสงค์ของธุรกิจในทางใดทางหนึ่งที่ตั้งไว้ครับ ยกตัวอย่างเช่น ต้องการให้คนจดจำแบรนด์สินค้าได้ ให้คนทราบถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ ความยากของการทำเนื้อหาเพื่อการตลาดเลยมาจบที่ การสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้อง ขายของ และทำให้คนชอบในเวลาเดียวกันให้ได้

กลับมาที่จำนวนครับทำใมผมถึงบอกว่า 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว เหตุผลเป็นอย่างนี้ครับ Facebook มีการจำกัดการเห็นเนื้อหาของแบรนด์ที่โพสผ่านหน้า Fanpage อยู่ที่ 2-6% ของจำนวนแฟนในเพจนั้น เหตุผลที่ Facebook บอกก็เพราะ Facebook เน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเป็นหลักมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแบรนด์ (จริงๆ เป็นเหตุผลทางธุรกิจมากกว่า) อธิบายให้เห็นภาพสมมติผมมีคนไลค์เพจอยู่ 100 คน จำนวนคนที่จะเห็นโพสมากที่สุดจะมีแค่ 2-6 คน ไม่มากกว่านั้นเพราะเมื่อครบ 2% หรือ 6% หรือ 2-6 คน Facebook ก็จะหยุดแสดงเนื้อหานั้นให้คนเห็นทันที ในความเป็นจริงก็ยากครับที่จะให้คนเห็นครบ 10% เพราะยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่างช่วงที่เนื้อหานั้นถูกโพสขึ้น จำนวนแฟน 100 คนอาจะไม่มีใครเล่น Facebook อยู่ก็ได้ และ Facebook ก็จะดูด้วยว่า จำนวนแฟนๆ กี่คนที่รักแบรนด์ซึ่ง อัลกอริทึ่มตัวนี้ชื่อว่า Edgerank ครับ และเหตุผลสำคัญอีกข้อคือเมื่อใดก็ตามมีเนื้อหาใหม่โพสต์ขึ้นในแฟนเพจ เนื้อหาเดิมที่โพสก่อนหน้าจะถูกหยุดแสดงผลให้แฟนๆ เห็นทันที อย่างถ้าคุณโพสเนื้อหา A ที่กำลังเป็นที่นิยมและคนชื่นชอบ กำลังไต่อันดับความฮ๊อตอย่างรวดเร็ว แล้วคุณก็โพสเนื้อหา B เนื้อหา A จะหยุดแสดงผลทันทีแฟนๆ ก็จะหมดโอกาสเห็นเนื้อหา A แต่จะไปเห็นเนื้อหา B แทน ซึ่งถ้าเนื้อหา B ไม่ฮ๊อตอย่าง A ก็ถือว่าเสียโอกาสที่ดีไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่าเนื้อหาแค่ 1 อันต่อวันก็ถือว่าเพียงพอ หากเนื้อหานั้นเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพเพียงพอ ทั้งในมุมผู้คนชื่นชอบและตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของแบรนด์

แต่หากว่าเรามีข้อความที่ต้องการสื่อสารในแต่ละวันมากกว่า 1 เรื่องเนื้อหาที่ สอง สาม สี่ก็สามารถโพสได้ครับ แต่ต้องเว้นช่วงเวลาที่เหมาะสม

มีการทำวิจัยชิ้นหนึ่งของ Buddy Media บริษัทวิจัยด้านสื่อดิจิทัล บอกว่าจำนวนที่โพสเนื้อหาต่อวันบน Facebook จำนวนเท่าไหร่ดี โดยโฟกัสไปที่การเปรียบเทียบจำนวน 2 และ 3 เนื้อหาต่อวัน ว่าอย่างไหนมีจำนวนการมีส่วนร่วม (Enegagement Rate) มากกว่า ผลปรากฏว่า การโพสเนื้อหาจำนวน 2 ครั้งต่อวัน ทำให้การมีส่วนร่วม Like Share Comment มีผลตอบรับมากกว่า การโพสเนื้อหา 3 ครั้งต่อวัน ตามกราฟครับ

จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวันลองพิจารณาวางแผนการโพสเนื้อหาของธุรกิจคุณดูครับว่า เหมาะกับจำนวนเนื้อหาเท่าไหร่ แต่อย่างลืมนะครับ เราต้องเน้นเนื้อหาคุณภาพนะครับ นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำการตลาดด้วยเนื้อหา

เขียนโดย: Niwat chatawittayakul

สนับสนุนเนื้อหา www.digithun.com

หลายคนถามเวลาผมไปบรรยายที่ไหนก็ตาม มักจะถามคำถามยอดฮิตว่า จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวันนั้นควรมีจำนวนเท่าไหร่ดี คำตอบที่ผมตอบแบบไม่ต้องคิดด้วยประการณ์ที่ผ่านจะบอกว่าจำนวน 2-3 เนื้อหาต่อวันเป็นจำนวนที่เหมาะสมครับ บรรดาแบรนด์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลเนื้อหาของบรรดาแบรนด์ ต่างๆ จำนวนจะอยู่ 2-3 เนื้อหาต่อวันโดยเฉลี่ยแต่ก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามช่วงตอบรับกับกิจกรรมทาง การตลาดของแบรนด์ด้วยครับ

แต่ถ้าตอบด้วยความเข้าใจระบบวิธีแสดงเนื้อหาของ Facebook นั้นผมจะตอบว่า วันละ 1 เนื้อหาก็เพียงพอครับ แต่เนื้อหานั้นต้องเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพ แล้วเนื้อหาคุณภาพคืออะไรล่ะครับ คำตอบง่ายๆ ก็คือเนื้อหาที่โดนใจแฟน กลุ่มเป้าหมายผู้บริโภค ลูกค้าของเรา โดยวัดความโดนใจนั้นจากการมีส่วนร่วมกับเนื้อหานั้นครับ นั่นคือการ Like Share Comment นั่นเอง เพราะเมื่อใดก็ตามเนื้อหาได้รับการ Like Comment Share จำนวนสูงมากๆ สิ่งที่ได้ตามมาคือ Value of Content คุณค่าของเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนที่มีส่วนร่วม ยิ่งเยอะยิ่งมีคุณค่ามากครับ เหมือนเป็นการวัดผลของสื่อที่วัดจำนวนการเห็น ยิ่งเห็นมากยิ่งค่าโฆษณายิ่งแพง แตกต่างจาก Facebook นิดหน่อยตรง Facebook ถือเป็นการสื่อที่ไม่มีค่าใช้จ่าย (ไม่รับรวมที่เราใช้เงิน Boost Post นะครับ) การที่มีการส่งต่อมีจำนวนคนเห็นเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณถือเป็น EarnMedia ที่ได้ฟรียิ่งเยอะยิ่งดี

แต่คำว่าคุณภาพเนื้อหาไม่จบแค่จำนวนตัวเลขการมีส่วนร่วมเท่านั้นครับ สำหรับแบรนด์และธุรกิจต้องไม่ลืมวัตถุประสงค์ของตัวเองด้วยครับ คือ การเชื่อมโยงมาที่วัตถุประสงค์ของธุรกิจในทางใดทางหนึ่งที่ตั้งไว้ครับ ยกตัวอย่างเช่น ต้องการให้คนจดจำแบรนด์สินค้าได้ ให้คนทราบถึงข้อดีของผลิตภัณฑ์ ความยากของการทำเนื้อหาเพื่อการตลาดเลยมาจบที่ การสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้อง ขายของ และทำให้คนชอบในเวลาเดียวกันให้ได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง Facebook บีบใหัคนเห็นเนื้อหา Brand (Reach) ลดลงเหลือแค่ 6%

กลับมาที่จำนวนครับทำใมผมถึงบอกว่า 1 ครั้งก็เพียงพอแล้ว เหตุผลเป็นอย่างนี้ครับ Facebook มีการจำกัดการเห็นเนื้อหาของแบรนด์ที่โพสผ่านหน้า Fanpage อยู่ที่ 2-6% ของจำนวนแฟนในเพจนั้น เหตุผลที่ Facebook บอกก็เพราะ Facebook เน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเป็นหลักมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแบ รนด์ (จริงๆ เป็นเหตุผลทางธุรกิจมากกว่า) อธิบายให้เห็นภาพสมมติผมมีคนไลค์เพจอยู่ 100 คน จำนวนคนที่จะเห็นโพสมากที่สุดจะมีแค่ 2-6 คน ไม่มากกว่านั้นเพราะเมื่อครบ 2% หรือ 6% หรือ 2-6 คน Facebook ก็จะหยุดแสดงเนื้อหานั้นให้คนเห็นทันที ในความเป็นจริงก็ยากครับที่จะให้คนเห็นครบ 10% เพราะยังมีข้อจำกัดอีกหลายอย่างช่วงที่เนื้อหานั้นถูกโพสขึ้น จำนวนแฟน 100 คนอาจะไม่มีใครเล่น Facebook อยู่ก็ได้ และ Facebook ก็จะดูด้วยว่า จำนวนแฟนๆ กี่คนที่รักแบรนด์ซึ่ง อัลกอริทึ่มตัวนี้ชื่อว่า Edgerank ครับ และเหตุผลสำคัญอีกข้อคือเมื่อใดก็ตามมีเนื้อหาใหม่โพสต์ขึ้นในแฟนเพจ เนื้อหาเดิมที่โพสก่อนหน้าจะถูกหยุดแสดงผลให้แฟนๆ เห็นทันที อย่างถ้าคุณโพสเนื้อหา A ที่กำลังเป็นที่นิยมและคนชื่นชอบ กำลังไต่อันดับความฮ๊อตอย่างรวดเร็ว แล้วคุณก็โพสเนื้อหา B เนื้อหา A จะหยุดแสดงผลทันทีแฟนๆ ก็จะหมดโอกาสเห็นเนื้อหา A แต่จะไปเห็นเนื้อหา B แทน ซึ่งถ้าเนื้อหา B ไม่ฮ๊อตอย่าง A ก็ถือว่าเสียโอกาสที่ดีไปเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่าเนื้อหาแค่ 1 อันต่อวันก็ถือว่าเพียงพอ หากเนื้อหานั้นเป็นเนื้อหาที่มีคุณภาพเพียงพอ ทั้งในมุมผู้คนชื่นชอบและตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของแบรนด์

แต่หากว่าเรามีข้อความที่ต้องการสื่อสารในแต่ละวันมากกว่า 1 เรื่องเนื้อหาที่ สอง สาม สี่ก็สามารถโพสได้ครับ แต่ต้องเว้นช่วงเวลาที่เหมาะสม

มีการทำวิจัยชิ้นหนึ่งของ Buddy Media บริษัทวิจัยด้านสื่อดิจิทัล บอกว่าจำนวนที่โพสเนื้อหาต่อวันบน Facebook จำนวนเท่าไหร่ดี โดยโฟกัสไปที่การเปรียบเทียบจำนวน 2 และ 3 เนื้อหาต่อวัน ว่าอย่างไหนมีจำนวนการมีส่วนร่วม (Enegagement Rate) มากกว่า ผลปรากฏว่า การโพสเนื้อหาจำนวน 2 ครั้งต่อวัน ทำให้การมีส่วนร่วม Like Share Comment มีผลตอบรับมากกว่า การโพสเนื้อหา 3 ครั้งต่อวัน ตามกราฟครับ

image8 จำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวันจำนวนที่เหมาะสมในการโพสเนื้อหาบน Facebook ต่อวันลอง พิจารณาวางแผนการโพสเนื้อหาของธุรกิจคุณดูครับว่า เหมาะกับจำนวนเนื้อหาเท่าไหร่ แต่อย่างลืมนะครับ เราต้องเน้นเนื้อหาคุณภาพนะครับ นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุดในการทำการตลาดด้วยเนื้อหา

- See more at: http://www.digithun.com/featured/facebook-post-%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99/#sthash.Nn23JlYJ.dpuf
หลุดภาพแรกของ Xiaomi Mi Note 3 รุ่นสานต่อตำนานมือถือจอโค้งขนาดใหญ่

หลุดภาพแรกของ Xiaomi Mi Note 3 รุ่นสานต่อตำนานมือถือจอโค้งขนาดใหญ่

Walabot Gadget สุดเจ๋ง ที่ติดกับมือถือเพื่อให้เป็นการส่องสายหรือ ท่อหรือสิ่งของภายในกำแพง

Walabot Gadget สุดเจ๋ง ที่ติดกับมือถือเพื่อให้เป็นการส่องสายหรือ ท่อหรือสิ่งของภายในกำแพง

AIS เดินหน้า Digital for Thais ด้านสาธารณสุข ขยายแอป อสม.ออนไลน์ สู่ภาคเหนือ

AIS เดินหน้า Digital for Thais ด้านสาธารณสุข ขยายแอป อสม.ออนไลน์ สู่ภาคเหนือ

มิรานด้า เคอร์ ทำหนุ่มๆ ทั่วโลกอกหักหลังแต่งงานกับเจ้าของ Snapchat แอปชื่อดัง

มิรานด้า เคอร์ ทำหนุ่มๆ ทั่วโลกอกหักหลังแต่งงานกับเจ้าของ Snapchat แอปชื่อดัง

ส่องโปรโมชั่นลดแรงสำหรับ iPhone SE ราคาเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท

ส่องโปรโมชั่นลดแรงสำหรับ iPhone SE ราคาเริ่มต้นเพียง 2,900 บาท

แนะนำ 10 แอปพลิเคชั่นเด็ดบนมือถือ ที่ควรมีติดมือถือกันไว้ทุกคน

แนะนำ 10 แอปพลิเคชั่นเด็ดบนมือถือ ที่ควรมีติดมือถือกันไว้ทุกคน

เผยภาพหลุดครบเซ็ต ของ OPPO R11 พร้อมรายละเอียดก่อนเปิดตัว

เผยภาพหลุดครบเซ็ต ของ OPPO R11 พร้อมรายละเอียดก่อนเปิดตัว

DEPA ผลักดัน Digital Entrepreneurship

DEPA ผลักดัน Digital Entrepreneurship

Qualcomm เผยว่าขุมพลัง Snapdragon 845 จะใช้ครั้งแรกใน LG G7

Qualcomm เผยว่าขุมพลัง Snapdragon 845 จะใช้ครั้งแรกใน LG G7

แบรนด์ Nokia กำลังจะก้าวไปทางไหน และจะขายอะไร ทางนี้มีคำตอบ

แบรนด์ Nokia กำลังจะก้าวไปทางไหน และจะขายอะไร ทางนี้มีคำตอบ

iPhone ช่วยชีวิต! เหยื่อระเบิดแมนเชสเตอร์รอดตายหวุดหวิด หลังสะเก็ดระเบิดพุ่งใส่ iPhone

iPhone ช่วยชีวิต! เหยื่อระเบิดแมนเชสเตอร์รอดตายหวุดหวิด หลังสะเก็ดระเบิดพุ่งใส่ iPhone

หลุดคลิปวีดีโอของ Microsoft Lumia 950 และ 950 XL เวอร์ชั่นเต็มกับลูกเล่นที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

หลุดคลิปวีดีโอของ Microsoft Lumia 950 และ 950 XL เวอร์ชั่นเต็มกับลูกเล่นที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

Samsung เปิดตัว SoundAssistant ระบบจัดการเสียงแบบเต็มรูปแบบ บนมือถือ

Samsung เปิดตัว SoundAssistant ระบบจัดการเสียงแบบเต็มรูปแบบ บนมือถือ

8 ความลับของแอนดรอยด์ที่ร้อยละ 90 ของผู้ใช้ยังไม่ทราบ

8 ความลับของแอนดรอยด์ที่ร้อยละ 90 ของผู้ใช้ยังไม่ทราบ

เทียบภาพถ่าย iPhone 7 และ Nokia 3310 (2017) เรือธงรุ่นล่าสุด กับตำนานในเวอร์ชันใหม่แบบช็อตต่อช็อต

เทียบภาพถ่าย iPhone 7 และ Nokia 3310 (2017) เรือธงรุ่นล่าสุด กับตำนานในเวอร์ชันใหม่แบบช็อตต่อช็อต

Samsung Galaxy C10 เผยภาพเรนเดอร์ โชว์ชัดมาพร้อมกล้องคู่เป็นรุ่นแรกของค่าย

Samsung Galaxy C10 เผยภาพเรนเดอร์ โชว์ชัดมาพร้อมกล้องคู่เป็นรุ่นแรกของค่าย

8 ฟีเจอร์ลับของ Samsung Galaxy S8 ที่หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากในเครื่องที่ขายในจีนเท่านั้น!

8 ฟีเจอร์ลับของ Samsung Galaxy S8 ที่หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากในเครื่องที่ขายในจีนเท่านั้น!

ASUS เปิดตัว Zenbook Pro, Zenbook Flip S,กลุ่ม Vivobook และ All in One เผยโฉมที่งาน Computex 2017

ASUS เปิดตัว Zenbook Pro, Zenbook Flip S,กลุ่ม Vivobook และ All in One เผยโฉมที่งาน Computex 2017

รวมภาพถ่าย ที่ใครเห็นก็ต้อง "งง" มันเรื่องจริงหรือผ่าน Adobe Photoshop

รวมภาพถ่าย ที่ใครเห็นก็ต้อง "งง" มันเรื่องจริงหรือผ่าน Adobe Photoshop

OPPO A77 มือถือกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมโหมดหน้าชัดหลังเบลอ

OPPO A77 มือถือกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมโหมดหน้าชัดหลังเบลอ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์