ฟิล์มกันรอยมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

ฟิล์มกันรอยมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

ฟิล์มกันรอยมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

มีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร และเหมาะกับการใช้งานแบบไหน?

       หลังจากที่ได้สมาร์ทโฟนสุดรักมาไว้ในครอบครองแล้ว แน่นอนว่านอกจากการใช้งานในแต่ละวันแล้ว ยังต้องมีการปกป้องดูแลตัวเครื่องเพื่อให้สมาร์ทโฟนของเรานี้มีสภาพดังเช่น เครื่องใหม่ให้นานที่สุด และการติดฟิล์มกันรอยก็เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถลดรอยขีดข่วนของตัวเครื่อง และหน้าจอได้เป็นอย่างดี

       ซึ่งฟิล์มกันรอยในปัจจุบันก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบเสียจนหลายคนเกิดปัญหาว่าฟิล์มกันรอยแบบไหนมันดีกว่ากัน ? ฟิล์มกันรอยแบบไหนกันรอยได้ดีกว่า ? ฟิล์มกันรอยแบบไหนเหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้ที่สุด ? ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ได้สร้างความข้องใจให้กับผู้ใช้หลายคน

       แต่ก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะวันนี้เว็บไซต์ thaimobilecenter.com ของเรา จะพาไปรู้จักกับฟิล์มกันรอยแบบต่างๆ เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อฟิล์มกันรอยให้กับทุกท่านกัน

ฟิล์มกันรอยแบบใส (Clear Screen Protector)

       เป็นฟิล์มกันรอยที่หาซื้อหาใช้ได้ง่ายที่สุด และไม่ส่งผลต่อการแสดงผล หรือสีสันของหน้าจอมากนักจนเรียกได้ว่า เหมือนไม่ติดฟิล์มกันรอยเลยทีเดียว โดยฟิล์มกันรอยแบบใสนี้จะมี ให้เลือกหลายระดับทั้ง Ultra Clear หรือ Invisible Screen Protector ฟิล์มกันรอยแบบใสจะไม่ทำให้การแสดงผลของหน้าจอประสิทธิภาพลดลงมากนัก แต่จะมีข้อเสียตรงที่จะเห็นรอยนิ้วมือง่ายเมื่อใช้งาน

ฟิล์มกันรอยแบบด้าน (Matte Screen Protector)

       เป็นฟิล์มกันรอยอีกแบบที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ด้วยข้อดีในการลดรอยนิ้วมือเมื่อใช้งาน และยังลดแสงจากหน้าจอ ช่วยถนอมสายตาได้ในระดับหนึ่งด้วย รวมถึงลดการสะท้อนจากแสงรอบๆ ด้วย แต่สำหรับคนที่ชอบหน้าจอสีสดใสจากหน้าจอ ฟิล์มกันรอยแบบนี้อาจไม่เหมาะสักเท่าไร

ฟิล์มกันรอยแบบเพิ่มความเป็นส่วนตัว (Privacy Screen Protector)

       ฟิล์มนี้จะเหมาะกับผู้ใช้ที่มีเรื่องส่วนตัวในสมาร์ทโฟนเยอะ และต้องใช้สมาร์ทโฟนท่ามกลางฝูงชนมากมายที่อาจจะถือวิสาสะมองจอเราขณะที่เรา กำลังใช้สมาร์ทโฟนอยู่ โดยฟิล์มกันรอยชนิดนี้จะทำให้สามารถมองเห็นหน้าจอสมาร์ทโฟนได้เฉพาะมุมด้านหน้าตรงๆ เท่านั้น หากมองจากมุมอื่นจะมองเห็นเป็นแค่จอมืดๆ นั่นเอง แต่ก็มีข้อเสียคือ เราอาจจะแชร์ความสุขด้วยการดูคลิปวีดีโอ หรือรูปภาพต่างๆ พร้อมกับเพื่อนหลายๆ คนไม่ได้ เพราะจะมีแค่คนที่อยู่ตรงหน้าจอเท่านั้นที่มองเห็น

ฟิล์มกันรอยแบบกระจก (Mirror Screen Protector)

       เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ชอบส่องกระจกเพื่อ เช็คความพร้อมของใบหน้าบ่อยๆ แต่ไม่อยากพกกระจก ฟิล์มชนิดนี้จะพิเศษตรงที่เพิ่มชั้นฟิล์มขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น ซึ่งเป็นชั้นของกระจกที่คล้ายๆ กระจกเงา จึงทำให้ฟิล์มนี้หนากว่าปกติ และข้อดีที่เหนือกว่าฟิล์มกันรอยแบบอื่นๆ ก็คือ ฟิล์มชนิดนี้ใช้ส่องแทนกระจกได้ แต่ข้อเสียคือ เนื่องจากฟิล์มชนิดนี้มีฟิล์มกระจกเพิ่มมาอีกชั้น เมื่ออยู่ในที่ๆ มีแสงจัด อาจทำให้มองเห็นหน้าจอไม่ชัด จนอาจไม่เห็นเลย และฟิล์มก็เป็นรอยขีดข่วนง่ายมาก อาจจะต้องเปลี่ยนฟิล์มบ่อยๆ

ฟิล์มกันรอยแบบมีลวดลาย (Design Screen Protector)

       ฟิล์มสำหรับคนที่ไม่ชอบความจำเจ ชอบแสดงออกให้หลายๆ คนเห็นถึงความเป็นตัวของตัวเองด้วยฟิล์มกันรอยแบบสติกเกอร์มีลวดลายสำหรับตัวเครื่อง โดยฟิล์มชนิดนี้ จะไม่เน้นการป้องกันรอยขีดข่วน เนื้อฟิล์มจึงไม่ค่อยทนทานเท่าฟิล์มแบบอื่นๆ นอกจากนี้ยังหาซื้อยากสำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นที่ไม่เป็นที่นิยมมากนัก

ฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock Screen Protector)

       ปัญหาหนักอกหนักใจที่บรรดาผู้ใช้สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต ต้องเจอกันอยู่เป็นประจำก็คือทำเครื่องหล่น หรือเกิดกระแทกกับของบางอย่างแล้วหน้าจอแตก ซึ่งทำให้ลำบากต้องเสียเงินไปเปลี่ยนหน้าจอกันหลายพันบาท ดังนั้นบรรดาผู้ผลิตฟิล์มกันรอยชั้นนำจึงพร้อมใจกันพัฒนาฟิล์มกันรอยแบบกันกระแทก (Anti-Shock) ออกมาโดยเฉพาะ

       ซึ่งเท่าที่มีการทดสอบกันมา ไม่ว่าจะเอาค้อนทุบ, เอามีดกรีด, เอานิ้วเคาะ, ทำลูกบอลเหล็กหล่นใส่ หรือทำหล่นพื้น ก็พบกว่าฟิล์มกันกระแทกแบบนี้ สามารถป้องกันหน้าจอแตกได้จริง เนื่องจากตัวของแผ่นฟิล์มเองจะประกอบไปด้วยชั้นย่อยหลายชั้นที่มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ตั้งแต่ชั้นฟิล์มกันรอยนิ้วมือ, ชั้นฟิล์มกันรอยขีดข่วน และชั้นฟิล์มกันแรงกระแทก ซึ่งชั้นฟิล์มกันกระแทกนี้เองจะผลิตจากกระจกที่สามารถช่วยดูดซับแรง หรือกระจายแรงกระแทกแทนหน้าจอจริงๆ ได้

       แต่อย่างไรก็ดี แรงกระแทกที่เกิดขึ้นก็ต้องไม่แรงจนเกินไป และต้องเป็นแรงที่เข้ามากระทำกับหน้าฟิล์มโดยตรงเท่านั้น หากการกระแทกไม่ได้เกิดขึ้นที่บริเวณฟิล์ม เช่นทำเครื่องตกโดยเอามุมเครื่องลงพื้น กรณีนี้ฟิล์มกันกระแทกก็ไม่สามารถช่วยป้องกันความเสียหายได้

สรุปแล้ว ฟิล์มกันรอยราคาถูกหรือแพงแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกซื้อฟิล์มกันรอยแบบไหนดี ?

       ฟิล์มกันรอยแบบต่างๆ แต่ละยี่ห้อ แต่ละแบบจะมีราคาที่แตกต่างกันไป โดยที่ฟิล์มราคาแพงกว่าจะแลกมาด้วยฟีเจอร์ต่างๆ ของฟิล์มที่ดีกว่า เช่น กันรอยขีดข่วนได้ดีกว่า, ป้องกันรอยนิ้วมือเมื่อใช้งานได้ดีกว่า หรือลดการสะท้อนแสงจากแสงรอบๆ ตัวได้ดีกว่า เป็นต้น

       ซึ่งฟิล์มกันรอยที่ราคายิ่งสูง ก็จะยิ่งได้ฟิล์มที่มีคุณภาพกว่าฟิล์มที่ราคาถูกกว่านั่นเอง สำหรับการเลือกซื้อ ก็คงต้องพิจารณากันต่อไปว่า ผู้ใช้ถูกใจกับฟิล์มกันรอยแบบไหนมากกว่ากัน, มีงบประมาณมากน้อยขนาดไหน และฟิล์มกันรอยแบบไหนเหมาะสมกับการใช้งานของผู้ใช้ที่สุดนั่นเองครับ

นำเสนอ ทิป&ทริค น่ารู้สำหรับผู้ใช้มือถือ, สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต โดย : thaimobilecenter.com


Advertisement Replay Ad
Google Pixel มีชิป AI ช่วยประมวลผลภาพ HDR ซ่อนอยู่

Google Pixel มีชิป AI ช่วยประมวลผลภาพ HDR ซ่อนอยู่

ไม่อยากเป็นข่าว อยากมาส่วนตัว Facebook บัด มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยังไม่มีแผนมาไทย

ไม่อยากเป็นข่าว อยากมาส่วนตัว Facebook บัด มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยังไม่มีแผนมาไทย

ทดสอบแบตเตอรี่ระหว่าง iOS 11.0.3 กับ iOS 11.0.2 เวอร์ชันไหนแบตใช้ได้นานกว่ากัน

ทดสอบแบตเตอรี่ระหว่าง iOS 11.0.3 กับ iOS 11.0.2 เวอร์ชันไหนแบตใช้ได้นานกว่ากัน

สำรวจดาวเคราะห์ผ่าน Google Maps

สำรวจดาวเคราะห์ผ่าน Google Maps

เคาะแล้ว Samsung Galaxy Note FE รุ่นนี้เพื่อแฟน Note ราคาแค่ 20,900 บาทเท่านั้น

เคาะแล้ว Samsung Galaxy Note FE รุ่นนี้เพื่อแฟน Note ราคาแค่ 20,900 บาทเท่านั้น

Google Calendar ปรับปรุงหน้าตาใหม่เข้าสู่ยุคที่เรียบง่ายมากขึ้น บนเว็บไซต์

Google Calendar ปรับปรุงหน้าตาใหม่เข้าสู่ยุคที่เรียบง่ายมากขึ้น บนเว็บไซต์

ชมภาพ Render ของ Nokia 9 Concept มือถือรุ่นใหม่ของโนเกียอาจจะเปิดตัวในปีหน้า

ชมภาพ Render ของ Nokia 9 Concept มือถือรุ่นใหม่ของโนเกียอาจจะเปิดตัวในปีหน้า

มาช้าดีกว่าไม่มี Samsung เตรียมใส่ฟีเจอร์ Portrait Mode ให้กับ Galaxy S8 เร็ว ๆ นี้

มาช้าดีกว่าไม่มี Samsung เตรียมใส่ฟีเจอร์ Portrait Mode ให้กับ Galaxy S8 เร็ว ๆ นี้

เปิดตัว Surface Book 2 แล็ปท็อปสุดพรีเมียมที่แรงขึ้น หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ใช้งานได้ยาวนาน 17 ชั่วโมง

เปิดตัว Surface Book 2 แล็ปท็อปสุดพรีเมียมที่แรงขึ้น หน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ใช้งานได้ยาวนาน 17 ชั่วโมง

เปิดตัว Harman Kardon Onxy Studio 4 ในประเทศไทย ลำโพงเสียงดีเต็มสูบ ราคาไม่เกิน 9 พัน

เปิดตัว Harman Kardon Onxy Studio 4 ในประเทศไทย ลำโพงเสียงดีเต็มสูบ ราคาไม่เกิน 9 พัน

“มา – ไม่มา” จับตา “Mark Zuckerberg” เยือนไทยจริงหรือ?

“มา – ไม่มา” จับตา “Mark Zuckerberg” เยือนไทยจริงหรือ?

ZTE เปิดตัว AXON M มือถือที่หน้าจอสัมผัสทั้ง 2 ฝั่งและพับได้ เครื่องแรกของโลก

ZTE เปิดตัว AXON M มือถือที่หน้าจอสัมผัสทั้ง 2 ฝั่งและพับได้ เครื่องแรกของโลก

Microsoft เปิดตัว Surfacebook 2 ต่อยอดจากรุ่นเดิม ทั้งแรงและประหยัดไฟกว่าเดิม

Microsoft เปิดตัว Surfacebook 2 ต่อยอดจากรุ่นเดิม ทั้งแรงและประหยัดไฟกว่าเดิม

เปิดตัวกล้อง Compact รุ่นล่าสุด Canon G1 X Mark III เทียบชั้นกล้อง DSLR ได้เลย

เปิดตัวกล้อง Compact รุ่นล่าสุด Canon G1 X Mark III เทียบชั้นกล้อง DSLR ได้เลย

เทียบสเปก Huawei Mate 10 Pro vs Samsung Galaxy S8+ vs iPhone 8 Plus มือถือเรือธงรุ่นยอดนิยม

เทียบสเปก Huawei Mate 10 Pro vs Samsung Galaxy S8+ vs iPhone 8 Plus มือถือเรือธงรุ่นยอดนิยม

โบรกเกอร์ดังเผยสาเหตุว่าทำไม iPhone 7 ถึงมียอดขายเหนือกว่า iPhone 8

โบรกเกอร์ดังเผยสาเหตุว่าทำไม iPhone 7 ถึงมียอดขายเหนือกว่า iPhone 8

Omron ใช้เซ็นเซอร์ปรับอากาศให้เหมาะกับจำนวนคน

Omron ใช้เซ็นเซอร์ปรับอากาศให้เหมาะกับจำนวนคน

ส่องโปรโมชั่น iPhone 6 จากผู้ให้บริการ ลดราคาสุด ๆ เริ่มต้นแค่ 3,500 บาท

ส่องโปรโมชั่น iPhone 6 จากผู้ให้บริการ ลดราคาสุด ๆ เริ่มต้นแค่ 3,500 บาท

เทรนด์กำลังมา Samsung Galaxy S9 จะใช้ระบบสแกนใบหน้า 3D ตาม iPhone X

เทรนด์กำลังมา Samsung Galaxy S9 จะใช้ระบบสแกนใบหน้า 3D ตาม iPhone X

อนุมัติทางการแล้ว กกท. อนุมัติ E-sport ให้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ สามารถจัดตั้งสมาคมได้

อนุมัติทางการแล้ว กกท. อนุมัติ E-sport ให้เป็นกีฬาอย่างเป็นทางการ สามารถจัดตั้งสมาคมได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์