เจาะลึก! กล้อง Canon EOS 7D Mark II ทายาทรุ่น 2 ครบทุกฟังก์ชั่น

เจาะลึก! กล้อง Canon EOS 7D Mark II ทายาทรุ่น 2 ครบทุกฟังก์ชั่น

เจาะลึก! กล้อง Canon EOS 7D Mark II ทายาทรุ่น 2 ครบทุกฟังก์ชั่น

     หลังจากที่แคนนอน (Canon) ปล่อยดีเอสแอลอาร์มาลุยตลาดระดับกึ่งมืออาชีพอย่างรุ่น EOS 7D กันไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ล่าสุดเปิดตัวทายาทรุ่นที่สองของตระกูลในชื่อ EOS 7D Mark II - King of APS-C DSLR Camera ที่สุดแห่งความเร็วในการถ่ายภาพ

     ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ประสิทธิภาพสูง เรียกได้ว่าทั้งช่างภาพมืออาชีพและนักเล่นกล้องตัวจริงทั้งหลายต้อง "ทึ่ง" ไปกับ "ครั้งแรก" ของสุดยอดเทคโนโลยีชั้นสูงในกล้อง EOS ด้วยระบบออโต้โฟกัส 65 จุด โฟกัสเร็วฉับไว มาพร้อมกับชิปประมวลผลภาพ Dual DIGIC6 ให้ภาพสวยงามเหนือชั้น  ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 10 เฟรมต่อวินาที เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ดีไซน์ใหม่ ความละเอียดสูงถึง 20.2 พิกเซล ช่วงความไวแสงกว้าง 100-16,000 และเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF

     ช่วยให้การจับโฟกัสภาพวิดีโอทำงานได้เรียบลื่นและแม่นยำ ไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว รองรับการถ่ายภาพวิดีโอคมชัดระดับ Full HD 60p และ Time-lapse มองพลังที่เหนือกว่าในการถ่ายภาพสมบูรณ์แบบลงตัวได้ทุกสถานการณ์ และยังมีระบบระบุพิกัดภาพถ่ายด้วยจีพีเอส แค่สเปคคร่าวๆ คิดว่าหลายคนฟังแล้วคงต้องเตรียมหยอดกระปุกรอสอยมาครอบครองกันอย่างแน่นอน                      

     แคนนอนส่ง EOS 7D MK.II มาลุยตลาดกล้อง DSLR ระดับกึ่งอาชีพแทนรุ่นพี่ EOS 7D ที่มาบุกเบิกตลาดไว้เมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งครั้งนี้มีการพัฒนา Feature ใหม่ๆ มาเพียบ มาดูกันหน่อยว่าแคนนอนใส่อะไรแหล่มๆ มาใน EOS 7D MK.II กันบ้าง

                        

EOS 7D Mark II เหนือกว่าด้วยความเร็วและระบบออโต้โฟกัสฉับไวระบบออโต้โฟกัสพัฒนาใหม่แบบ Cross-Type ทั้ง 65 จุด พร้อมความสามารถในการทำงานที่ EV-3 ที่ จุดกึ่งกลาง

     กล้อง EOS 7D รุ่นแรกยังใช้ระบบออโต้โฟกัสแบบ Cross-Type 19 จุด ซึ่งให้ความรวดเร็วและแม่นยำในการโฟกัสภาพสูงระดับหนึ่งแล้ว แต่ใน EOS 7D Mark II ทายาทรุ่นสองนั้น จัดว่ามาไกลกว่ารุ่นพี่เยอะด้วยระบบออโต้โฟกัส 65 จุดแบบ Cross-Type ครอบคลุมพื้นที่โฟกัสมากกว่ากล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C ทั่วไป ช่วยเพิ่มพูนประสิทธิภาพการจับโฟกัสแม่นยำทุกการเคลื่อนไหวแม้จะเป็นวัตถุเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงก็ตาม และเมื่อใช้งานร่วมกับเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ปรับปรุงใหม่ เพิ่มความเร็วในการหาโฟกัสอัตโนมัติ ทำให้โฟกัสแบบติดตามวัตถุเมื่อถ่ายในโหมด Live View รวดเร็วลื่นไหลแบบไม่มีสะดุด และโฟกัสได้แม่นยำกว่าระบบ Contrast AF ในกล้องปกติทั่วไป  นอกจากนี้จุดโฟกัสจุดกลางเป็นแบบ Dual Cross-Type รองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ f/2.8 ยิ่งช่วยให้กล้องจับโฟกัสได้ดีแม้จะอยู่ในสถานที่ที่มีแสงน้อยมากถึง EV-3 จึงมั่นใจได้ว่าภาพถ่ายที่ออกมาจะมีความคมชัดสูง แม้จะอยู่ในที่ที่มีแสงน้อยมากจนแทบมองไม่เห็นรายละเอียดวัตถุก็ตาม   เมื่อรวมกับระบบจดจำและติดตามวัตถุอัจฉริยะ  EOS iTR และความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้ถึง 10 เฟรมต่อวินาที จึงทำให้กล้อง EOS 7D Mark II สามารถโฟกัสติดตามวัตถุเคลื่อนไหวเร็วได้แม่นยำทั้งเฟรมภาพ ให้คุณไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว อาทิ นกที่กำลังบินบนท้องฟ้า หรือนักฟุตบอลที่วิ่งเลี้ยงหลบหนีคู่แข่งอยู่ในสนาม เป็นต้น นวัตกรรมคันโยกเลือกพื้นที่ออโต้โฟกัสแบบใหม่ (AF Area Selection Lever) ที่อยู่ล้อมรอบปุ่มควบคุมหลายทิศทาง (Multi-Controller) ด้านหลังตัวกล้อง ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ปรับเลือกโหมด AF Point Selection ทั้ง 7 รูปแบบได้ตามต้องการระหว่างทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องละสายตาจากช่องมองภาพอีกด้วย

                             

     กล้อง EOS 7D Mark II ถือเป็นกล้อง DSLR รุ่นแรกจากแคนนอนที่มีการใช้งานเซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 20.2 ล้านพิกเซลร่วมกับชิปประมวลผลภาพ Dual DIGIC 6 การผสานสองขุมพลังนี้เข้าด้วยกันช่วยให้กล้องประมวลผลได้ฉับไว ให้ภาพความละเอียดสูง มีสัญญาณรบกวนต่ำ สวยงามสมบูรณ์แบบทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว นอกจากนี้ สำหรับช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการจับภาพแอ็คชั่นความเร็วสูง กล้องรุ่นนี้ยังรองรับการถ่ายภาพรูปแบบ RAW ได้มากถึง 31 ภาพพร้อมกัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับช่วงความไวแสงที่กว้างถึง ISO 100 -16000 (ขยายเพิ่มได้ถึง ISO 51,600) ครอบคลุมทั้งการถ่ายภาพนิ่งและภาคเคลื่อนไหว 

 ด้านหลังของ EOS 7D MK.II ยังมากับปุ่มและวงล้อที่คุ้นเคยเหมือนเดิม

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 10 เฟรมต่อวินาที

      ช่วยให้ผู้ใช้จับภาพวัตถุเคลื่อนไหวทุกรายละเอียดได้อย่างแม่นยำและคมชัด ด้วยความเร็วระดับนี้ผู้ใช้จึงสามารถถ่ายภาพ RAW ต่อเนื่องได้มากถึง 31 ภาพ หรือเท่ากับภาพ JPEG ขนาดใหญ่ถึง 1,090 ภาพ นอกจากนี้ แคนนอนยังพัฒนาให้ชุดชัตเตอร์มีอายุใช้งานยาวนานขึ้นเป็น 200,000 รอบ หรือเพิ่มขึ้น 33% จาก 150,000 รอบในกล้อง EOS 7D รุ่นก่อน

กลไกกระจกสะท้อนภาพพัฒนาใหม่ มีการใช้ระบบมอเตอร์เข้ามาควบคุมการทำงาน

      เพื่อช่วยลดแรงสั่นสะเทือนและเสริมประสิทธิภาพกล้องให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นระหว่างถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง โดยผู้ใช้ยังสามารถปรับตั้งค่าการทำงานให้เข้ากับรูปแบบการทำงานได้หลากหลาย อาทิ โหมดถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง-ความเร็วต่ำ การถ่ายภาพเฟรมเดียว การตั้งค่าถ่ายภาพล่วงหน้า 2 แบบ และยังมีโหมด silent drive ให้เลือกใช้ทั้งสำหรับการถ่ายเฟรมเดียวและการถ่ายภาพต่อเนื่อง โดยสามารถเลือกปรับระดับความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องแบบแมนนวลได้ตามต้องการ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เคยมีเฉพาะในกล้องตระกูล EOS 1D เท่านั้น ซึ่งเหมาะสำหรับสถานที่ที่ต้องการความสงบ

   

ระบบ EOS Scene Detection ปรับปรุงใหม่ ซึ่งใช้เซ็นเซอร์วัดแสงแบบใหม่

      RGB 150,000 พิกเซล + IR 252 โซน เพื่อความแม่นยำที่มากยิ่งกว่า กล้อง EOS 7D Mark II ยังติดตั้งเทคโนโลยีระบบจดจำและติดตามวัตถุอัจฉริยะ EOS iTR (Intelligent Tracking and Recognition) AF system ใหม่ล่าสุดจากแคนนอน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในกล้อง EOS-1D X และระบบวิเคราะห์วัตถุอัจฉริยะ EOS iSA (Intelligent Subject Analysis) ช่วยให้กล้องจดจำสีของวัตถุและใบหน้าของบุคคลได้ ทำให้ระบบ AF ทำงานได้แม่นยำมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น แม้ในกรณีที่วัตถุมีการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วหรือทิศทาง ระบบ EOS iTR AF ก็จะทำการเปลี่ยนโหมดโฟกัสให้อัตโนมัติช่วยให้การติดตามวัตถุทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด

      ช่องมองภาพอัจฉริยะดีไซน์ใหม่ แสดงภาพสว่างใสครอบคลุมการมองเห็น 100% และยังแสดงข้อมูลสำคัญบนหน้าจออย่างครบครัน อาทิ โหมดถ่ายภาพ การตั้งค่าแสงต่างๆ และมาตรวัดระนาบกล้องแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการตั้งค่าต่างๆ ได้ในระหว่างที่ใช้งานช่องมองภาพ เป็นการผสานความสามารถของทั้งช่องมองภาพแบบออพติคอลและอิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดประสิทธิภาพได้อย่างลงตัว

บันทึกภาพวิดีโอคมชัดด้วยเทคโนโลยีที่เหนือชั้น

      แคนนอนยังเสริมประสิทธิภาพการถ่ายวิดีโอในกล้อง EOS 7D Mark II ด้วยเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ปรับปรุงใหม่ เพิ่มความเร็วในการหาโฟกัสอัตโนมัติแบบ phase-difference ทำให้การโฟกัสติดตามวัตถุเมื่อถ่ายภาพในโหมด Live View และโหมดบันทึกภาพวิดีโอนั้นทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นไม่มีสะดุด แม้มีการปรับเปลี่ยนระยะใกล้ไกลของวัตถุก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบ CF และ SD อย่างละ 1 ช่อง ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกบันทึกภาพและวิดีโอลงในการ์ดทั้งสองอันพร้อมกันได้เลยเพื่อเป็นการสำรองข้อมูลไปในตัว

นอกจากนี้ยังมาพร้อมช่องต่อแบบ USB 3.0 Digital Terminal รองรับการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งช่องนี้ในกล้องตระกูล EOS

ในส่วนบอดี้กล้องมีความทนทานแต่น้ำหนักเบาเพราะผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย เคลือบผิวภายนอกแบบใหม่ป้องกันละอองน้ำและละอองฝุ่นได้ดีกว่ากล้อง EOS 7D ถึง 4 เท่า จึงเหมาะกับการถ่ายภาพทุกสถานที่ทุกสถานการณ์ ตั้งแต่การถ่ายภาพกีฬาในร่มไปจนถึงงานแต่งงานที่มีแสงสลัวๆ

กล้อง EOS 7D Mark II รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมอย่างแบตเตอรี่กริปรุ่น BG-E16 ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ถ่ายภาพได้ยาวนานยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับช่างภาพที่ทำงานเป็นเวลานานติดต่อกัน มีปุ่มควบคุมการทำงานได้หลากหลายฟังก์ชั่น พร้อมทั้งมีปุ่มปรับเลือกพื้นที่โฟกัสอัตโนมัติ ช่วยให้การถ่ายภาพในแนวตั้งทำงานได้ง่ายและสะดวกและผู้ใช้ยังสามารถเลือกใช้งานร่วมกับ Super Precision Matte type focusing screen (อุปกรณ์เสริมแยกจำหน่าย) ช่วยให้การปรับจุดโฟกัสทำได้ง่ายและได้ภาพคมชัดมากยิ่งขึ้น เมื่อใช้งานกล้องร่วมกับเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างๆ อย่าง f/2.8 หรือสูงกว่านั้น

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ส่งไฟล์ภาพไร้สายรุ่น WFT-E7 ช่วยให้ถ่ายโอนข้อมูลจากกล้อง EOS 7D Mark II ไปยังเวิร์คสเตชั่นต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว รองรับการเชื่อมต่อเน็ตเวิร์คตามมาตรฐาน IEEE 802.11 a/b/g/n ซึ่งมีความเสถียร และความรวดเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูง

สำหรับราคาจำหน่ายเฉพาะตัวบอดี้กล้องอยู่ที่ประมาณ 1,799 เหรียญสหรัฐหรือประมาณ 58,000 บาท และ ชุดเลนส์คิต บอดี้กล้องพร้อมเลนส์ 18-135 มม. f3.5-5.6 IS STM อยู่ที่ราคา 2,149 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 69,000 บาท นอกจากนี้ยังมีทั้งอุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่กริ๊ป และ อุปกรณ์เชื่อมต่อไร้สาย งานนี้ใครที่รักการถ่ายภาพก็มาร่วมทดสอบประสิทธิภาพความแรงของกล้อง EOS 7D Mark II รุ่นใหม่ด้วยตัวคุณเองได้ที่บูธ แคนนอน ภายในงาน Photo Fair 2014 ระหว่างวันที่ 26 – 30 พฤศจิกายน 2557 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ส่วนสาวกแคนนอนที่หยอดกระปุกรอเจ้า EOS 7D Mark II ไว้ก่อนหน้านี้ งานนี้ไม่มีพลาดอยู่แล้ว และระหว่างรอจับกล้องของจริง ก็ลองแวะเข้าไปชมรีวิวแหล่มๆ ยั่วน้ำลายกันก่อนได้เลยที่

ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ www.canon.co.th

Advertorial

 

     

รีวิว Samsung Gear S3 Frontier Smart Watch อึดเพื่อขาลุยโดยตรง

รีวิว Samsung Gear S3 Frontier Smart Watch อึดเพื่อขาลุยโดยตรง

HP เปิดตัวคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ที่เล็กจิ๋วเพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

HP เปิดตัวคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ที่เล็กจิ๋วเพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

พาสัมผัส Samsung Galaxy A 2017 การเปลี่ยนแปลงที่ดูคุ้มและสวยในมือถือระดับหมื่นต้น

พาสัมผัส Samsung Galaxy A 2017 การเปลี่ยนแปลงที่ดูคุ้มและสวยในมือถือระดับหมื่นต้น

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

รีวิว Sharp M1 มือถือกล้องหน้าชัด ในร่างของมือถือแบบญี่ปุ่น

รีวิว Sharp M1 มือถือกล้องหน้าชัด ในร่างของมือถือแบบญี่ปุ่น

รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

[รีวิว] Samsung Gear S3 Classic นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อ ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกแบบกันน้ำ

[รีวิว] Samsung Gear S3 Classic นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อ ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกแบบกันน้ำ

รีวิว Fitbit Charge 2 หนึ่งใน Smart Watch ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง

รีวิว Fitbit Charge 2 หนึ่งใน Smart Watch ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง

รีวิว Huawei Mate 9 เรือธงลำยักษ์ กับคำว่าครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ

รีวิว Huawei Mate 9 เรือธงลำยักษ์ กับคำว่าครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ

พาชมหูฟังใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่ให้คุณเพลินกับโลกเสียงดนตรี ในสถานที่เสียงดัง

พาชมหูฟังใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่ให้คุณเพลินกับโลกเสียงดนตรี ในสถานที่เสียงดัง

รีวิว Sharp Z2 มือถือใหม่จากแดนปลาดิบ ที่สเปคแรง แต่ราคาไม่แรง

รีวิว Sharp Z2 มือถือใหม่จากแดนปลาดิบ ที่สเปคแรง แต่ราคาไม่แรง

รีวิว ASUS Zenfone 3 Max 5.5 นิ้ว อัพขนาดและฟีเจอร์ให้สมราคามากกว่าเดิม

รีวิว ASUS Zenfone 3 Max 5.5 นิ้ว อัพขนาดและฟีเจอร์ให้สมราคามากกว่าเดิม

พรีวิว Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 มือถือกล้องคู่จอใหญ่ใหม่จาก Huawei

พรีวิว Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 มือถือกล้องคู่จอใหญ่ใหม่จาก Huawei

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว Vivo v5 มือถือ Selfie ชัดตัวแม่ราคาเป็นกันเอง

รีวิว Vivo v5 มือถือ Selfie ชัดตัวแม่ราคาเป็นกันเอง

รีวิว Sony Walkman A30 Series และ ลำโพง h.ear Go คู่หูการฟังเพลงตัวใหม่ได้ทั้งชัดและเบส

รีวิว Sony Walkman A30 Series และ ลำโพง h.ear Go คู่หูการฟังเพลงตัวใหม่ได้ทั้งชัดและเบส

รีวิว Motor Expo Touch แอปพลิเคชั่นนำเที่ยวช่วยเลือกรถในงาน Motor Expo 2016 ที่ควรติดไว้

รีวิว Motor Expo Touch แอปพลิเคชั่นนำเที่ยวช่วยเลือกรถในงาน Motor Expo 2016 ที่ควรติดไว้

พรีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition ความพิเศษของมือถือ Selfie ระดับเทพ มีแค่ 2,000 เครื่อง

พรีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition ความพิเศษของมือถือ Selfie ระดับเทพ มีแค่ 2,000 เครื่อง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์