รีวิว Samsung Galaxy Note 4 จากมุมมองผู้ใช้งานจริง

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 จากมุมมองผู้ใช้งานจริง

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 จากมุมมองผู้ใช้งานจริง

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีครับแฟน Sanook! Hitech กลับมาเจอกันอีกครั้งกับการรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่ของทาง Samsung อย่าง Samsung Galaxy Note 4 สมาร์ทโฟนที่โชว์จุดเด่นเรื่องการขีดเขียนและพิเศษสุดกับดีไซน์ระดับพรีเมียมที่สวยหรูกว่าเดิม และวันนี้ทางทีมงานมีคอนเทนต์รีวิวมาฝากกันอีกเช่นเคย แต่วันนี้พิเศษตรงที่เป็นรีวิวจากทางบ้านครับ

มาเริ่มกันดีกว่าครับ ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนว่า รีวิวชุดนี้เป็นการเขียนจากประสบการณ์จริงๆ ที่ได้ทดลองเล่นผิดพลาดประการใดก็ติชมมาได้นะครับ 

(SM-N910C รุ่นที่ขายในไทย)

- ขนาดตัวเครื่อง 153.5x78.6x8.5 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่องเพียง 176 กรัม
- หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1440 (QHD) แบบ Super AMOLED
- ชิป Exynos 5433 แบบ Octa-Core ความเร็ว 1.9 GHz
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
- กล้องดิจิตอลด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Smart OIS และ Auto focus
- กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล (f1.9)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 32 GB
- รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 64 GB
- รองรับการเชื่อมต่อ 3G, 4G LTE, WiFi, Bluetooth, NFC, IR LED
- ระบบ GPS และ A-GPS ในตัว
- รองรับการใช้งาน สแกนลายนิ้วมือ
- แบตเตอรี่ขนาด 3,220 mAh พร้อมเทคโนโลยี Fast Charge
- ระบบปฏิบัติการ Android 4.4 (KitKat)

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 : แนวคิด และ การออกแบบ

Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว แบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen ซึ่งขนาดหน้าจอเท่ากับ Samsung Galaxy Note 3 แต่ปรับความละเอียดเพิ่มขึ้นเป็น 2560 x 1440 พิกเซล ที่ 515 PPI หรือความละเอียดแบบ QHD

แต่ความพิเศษของ Samsung Galaxy Note 4 ที่เพิ่มเข้ามาอีกอย่างก็คือ กระจกหน้าจอของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เรียกว่า 2.5D Curved Glass ซึ่งตัวกระจกจอเองจะมีความโค้งเล็กน้อย ซึ่งการที่กระจกมีความโค้งแบบนี้ จะช่วยให้หน้าจอมีความแข็งแรงทนทาน มากขึ้นกว่าเดิมพอสมควรเลยทีเดียว

ซึ่งด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงสำหรับสนทนา, เซ็นเซอร์ต่างๆ และกล้องด้านหน้า ที่มีความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างสูงสุด 120 องศา และรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9

ส่วนด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มเมนู และปุ่มย้อนกลับ ซึ่งเป็นปุ่มแบบสัมผัส ส่วนตรงกลาง เป็นปุ่ม Home ที่ยื่นออกมาเพราะเป็น เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ หรือ Fingerprint Scanner นั่นเอง

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มสำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง และใช้ล็อคหน้าจอแสดงผล

ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง ซึ่ง จะเห็นว่า ขอบตัวเครื่องเป็นโลหะชุบอโนไดรซ์สีตามตัวเครื่อง จะมีการปัดเงาเฉพาะริมรอบๆ คล้ายกับ Samsung Galaxy Alpha นั่นเอง

ด้านบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนสำหรับบันทึกเสียงขณะบันทึกวีดีโอ และใช้สำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ส่วนรูกลมๆ เล็กนั้น เป็น พอร์ตอินฟราเรด ทำให้ Samsung Galaxy Note 4 กลายเป็นรีโมตคอนโทรลได้

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปากกา S-Pen อยู่ในตำแหน่งเดิมที่หยิบใช้ได้สะดวก, ไมโครโฟนตัวที่ 1 และ 2 ที่ทางซัมซุงเผยว่า จะช่วยทำให้การบันทึกเสียง คมชัดมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งยังตัดเสียงรบกวนด้วย ส่วนตรงกลางมีช่องสำหรับเสียบสายชาร์จ และเชื่อมต่อข้อมูล แต่ในคราวนี้ ซัมซุงถอยกลับไปใช้ microUSB 2.0 แบบเดิม

กล้องด้านหลัง มาพร้อมความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และระบบป้องกันการสั่นแบบ Smart OIS และข้างๆ ไฟแฟลช มีเซ็นเซอร์เพิ่มมา 2 ตัวด้วยกัน ได้แก่ เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ กับ UV Sensor วัดความเข้มของแสง และยังสามารถวัดปริมาณแสงอัลตร้าไวโอเลตได้อีกด้วย

ซึ่งเซ็นเซอร์ทั้ง 2 ตัวนี้ จะใช้คู่กับแอปพลิเคชันของ S-Health นั่นเอง ไม่เพียงเท่านั้น ตำแหน่งของเซ็นเซอร์ ยังสามารถใช้เป็น ชัตเตอร์ ได้ เมื่อถ่ายรูปด้วยกล้องด้านหน้า

Samsung Galaxy Note 4 สามารถถอดแกะฝาหลังได้ ประกอบด้วย แบตเตอรี่ขนาด 3220 mAh แบบถอดเปลี่ยนได้

 รองรับซิมการ์ดแบบ microSIM ส่วน microSD Card รองรับสูงสุด 64 GB แต่ด้านหลังยังคงใช้โพลีคาร์บอเนตทำเป็นลายหนัง (Faux Leather) เหมือนใน Samsung Galaxy Note 3

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 : UI (user interfece) และ การใช้งานเบื้องต้น

Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat ซึ่งลูกเล่น และอินเทอร์เฟสต่างๆ ยังคงเป็นมาตรฐานเดิมๆ ของซัมซุง เช่น ปัดเพื่อปลดล็อค แต่บน Samsung Galaxy Note 4 ได้เพิ่มการปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือเข้ามา แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S5 ที่สามารถบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุด 3 แบบ

นอกเหนือจากสเปคของ Samsung Galaxy Note 4 ที่ถูกปรับปรุงใหม่แล้ว ยังมีฟีเจอร์ใหม่ๆ บนระบบปฏิบัติการให้ได้ใช้งานกันด้วย โดยสำหรับฟีเจอร์ Transparency Widgets นั้น คือ Widgets ที่จะออกแนวโปร่งแสงเล็กน้อย เพื่อให้หน้าจอ Home Screen ดูกลมกลืน และสวยงามมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของหน้าแอปพลิเคชันรวม ยังคงครบครันเหมือนเช่นเคย โดยทางซัมซุง ได้ใส่แอปพลิเคชันที่จำเป็นต่อการใช้งานไว้ในตัวเครื่องโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่มเติม แต่ถ้าหากยังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถดาวน์โหลดเพิ่มได้ที่ Play Store หรือ Galaxy Apps

การแตะปุ่มเมนู 1 ครั้ง เป็นการเข้าสู่เมนู Multitasking นั่นเอง ผู้ใช้สามารถเลือกเพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันที่เคยเปิดใช้งานมาแล้วก่อนหน้านั้น หรือลบออกเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อเป็นการเพิ่มความเร็วให้กับตัวเครื่องด้วย

Notification Center ปุ่มแจ้งเตือนการใช้งานต่างๆ ข้อความ, อีเมล, หรือการการแจ้งเตือนแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูลัด สำหรับการตั้งค่าอื่นๆ เช่น Wi-Fi, GPS หรือ Bluetooth เป็นต้น

การกดปุ่ม Home 2 ครั้ง จะเข้าสู่ฟังก์ชัน S-Voice ระบบการสั่งการด้วยเสียง

ส่วนการกดปุ่ม Home ค้างไว้ เป็นการเข้าสู่ Google Now เพื่อค้นหาข้อมูลตามที่ต้องการ เช่น สภาพอากาศ หรือ สภาพการจราจร โดย Google Now จะพยายามคาดเดาความต้องการของผู้ใช้เอง

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นว่า Samsung Galaxy Note 4 มีอินฟราเรด สำหรับใช้งานเป็นรีโมตคอนโทรล โดยจะใช้คู่กับแอปพลิเคชัน Smart Remote

Multi Windows ฟีเจอร์การเปิดใช้งาน 2 แอปพลิเคชั่น บนหน้าจอเดียว โดยผู้ใช้สามารถเลื่อนแอปพลิเคชั่นไปมาได้ หรือย่อขยายก็ได้ (เหมือนหน้าต่างของวินโด) นอกจากนี้ ยังสามารถลากแอปพลิเคชั่นซ้อนทับกันได้อีกด้วยโดยไม่ต้องแบ่งหน้าจอเหมือนแต่ก่อน ด้วยการควบคุมผ่าน S-Pen

สำหรับเบราว์เซอร์บน Samsung Galaxy Note 4 จะมีให้เลือกใช้ 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ Android Browser และ Google Chrome แต่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมเองได้

แอปพลิเคชันนาฬิกา จะมีเมนูย่อยให้ใช้งาน 4 เมนูด้วยกัน การแจ้งเตือน, เวลาโลก, การจับเวลา และการตั้งเวลา

แอปพลิเคชันพื้นฐานอย่าง เครื่องคิดเลข และ เครื่องบันทึกเสียง ก็มีเช่นกัน

S-Planner นอกจากจะเป็นปฏิทินแล้ว ยังสามารถสร้างตารางนัดหมายได้ พร้อมกับแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ด้วย

S-Health แอปพลิเคชันจัดการด้านสุขภาพ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อการออกกำลังกาย และการบริโภคโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพ และควบคุมน้ำหนัก โดยต้องใช้คู่กับ Heart Rate Sensor หรือเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของชีพจรที่อยู่ด้านหลังตัวเครื่อง

Location ใน Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกับระบบ GPS และ A-GPS ในตัว สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันประเภทการนำทางได้ทันที รวมถึง Google Maps ด้วย

นอกจาก Play Store ซึ่งเป็นแหล่งรวมแอปพลิเคชันของ Android แล้ว ทาง Samsung ได้ทำ Galaxy Apps เพิ่มเข้ามาอีกด้วย

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 : ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ บนปากกา S-Pen

ปากกา S -Pen ถือว่า เป็นจุดขายของตระกูล Samsung Galaxy Note เลยก็ว่าได้ โดยใน Samsung Galaxy Note 4 ได้มีการพัฒนาให้รองรับน้ำหนักในการกดเพิ่มขึ้นถึง 2048 ระดับ จากเดิม 1024 ระดับ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังใช้งานปากกาจริง ไม่ว่าจะเป็นแรงกด หรือองศา และ การตอบสนองของ อีกทั้งยังสามารถใช้ลากข้อความหรือรูปภาพได้ เหมือนกับการใช้เมาส์บนคอมพิวเตอร์

Action Memo (บันทึกการดำเนินการ) เป็นฟีเจอร์ที่ผู้ใช้สามารถเขียนคำสั่งต่างๆ ด้วยลายมือของตัวเอง เช่น ถ้าหากเขียนเบอร์โทรศัพท์ลงไป ตัวเครื่องจะทราบว่า นั่นคือหมายเลขโทรศัพท์ ก็สามารถสั่งงานเพื่อโทรออกในเบอร์ดังกล่าว หรือบันทึกได้ในทันที

Smart Select (การเลือกอัจฉริยะ) เป็นการ crop หน้าจอแล้วเก็บภาพไว้ โดยสามารถเลือกเก็บกี่ภาพก็ได้ แต่เดิมนั้น จะสามารถทำได้ทีละภาพเท่านั้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ มีประโยชน์ในเวลาที่เจอข้อมูลสำคัญๆ บนหน้าเว็บไซต์ ก็สามารถ crop เฉพาะส่วนเพื่อเก็บไว้ โดยไม่ต้อง capture ทั้งหน้าจอ คลิปรูปภาพ คือการวาดรูปลงบนคอนเทนต์ที่น่าสนใจ แล้วบันทึกเก็บไว้

Screen Write (เขียนบนหน้าจอ) จะเป็นเหมือนกับการ capture หน้าจอ แล้วสามารถเขียนข้อความลงไปบนได้ทันที

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 : ทดสอบกล้องด้านหลังที่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy Note 4 มาพร้อมกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และระบบป้องกันภาพสั่นแบบ Smart OIS และได้ภาพที่สว่างมากขึ้นอีกด้วย

ซึ่ง Samsung Galaxy Note 4 นี้ ทางซัมซุง เน้นการถ่ายภาพแนว Selfie มากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่เรียกว่า Wide Selfie นั่นเอง สำหรับฟีเจอร์ Wide Selfie นั้นก็คือ การถ่ายภาพแบบพาโนรามา จึงทำให้ได้ภาพมุมกว้าง ถ่ายภาพกลุ่ม กับเพื่อนฝูงได้ออกมาสวยงาม

ส่วนโหมดการถ่ายภาพก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อัตโนมัติ, เซลฟี่กล้องหลัง, โฟกัสที่เลือก, พาโนรามา และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นถ่ายภาพอื่นๆ มาใช้งานได้

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 : ทดสอบกล้องด้านหน้า

กล้องด้านหน้า ความละเอียดอยู่ที่ 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างสูงสุด 120 องศา และรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ซึ่งถือว่ามีความละเอียดสูงกว่าเดิม เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการถ่าย selfie นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ การถ่ายภาพแบบ 120 องศาด้วยกล้องหน้า เพื่อให้คุณถ่ายภาพ Wide Selfie (ถ่ายภาพตนเองแบบกว้าง) ได้ดีกว่าที่เคย และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นถ่ายภาพอื่นๆ มาใช้งานได้

ลองมาชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล บน Samsung Galaxy Note 4 กันครับ

รีวิว Samsung Galaxy Note 4 : บทสรุปการใช้งาน

สำหรับ Samsung Galaxy Note 4 นั้น เป็นรุ่นที่ต่อยอดมาจาก Samsung Galaxy Note 3 แต่มีการพัฒนาพอสมควร ทั้งในเรื่องของการออกแบบ และสเปคโดยรวม โดย Samsung Galaxy Note 4 นั้น มาพร้อมกับกรอบตัวเครื่องแบบโลหะ (Metal Frame) ที่ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูพรีเมียมขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมาพร้อมกับ หน้าจอแสดงผลขนาด 5.7 นิ้ว แบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล ที่ 515 PPI ที่ชัดเจนและละเอียดจนมองไม่เห็นจุดพิกเซลอีกด้วย

กล้องทั้งด้านหน้าและด้านหลังมีการพัฒนามากขึ้น โดยกล้องด้านหน้า ความละเอียดอยู่ที่ 3.7 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง F/1.9 จะให้ภาพที่สว่างกว่าเดิม และเลนส์มุมกว้างสูงสุด 120 องศา ถ่ายภาพ Selfie แบบกลุ่มได้อย่างสบาย ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันการสั่นไหว Smart OIS

นอกจากนี้ ความน่าสนใจยังอยู่ที่เซ็นเซอร์ต่างๆ โดยปุ่ม Home มาพร้อมกับ Fingerprint Sensor หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ปลอดภัยมากขึ้นยามปลดล็อคหน้าจอ ส่วนด้านหลัง มี Heart Rate Sensor หรือเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของชีพจร โดยใช้คู่กับแอปพลิเคชัน S Health เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพเป็นหลัก ส่วนเซ็นเซอร์อีกตัวก็คือ UV Sensor หรือวัดความเข้มของแสงนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น Samsung Galaxy Note 4 ได้มีการปรับปรุงความเร็วในการชาร์จแบตเตอรี่ กับฟีเจอร์ Fast Charging โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงระดับ 50% ในเวลาแค่ 30 นาที จากเวลาปกติที่ประมาณ 55 นาที นอกจากนี้ ยังมีโหมด Ultra Power Saving Mode หรือโหมดประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ ด้วยการเปลี่ยนหน้าจอเป็นขาวดำ ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่อง

สำหรับราคาของ Samsung Galaxy Note 4 อยู่ที่ 25,900 บาท เรียกได้ว่า เปิดตัวมาค่อนข้างแรงพอสมควร แต่ถ้าหากมองถึงเรื่องฟีเจอร์ และลูกเล่นใหม่ๆ ของปากกา S-Pen ที่เป็นจุดขายของตระกูล Note แล้ว คนที่ชอบการขีดๆ เขียนๆ พร้อมกับการออกกำลังกาย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ใช้ได้

Samsung Galaxy Note 4 ได้มีการปรับปรุงความเร็วในการชาร์จแบตเตอรี่ โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงระดับ 50% ในเวลาแค่ 30 นาที จากเวลาปกติที่ประมาณ 55 นาที ผ่านทางฟีเจอร์ Fast Charging นอกจากนี้ ยังมีโหมด Ultra Power Saving Mode แบบใน Samsung Galaxy S5 หรือโหมดประหยัดพลังงานเป็นพิเศษ ด้วยการเปลี่ยนหน้าจอเป็นขาวดำ ทำให้ใช้งานได้ต่อเนื่องแม้ว่าแบตเตอรี่จะเหลือแค่ 10%

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Note 4

• กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ (Metal Frame) ทำให้ตัวเครื่องดูหรูหรา มีสไตล์ และแข็งแรงมากกว่าเดิม
• จอแสดงผลกว้าง 5.7 นิ้ว แบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (QHD) (515 ppi) จอชัดและละเอียดมาก ประทับใจสุดๆ
• กล้องด้านหน้า ความละเอียด 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างสูงสุด 120 องศา และรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9
• กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และระบบป้องกันการสั่นแบบ Smart OIS
• แบตเตอรี่ขนาด 3220 mAh ใช้งานได้ตลอดทั้งวัน (แบตอึดมาก)
• โหมด Ultra Power Saving Mode ประหยัดพลังงานขั้นพิเศษ ด้วยการเปลี่ยนหน้าจอเป็นขาวดำ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง
• Fast Charging ปรับปรุงระบบในการชาร์จแบตเตอรี่ สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลาแค่ 30 นาที
• ปากกา S-Pen ที่ปรับปรุงใหม่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังใช้ปากกาจริงๆ
• มี Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่อง
• ระบบสแกนลายนิ้วมือในตัว (Fingerprint Scanner)
• UV Sensor วัดความเข้มของแสง และปริมาณรังสีอัลตร้าไวโอเลต (ไม่รู้ใส่มาทำไม คงไม่ได้ใช้งานจริง)
• ไมโครโฟน 3 ตัวในเครื่องเดียว ทำให้บันทึกเสียงได้คมชัดมากกว่าเดิม
• รองรับเทคโนโลยี NFC

จุดด้อยของ Samsung Galaxy Note 4

• ราคาเปิดตัวค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับ มือถือที่มีสเปคใกล้เคียงกัน
• ฝาด้านหลังยังคง เป็นพลาสติกเหมือนเดิม
• กล้องถ่ายรูปนูนออกมาทำให้ดูไม่สวย และเป็นรอยง่าย
• ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
• ไม่กันน้ำ (ซึ่งสมาร์ทโฟนในราคาระดับนี้ของค่ายอื่นกันน้ำได้หมดแล้ว)
• ไม่มีไฟ Led
• Keyboard ใช้งานยาก เน้นแต่การพัฒนาปากกามากเกินไป
• ปุ่ม Back ใช้งานยากมากเนื่องจากอยู่ริมเกินไปทำให้บังเอิญไปโดนได้ง่าย
• ตัว OS ยังไม่สามารถดึงประสิทธิภาพเครื่องออกมาได้เต็มที่ทำให้การใช้งาน Multitask มีการกระตุกอยู่บ้าง รวมถึงการเล่นเกมส์ที่เป็น 3มิติ ก็มีการกระตุกและค้าง ทั้งๆที่ผลการทดสอบ Benchmark ได้คะแนนสูงมาก
• ภาพถ่ายแสงสว่างมากเกินไปทำให้สีของภาพถ่ายที่ได้ออกมาไม่ตรงกับความจริง ควรพัฒนา Software ด้านการถ่ายรูปเพิ่มเติมกว่านี้
• การที่รูรับแสงใหญ่ขึ้นแต่การถ่ายรูปในที่แสงน้อยทำได้ค่อนข้างแย่มาก Noise เยอะเกินไป (16ล้านแต่สู้กล้อง 8ล้านของยี่ห้ออื่นไม่ได้)
• โฟกัสได้ช้า และไม่ตรงจุด
• บริเวณมุมภาพ จะได้ภาพที่เพี้ยนจากความเป็นจริง โดยตัววัตถุจะยืดออกทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง
• การเชื่อมต่อข้อมูลกลับไปใช้ microUSB 2.0 ทำให้รับส่งข้อมูลได้ช้า (ชาวบ้านเค้าใช้ USB 3.0 กันหมดแล้ว)
• S-Voice ยังไม่รองรับภาษาไทย

อ้างอิงจาก http://www.samsung.com/th/galaxynote4

รีวิวโดย คุณาวุฒิ กิจบุรินทร์

Samsung Galaxy C10 เผยภาพเรนเดอร์ โชว์ชัดมาพร้อมกล้องคู่เป็นรุ่นแรกของค่าย

Samsung Galaxy C10 เผยภาพเรนเดอร์ โชว์ชัดมาพร้อมกล้องคู่เป็นรุ่นแรกของค่าย

8 ฟีเจอร์ลับของ Samsung Galaxy S8 ที่หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากในเครื่องที่ขายในจีนเท่านั้น!

8 ฟีเจอร์ลับของ Samsung Galaxy S8 ที่หาที่ไหนไม่ได้ นอกจากในเครื่องที่ขายในจีนเท่านั้น!

8 ความลับของแอนดรอยด์ที่ร้อยละ 90 ของผู้ใช้ยังไม่ทราบ

8 ความลับของแอนดรอยด์ที่ร้อยละ 90 ของผู้ใช้ยังไม่ทราบ

ASUS เปิดตัว Zenbook Pro, Zenbook Flip S,กลุ่ม Vivobook และ All in One เผยโฉมที่งาน Computex 2017

ASUS เปิดตัว Zenbook Pro, Zenbook Flip S,กลุ่ม Vivobook และ All in One เผยโฉมที่งาน Computex 2017

รวมภาพถ่าย ที่ใครเห็นก็ต้อง "งง" มันเรื่องจริงหรือผ่าน Adobe Photoshop

รวมภาพถ่าย ที่ใครเห็นก็ต้อง "งง" มันเรื่องจริงหรือผ่าน Adobe Photoshop

OPPO A77 มือถือกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมโหมดหน้าชัดหลังเบลอ

OPPO A77 มือถือกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลพร้อมโหมดหน้าชัดหลังเบลอ

Huawei เปิดตัว Nova 2 และ Nova 2 Plus มือถือกล้องหลังคู่ พร้อมระบบเสียงที่ดีสุดยอด

Huawei เปิดตัว Nova 2 และ Nova 2 Plus มือถือกล้องหลังคู่ พร้อมระบบเสียงที่ดีสุดยอด

ค้นพบปัญหาใหม่ใน Windows 8 และ Window 7 เมื่อใช้ NTFS อาจจะทำให้เครื่องค้างได้

ค้นพบปัญหาใหม่ใน Windows 8 และ Window 7 เมื่อใช้ NTFS อาจจะทำให้เครื่องค้างได้

หลุดภาพ Render ของ LG V30 เปลี่ยนดีไซน์มาใช้มือถือแบบสไลด์จอสัมผัสเป็นครั้งแรกของโลก

หลุดภาพ Render ของ LG V30 เปลี่ยนดีไซน์มาใช้มือถือแบบสไลด์จอสัมผัสเป็นครั้งแรกของโลก

รวม 5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์

รวม 5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์

11 สิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ iOS 11 มีสักที

11 สิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ iOS 11 มีสักที

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

มาแล้ว ภาพเคส iPhone 8 รุ่นใหม่ ชัด ๆ เปรียบเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

มาแล้ว ภาพเคส iPhone 8 รุ่นใหม่ ชัด ๆ เปรียบเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

พาชม Apple Store แห่งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ พร้อมให้บริการ 27 พฤษภาคมนี้

พาชม Apple Store แห่งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ พร้อมให้บริการ 27 พฤษภาคมนี้

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

Apple เผยวันจัดงาน WWDC 2017 ในช่วงวันที่ 5 – 9 มิถุนายนนี้ 

Apple เผยวันจัดงาน WWDC 2017 ในช่วงวันที่ 5 – 9 มิถุนายนนี้ 

ตัวเล็กตอบโจทย์กว่า ! iPhone SE เป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ลูกค้าในสหรัฐฯ พึงพอใจที่สุด

ตัวเล็กตอบโจทย์กว่า ! iPhone SE เป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ลูกค้าในสหรัฐฯ พึงพอใจที่สุด

สสส ผุดไอเดียแบบไทย ๆ  ทำพระรอด 2.0 เตือนคนขับหากขับรถเร็วเกิน

สสส ผุดไอเดียแบบไทย ๆ  ทำพระรอด 2.0 เตือนคนขับหากขับรถเร็วเกิน

เปลี่ยนคีย์บอร์ด iPhone ให้มุ้งมิ้งได้ ด้วยวิธีนี้

เปลี่ยนคีย์บอร์ด iPhone ให้มุ้งมิ้งได้ ด้วยวิธีนี้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์