รวมภัยไฮเทคที่แม่ท้องต้องระวัง!!

รวมภัยไฮเทคที่แม่ท้องต้องระวัง!!

รวมภัยไฮเทคที่แม่ท้องต้องระวัง!!

sanook

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบันเวิร์กกิ้งมัมมี เทคโนโลยีใกล้ ตัวให้เลือกใช้หลายอย่างที่ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว สะดวกสบายให้กับการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวัน และการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ มือถือ เครื่องถ่ายเอกสาร ไมโครเวฟ และเครื่องเล่น MP3 แต่สิ่งเหล่านี้ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ควรพิจารณาให้รอบคอบเพื่อจะได้ ใช้งานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

http://p4.isanook.com/hi/0/ud/278/1393457/untitled-2.jpg

1. คอมพิวเตอร์ใช้อย่างไรจึงปลอดภัย ในวันหนึ่งๆ เวิร์กกิ้งมัมหลายท่านคงต้องใช้เวลาในการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์โดย เฉลี่ย 6-8 ชั่วโมง มีผลการวิจัยจากต่างประเทศทั้งที่กล่าวว่า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและรังสีที่แผ่ออกมาจากคอมพิวเตอร์จะมีผลต่อลูกในท้อง ทำให้เป็นมะเร็ง หรือการอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทุกวันจะทำให้โอกาสตั้งครรภ์ลดน้อยลง

แต่ก็มีการวิจัยอีกหลายชิ้นที่กล่าวว่าการใช้คอมพิวเตอร์ไม่มีความเกี่ยว ข้องกับการตั้งครรภ์และไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อลูกโดยตรง แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าการใช้คอมพิวเตอร์จะมีผลเสียต่อลูกในท้อง โดยตรงหรือไม่ แต่หากใช้เป็นเวลานาน ย่อมทำให้คุณแม่ มีอาการไม่สบายเนื้อตัว อ่อนล้าหรือมีความเครียดเกิดขึ้นได้ ซึ่งอาการเหล่านี้ย่อมกระทบต่อลูกแน่นอนค่ะ

ตำแหน่งของคอมพิวเตอร์ : เมื่อต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานมักทำให้สายตาล้า ตาแห้ง ระคายเคืองหรือมีอาการสายตาสั้นชั่วคราว จึงควรนั่งให้สายตาอยู่ห่างจากจอไม่ต่ำกว่า 30 เซนติเมตร เพื่อลดปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาให้ได้รับน้อยที่สุด รวมถึงการติดแผ่นกรองแสงก็จะช่วยลดไฟฟ้าสถิตและป้องกันแสงสะท้อนเข้าสู่ตา ได้ ภายในห้องควรมีแสงสว่างพอเหมาะ ไม่มืดหรือสว่างจนเกินไป และควรพักสายตาจากหน้าจอประมาณ 5-10 นาที หลังจากใช้งานทุก 1 ชั่วโมง

ท่าที่ถูกต้อง : การนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้ปวดเมื่อยบริเวณไหล่ คอและหลัง เพราะร่างกายต้องรับน้ำหนักเกินความจำเป็นและทำให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ สะดวก จนเกิดอาการบวมบริเวณมือหรือเท้าได้ ท่านั่งที่ถูกต้องคือนั่งลึกให้เต็มเก้าอี้และหลังพิงพนัก ใช้หมอนหนุนหลังและเก้าอี้ตัวเล็กรองที่เท้า ลุกขึ้นยืนยืดแขนขา เปลี่ยนอิริยาบถในขณะทำงานบ้าง ก็จะช่วยลดอาการตึงของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

อุปกรณ์ต้องสะอาด : หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์และรอบๆ บริเวณคอมพิวเตอร์เสมอ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

สุขภาพที่ต้องใส่ใจ : การเพ่งจอคอมพิวเตอร์นานๆ จะทำให้เกิดความเครียดเพราะสมองต้องทำงานหนัก ทางที่ดีควรหยุดพักบ้างหรือทำงานอย่างอื่นไปด้วย เพื่อลดระยะเวลาทำงานกับคอมพิวเตอร์ให้น้อยลง นอกจากนี้ต้องเอาใจใส่สุขภาพโดยการกินอาหารให้เป็นเวลา ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ ออกกำลังกายเป็นประจำและพักผ่อนให้เพียงพอด้วย

นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์แล้ว คุณแม่ก็ไม่ควรนั่งหน้าจอโทรทัศน์เป็นเวลานานเช่นกัน เพราะนอกจากผลกระทบดังที่กล่าวมาแล้ว การนั่งดูโทรทัศน์เป็นเวลานานจะทำให้ปวดเมื่อยร่างกายและอ้วนง่าย เพราะเพลิดเพลินไปกับการดูและการกินขนมจุบจิบในเวลาเดียวกันด้วยค่ะ

2. มือถือ ใคร ว่าไม่อันตราย คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงการใช้มือถือเป็นเวลานานในช่วงตั้งครรภ์เนื่องจากในขณะ ที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือจะมีรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (รังสีไมโครเวฟ) ออกมา โดยคลื่นความร้อนนี้สามารถทำลายเซลล์ประสาทและเซลล์ตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ ส่งผลให้ทารกเป็น โรคต้อกระจก ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ สมาธิสั้น พัฒนาการล่าช้า และยังเป็นสาเหตุของโรคเนื้องอกในสมองของคุณแม่อีกด้วย

หาก มีความจำเป็นที่ต้องคุยโทรศัพท์มือถือบ่อยๆ ควรจำกัดระยะเวลาการใช้งานไม่ให้นานจนเกินไป ให้รีบวางโทรศัพท์ทันทีเมื่อรู้สึกปวดหัว แสบร้อนที่หูหรือผิวหนังบริเวณที่ถือโทรศัพท์ ควรใช้สมอลทอร์คแทนการใช้โทรศัพท์แนบหูจะปลอดภัยกว่า เพราะคลื่นจะพุ่งเข้าสู่โทรศัพท์ไม่ได้เข้าสู่ผู้ใช้โดยตรง

สำหรับคุณแม่ที่มีลูกแล้วก็ไม่ควรให้เด็กใช้โทรศัพท์มือถือก่อนอายุ 9 ขวบ เนื่องจากระบบประสาทของเด็กยังพัฒนาไม่เต็มที่ คลื่นความร้อนอาจเข้าไปทำลายสมองและส่งผลต่อพฤติกรรมของเด็ก ทั้งทางด้านการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง นิสัยใจคอและการพูดจาด้วย

3. เครื่องถ่ายเอกสาร ปลอดภัยไว้ก่อน เครื่องถ่ายเอกสารเป็นอุปกรณ์สำนักงานอีกหนึ่งอย่างที่ไม่ควรมองข้ามความ ปลอดภัยในการใช้งาน เพราะการใช้งานเครื่องถ่ายเอกสารบ่อย ๆ หรือแม้แต่การนั่งทำงานใกล้เครื่องถ่ายเอกสารนั้น จะทำให้ร่างกายได้รับอันตรายจากรังสีและสารเคมีที่แผ่ออกมาจากเครื่องโดยที่ ไม่รู้ตัว ถ้าไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดการสะสมในร่างกายและเป็นสาเหตุให้แท้งได้

รังสียูวี : ในการถ่ายเอกสารทุกครั้งควรปิดแผ่นบังแสง เพื่อป้องกันการได้รับรังสียูวีจากแสงที่แผ่ออกมาจากหลอดไฟเป็นเวลานานหรือ ในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้ระคายเคือง เกิดการอักเสบของกระจกตาหรือเกิดผื่นคันตามผิวหนัง

ผงหมึก: ในหมึกของเครื่องถ่ายเอกสารระบบแห้งจะมีส่วนผสมของผงคาร์บอนและเรซิน ส่วนผงหมึกของเครื่องถ่ายเอกสารระบบเปียกจะละลายในสารละลายอินทรีย์พวก ปิโตรเลียม หากหายใจผงหมึกเข้าไปในปริมาณมากจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ ไอ จาม และทำให้เกิดความผิดปกติต่อทารกด้วย

ก๊าซโอโซน : เกิดจากการอัดตัวและปล่อยประจุไฟฟ้าที่ลูกกลิ้ง กระดาษ และเมื่อมีการปล่อยแสงยูวีในขณะที่ถ่ายเอกสาร ทำให้ระคายตา จมูก หายใจสั้น วิงเวียนมีอาการล้า โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอาการของโรคทางเดินหายใจ อย่างหอบหืดอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงก๊าซโอโซนเป็นอย่างมาก

เพื่อความปลอดภัย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องถ่ายเอกสารบ่อยๆ ไม่นั่งทำงานใกล้กับเครื่องถ่ายเอกสาร ใส่ผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันฝุ่นจากผงหมึก และอย่าลืมล้างมือให้สะอาดหลังการใช้งานทุกครั้งเพื่อไม่ให้มีผงหมึกหรือสาร เคมีติดที่มือ หากเผลอไปหยิบจับอาหารหรือขนมแล้วกินเข้าไป จะทำให้เกิดการสะสมของสารเคมีและเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ค่ะ

4. ไมโครเวฟ อุ่นอาหารอย่างไรให้อุ่นใจ การอุ่นหรือปรุงอาหารด้วยไมโครเวฟถึงแม้จะสะดวกและรวดเร็วก็ตามแต่หากกิน อาหารที่อุ่นด้วยไมโครเวฟบ่อยๆ อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงจากการได้รับรังสีไมโครเวฟที่ออกมาในขณะที่อุ่น อาหารสะสมในร่างกาย เป็นสาเหตุให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ประสาทและเซลล์ตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์ คุณแม่จึงต้องใช้ไมโครเวฟอย่างระมัดระวังและการกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ย่อม มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอาหารที่อุ่นจากไมโครเวฟ

ภาชนะ : เลือกภาชนะใส่อาหารที่จะนำเข้าไมโครเวฟให้เหมาะสม เช่น ชามแก้วทนไฟ ชามกระเบื้อง ภาชนะไม้ ห้ามใช้ภาชนะโลหะ ภาชนะกระเบื้องที่มีขอบสีเงินหรือทอง ภาชนะพลาสติกที่ไม่ทนความร้อน รวมถึง ไม่ควรใช้ไมโครเวฟอุ่นนมในขวดนมด้วย

อาหาร : เลือกปรับอุณหภูมิปานกลางในการอุ่นอาหาร หรืออ่านบนฉลากอาหารก่อนทุกครั้ง ไม่ควรใช้อุณหภูมิที่สูงจนเกินไป เพราะจะทำให้มีการซึมของสารฟอร์มาลดีไฮด์ออกมาในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อ ร่างกายได้ และควรใช้ฝาชีหรือพลาสติกทนความร้อนครอบอาหาร (โดยไม่ต้องปิดฝาแน่น) จะช่วยกรองรังสีไมโครเวฟได้ในระดับหนึ่ง

ข้อควรระวัง : ไม่ควรให้ดวงตาแนบกับฝาตู้ หรือจ้องมองภายในเครื่อง (โดยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งคุณแม่ต้องระวังไม่ให้จ้องมองระหว่างการอุ่นอาหาร) ปิดฝาตู้ให้สนิท เพื่อไม่ให้มีคลื่นไมโครเวฟรั่วออกมาระหว่างใช้งาน

ไม่ ควรนำอาหารที่มีผิวมันหรือมีเปลือกแข็งทำให้สุกโดยไมโครเวฟ เพราะความร้อนจะทำให้อากาศภายในอาหารขยายตัวและไอน้ำที่เกิดขึ้นจะมีแรงดัน สูง จนเกิดการระเบิดได้ ควรใช้ส้อมจิ้มที่ผิวหรือเปลือกอาหารให้เป็นรูก่อน เพื่อป้องกันการปะทุที่เกิดจากความร้อนภายใน

5. เครื่องเล่น MP3 ดังไปนานไปไม่ดีนะ การฟังเพลงในช่วงที่ตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่ดีเพราะจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อน คลาย โดยเฉพาะการฟังจากเครื่องเล่น MP3 เพราะพกพาได้สะดวก ฟังที่ไหนก็ได้ แต่ควรฟังในระดับเสียงและระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อการ ได้ยินของคุณแม่เอง และไม่กระทบต่อไปยังเส้นประสาทด้านการได้ยินเสียงของทารกด้วย

ระดับเสียงที่ฟัง : ไม่ควรเปิดเสียงในระดับที่ดังจนเกินไป ซึ่งระดับเสียงที่ทำให้เกิดอันตราย คือ ระดับเสียงที่ดังมากกว่า 85 เดซิเบล หากใช้หูฟังแบบเสียบหูก็ไม่ควรตั้งระดับความดังของเสียงเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ของระดับเสียงทั้งหมด และไม่ควรดังเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ เมื่อใช้หูฟังแบบครอบศีรษะ นอกจากนี้ ควรรักษาระดับเสียงที่เปิดให้คงที่ ไม่ควรเพิ่มระดับให้ดังขึ้นเรื่อยๆ ตามสภาพแวดล้อม เพราะจะเป็นสาเหตุให้การได้ยินเสียงบกพร่องมากขึ้น อีกทั้งเสียงที่ดังมากๆ ยังเป็นอันตรายต่อเซลล์รับคลื่นเสียงทำให้เกิดความบกพร่องด้านการได้ยินของ ทารกอย่างถาวรได้

ที่มาข้อมูลและภาพ vcharkarn.com, guru.sanook.com

 

Google เปิดให้โหลด Calendar ลงใน iPad แล้ววันนี้

Google เปิดให้โหลด Calendar ลงใน iPad แล้ววันนี้

CAT เตรียมส่งบริการใหม่ IRIS STARTUP หนุนกลุ่ม Startup เน้นใช้งานง่าย จ่ายตามที่ใช้จริง

CAT เตรียมส่งบริการใหม่ IRIS STARTUP หนุนกลุ่ม Startup เน้นใช้งานง่าย จ่ายตามที่ใช้จริง

Dell EMC ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่การทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน

Dell EMC ประกาศความร่วมมือครั้งใหม่การทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน

Yi เปิดตัว 4K+ Action Camera ความละเอียดสูงและยังเคลื่อนไหวได้เร็ว

Yi เปิดตัว 4K+ Action Camera ความละเอียดสูงและยังเคลื่อนไหวได้เร็ว

ลองเล่น Samsung DeX เปลี่ยน Android บนมือถือเป็นระบบปฏิบัติการ Desktop เต็มตัว

ลองเล่น Samsung DeX เปลี่ยน Android บนมือถือเป็นระบบปฏิบัติการ Desktop เต็มตัว

Samsung เปิดตัว Gear 360 รุ่นใหม่กล้องถ่ายภาพแบบ 360 ที่จับง่ายและถ่าย Live ได้แล้ว

Samsung เปิดตัว Gear 360 รุ่นใหม่กล้องถ่ายภาพแบบ 360 ที่จับง่ายและถ่าย Live ได้แล้ว

รวมภาพถ่ายที่คุณจะต้องตกใจ เมื่อรู้ว่ามันไม่ได้ โฟโต้ชอป!!

รวมภาพถ่ายที่คุณจะต้องตกใจ เมื่อรู้ว่ามันไม่ได้ โฟโต้ชอป!!

สื่อกิมจิเปิดโปง Qualcomm มีข้อตกลงห้าม Samsung ขายชิปเซ็ต Exynos ให้คู่แข่งเจ้าอื่น

สื่อกิมจิเปิดโปง Qualcomm มีข้อตกลงห้าม Samsung ขายชิปเซ็ต Exynos ให้คู่แข่งเจ้าอื่น

มีอะไรใหม่ใน Samsung Galaxy S8 และ Samsung Galaxy S8+ บ้าง

มีอะไรใหม่ใน Samsung Galaxy S8 และ Samsung Galaxy S8+ บ้าง

HUAWEI P10 และ P10 Plus พร้อมวางจำหน่ายในไทย

HUAWEI P10 และ P10 Plus พร้อมวางจำหน่ายในไทย

เปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ S8+ อย่างเป็นทางการ กับการเปลี่ยนโฉมที่ไม่เหมือนเดิม

เปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ S8+ อย่างเป็นทางการ กับการเปลี่ยนโฉมที่ไม่เหมือนเดิม

เจ๋ง! เสื้อยืดสามมิติมองทะลุถึงอวัยวะภายใน ช่วยเด็กเรียนรู้โครงสร้างร่างกายมนุษย์

เจ๋ง! เสื้อยืดสามมิติมองทะลุถึงอวัยวะภายใน ช่วยเด็กเรียนรู้โครงสร้างร่างกายมนุษย์

Evernote เพิ่มฟีเจอร์แชร์ Note สำหรับ Android ให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

Evernote เพิ่มฟีเจอร์แชร์ Note สำหรับ Android ให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

TSMC เริ่มผลิต CPU สำหรับ iPhone 7s, 7s Plus และ 8

TSMC เริ่มผลิต CPU สำหรับ iPhone 7s, 7s Plus และ 8

พบ Samsung อาจจะใส่ฟีเจอร์ Fast Charge จาก 0 – 100% ในเวลา 20 นาที เท่านั้น

พบ Samsung อาจจะใส่ฟีเจอร์ Fast Charge จาก 0 – 100% ในเวลา 20 นาที เท่านั้น

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 10.3.2 beta มีอุปกรณ์ถูกลอยแพแล้วจ้า

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 10.3.2 beta มีอุปกรณ์ถูกลอยแพแล้วจ้า

Google Search เพิ่มฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลผ่าน GBoard และ 3D Touch

Google Search เพิ่มฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลผ่าน GBoard และ 3D Touch

ลือ Apple Watch 3 อาจจะมาพร้อมกับการรองรับ LTE, เลือกชาร์จได้ทั้ง USB-C และ Lightning

ลือ Apple Watch 3 อาจจะมาพร้อมกับการรองรับ LTE, เลือกชาร์จได้ทั้ง USB-C และ Lightning

Tencent ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้าถือหุ้น 5% ใน Tesla

Tencent ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้าถือหุ้น 5% ใน Tesla

AMD เปิดตัว Radeon RX460 กราฟิกการ์ดสำหรับ Notebook งบไม่แรงแต่ประสิทธิภาพดี

AMD เปิดตัว Radeon RX460 กราฟิกการ์ดสำหรับ Notebook งบไม่แรงแต่ประสิทธิภาพดี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์