รีวิว (Review) OPPO R5

รีวิว (Review) OPPO R5

รีวิว (Review) OPPO R5

thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

สมาร์ทโฟนที่บางเฉียบที่สุดจาก ออปโป้ บนดีไซน์สุดหรู พร้อมด้วยเทคโนโลยีการระบายความร้อนสุดล้ำ, หน่วยประมวลผล 64-bit, จอ Full HD 5.2 นิ้ว, กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และฟีเจอร์ครบเครื่องระดับไฮเอนด์

สวัสดีครับ เมื่อประมาณต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาทาง OPPO ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ OPPO N3 และ OPPO R5 ซึ่งในงานเปิดตัว OPPO R5 ได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เรียกได้ว่าอาจจะเผลอแย่งซีนรุ่นใหญ่อย่าง OPPO N3 เสียด้วยซ้ำ เนื่องจากตัวเครื่องออกแบบมาได้บางเฉียบหรูหรา สวยงามสะดุดตา และด้วยวัสดุแบบอลูมิเนียม (เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ 3D-Welded Aluminum Alloy) จึงมีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ

โดยพื้นผิวที่เป็นอลูมิเนียมยังผ่านการขัดเงาอย่างประณีตด้วยมืออีกด้วย แถม ยังถูกออกแบบให้ตัวเครื่องมีความบางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตร เรียกได้ว่า บางที่สุดในโลก ณ ขณะนั้น อย่างไรก็ดี ตัวเครื่องของ OPPO R5 ที่เป็นโลหะ ก็อาจจะทำให้หลายคนกังวลเกี่ยวกับการสะสมความร้อน แต่ดูไปแล้วก็คงไม่ต้องกังวลมากนักเนื่องจากทาง OPPO ก็ได้หาวิธีมาแก้ไขด้วยเทคโนโลยีระบบควบคุมอุณหภูมิความร้อนของตัวเครื่องที่มีชื่อว่า Cool Element Phase-Shifting Cooling ที่จะช่วยระบายความร้อนออกจากตัวเครื่อง และรักษาประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องให้เป็นไปอย่างราบรื่น 

นอกจากนี้ OPPO R5 ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี VOOC mini Rapid Charger ที่ชาร์จแบตเตอรี่เพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถใช้งานสนทนาโทรศัพท์ได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง ประมวลผลการทำงานด้วยชิปเซ็ต Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615 ซึ่งรองรับสถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบ 64-bit และทำงานบนระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)

ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ล้วนอยู่ในระดับไฮเอนด์แทบทั้งสิ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านไปติดตามรีวิว OPPO R5 พร้อมกันดีกว่าว่าการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ตัวเครื่องจะออกแบบมาได้สวยงามหรูหราเพียงใด มีฟีเจอร์เด่นอะไรน่าสนใจกันบ้าง และคุ้มค่าน่าใช้มากน้อยขนาดไหน

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

OPPO R5 จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียดระดับ Full HD 1080p (1920x1080 พิกเซล) ขนาด 5.2 นิ้ว และมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 148.9x74.5x4.85 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 155 กรัม ซึ่งความพิเศษของ OPPO R5 คือ ขอบตัวเครื่อง และด้านหลังของตัวเครื่องจะผลิตจากวัสดุโลหะอลูมิเนียม ส่วนกระจกหน้าจอจะเป็นแบบ Corning Gorilla Glass 3 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน และมีมุมมองกว้างถึง 180 องศา

ด้านหน้าส่วนบน : จะประกอบไปด้วย กล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้านพิกเซล, ระบบ Accelerometer Sensor ที่ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้, ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และลำโพงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา

ด้านหน้าส่วนล่าง : จะประกอบไปด้วยปุ่มเมนู, ปุ่มโฮม และปุ่มย้อนกลับ

ด้านบนของตัวเครื่อง : จะไม่มีปุ่ม หรือฟังก์ชันใดๆ ให้ใช้งาน

ด้านล่างของตัวเครื่อง : จะมีไมโครโฟน และช่องแบบ microUSB สำหรับการเชื่อมต่อกับสายชาร์จแบตเตอรี่ หรือการโอนถ่ายข้อมูล

ด้านข้างทางขวาของตัวเครื่อง : จะมีปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง หรือล็อคหน้าจอ และปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง

ด้านข้างทางซ้ายของตัวเครื่อง : จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ด ที่ต้องเปิดออกด้วย SIM Door Key 

โดยซิมการ์ดที่ใช้จะเป็นแบบ microSIM

ด้านหลังของตัว เครื่อง : จะมาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Sony Exmor IMX214 BSI และมีค่ารูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/2.0, ไฟแฟลช LED และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนขณะบันทึกเสียง หรือถ่ายวีดีโอ ส่วนฝาหลังจะไม่สามารถเปิดออกได้ จึงเพิ่มหน่วยความจำภายนอกไม่ได้ และเปลี่ยนแบตเตอีร่ไม่ได้ โดยภายในจะมีแบตเตอรี่ขนาด 2000 mAh พร้อมด้วยเทคโนโลยี VOOC mini Rapid Charger ซึ่งชาร์จแบตเตอรี่เพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถพูดคุยโทรศัพท์ได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง หรือชาร์จแบตเตอรี่จาก 0% - 75% โดยใช้เวลาเพียง 30 นาที เท่านั้น

 เปรียบเทียบ OPPO R5 กับ OPPO R1

จากภาพจะเห็นได้ว่า OPPO R5 มีขนาดหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่กว่า OPPO R1 อยู่เล็กน้อย เนื่องจาก OPPO R5 มีหน้าจอแสดงผลขนาด 5.2 นิ้ว ส่วน OPPO R1 จะมีหน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า OPPO R5 นั่นเอง นอกจากนี้ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ของ OPPO R5 จะมีสีสันที่สดใสกว่าหน้าจอแสดงผลของ OPPO R1 ซึ่งเป็นแบบ IPS อีกด้วย

ในเรื่องของวัสดุก็ มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง คือ OPPO R5 จะผลิตจากจากอลูมิเนียมทั้งขอบตัวเครื่อง และด้านหลังของตัวเครื่อง จึงมีความแข็งแรงทนทาน มากกว่า OPPO R1 ที่เป็นอลูมิเนียมเฉพาะขอบด้านข้าง อย่างไรก็ดี ด้วยวัสดุที่เป็นอลูมิเนียม จึงทำให้ OPPO R5 มีน้ำหนักมากกว่า OPPO R1 อยู่ราวๆ 15 กรัม (OPPO R1 มีน้ำหนักของตัวเครื่องอยู่ที่ 140 กรัม ส่วน OPPO R5 หนัก 155 กรัม)

นอกจากนี้ OPPO R5 ถูกออกแบบ และพัฒนาให้ตัวเครื่องมีความบางเพียง 4.85 มิลลิเมตร ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นาน ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่บางเฉียบที่สุดในโลก ส่วน OPPO R1 มีความบางอยู่ที่ 7.1 มิลิเมตร ซึ่งจากภาพจะเห็นได้ว่า OPPO R5 มีความบางกว่า OPPO R1 อย่างชัดเจน

 

เปิดเครื่องใช้งาน พร้อมการทดสอบฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันต่างๆ

OPPO R5 จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0.1i ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat) และส่วน Interface ก็ยังคงดูสดใส และใช้งานได้ง่ายเหมือนเช่นเคย

พร้อมด้วย Notification Bar สำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ และสามารถเปิด-ปิดฟังก์ชันลัดต่างๆ ได้ทันที เช่น WiFi, อินเทอร์เน็ต และ GPS เป็นต้น

นอกจากนี้ เมื่อสัมผัสที่หน้าจอแสดงผลค้างเอาไว้ประมาณ 2 วินาที ก็จะมีฟังก์ชันให้ใช้งานเพิ่มเติม ได้แก่ การเพิ่ม Widget, การเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์, การ เปิด-ปิด Luncher สำหรับฟังเพลง และกล้องถ่ายภาพ, การเลือกใช้งานเอฟเฟกต์การปลดล็อคหน้าจอ และการเปลี่ยนธีม

โดยคุณสามารถดาวน์โหลดธีมอื่นๆ มาใช้งานเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชันธีม

และเมื่อแตะที่ปุ่ม เมนูค้างไว้ประมาณ 2 วินาที ก็จะพบกับฟังก์ชัน Multitasking ซึ่งเมื่อทำการเลื่อนขึ้นข้างบน จะเป็นการปิดแอปพลิเคชัน แต่ถ้าลากลงข้างล่างจะเป็นการล็อคแอปพลิเคชัน ซึ่งทำให้เมื่อเวลาเคลียร์หน่วยความจำ แอปพลิเคชันที่ล็อคไว้จะไม่ถูกปิดการใช้งานนั่นเอง

สำหรับฟังก์ชันโทรศัพท์ก็ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย พร้อมด้วยตัวเลขขนาดใหญ่ และยังสามารถดูบันทึกการโทรทั้งหมดได้

ส่วนแอปพลิเคชัน หรือบริการดีๆ จาก Google ทาง OPPO ก็มีให้เลือกใช้งานมากมาย เช่น Chrome Browser, Gmail, Google Maps และ Youtube เป็นต้น

นอกจากนี้ OPPO R5 ยังสามารถ เปิด-ปิด การสั่งงานด้วยท่าทางได้ เช่น เคาะที่หน้าจอแสดงผล 2 ครั้ง เพื่อปลุก OPPO R5, วาดตัวโอเพื่อเปิดใช้งานกล้อง และสามารถเพิ่มท่าทางด้วยตนเองได้

OPPO R5 สามารถ เปิด-ปิด การสั่งงานด้วยนิ้วมือได้อีกหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การจีบนิ้วมือเพื่อเปิดกล้อง, ดับเบิลคลิกปุ่มโฮมเพื่อล็อคหน้าจอ, การใช้ 3 นิ้วเลื่อนขึ้น หรือลง เพื่อจับภาพหน้าจอ, การใช้ 2 นิ้ว เลื่อนขึ้น หรือลง ในการ เพิ่ม-ลด ระดับของเสียง และการเปิดโหมดการใช้งานมือเดียวด้วยการใช้นิ้วเลื่อนจากมุมขวาล่าง หรือซ้ายล่าง ของหน้าจอ

OPPO R5 มีฟังก์ชันพิเศษๆ อีก 2 อย่าง คือ ในขณะที่เปิดดูข้อมูล หรือหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องการติดต่อ เพียงแค่ยกเครื่องไปแนบที่หู OPPO R5 จะทำการโทรออกให้ทันที รวมถึงการสั่งปิดเสียงด้วยการพลิกตัวเครื่องคว่ำหน้าจอขนานกับพื้นดินขณะมี สายเรียกเข้ามา และยังสามารถ เปิด-ปิด ฟังก์ชันการใช้งานโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอแสดงผล ทั้งการเลื่อนหน้าจอไปทางซ้าย และขวา หรือการเลื่อนภาพถ่ายก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

OPPO R5 สามารถ เปิดใช้งานโหมดประหยัดแบตเตอรี่ได้ ซึ่งมีให้เลือก 3 แบบด้วยกัน คือ โหมดประหยัดแบตเตอรี่แบบธรรมดา, โหมดประหยัดแบตเตอรี่ขั้นสูง และการสั่งเปิดใช้งานโหมดประหยัดแบตเตอรี่ขั้นสูงแบบอัตโนมัติ โดยโหมดประหยัดแบตเตอรี่ธรรมดาสามารถตั้งค่าปิดการใช้งานที่ไม่จำเป็นได้ อาทิ ลดความสว่างของหน้าจอ, ปิดการตอบสนองการสัมผัส และลดความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผล

ส่วนการใช้งาน Internet Browser ก็ตอบสนองการใช้งานได้อย่างราบรื่น และด้วยหน้าจอแสดงผลขนาด 5.2 นิ้ว จึงทำให้ OPPO R5 แสดงรายละเอียดได้ชัดเจน ครบถ้วน

OPPO R5 สามารถสร้างไฟล์, แก้ไขไฟล์ และเปิดอ่านไฟล์เอกสารได้ ทั้ง Word, Excel, Power Point และ PDF

และท่านใดที่ต้อง การความเป็นส่วนตัว ทาง OPPO ก็มีแอปพลิเคชันที่สามารถตั้งค่าความเป็นส่วนตัวต่างๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ศูนย์รักษาความปลอดภัย ซึ่งคุณสามารถป้องกันการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่คุณไม่ต้องการให้บุคคลอื่น เห็นได้, สามารถบล็อคสายเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่ต้องการให้ติดต่อ หรือตั้งค่าการใช้งานของปริมาณอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

ในส่วนแอปลพลิเคชัน อัลบั้มจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ รูปภาพทั้งหมด และรูปถ่าย ซึ่งช่วยให้สะดวกสบายต่อการใช้งานมากขึ้น และยังสามารถเข้าสู่กล้องถ่ายภาพได้ทันที เมื่อกดเลือกที่ไอคอนรูปกล้องมุมซ้ายล่าง

สำหรับแอปพลิเคชัน สำหรับฟังเพลง OPPO R5 ก็มีให้ใช้งาน และคุณยังสามารถเพลิดเพลินกับการฟังเพลงมากขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการฟังผ่านระบบเสียงคุณภาพสูงอย่าง Dirac (การเปิดระบบเสียง Dirac จะต้องเชื่อมต่อกับหูฟังเสียก่อน)


 

ด้วยหน้าจอแสดงผลที่มีความละเอียดระดับ Full HD จึงทำให้ OPPO R5 สามารถเปิดเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงได้อย่างชัดเจนเต็มอรรถรส

นอกจากเปิดเล่นไฟล์ วีดีโอความละเอียดสูงได้แล้ว แอปพลิเคชันชมคลิปวีดีโอออนไลน์ยอดฮิตอย่าง Youtube ก็มีให้ใช้งาน OPPO R5 เช่นเดียวกัน


 

ในเรื่องของการเล่น เกม OPPO R5 ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน สามารถเล่นเกมที่มีความละเอียดสูงได้อย่างไหลลื่น และแสดงรายละเอียดภายในเกมได้ครบถ้วน

และเมื่อนำ OPPO R5 มาทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน CPU-Z จะพบว่า OPPO R5 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผล Octa-Core ARMv8 Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615) ซึ่งความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz พร้อมด้วยหน่วยประมวลกราฟฟิค Adreno (TM) 405, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 2 GB และหน่วยความจำภายใน 16 GB

ต่อด้วยการทดสอบ ด้วยแอปพลิเคชัน ANTUTU Benchmark  พบว่า OPPO R5 ได้คะแนนอยู่ที่ 25862 คะแนน ซึ่งถือว่าเป็นระดับคะแนนที่ใช้ได้เลยทีเดียว

ส่วนการทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน Quadrant Standard พบว่า OPPO R5 จะได้คะแนนอยู่ที่ 11533 คะแนน

สุดท้าย คือ การทดสอบด้วยแอปพลิเคชัน 3DMark ซึ่ง OPPO R5 ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน กับผลคะแนนที่ 9139 คะแนน

โดย OPPO R5 รองรับการสัมผัสหน้าจอแสดงผลได้พร้อมกัน 5 จุด

 

สรุปผลการทดสอบของ OPPO R5

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับการรีวิวสมาร์ทโฟนพรีเมียมที่บางเฉียบที่สุดจาก ออปโป้ อย่าง OPPO R5 ซึ่งจากที่ได้ทดสอบ OPPO R5 เป็นระยะเวลาราวๆ 1 สัปดาห์ ก็พบว่าเมื่อใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือเล่นเกมในระยะเวลาหนึ่ง OPPO R5 อาจมีความร้อนสะสมจนรู้สึกได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีระบายความร้อนอย่าง Cool Element ก็ช่วยให้ไม่ร้อนจนทำให้รู้สึกกังวลใจ

ใน ส่วนของการออกแบบ และวัสดุตัวเครื่อง ต้องยอมรับว่าทาง OPPO ใส่ใจ และพิถีพิถันเป็นอย่างมาก จึงทำให้ OPPO R5 มีดีไซน์ตัวเครื่องที่หรูหราบางเฉียบ พร้อมความแข็งแรงจากวัสดุที่เป็นอลูมิเนียม นอกจากนี้ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ความละเอียดระดับ Full HD (1080p) ก็ช่วยให้การแสดงผลที่ได้มีสีสันค่อนข้างสดใส บวกกับความละเอียดที่สูง จึงช่วยให้การชมภาพยนตร์มีความตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าเดิม

ในส่วนของกล้องดิจิตอลด้านหลังก็ทำออกมาดีไม่แพ้กัน ด้วยความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กับเซ็นเซอร์รับภาพ Sony Exmor IMX214 BSI จะทำให้คุณพบกับประสบการณ์ถ่ายภาพสุดคมชัด แม้ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยก็ไร้ปัญหา เพราะ OPPO R5 มาพร้อมด้วยรูรับแสงขนาด F/2.0 จึงสามารถถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยได้ดี และที่ต้องถูกอกถูกใจสาวๆ คงหนีไม่พ้นกล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยฟังก์ชัน Beauty Plus ที่สามารถตกแต่งภาพถ่ายให้ใบหน้าขาวใสได้ 

และไม่ต้องห่วงว่าแบตเตอรี่จะไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เพราะทาง OPPO ได้ใส่เทคโนโลยี VOOC mini Rapid Charger ที่ชาร์จเพียงแค่ 5 นาที ก็สามารถพูดคุยโทรศัพท์ได้ยาวนานถึง 2 ชั่วโมง หรือชาร์จแบตเตอรี่จาก 0%-75% โดยใช้เวลาเพียงแค่ 30 นาที เท่านั้น ส่วนคุณสมบัติในด้านอื่นก็เรียกว่าอยู่ในระดับสูง ทั้งในเรื่องของการประมวลผล, ระบบปฏิบัติการ, มัลติมีเดีย และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ สมกับราคาค่าตัวที่ 16,990 บาท (คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงปลายเดือนธันวาคม 2557

สรุป ได้ว่า OPPO R5 นั้นน่าจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่สามารถพกพาได้สะดวก พร้อมดีไซน์อันโดดเด่น หรูหราบางเฉียบเป็นพิเศษ พร้อมฟีเจอร์การใช้งานระดับไฮเอนด์ ในระดับราคาหมื่นกลางๆ สุดท้ายนี้ ต้องขอขอบคุณทาง OPPO ประเทศไทย ที่ให้ความไว้วางใจส่งเครื่อง OPPO R5 มาให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวให้ท่านผู้อ่านได้รับชมกัน พบกันได้ใหม่ ในโอกาสถัดไป สำหรับวันนี้ต้องลาไปก่อน สวัสดีครับ

จุดเด่นของ OPPO R5

- เทคโนโลยีการผลิตตัวเครื่องแบบ 3D-Welded Aluminum Alloy พร้อมความบางเฉียบเพียง 4.85 มิลลิเมตร
- วัสดุตัวเครื่องทำมาจากอลูมีเนียม ทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงามหรูหรา ดูพรีเมียม และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ
- จอแสดงผลแบบ AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 423 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 405
- กระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass 3 ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแรงกระแทก หรือรอยขีดข่วน
- หน้าจอแสดงผลมีมุมมองกว้าง 180 องศา
- ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core ARMv8 Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615) ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz
- ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชัน 2.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat)
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB
- กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมเซ็นเซอร์รับภาพ Sony Exmor IMX214 BSI, ขนาดรูรับแสง F/2.0 และไฟแฟลชในตัว (LED Flash)
- เทคโนโลยี Pure Image Engine เวอร์ชัน 2.0
- โหมดถ่ายภาพแบบ Ultra HD (ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล)
- รองรับการถ่ายภาพวีดีโอที่ความละเอียดสูงสุดระดับ Full HD 1080p
- รองรับการถ่ายภาพวีดีโอแบบ Slow Motion ที่ความเร็ว 120 เฟรมต่อวินาที
- กล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมเลนส์มุมกว้าง 83 องศา และโหมดถ่ายภาพแบบ Beauty
- เทคโนโลยี VOOC mini Rapid Charger สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (0-75% ภายในเวลา 30 นาที)
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ WiFi, 4G LTE, 3G, EDGE และ GPRS
- รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 3G ได้ทุกเครือข่ายภายในเครื่องเดียวกัน (850/900/1900/2100 MHz)
- ระบบ GPS ในตัว (Global Positioning System : ระบบดาวเทียมนำร่อง) พร้อมฟังก์ชัน A-GPS ที่มีประสิทธิภาพในการจับสัญญาณดาวเทียมที่รวดเร็ว
- ระบบเสียงแบบ Dirac HD

จุดที่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมของ OPPO R5

- ตัวเครื่องมีอุณหภูมิสูงพอสมควร เมื่อมีการใช้งานที่ต้องอาศัยการประมวลผลหนักๆ
- ไม่มีวิทยุ FM ในตัว
- ไม่สามารถเปิดฝาหลังเพื่อถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้
- ไม่สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำเพิ่มเติมได้
- แบตเตอรี่มีความจุเพียง 2,000 mAh
- ไม่มีช่องต่อหูฟังมาตรฐานขนาด 3.5 มิลลิเมตร ต้องอาศัยการเชื่อมต่อผ่านทางอะแดปเตอร์
- ไม่รองรับการใช้งาน NFC

โปรดทราบ

* โทรศัพท์มือถือที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง ศูนย์ เพราะฉะนั้นคุณสมบัติบางอย่างอาจมีความแตกต่างจากเครื่องที่วางจำหน่ายจริง บ้างไม่มากก็น้อย รวมถึงจุดด้อยบางประการที่พบในเครื่องทดสอบ อาจจะถูกแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นในเครื่องที่วางจำหน่ายจริง ดังนั้นหากท่านสนใจซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้ ควรตรวจสอบหรือทดลองใช้งานสินค้าด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง *

Advertisement Replay Ad
เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป  “Artomaton”

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป “Artomaton”

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์