ชีวิตครอบครัวถูกทำลายด้วยเทคโนโลยี

ชีวิตครอบครัวถูกทำลายด้วยเทคโนโลยี

ชีวิตครอบครัวถูกทำลายด้วยเทคโนโลยี

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน

ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เกิดเหตุการณ์กับตัวเองมาฝากกัน


สวัสดีครับ ก่อนจะเล่าเรื่องราวของครอบครัวผม ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนซักนิดครับ

- ผมเป็นคนที่ใช้ Pantip เป็นประจำ แต่ล็อคอินนี้ผมสมัครใหม่ เพราะไม่อยากให้ใครรู้จักตัวจริงครับ
- เมื่อผมโพสต์แล้ว ล็อคอินนี้ผมจะไม่กลับมาใช้อีก ดังนั้นผมจึงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นครับ
- ข้อมูลบางอย่างที่เป็น Fact ผมอาจขอปรับบ้าง เช่นถ้าผมบอกว่าผมสูง 170 ข้อมูลจริงอาจเป็น 185 เพื่อไม่ให้คนที่รู้จักตัวผมมาอ่านแล้วรู้ว่าเป็นผม แต่เรื่องราวทั้งหมด จะยังคงอยู่ตามเดิม
- อ่านให้เป็นนิยายแล้วกันครับ ผมแค่อยากระบายเท่านั้นเอง

ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ขอเริ่มเลยก็แล้วกันครับ

ผมกับแฟน คบกันมาตั้งแต่เรียนปี 2 คบกันมาเรื่อยๆจนเรียนจบ ต่างคนต่างทำงานได้ซัก 3-4 ปี ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน โดยผมเองยอมรับโดยตรงว่า ผมมีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับเค้าเป็นคนแรก ถึงแม้จะเคยมีแฟนมาก่อนก็ตาม และผมก็มั่นใจว่า ผมก็เป็นคนแรกของแฟนผมเช่นกัน

ผมรักเค้ามากครับ รักจนสามารถยอมได้ทุกอย่าง เพราะเค้าเป็นคนดีมากจริงๆ ช่วงชีวิตตกต่ำของผมจะมีขนาดไหน เค้าก็อยู่กับผมตลอด ผมจึงต้องพยายามทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุข ผมแต่งกับเค้าได้ประมาณ 2 ปี ก็เริ่มมีลูกคนแรก ชีวิตก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะชีวิต Sex ของเราเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะแฟนผมเค้ามีความต้องการน้อยลง เวลาผมต้องการเค้าจะไม่ยอมตลอด

ช่วงนั้นมีประมาณเดือนละครั้งเอง ผมก็ยอมเค้า เวลาผมมีอารมณ์ ก็เลือกวิธีการช่วยตัวเอง เพราะคิดว่าเค้าคงเหนื่อยกับงานและการเลี้ยงลูก เลยไม่อยากให้เค้าหงุดหงิดอีกครับ

พอลูกเริ่มโตใกล้เข้าโรงเรียน ผมกับเค้าก็ซื้อ iPhone4 กันคนละเครื่อง โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า มันจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตครอบครัวผมพังได้ ผมใช้มากันได้ซักพัก มันก็มีแอพ Find my iPhone ออกมา ผมก็จัดการลงแอพนี้ไว้ทั้ง 2 เครื่องโดยที่แฟนผมไม่รู้ และที่สำคัญ เค้าเป็นคนไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้เลย แอคเค้าท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line หรือ Apple ID ผมจัดการให้หมด ขนาด Password เองเค้ายังไม่รู้เลยครับ ซึ่งหมายความว่า ถ้าผมอยากรู้เมื่อไหร่ว่าแฟนผมอยู่ที่ไหน ผมก็เปิด Find my iPhone แล้ว Login เครื่องเค้า ผมก็รู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหนครับ

อีกไม่กี่ปีต่อมา ผมก็มีลูกกันอีกคน แล้วแฟนผมก็ทำหมันเลย เพราะเราคิดกันว่ามีแค่ 2 คนก็พอแล้วสำหรับรายได้ของเรา 2 คน ชีวิตรักและชีวิตครอบครัวก็ดูจะสมบูรณ์ขึ้น แต่ละวันผมมีความสุขมากครับ เพราะลูกทั้ง 2 คนก็น่ารัก และกับแฟนก็รักกันดีตลอด ถึงแม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ผลัดกันง้อมาเรื่อย จนทำให้ผมคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครมีความสุขกว่าผมได้อีกแล้วครับ

แต่กลายเป็นว่า ผมคิดผิดแล้วครับ เริ่มจากหลังคลอด แฟนผมกลับมาเริ่มมีอารมณ์มากขึ้น เราก็มี Sex กันได้บ่อยขึ้น จากก่อนหน้านี้เดือนละครั้ง กลายเป็นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และหลายๆครั้งเค้าเป็นคนเริ่มก่อนด้วยครับ ก็ดูมีความสุขดี

แต่ช่วงต้นปีนี้ ผมเปลี่ยนงานใหม่เพื่อรับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่ออยากให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่แน่นอนว่าต้องแลกมากับงานที่มากขึ้น กลับบ้านช้ากว่าเดิม บางครั้งถึงบ้านแล้ว พอกล่อมลูกเข้านอนเสร็จ ก็ต้องมานั่งทำงานต่อ เวลาแฟนผมมีอารมณ์ ผมก็มีไม่ได้ เพราะมันเหนื่อยและบางครั้งงานก็ไม่เสร็จ เค้าก็หงุดหงิดไปหลายครั้ง แต่ผมก็พยายามปลอบเค้าว่า เพื่ออนาคตของลูกที่ดี ก็ต้องยอมแลกบ้างนะ เค้าก็โอเคเข้าใจดี

มาถึงช่วงกลางปีที่ผ่านมา ช่วงประมาณบ่ายๆ ผมโทรหาเค้า จะชวนกินข้าวตอนเย็น เพราะงานน่าจะเสร็จเร็ว แต่เค้าไม่รับสาย เลยลอง Login เข้า Find my iPhone เพื่อเช็คว่าเค้าอยู่ที่ไหน เพราะเค้าทำงานเป็น AE หาลูกค้าบ่อยๆ

ปรากฏว่าตำแหน่งของแฟนผม มันไปอยู่ในที่ๆแปลกจากครั้งก่อนๆ ผมก็ดูตำแหน่งแล้วเอาไปเปรียบกับ Google Maps แล้ว มันบอกว่า เป็นโรงแรมแห่งนึงบนถนนรามคำแหง ผมก็งงว่ามันไปโผล่ตรงนั้นได้ไง คงเป็นเพราะแอพจับตำแหน่งผิดมั้ง ซักพักเค้าก็โทรกลับมา บอกว่าประชุมกับลูกค้าแถวหน้ารามเพิ่งเสร็จ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ชวนกินข้าวกันตามปกติ แต่ที่แปลกคือ คืนนั้นผมขอเค้ามี Sex ด้วยแต่ถูกปฏิเสธ เพราะเค้าบอกว่าเหนื่อย ผมก็เลยหลับไปแทน

อีกไม่กี่วัน ผมก็ Login เข้า Find my iPhone เพื่อดูอีก ก็เจอไปขึ้นตำแหน่งเดิมอีก แต่ครั้งนี้แปลกใจมาก เพราะปกติแล้วแฟนผมจะไม่พบลูกค้าเจ้าเดิมเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ผมก็เริ่มคิดเตลิด แล้วตัดสินใจขึ้นแท็กซี่ไปที่โรงแรมนั้น จังหวะที่ผมถึงหน้าโรงแรม

สิ่งที่ผมเห็นคือ รถของแฟนผมกำลังเลี้ยวออกมาจากโรงแรมนั้น แต่คนขับเป็นผู้ชาย แล้วมีแฟนผมนั่งข้างๆ ตอนนั้นบอกตรงๆครับว่าช๊อคมาก ทำอะไรไม่ถูก ลงมายืนแล้วหันกลับไปมองด้วยความงง จนคนขับแท็กซี่ต้องทวงค่ารถจากผม ผมใช้เวลายืนตรงนั้นอยู่นานแค่ไหนไม่รู้

พอตั้งสติได้ผมก็ขึ้นแท็กซี่กลับไปเอารถที่ออฟฟิศแล้วออกจากที่ทำงานไปหานั่งทำใจเลย รู้ตัวอีกทีก็ค่ำ และเลยเวลาปกติที่เข้าบ้านแล้ว ก็เลยกลับบ้าน เค้าถึงบ้านแล้วครับ แวบแรกที่อยากทำตอนนั้นคือ อยากบีบคอเค้าให้ตายไปเลย แต่พอเห็นหน้าลูกทั้ง 2 คนแล้วก็ตองยับยั้งใจ แล้วก็ทำตัวปกติต่อไป

หลังจากวันนั้น ผมก็เช็คเค้าทุกวัน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่จะอยู่ที่ทำงานเค้าตลอด จนข้ามมาประมาณ 1 อาทิตย์ ตอนเช้าที่กำลังออกจากบ้าน เค้าบอกกับผมว่า วันนี้มีพาลูกค้าไปทานข้าวที่โรงแรมหนึ่งแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็บอกว่า โอเค จะได้รีบกลับมาช่วยแม่ดูลูก แต่ในใจคิดว่า จะลองตามดูซักครั้ง กะว่าจะให้คาหนังคาเขาเลย แล้วเรา 2 คนก็ต่างออกไปทำงาน พอตกบ่ายผมก็เริ่มเช็ค Find my iPhone เรื่อยๆ จนซักประมาณ 5 โมงเย็น ผมก็เห็นเค้าเริ่มเดินทางออกจากที่ทำงาน ผมก็ตัดสินใจออกจากที่ทำงานเหมือนกัน

โดยวันนั้นผมขอยืมรถของน้องที่ทำงานมาใช้ ผมขับมาดักเจอเค้าได้แถวๆ ลาดพร้าว แล้วแอบขับตามเรื่อยๆ จนถึงร้านอาหารหนึ่งบนเส้นรัชดา ผมขับตามไปถึงที่จอดรถ แล้วได้จอดอยู่ห่างเค้าไม่ไกลนัก พอเค้าจอดรถได้ แปปนึง ก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาจากไหนไม่รู้ เดินมาหาเค้าที่รถแล้วเดินจับมือกันหายไปในทางเข้าร้านไป

ผมจำได้เลยว่าผู้ชายเป็นรุ่นน้องในทีมเดียวกัน ถ้าผมมีปืนตอนนั้น ผมคงต้องยิงมันตายทั้งคู่แน่นอนครับ แต่ผมอดใจไว้ ทำได้แค่เพียงถ่ายรูปไว้ก่อน ซักชั่วโมงกว่าๆ เค้าก็เดินจูงมือกลับมาที่รถกันครับ แล้วก็ออกรถไป ผมก็ขับตามอีก แล้วถ่ายรูปไว้เป็นระยะๆ เค้าขับมาไม่ไกลครับ แล้วก็เลี้ยวเข้าม่านรูดแห่งหนึ่งไป

ภาพนี้ทำผมน้ำตาไหลเลยครับ ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่า ผมต้องมาถูกคนที่ผมรักที่สุดมาหักหลังแบบนี้ ทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียใจ อารมณ์ตอนนั้นบอกไม่ถูกจริงๆครับ ผมไม่อยากรอต่อแล้ว ก็เลยเอารถกลับไปเปลี่ยนกับน้องที่บ้านเค้าแล้วก็ดิ่งกลับบ้านทันที

เมื่อถึงบ้านแล้ว ลูกคนเล็กหลับแล้ว แต่คนโตยังไม่หลับ ผมเลยเอาลูกมากล่อมที่ห้องผมเอง (ปกติลูกคนโตจะนอนกับย่า แต่คนเล็กจะนอนกับผมที่ห้อง) พอผมมองหน้าลูกทั้ง 2 คน ผมยิ่งนำตาไหลออกมาอีกครับ ผมสงสารลูก ผมไม่อยากให้ลูกต้องมีครอบครัวที่แตกแยก

แต่ผมเองก็คงอยู่กับคนที่ทำกับผมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ตอนนั้นผมสับสนมากเลยครับ ว่าจะทำอย่างไรดี จนลูกถามว่า พ่อร้องไห้ทำไม ผมได้แต่บอกลูกว่าไม่มีอะไร แค่พ่อทำงานเหนื่อยเท่านั้นเอง ผมกล่อมลูกจนหลับแล้วก็นั่งรอเค้ากลับบ้าน

พอเค้าขึ้นถึงบนห้อง ผมก็บอกเค้าว่าขอคุยกันข้างล่างแปบสิ เค้าก็ตอบแบบอารมณ์เสียว่าไม่ลง จะอาบน้ำนอนแล้ว มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้ ผมบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ได้ ต้องตอนนี้ ไม่อยากให้ลูกรู้ เค้าก็ไม่ยอมแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ

ผมจึงหยิบโทรศัพท์ลงไปข้างล่าง แล้วทยอยส่งรูปที่ผมถ่ายได้ ลงใน Line ของเค้าแล้วเปิดทีวีรอข้างล่าง หลังจากผมได้ยินเสียงเค้าเดินเข้าห้องได้ไม่นาน เค้าก็เดินลงมาพร้อมกับน้ำตา มาถึงตัวผมแล้วก็กอด ร้องไห้พร้อมขอโทษไป อารมณ์ผมตอนนั้นบอกตรงๆว่า มันไม่เหลือความสงสารแล้วครับ สิ่งที่เค้าทำมันเกินกว่าที่ผมจะทนได้ ผมจึงผลักตัวเค้าออกไป แล้วบอกว่าผมอยากรู้เรื่องทั้งหมด

แฟนผมเค้าเริ่มเล่าว่า เรื่องมันเกินช่วงที่เค้าไป Outing กับบริษัท แล้วช่วงปาร์ตี้ก็ดื่มแล้วเมา แล้วก็เผลอไปมีอะไรกับน้องในทีม มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ และใช้คำว่าผมให้เค้าได้ไม่พอ เค้าเลยต้องมีทางออกแบบนี้

จากนั้นเค้าก็ขอโทษแล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีก ผมฟังจบแล้วรู้สึกขยะแขยงมากครับ ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ผลตอบรับกลับมามันช่างไม่สมเหตุผลเลยครับ ผมเลยคุยกับเค้าว่า ผมไม่ยกโทษให้ เพราะผมพูดกับเค้าบ่อยๆตลอดชีวิตคู่ว่า ผมรับได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้ แต่เค้าก็ยังมาทำอีก

ผมยกโทษให้ไม่ได้จริงๆ ผมก็บอกเค้าต่อว่า ผมอยากเลิกกับเค้า แต่ผมสงสารลูก ผมจึงขอเค้าว่า ให้เราแสร้งทำเป็นอยู่ด้วยกันตามปกติได้มั้ย เพราะคิดว่าลูกทั้ง 2 ยังเล็กเกินกว่าจะรู้เรื่องแบบนี้ และไม่อยากให้เค้าขาดคนใดคนหนึ่งไป

โดยผมจะทนทำเป็นปกติกับเค้าเมื่ออยู่ต่อหน้าลูก แต่ความจริงแล้วผมจะแยกใช้ชีวิตกับเค้า ส่วนบ้านที่ผ่อนอยู่และค่าใช้จ่ายในบ้าน ผมจะจ่ายไปตามปกติ แต่เมื่อผ่อนหมดจะใส่เป็นชื่อลูกทั้ง 2 ทันที ค่าใช้จ่ายลูกก็หารครึ่ง และเมื่อลูกเข้าถึงมัธยม ถึงจะตัดสินใจบอกลูกอีกครั้ง โดยจะบอกทีละคน คนโตก็อีกไม่กี่ปี

แต่คนเล็กก็อีกเป็น 10 ปี ซึ่งบอกตรงๆครับว่าผมก็ไม่รู้ว่าจะอดทนได้ถึงวันนั้นหรือเปล่า แต่ผมไม่มีทางกลับไปคืนดีกับเค้าแน่นอนครับ เค้าฟังเสร็จก็จะไม่ยอม พยายามจะง้อผมให้คืนดีให้ได้ ผมจึงพูดกับเค้าว่า ถ้าไม่ตกลง ก็คงต้องพังกันหมดในวันนี้พรุ่งนี้เลย สุดท้ายเค้าจึงยอมครับ

เรื่องนี้เกิดมาเกือบครึ่งปีแล้ว ชีวิตที่ผ่านมา คนภายนอกจะเห็นว่าเหมือนเดิมครับ แต่จะมีเพียง 3 คนในโลกนี้ที่รู้คือ ผม เค้า และแม่ผมเท่านั้น เพราะผมยังอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน แต่เค้าจะนอนบนเตียงกับลูกคนเล็ก ส่วนผมปูเบาะนอนข้างล่างข้างเตียง (ลูกคนโตเคยถามว่าทำไมพ่อต้องปูเบาะนอนด้วย ผมตอบเค้าไปว่า น้องนอนดิ้นถีบพ่อบ่อย พ่อเลยต้องลงมานอนข้างล่าง) พาลูกไปเที่ยวตามปกติ ถ่ายรูปตามที่ลูกสั่ง เพื่อให้ทุกอย่างดูปกติที่สุด

วันไหนที่ทนไม่ไหว ก็ไปนั่งคุยกับแม่แล้วร้องไห้ไป ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ผมไม่เคยเข้าไปดู Find my iPhone อีกเลยครับ เพราะเค้าจะไปไหนก็เป็นเรื่องของเค้า เค้าก็พยายามมาพูดเรื่อยๆว่าไม่ได้ยุ่งกันแล้วนะ บางวันก็พยายามลงมานอนข้างผม ผมก็ลุกหนีลงมานอนชั้นล่าง แรกๆก็เจ็บปวดครับ แต่ตอนนี้ความเจ็บปวดเริ่มหายไป กลายเป็นความชินชาแล้วล่ะครับ

ผมก็ถามตัวเองเสมอว่าทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดกับผม เป็นเพราะผมทำงานหนักมากเพื่อแลกกับเงินมากเกินไปหรือเปล่า หรือว่าเทคโนโลยีทำให้ผมต้องเจอกับสิ่งนี้ ถ้าไม่มีมันผมก็คงไม่รู้เรื่องแบบนี้

เค้าเบื่อก็เลิกมาอยู่กับผมเองหรือเปล่า แต่ไม่เคยมีคำตอบครับ ตอนนี้คำตอบผมมีอย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกทั้งสองของผมมีชีวิตที่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าผมจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

ขอบคุณมากครับที่รับฟังการระบายของผม ผมไม่สามารถให้คนรู้จักรู้เรื่องนี้ได้จริงๆ แต่พอเก็บไว้มันก็อึดอัด การได้พิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือ ก็ช่วยได้หน่อยนึง ส่วนทุกความเห็นผมขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ผมคงได้แต่อ่าน แต่คงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นจากที่ได้แจ้งไปข้างต้นครับ

ขอบคุณครับ

ขอบคุณที่มา: คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

>>> ทำความรู้จักฟังก์ชั่น Find my iPhone

หลุด Galaxy Note 8 สี Deep Blue สีใหม่จาก Samsung

หลุด Galaxy Note 8 สี Deep Blue สีใหม่จาก Samsung

วิธีทำให้ iPhone ไม่ต้องเล่นเพลงเดิมให้ฟังแบบซ้ำๆ เวลาต่อเข้ากับเครื่องเสียงในรถ ทำอย่างไร มาดูกัน

วิธีทำให้ iPhone ไม่ต้องเล่นเพลงเดิมให้ฟังแบบซ้ำๆ เวลาต่อเข้ากับเครื่องเสียงในรถ ทำอย่างไร มาดูกัน

เมื่อ “Colorful Balloons” อาจเป็นแอปพลิเคชันที่ทำให้ Facebook เข้าถึงตลาดอีก 1 พันล้าน

เมื่อ “Colorful Balloons” อาจเป็นแอปพลิเคชันที่ทำให้ Facebook เข้าถึงตลาดอีก 1 พันล้าน

ครั้งแรก! ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ “AIS NEXT G” เครือข่ายใหม่ความเร็วระดับ 1 Gbps

ครั้งแรก! ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับ “AIS NEXT G” เครือข่ายใหม่ความเร็วระดับ 1 Gbps

ตามมาดูสาว Abigail Ratchford ราชินีปรอทแตกแห่ง Instagram (อัลบั้ม)

ตามมาดูสาว Abigail Ratchford ราชินีปรอทแตกแห่ง Instagram (อัลบั้ม)

หยุดเดาคำอัตโนมัติ กับ 3 วิธีง่ายๆ ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android

หยุดเดาคำอัตโนมัติ กับ 3 วิธีง่ายๆ ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android

Apple ยกเลิกนโยบายการคืนเครื่องในฮ่องกงอีกรอบ กันพ่อค้าหัวใสกว้านซื้อ iPhone 8 ไปขายต่อ

Apple ยกเลิกนโยบายการคืนเครื่องในฮ่องกงอีกรอบ กันพ่อค้าหัวใสกว้านซื้อ iPhone 8 ไปขายต่อ

เผยสิทธิบัตรของ ปากกาวัดระดับแอลกอฮอล์ อาจจะติดตั้งใน Samsung Galaxy Note 9

เผยสิทธิบัตรของ ปากกาวัดระดับแอลกอฮอล์ อาจจะติดตั้งใน Samsung Galaxy Note 9

ทำความรู้จัก AIS Next G ก่อนการเปิดตัวให้บริการกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด 1Gbps

ทำความรู้จัก AIS Next G ก่อนการเปิดตัวให้บริการกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงสุด 1Gbps

Nokia 8 (โนเกีย 8) มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของโนเกียเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

Nokia 8 (โนเกีย 8) มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดของโนเกียเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

Google ปล่อยอัปเดตแอปกล้องที่สามารถถ่ายเซลฟี่พร้อมเปิดแฟลชได้

Google ปล่อยอัปเดตแอปกล้องที่สามารถถ่ายเซลฟี่พร้อมเปิดแฟลชได้

หลุด Samsung Galaxy Note 8 สี Deep Blue จากเจ้าพ่อข่าวลือมือถือชื่อดัง

หลุด Samsung Galaxy Note 8 สี Deep Blue จากเจ้าพ่อข่าวลือมือถือชื่อดัง

5 ฟีเจอร์เด็ดที่จะทำให้ iPhone 8 เปลี่ยนแปลง iPhone แบบเดิมๆ ไปตลอดกาล ก่อนเผยโฉมกันยายนนี้!

5 ฟีเจอร์เด็ดที่จะทำให้ iPhone 8 เปลี่ยนแปลง iPhone แบบเดิมๆ ไปตลอดกาล ก่อนเผยโฉมกันยายนนี้!

แผนการของ Apple เมื่อจุดจบของ iPhone กำลังใกล้เข้ามา

แผนการของ Apple เมื่อจุดจบของ iPhone กำลังใกล้เข้ามา

Facebook เวอร์ชั่นมือถือ เปลี่ยน icon ใหม่พร้อมปรับให้อ่านได้สบายตามากขึ้น

Facebook เวอร์ชั่นมือถือ เปลี่ยน icon ใหม่พร้อมปรับให้อ่านได้สบายตามากขึ้น

ส่อง 5 วิธีชาร์จมือถือ ที่ถูกต้องล้มทฤษฎีเดิม ๆ ทิ้งไป

ส่อง 5 วิธีชาร์จมือถือ ที่ถูกต้องล้มทฤษฎีเดิม ๆ ทิ้งไป

[Startup] ทิปส์สำหรับสตาร์ทอัพมือใหม่ สู่การเป็นองค์กรอันดับหนึ่งที่อยู่ในใจชาวมิลเลนเนียล

[Startup] ทิปส์สำหรับสตาร์ทอัพมือใหม่ สู่การเป็นองค์กรอันดับหนึ่งที่อยู่ในใจชาวมิลเลนเนียล

รวมภาพ iPhone 8 อัปเดทล่าสุด

รวมภาพ iPhone 8 อัปเดทล่าสุด

สิ้นสุดการรอคอย Instagram สามารถพิมพ์ Reply Comment ต่อกันได้แล้ว

สิ้นสุดการรอคอย Instagram สามารถพิมพ์ Reply Comment ต่อกันได้แล้ว

EISA Award ประกาศผลมือถือยอดเยี่ยมประจำปี 2017

EISA Award ประกาศผลมือถือยอดเยี่ยมประจำปี 2017

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์