บทสรุปคิดค่าโทร.เป็นวินาที "เป็นธรรม" ไม่จำเป็นต้อง "ราคาถูก" ?

บทสรุปคิดค่าโทร.เป็นวินาที "เป็นธรรม" ไม่จำเป็นต้อง "ราคาถูก" ?

บทสรุปคิดค่าโทร.เป็นวินาที "เป็นธรรม" ไม่จำเป็นต้อง "ราคาถูก" ?

ประชาชาติธุรกิจ

สนับสนุนเนื้อหา

     จุดเริ่มต้นของการผลักดันให้ค่ายมือถือคิดค่าโทร.เป็นวินาทีของ "" เกิดจากมติของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามระยะเวลาการใช้งานที่เป็นจริง โดยคิดเป็นวินาทีตามรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค (6 ม.ค. 2558)

     รับลูกทันที เลขาธิการ กสทช. "ฐากร ตัณฑสิทธิ์" ขานรับมติ สปช.จัดแจงเรียกประชุมค่ายมือถือเพื่อขอความร่วมมือ สุดท้ายได้ข้อสรุปว่า ทุกเจ้าจะมีแพ็กเกจพิเศษเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค ตั้งแต่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่หลัง 1 มี.ค.ทุกแพ็กเกจใหม่ต้องคิดค่าโทร.เป็นวินาทีทั้งหมด


พลันที่แพ็กเกจทางเลือกใหม่ของค่ายมือถือออกสู่ตลาดกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่

     เมื่อ "ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา" กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกิจการโทรคมนาคมออกมาระบุว่า แพ็กเกจใหม่ที่คิดค่าโทร.เป็นวินาที แพงกว่าแพ็กเกจที่คิดค่าโทร.เป็นนาทีตามโปรโมชั่นเดิมถึง 60% แถมยังคงมีการคิดค่าบริการแบบปัดเศษในบางโปรโมชั่น

     "จริงอยู่ที่การคิดค่าโทร.เป็นวินาที ไม่ได้หมายความว่าค่าโทร.จะถูกลงหรือแพงขึ้น เพราะเป็นคนละเรื่องกัน ต้องแยกเรื่องราคากับวิธีคิดเงินออกจากกัน แต่สิ่งที่มันควรจะเป็นคือ คิดค่าบริการที่เป็นธรรม คือถ้าผู้บริโภคไม่ได้ใช้งานก็ไม่ควรต้องจ่ายเงิน ที่ผ่านมาการปัดเศษวินาทีเป็นนาทีทำให้ค่ายมือถือได้กำไรจากส่วนนี้อย่างน้อย 20% ขณะที่ในต่างประเทศคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที แต่เวลาแจ้งรายละเอียดค่าโทร.เป็นนาที ซึ่งค่าโทร.แบบคิดเป็นวินาทีอาจแพงกว่าแบบเดิมเล็กน้อย เพราะแม้แต่ผู้ให้บริการในต่างประเทศก็บอกว่า ทำให้มีภาระจึงขอคิดแพงกว่านิดหนึ่ง เบ็ดเสร็จแล้วแม้ชาร์จแพงขึ้น แต่ผู้บริโภคไม่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นเพราะไม่ต้องจ่ายในส่วนที่ไม่ได้ใช้"

     แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยคือ โอเปอเรเตอร์คิดค่าโทร.เป็นวินาทีแพงขึ้นกว่าเดิมถึง 60% ทำให้สุดท้ายแล้วค่าบริการที่ผู้บริโภคต้องจ่ายนอกจากไม่ลดลงยังอาจแพงขึ้นกว่าเดิม

     "ที่ผ่านมาคุณได้กำไรจากการปัดเศษวินาทีเป็นนาทีราว 20% ถ้าจะชาร์จเพิ่มเกินกว่าที่เคยได้สัก 5-10% เป็นอัตราที่ยอมรับได้ ไม่น่าเกินกว่านี้ แต่นี่มากถึง 60% ที่สำคัญยังไม่ควรเป็นแค่ทางเลือก แต่ต้องใช้วิธีคิดนี้กับทุกโปรโมชั่น" น.พ.ประวิทย์ย้ำ

     สาเหตุโปรโมชั่นใหม่ออกมาแบบนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินการของ "กสทช." เป็นเพียงการขอความร่วมมือ และไม่ชัดเจนว่าหากไม่ปฏิบัติตามถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายใด และมีโทษอย่างไร แม้สำนักงาน กสทช.จะยืนยันสามารถใช้เงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz มารองรับได้ก็ตาม

     "นอกจากอาศัยแค่การขอความร่วมมือแล้ว ยังไปติดกับดักของเอกชน โดยอ้างอัตราค่าโทร.ขั้นสูงที่นาทีละ 99 สตางค์ หรือลดลง 15% ตามเงื่อนไขใบอนุญาต 2.1 GHz จึงไม่แปลกที่จะเห็นค่ายมือถือคิดค่าโทร.เป็นวินาทีออกมาแพงขนาดนี้ ทั้งที่ต้นทุนค่า IC บน 3G ถูกลงมามากแล้ว"

     "น.พ.ประวิทย์" กล่าวด้วยว่า ในฐานะกรรมการ กสทช.ต้องเดินหน้าผลักดันให้มีการกำหนดเรื่องการคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที เข้าไปในร่างประกาศ กสทช.เรื่องการกระทำที่น่าจะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม โดยอาศัยการใช้เครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควร หรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ พ.ศ. ...ซึ่งอยู่ระหว่างการประชาพิจารณ์ คาดว่าจะประกาศใช้ได้ในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อให้มีกฎหมายรองรับที่ชัดเจน

     ด้าน "สารี อ๋องสมหวัง" ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สปช. ต้นเรื่องที่ผลักดันเรื่องนี้จนเป็นมติของ "สปช." กล่าวว่า กรรมาธิการได้มีการวิเคราะห์แพ็กเกจใหม่ของทั้ง 3 ค่ายแล้วพบว่าค่าบริการแพงกว่าเดิมถึง 62% ซึ่งเป็นเรื่องไม่เกินความคาดหมาย จึงชัดเจนว่าหาก กสทช.ไม่เร่งออกหลักเกณฑ์มากำกับการคิดค่าบริการให้เป็นธรรมจะเกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคต่อไปเรื่อย ๆ

     ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" เปรียบเทียบค่าบริการระหว่างแพ็กเกจเดิมกับแพ็กเกจที่คิดค่าบริการเป็นวินาทีพบว่า แพ็กเกจเดิมราคาถูกกว่าเกือบเท่าตัว เช่น เอไอเอสมี "โปร 3 คุ้ม" เฉลี่ยแล้ว 60 วินาทีแรกคิดค่าบริการ 1.6 สตางค์/วินาที วินาทีถัดไปคิด 0.41 สตางค์/วินาที แต่ "โปรวิวิ"ที่ออกมาคิด 1.6 สตางค์/วินาที เช่นกันกับแพ็กเกจรายเดือน เมื่อเทียบ iSmart 399 บาท/เดือน โทร.ได้ 150 นาที กับโปรโมชั่นใหม่ iSecond 345 บาท/เดือน โทร.ได้ 4,800 วินาที หรือ 80 นาทีเท่านั้น

     ฟาก "ดีแทค" มีแพ็กเกจเติมเงิน "โทร.คุ้ม 25 สตางค์ ทุกเครือข่าย" เฉลี่ยคิดค่าโทร. 60 วินาทีแรก 1.65 สตางค์/วินาที หลังจากนั้น 0.41 สตางค์/วินาที ถูกกว่าแพ็กเกจใหม่ที่คิดค่าโทร.เป็นวินาทีเกือบครึ่งหนึ่งเช่นกัน เมื่อโทร.มากกว่า 2 นาทีขึ้นไป

     ส่วน "ทรูมูฟ เอช" เมื่อนำ "โปรคุ้มทุกวิ" ค่าโทร. 1.6 สตางค์/วินาที มาเทียบกับแพ็กเกจเติมเงิน "โปรสบาย" เดิมที่ค่าโทร.เฉลี่ย 60 นาทีแรก 1.65 สตางค์/วินาที หลังจากนั้นคิดที่ 0.41 สตางค์/วินาที แพงกว่าเกือบเท่าตัวเมื่อโทร.มากกว่า 2 นาที

     "ฐิติพงศ์ เขียวไพศาล" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโสสายงานการตลาดและการขาย บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากการคำนวณค่าบริการเป็นวินาที คือผู้ใช้งานแบบโทร.สั้น เพราะทำให้คนที่โทร.ไม่เกิน 1 นาทีใช้งานได้นานขึ้น แต่หากโทร.นานจะมีแพ็กเกจอื่นที่คุ้มค่ากว่า เช่น เหมาจ่ายเป็นชั่วโมง หรือโทร.ฟรีในช่วงเวลาที่กำหนด เป็นต้น

     "การที่ กสทช.ให้โอเปอเรเตอร์ทุกรายทำแพ็กเกจแบบวินาทีออกมา น่าจะส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันรูปแบบใหม่อย่างเท่าเทียมเพราะทุกค่ายต้องมีแพ็กเกจเหมือนกันหมด แต่ก็ยังมองว่า แพ็กเกจวินาทีน่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่ม หรือเพิ่มทางเลือกให้ผู้ที่มีพฤติกรรมในการโทร.สั้นมากกว่า ขณะนี้บริษัทได้ออกแพ็กเกจที่มีโครงสร้างคำนวณค่าบริการเป็นวินาทีออกมาทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน โดยไม่บังคับให้ผู้ใช้บริการเดิมย้ายมาอยู่ในแพ็กเกจใหม่ทั้งสองตัวนี้"

     ด้าน "ซิกวาร์ท โวส เอริคเซน" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ได้ออกแพ็กเกจใหม่ที่คิดค่าโทร.เป็นวินาทีตามที่ กสทช.ขอความร่วมมือแล้ว และจากนี้จะดูผลตอบรับของผู้บริโภคก่อนว่าจะไปในทิศทางใด เพื่อสร้างความพึงพอใจให้ผู้ใช้งานในระบบมากที่สุด ทั้งยังมองว่าการที่โอเปอเรเตอร์ทุกค่ายคิดค่าบริการเป็นวินาที ไม่ได้ทำให้การแข่งขันมากขึ้นไปกว่าเดิม

     "กิตติณัฐ ทีคะวรรณ" หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ธุรกิจโมบาย และหัวหน้าสายงานการพาณิชย์ และพัฒนาธุรกิจโมบาย บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การคิดค่าบริการของบริษัทจะเป็นการคำนวณแบบวินาทีทั้งหมด รวมถึงสร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคเข้ามาใช้โทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันการแข่งขันทั้งแพ็กเกจ, ดีไวซ์ และบริการต่าง ๆ มีการปรับเปลี่ยนเพื่อจูงใจผู้บริโภคโดยตลอด

     ถัดจากคิดค่าโทร.เป็นวินาทีแล้ว สำนักงาน "กสทช." จัดต่อด้วยการนัดหารือกับค่ายมือถือเพื่อขยายผลไปยังการคิดค่าบริการ "โมบายอินเทอร์เน็ตแบบไม่ปัดเศษ" โดยเชิญทุกรายมาประชุมร่วมกัน (24 ก.พ. 2558) ที่ผ่านมา แต่ปรากฏตัวแทนจากทุกค่ายแจ้งว่า ปัจจุบันคิดค่าบริการแบบไม่ปัดเศษอยู่แล้ว และหากลูกค้าเลือกใช้แพ็กเกจที่คิดค่าบริการตามปริมาณข้อมูลที่ใช้ ก็จะคำนวณตาม "กิโลไบต์ (KB)" โดยไม่ปัดเศษเป็นเมกะไบต์ (MB) หรือหากเป็นแพ็เกจที่คิดตามเวลาใช้ก็คำนวณค่าบริการตาม "วินาที" ที่ใช้อยู่แล้ว

     เมื่อเป็นดังนั้น "เลขาธิการ กสทช." จึงยิงมุขใหม่ขอให้ทุกค่ายคิดบริการโมบายดาต้าในอัตราไม่เกิน 0.28 บาท/MB แต่ปรากฏว่าได้คำตอบจากทุกค่ายทันทีว่า เป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตบริการคลื่น 2.1 GHz ที่ กสทช.กำหนดไว้อยู่แล้วจึงไม่มีใครเก็บเงินเกินอัตราข้างต้น

     สุดท้ายของการประชุมวันนี้มาจบลงที่การขอให้ผู้ให้บริการทุกรายยกเลิกการใช้คำว่าUnlimited ในการโฆษณาแพ็กเกจโมบายดาต้าทุกแพ็กเกจ โดยให้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า "ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง" ด้วยเหตุผลว่า เพื่อป้องกันความสับสนของผู้บริโภคที่มักเข้าใจว่าสามารถใช้ได้ไม่มีจำนวนด้วยสปีดความเร็วเท่าเดิม

     เพราะจริง ๆ แล้วผู้ให้บริการต่างกำหนดเงื่อนไขการใช้งานด้วยความเร็วในระดับต่าง ๆ ด้วยการปรับลดสปีดเมื่อลูกค้าใช้ครบตามปริมาณที่กำหนด (Fair Usage Policy)

แน่นอนว่าไม่มีค่ายไหนปฏิเสธ

Advertisement Replay Ad
มาแล้ว! รวมเด็ด โปรโมชั่น Thailand Mobile Expo 2017 แล้วพบกันวันที่ 28 กันยายนนี้

มาแล้ว! รวมเด็ด โปรโมชั่น Thailand Mobile Expo 2017 แล้วพบกันวันที่ 28 กันยายนนี้

สมาร์ทโฟนกล้องคู่ดีกว่าสมาร์ทโฟนกล้องตัวเดียวจริงหรือ?

สมาร์ทโฟนกล้องคู่ดีกว่าสมาร์ทโฟนกล้องตัวเดียวจริงหรือ?

Truemove H เผยโปรแรงส่งท้ายปี 2017

Truemove H เผยโปรแรงส่งท้ายปี 2017

งาน CAT Network Showcase 2017  Thailand 4.0 Lets Rock พร้อมก้าวสู่ไทยแลนด์ 40 อย่างเต็มรูปแบบ

งาน CAT Network Showcase 2017 Thailand 4.0 Lets Rock พร้อมก้าวสู่ไทยแลนด์ 40 อย่างเต็มรูปแบบ

1 ฟีเจอร์สำคัญที่ iPhone X ไม่มี แต่สมาร์ทโฟน Android มี

1 ฟีเจอร์สำคัญที่ iPhone X ไม่มี แต่สมาร์ทโฟน Android มี

นักวิเคราะห์จอมแม่นฟันธง iPhone ปี 2018 มาพร้อมระบบสแกนใบหน้าทุกรุ่น

นักวิเคราะห์จอมแม่นฟันธง iPhone ปี 2018 มาพร้อมระบบสแกนใบหน้าทุกรุ่น

Vivo เปิดตัว V7+ มือถือจอไร้กรอบพร้อมกล้องหน้าคมชัดถึง 24 ล้านพิกเซล

Vivo เปิดตัว V7+ มือถือจอไร้กรอบพร้อมกล้องหน้าคมชัดถึง 24 ล้านพิกเซล

Apple นำเสนอ 8 สิ่งที่คุณจะหลงรักกับ iPhone 8

Apple นำเสนอ 8 สิ่งที่คุณจะหลงรักกับ iPhone 8

iPhone 8 Plus ทุบสถิติ DxO  ขึ้นแท่นกล้องสมาร์ทโฟนที่ ดีที่สุด เท่าที่เคยทดสอบมา

iPhone 8 Plus ทุบสถิติ DxO ขึ้นแท่นกล้องสมาร์ทโฟนที่ ดีที่สุด เท่าที่เคยทดสอบมา

เริ่มต้นไม่ยาก! 11 เทคนิคการเลือกซื้อเลนส์กล้องสำหรับมือใหม่

เริ่มต้นไม่ยาก! 11 เทคนิคการเลือกซื้อเลนส์กล้องสำหรับมือใหม่

JBL Pulse 3 ลำโพงที่ให้คุณมากกว่า เสียง

JBL Pulse 3 ลำโพงที่ให้คุณมากกว่า เสียง

LG SOUND BAR มอบประสบการณ์แห่งพลังเสียงระดับโรงภาพยนตร์

LG SOUND BAR มอบประสบการณ์แห่งพลังเสียงระดับโรงภาพยนตร์

นักวิเคราะห์ชี้ ยอดจอง iPhone 8 และ 8 Plus ปี 2017 ไม่สูง  ส่วนใหญ่รอ iPhone X มากกว่า

นักวิเคราะห์ชี้ ยอดจอง iPhone 8 และ 8 Plus ปี 2017 ไม่สูง ส่วนใหญ่รอ iPhone X มากกว่า

Craig Federighi ตอบคำถาม Face ID ใน iPhone X ปลอดภัยและดีกว่า Touch ID หรือไม่

Craig Federighi ตอบคำถาม Face ID ใน iPhone X ปลอดภัยและดีกว่า Touch ID หรือไม่

มัลแวร์ในแอปวอลเปเปอร์จาก Google Play แพร่เชื้อไปสู่อุปกรณ์กว่า 21 ล้านเครื่อง

มัลแวร์ในแอปวอลเปเปอร์จาก Google Play แพร่เชื้อไปสู่อุปกรณ์กว่า 21 ล้านเครื่อง

ภาพหลุด Huawei G10: กล้อง 4 ตัว, หน้าจอ 18:9

ภาพหลุด Huawei G10: กล้อง 4 ตัว, หน้าจอ 18:9

ผลทดสอบ Benchmark ชี้ iPhone 8 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่ เร็วที่สุดในโลก

ผลทดสอบ Benchmark ชี้ iPhone 8 Plus เป็นสมาร์ทโฟนที่ เร็วที่สุดในโลก

เปิดราคา iPhone 8 เครื่องหิ้ว ณ MBK  ไม่แรงอย่างที่คิด

เปิดราคา iPhone 8 เครื่องหิ้ว ณ MBK ไม่แรงอย่างที่คิด

HTC เหลือพนักงานพัฒนามือถือของตนเองเพียง 2,000 คนเท่านั้น

HTC เหลือพนักงานพัฒนามือถือของตนเองเพียง 2,000 คนเท่านั้น

มัลแวร์ CCleaner พุ่งเป้าหมายโจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่  Google Microsoft และ Samsung

มัลแวร์ CCleaner พุ่งเป้าหมายโจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Google Microsoft และ Samsung

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์