Olympus OMD EM5 MK II รีวิวแบบชาวบ้านๆ

Olympus OMD EM5 MK II รีวิวแบบชาวบ้านๆ

Olympus OMD EM5 MK II รีวิวแบบชาวบ้านๆ

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

     เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หลายๆ คนอยากจับจองเป็นเจ้าของ สำหรับ Olympus OMD EM5 MK II สำหรับทีมงาน Sanoo! Hitech เองก็เช่นกัน ด้วยเคยได้ลองเล่น ในตระกูล OMD มาแล้วรู้สึกประทับใจ 

     หากมีโอกาสก็อยากที่จะได้ลองเล่น Olympus OMD EM5 MK II บ้าง? (แอบหวังว่า Olympus Thailand ) จะส่งเครื่องมาให้ลองเล่นนะครับ

     Olympus OM-D E-M5 Mark II กล้อง Mirrorless ดีไซน์วินเทจสวย ต่อยอดจากรุ่นก่อน ให้ความละเอียดสูงถึง 40 ล้านพิกเซล


     กล้อง Mirrorless รุ่นใหม่ โอลิมปัส โอเอ็ม-ดี อี-เอ็ม5 มาร์คทู มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเงินและสีดำ โดยเริ่มจำหน่ายแล้วในราคา 1,099 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 35,800 บาท)

     ไหนๆ ก็ยังไม่ได้เครื่องมารีวิว วันนี้ทางทีมงานก็เลย Inbox ไปหา คุณ tamrong สมาชิกเว็บ Pantip เพื่อขออนุญาตนำรีวิวกล้อง Olympus OMD EM5 MK II มาให้อ่านกัน

เริ่มต้นรีวิว Olympus OMD EM5 MK II กันดีกว่ครับ

     ก่อนอื่น ขอขอบคุณ บริษัท Olympus Thailand จำกัด ที่กรุณาให้ยืมกล้อง EM5 MK II พร้อมเลนส์อีก 4 ตัว อันได้แก่ 14-150 II, 12-40mm f2.8 Pro, 17/1.8, 75/1.8 มาทดลองใช้ร่วมกันครับ

     รีวิวนี้ผู้เขียนได้รับการสนับสนุน ให้ยืม กล้อง + เลนส์ จากตัวแทนจำหน่ายเท่านั้นผู้เขียน ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ และ ค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าเข้าสถานที่ต่างๆ ก็ควักกระเป๋าเองทั้งหมด ทำรีวิวด้วยความอยากรู้อยากลอง เผื่อจะเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อพี่ๆน้องๆน้าๆทุกท่านครับ ขอบคุณครับ

     รูปทุกรูปในรีวิวนี้ เป็น file JPG ออกมาจากกล้องครับ ย่อด้วยโปรแกรม photoscape และอาจมีการ ย่อ ใส่กรอบ หรือ ปรับแต่งด้วย photoscape เล็กๆน้อยๆ แต่ก็เป็นการปรับแต่งมาอย่างเบาบางที่สุด ถ้าปรับค่าอะไร ก็จะพยายามไม่ให้เกิน 3% ของภาพเดิม เพื่อรักษา ลักษณะไฟล์ภาพ ให้ใกล้เคียงกับภาพที่ออกมาจากกล้องให้มากที่สุดครับ

     หลังจากการเปิดตัว Olympus OMD  EM5  ตัวแรก ในปี 2012  ก็เป็นที่ฮือฮาอย่างมากในบรรดานักเล่นกล้องอ่ะครับ   เพราะว่ามันเป็นกล้องที่แบบว่า  สุดยอดเรโทร หน้าตาย้อนยุคสุดๆ  ครบถ้วนเบ็ดเสร็จ และมาพร้อมกันสั่นเทพ 5 แกน  เลยทำให้เป็นที่พูดถึง และจับตามองอย่างมากเลยอ่ะครับ  

     ผมก็เสียตังค์ให้เค้าไปเหมือนกัน  รีวิว em5 ตัวแรกครับ http://topicstock.pantip.com/camera/topicstock/2012/05/O12121182/O12121182.html

     ปกติสินค้ากล้องดิจิตอล อายุ product life cycle มันสั้น   บางรุ่น  6 เดือน ออกตัวใหม่  บางรุ่นก็ปีกว่า แต่ของ EM5  ตัวแรก นี่ ลากยาวมาได้เกือบๆสองปีกว่าๆอ่ะครับ  ถือว่า เป็นอายุสินค้า ที่ยาวมากๆสำหรับสินค้าประเภทกล้องดิจิตอลอ่ะนะครับ คือว่า ฟังชั่นที่ให้มา  มันก็ดี  จนไม่รู้จะไปปรับไปเปลี่ยนอะไรมากมายได้อ่ะครับ    

     แต่แล้วหลังจากขายกันมาสองปีกว่าๆ  ในที่สุด  ก็ได้เวลาที่จะเปิดตัว  ทายาทอสูร  ออกมาเป็น EM5 รุ่นที่สองครับ หน้าตาปุ่มปรับต่างๆนี่ แบบว่าหล่อหลอมออกมาจาก  DNA  บรรพบุรุษ OM1  เลยครับ คล้ายกันมากๆ ยิ่งใส่เลนส์ OM นี่ ยิ่งเหมือน  OM1 เข้าไปใหญ่ วางอยู่ข้างๆกัน เวลารีบๆนี่ อาจจะหยิบผิดหยิบถูก  สับสนไม่รู้ว่าตัวใหนกล้องฟิล์ม  ตัวใหนกล้องดิจิตอลเลยทีเดียว

     แฟลชที่แถมมาให้ในกล่อง ก็เป็นตัวใหม่  ที่เป็นทรง  retro  เหมือนกันครับ หันขึ้น หันซ้าย หันขวา  ยิงสะท้อนเพดานได้ และความแรงของแฟลชก็เพิ่มจากเดิม เผื่อไว้สะท้อนเพดานลงมาครับ

     แค่เห็นหน้าตานี่ ก็กระชากใจวัยรุ่นแล้วอ่ะครับ เห็นน้องๆที่ชอบตั้งกระทู้ถามหากล้องฟิล์ม OM10 กัน เก็บตังค์ค่าล้างฟิล์มมาสอยตัวนี้เหอะครับเก่งกว่ากันเยอะ  ถ่ายภาพแบบ vintage ได้เหมือนกัน 555

     MK II  ตัวนี้  มีอะไรใหม่ๆมั่ง อย่างแรกเลย ปุ่มเยอะขึ้นครับ ให้น้องคนนึงจับดู  น้องเค้าบอก เฮ้ย  ทำไมปุ่มมันเยอะอย่างนี้วะพี่

     คือว่าชอบมีคนบ่นว่า กล้อง mirrorless ปุ่มน้อย control ไม่ดีเท่า DSLR  เค้าเลยยัดปุ่มมาให้เพียบเลยครับมาเป็นท้าวแสนปมเลย ปุ่มเต็มตัว  

     มี  fn1  fn2  fn3  fn4   ซ้ายขวาหน้าหลัง  และอื่นๆอีกมากมาย รวมๆแล้ว  ปรับตั้งได้เป็นสิบปุ่มอ่ะครับ จะเอาปุ่มใหน ไว้ตรงใหน  ก็สามารถปรับตั้งได้ตามใจเรา

มีปุ่มล๊อค dial  และย้ายสวิทซ์เปิดปิด มาอยู่ด้านบน แบบ EM1  

     ช่องมองภาพ ไฮโซขึ้น ละเอียดขึ้นกว่าเดิม  ใหญ่โตกว้างขวาง สบายตากว่าเดิม แบบว่าปกติผมก็ใช้ EM10  เป็นกล้องประจำตัวอยู่   พอมาส่องช่องมองภาพของ EM5 M2  จนชินนี่ พอกลับไปใช้ EM10 แล้วรู้สึกเลยว่าของเราทำไมมันเล็กจังฟะ    

     และเอาใจสาวก selfie   สาวๆอ่ะครับ  จอพลิกกลับมา  ถ่ายตัวเองได้ครับ

     นอกจากนั้น ก็ปรับปรุงเรื่องความทรหดอดทนของเดิม กันได้ทั้งน้ำกระเด็นใส่   ทั้งกันฝุ่น  ตอนนี้  กันหนาวได้ด้วยอ่ะครับ แบบว่าเอาไปหมกในหิมะนานๆ กล้องก็ไม่น๊อคครับ  

     ภาพจาก olympus นะครับ   ผมหละอยากจะเอาน้ำราดดูเล่นๆแบบนี้เหมือนกัน แต่ไม่กล้าเพราะกล้องไม่ใช่ของผมเป็นของคนอื่น รีวิวก็ทำให้เค้าฟรีๆ  เกิดไปทำกล้องเค้าพังขึ้นมานี่  ได้ควักเนื้อ เถือหนังกันเลยทีเดียวหละ แฮ่ๆ

     และจุดขายอีกอย่างของค่ายนี้ คือ ความเล็กกระทัดรัดอ่ะครับเล๊กเล็ก  กล้องก็ตัวเล็ก เลนส์ก็ตัวเล็ก  ขนาดเลนส์ super tele ของเค้า  ยังตัวเล็กเท่าขวดน้ำเองอ่ะครับ

     กล้อง + เลนส์ชุด เที่ยวทั่วโลก  3 ตัว ยัดใส่กระเป๋าถือเล็กๆได้สบายๆอ่ะครับ   เวลาใช้ ก็เบาๆสบายๆครับ 

     อ้า....ลืมเปรียบเทียบขนาดตัวกับกล้องต่างๆ เทียบกับ EM10  นี่ ไล่เลี่ยกันมากครับแกล้งใส่เลนส์ใหญ่ ให้ EM10  ดูใหญ่กว่า  

เทียบกับ A7 MK II A7  หนักกว่าแน่นอน เพราะเป็นกล้อง FF  ครับ 

     เรื่องบอดี้ว่ากันไปจบแล้วการที่เปลี่ยนจาก mark I  มา  mark II  นี่มันมีฟังชั่นอะไรเพิ่มขึ้นมามั่ง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังอ่ะครับ ยืมเค้ามาราวๆ 10 วัน  ตั้งแต่วันวาเลนไทน์ จนคืนกล้องเค้าไปเมื่อวันก่อนนี่  ยังเล่นไม่ครบเลยอ่ะครับ ลูกเล่นมันเยอะเวอร์ๆ เล่นกันไม่หมดไม่สิ้น  

อย่างแรกเรื่องกันสั่นในกล้องเขาเคลมว่าดีกว่าเดิมขึ้นไปอีกระดับครับ  ผมว่าของเดิม  มันก็แสนจะดีอยู่แล้วอ่ะครับ  เป็นกล้องที่ถ่ายง่ายชะมัด  

ใครๆ ที่เคยใช้ จะรู้ว่ากันสั่น 5 แกน  ในกล้อง olympus นี่ เป็นกันสั่นที่เจ๋งอันดับต้นๆของกล้อง mirrorless ทั้งหลายทั้งปวง  พอได้ลองกันสั่นอันใหม่นี่  ต้องยอมรับ ว่ามันเก่งขึ้นไปอีกระดับครับ  

ตัวเดิมใช้กับเลนส์  14mm  ไม่ใช้ขาตั้งกล้อง กลั้นหายใจ ขมิบตูด  แขนชิดลำตัว  ถ่ายได้ราวๆ  1/2  วินาที อ่ะครับ  แต่ตัวใหม่นี่  คนๆเดิมๆ มือๆเดิม  ถ่ายท่าเดิม ได้ราวๆ 1 วินาที ครับ ส่วนถ้าถ่ายสบายๆไม่ต้องเกร็งเท่าเดิมนี่ 1/2 ,1/4mวินาทีนี่ ได้มาง่ายๆเลยครับ    

วันแรกที่ได้กล้องมาลองเอาไปถ่ายวัด "อินทขิล" สะดือเมืองเชียงใหม่ครับ ถ่ายแบบไม่ได้เกร็งมากกลั้นหายใจเฮือกนึงแล้วกดเลย  

ส่วนรูปนี้เกร็งๆ หน่อยครับกลั้นหายใจยาวๆ ได้ไฟรถ ลากไป  1 วินาที  

     วันต่อๆมา  ยังไม่หายข้องใจเรื่องกันสั่น  เลยไปลองดูอีกรอบครับ วัดปงสนุก  จังหวัดลำปาง   คุกเข่าถ่าย  ในอุโบสถ ที่แสงน้อยๆครับ 0.625 วินาที นี่   ถ่ายสัก 10 รูป ได้ภาพนิ่งแทบทุกรูปครับ

ความไวชัตเตอร์   1 วินาที นี่ได้ประมาณครึ่งๆครับ  ถ่าย 10 ได้ 5 

     1.6 วินาทีได้มั่งไม่ได้มั่งถ่าย 10 รูป   ได้รูปชัดราวๆ 2-3 รูป ครับ ที่ไม่ชัดภาพรวมก็ยังชัด แต่พอซูมขยายออกมาแล้วมันก็สั่นๆเบลอนิดๆ 

สนับสนุนเนื้อหา: tamrong

     ข้อดีของกันสั่นเทพในกล้องก็คือมันทำให้เราแบกขาตั้งน้อยลงอ่ะครับเวลาถ่ายตอนที่แสงน้อยๆ ก็ไม่ต้องแบกขาตั้งไปทุกที่และเพิ่มโอกาสในการได้ภาพให้สูงขึ้น  กันสั่นยิ่งดี  มันก็ยิ่งเพิ่มโอกาสได้ภาพได้มากขึ้นอ่ะครับ

     อย่างรูปนี้ถ่ายน้ำตกก็ไม่ต้องใช้ขาตั้ง ถือถ่ายโดยใช้ความไวชัตเตอร์  1/2  วินาที ก็ได้รูปน้ำพอพริ้วๆนิดๆหน่อยๆอ่ะครับ

     รูปนี้ถ่ายนกที่ทางยาวโฟกัส 150mm  หรือ เทียบเท่า 300mm ใช้ความไวชัตเตอร์  1/25  วินาที  ก็ยังรอดได้รูปกลับบ้านมาอ่ะครับ 

     นอกจากภาพนิ่งแล้วกันสั่นในกล้อง ยังเอาไปใช้กับโหมดถ่ายวีดีโอได้ด้วยครับ มันทำให้ ได้ภาพวีดีโอ ที่นิ่งมากๆ ครับผมนี่ เป็นคนที่ถ่ายวีดีโอไม่ได้เรื่องเลย  มือสั่นตลอด  พอเปิดปิดกันสั่นนี่ ได้ผลต่างกันเยอะอ่ะครับ  

     ไม่ได้แกล้งนะครับ  ใครถ่ายวีดีโอจะพอรู้ ว่าพอใช้เลนส์ยาวๆ ถ่ายวีดีโอแล้วไม่ได้ใช้ขาตั้ง  ภาพมันสั่นประมาณนี้จริงๆ ถ้าไม่มีกันสั่น รวมทั้งตอนซูมเข้าซูมออก มันก็ยิ่งสั่น 

     แต่พอเปิดกันสั่นนี่  คนละเรื่องเลยครับ  น้องผมบอกว่า นิ่งยังใช้ขาตั้งเลย   แต่จริงๆ ใช้มือถือถ่ายนี่หละครับ  

     โม้เรื่องกันสั่นมานานเอาเป็นว่า  คนถ่ายคนเดิม  มือเดิม  mark II  จะสามารถใช้สปีดได้ต่ำกว่าเดิม จากตัว EM5  ตัวแรกอ่ะครับ ทั้งภาพนิ่ง และ วีดีโอ  ดีขึ้นอย่างที่เค้าเคลมไว้อ่ะครับ   แต่วัดเป็นตัวเลขไม่ได้ ว่าดีขึ้นแค่ใหน ดูรูป และดูค่าในรูป  แทนละกันอ่ะครับ

     หลังจากนี้เขียนสดๆ แล้วจะช้าหน่อยนะครับ เขียนไปแก้ไปพูดเรื่องอะไรต่อดีหละ เอาเรื่อง silent shutter  หรือ electronic shutter ต่อละกันครับ

     Mark II  นี่  มีระบบ electronic shutter เพิ่มเข้ามา  ทำให้ตัดการทำงานของม่านชัตเตอร์ mechanic ถ่ายแบบเงียบสนิทได้อ่ะครับ  ไม่ต้องมีเสียงชัตเตอร์กันเลย  

     นอกจากเงียบแล้ว ก็ทำให้ใช้ shutter speed สูงสุดได้ขึ้นไปถึง  1/16000 วินาทีครับ  ลองดูรูปจากเลนส์  f0.95  ถ่าย wide open กลางแดด  ที่ คคห  36  ครับ  

     เวลาจะจับความเคลื่อนไหว ที่ความเร็วสูงมากๆ  หรือ  ใช้กับเลนส์ที่สว่างมากๆ ถ่ายกลางแดดจัดๆ ก็สามารถทำได้ง่ายกว่าเดิมครับ

     นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่องของโหมด Peaking  ที่ปรับได้ละเอียดขึ้นอีกครับ  ปรับสี  ปรับความหนา  ของปื้น peaking ได้

     และโหมด  Live view boost ที่ปรับละเอียดได้ ว่าจะให้ทำงานในโหมดใหนมั่ง ยังไง   ให้ทำเฉพาะโหมด M  ก็ได้ ซึ่งสะดวกกว่าเดิมเยอะเช่นกันครับ   เวลาถ่าย macro หรือใช้กับแฟลชนอกนี่  สบายขึ้นเยอะ

     เรื่อง movies ข้ามไปอีกเรื่อง  คือ   ในโหมด movies มี slow  กับ fast  movies เข้ามาเพิ่มเติมนะครับและในโหมดถ่ายวีดีโอนี่  ปรับได้ละเอียดเพิ่มขึ้นมากครับ  ทั้งความละเอียด การบีบอัด เฟรมเรต  และถ่ายแบบ  slow ได้อ่ะครับ

     ถ่าย slow  ก็คือ ถ่ายแบบ frame rate สูงๆ  มารันที่เฟรมเรตต่ำ   ถ่าย fast  ก็ถ่ายเฟรมเรตต่ำ  มารันที่เฟรมเรตสูง   ประมาณนั้นมั้งครับ  ดังนั้น มันจะไม่ slow มาก   slow สุดได้แค่ประมาณ  0.4X อ่ะครับ   แต่ว่าเป็น Full HD

     นอกจากนั้นที่มีเพิ่มมาอีก ก็คือ  keystone comp  ครับ  ย่อมาจาก compensation หรือ composition ผมก็ไม่แน่ใจ  ต้องไปค้นดูอีกที เอาเป็นว่า  มันใส่ tilt / shift  ฟังชั่น  มาในตัวกล้องนี่หละครับ  เวลาถ่ายงานสถาปัตยกรรมอะไรนี่  อยากแก้ให้มันตรงๆ  ก็ใช้ฟังชั่นนี้ได้ครับ

     และก็มี art filter vintage เพิ่มมาอีกตัวอ่ะครับ รับกระแส แนว ฟิล์ม retro   ปรับสีได้อีก 3 โทน  ถูกใจ hipster เขาหละครับ งานเนี้ย 


สนับสนุนเนื้อหา: tamrong

     สุดท้าย โหมด High resolution หรือที่น้านิค  ตั้งชื่อให้มันว่า โหมด แกว่งไข่    ที่ olympus เค้าบอกว่าเป็นของแถมนะ  ไม่ใช่ฟังชั่นหลัก

     เป็นการถ่ายรูป 8 ภาพ   โดยการขยับเซ็นเซอร์  ในระดับ pixel  ไปในตำแหน่งต่างๆรอบๆข้าง   ของ pixel รับภาพเดิม  รับภาพในโหมดสีต่างกัน มา process ทำเป็นรูปใหญ่ขนาดความละเอียดสูง  36 -  40 ล้าน pixel หรือ  7296  X  4864  pixel (3:2)  ครับ   ถ้าถ่าย  4:3   หรือ  +raw จะได้ภาพใหญ่กว่านี้อีก แต่แค่นี้ คอม celeron ผมก็ครางหงิงๆแล้วครับ เอาขนาดเท่านี้พอ

     ระบบแกว่งไข่  เอ้ยเขย่าเซ็นเซอร์  High resolution  นี่ก็มีข้อจำกัดอยู่มากมายอ่ะครับ  ถือว่าเป็นฟังชั่นที่เค้าแถมมา  ไม่ใช่ฟังชั่นหลัก แต่ก็สร้างความเร้าใจมากมายอ่ะครับเพราะกล้องตัวเล็กๆของเราตัวนี้  สามารถถ่ายภาพได้ขนาด 40 ล้าน  pixel  น้องๆกล้อง medium format เลยอ่ะครับ  

     ดีเทลระดับเปิดหน้าดิน  ระเบิดภูเขา เผากระท่อม อ่ะครับเป็นของแถมที่อลังการมากๆอ่ะครับ  ยังกะซื้อบ้านแถมคฤหาสน์  แม้จะเป็นคฤหาสน์ที่ยังสร้างไม่เสร็จก็ตาม  แต่ก็สุดยอดของแถมละครับ

     ซื้อกล้อง 16 ล้าน แถม โหมดถ่ายภาพ 40 ล้าน pixel    ได้ไฟล์  RAW  64 กว่าล้าน pixel   เหอๆ  เอากันให้ตายไปข้างนึง

     ระบบ high resolution  นี่  ข้อจำกัดมัน ก็มีอยู่เยอะเหมือนกันครับ  เค้าเลยพูดว่า มันเป็นของแถมก็พอ   ไม่ได้เป็นฟังชั่นหลัก

     เพราะว่า เป็นการดัดแปลง  ใช้ระบบกันสั่น 5 แกนในกล้อง  แปลงมาเป็น ระบบเขย่าเซ็นเซอร์ 8 ทิศ   จากกันสั่น กลายเป็นระบบ มหาสั่น อ่ะครับ

     ดังนั้นกล้องต้องนิ่งสนิทจริงๆ  ต้องถ่ายบนขาตั้งที่มั่นคงเท่านั้น   และควรนับถอยหลังด้วยครับ  ไม่งั้นสั่นกระจุยครับ  

     ข้อจำกัดอื่นๆ ก็ถ่ายได้แต่วัตถุที่นิ่งๆเท่านั้น  ห้ามเคลื่อนไหว   และ  ใช้ความไวชัตเตอร์ได้ช้าที่สุดที่ 8 วินาที   iso สูงสุดใช้ได้ที่  1600  f8  

     หลายๆคน กลัวว่าถ้าเอาไปถ่ายใบไม้ใบหญ้า  เวลาลมพัดกิ่งไม้ ภาพมันจะเละมั้ยเลยลองให้ดูครับ
  
     ถ้ามีลมพัดใบไม้  ถ้าเป็นใบเล็กๆ  อาการ จะเป็นเหมือน long exposure ครับ คือใบไม้ไหวพริ้วๆ เพราะต้องถ่าย 8 ภาพมารวมกัน  ก็เอาความไวชัตเตอร์ไปคูณ 8

     ผลดีที่ได้ คือ อย่างเวลาถ่ายน้ำตกอะไร  ก็ได้ความไวชัตเตอร์ x8 ด้วยครับ  ไม่ต้องใช้ชัตเตอร์ยาวมาก ก็ได้ effect  สายน้ำพริ้วๆ 

แต่ถ้าต้นไม้ เป็น subject หลักๆในภาพ  พอลมพัดมา  ก็กระจุยเหมือนกันครับ

     คือถ้าวันแดดดีๆ  +  ใช้กับเลนส์ดีๆ อย่าง  12-40mm f2.8  PRO  นี่ คุณภาพไฟล์นี่ ผมว่าจี้กล้อง fullframe high resolution  แบบ A7R  มาติดๆเลยครับ 

     รูปนี้ใช้เลนส์  14-150  II  ยืนอยู่ไกลๆ  ซูมขึ้นไปถ่ายไม้แกะสลัก จากระยะไกลๆอ่ะครับ ดูรูปที่ถ่ายมาแล้ว ยังกะ ยืนดูอยู่ข้างหน้าระยะมือจับเลยครับ เห็นดีเทลเยอะสุดๆ ที่ 14mm

ที่ 150mm

     ครอปจากรูป high resolution คือว่า ผมยืนห่างจากรูปสลักนี้ ราวๆ 20 เมตร  หนะครับ    crop ออกมา  ยังกะเอากล้องจ่อถ่ายเลย  

อีกรูป

อีกสักรูปครับ

ครอปออกมาดู ยี่ห้อหลอดไฟ

     เรื่องฟังชั่นหลักๆ ก็ครบถ้วนแล้วมั้งครับ   เค้าให้ยืมกล้องมา ก็เขียนให้เค้าครบๆหน่อยถ้าหลงๆลืมๆเรื่องใหนไป ก็ขออภัยละกันครับ จบเรื่องวิชาการกันแล้ว ต่อไปมาพากินพาเที่ยวแบบสบายๆ ดีกว่าอ่ะครับ  เหอๆ

สนับสนุนเนื้อหา: tamrong

มาถึงบทสรุปของ OMD  EM5 Mark II    

     ผมว่า OMD  EM5 Mark II  นี่เป็นการ upgrade  EM5 ของเก่าที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกอ่ะครับ มันเป็นกล้องเล็กๆ ที่ถ่ายง่ายๆ ได้รูปอย่างง่ายๆ  ได้รูปเยอะมากอ่ะครับ  ผมเอาไปใช้  8-9 วัน ถ่ายมาได้หลายพันรูป ใช้ง่าย ถ่ายมันส์

     แม้เรื่องไฟล์ รายละเอียดของภาพอะไร จัดว่าดีทีเดียว แม้โดยรวมจะเป็นรองกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่กว่าไม่ว่าจะเป็นขนาด APSC  หรือ Full Frame แต่มันก็เป็นกล้องที่มีโอกาสได้ภาพสูงที่สุดในบรรดากล้อง mirrorless ที่มีในตลาดนี้อ่ะครับ  

     คือกล้องแต่ละยี่ห้อ มันก็มีข้อดีข้อเด่น แตกต่างกันไป ว่าใครเก่งด้านใหน ทาง oly  นี่  ออกแนวๆเป็นกล้องที่ใช้งานง่าย ถ่ายสะดวกมากๆอ่ะครับ กดปั่บ กดปั่บ ถ้าเอามาถ่ายแข่งกัน ในสถานการณ์ยากๆต่างๆ  เช่นถ่ายวิวจากบนรถทัวร์เร่งรีบ  หรือขี่มอเตอร์ไซค์ลุยฝน อะไรเงี้ย  

     ผมว่าเจ้า em5 mk II   นี่หละครับ มีโอกาสที่จะได้ภาพเยอะที่สุด เพราะว่าค่ายนี้ เค้ามีจุดเด่นด้านความไวความแม่นในการโฟกัสและระบบกันสั่น ที่กล้าพูดได้ว่าดีที่สุด ในวงการ

     เพราะเป็นผู้ริเริ่มทำระบบกันสั่นเป็นเจ้าแรกๆในตลาดกล้องอ่ะครับ มาจนป่านนี้แล้วพัฒนาไปไกลโขแล้วอ่ะครับ ขนาดถือกล้องวิ่งลงบันได  ตุบๆๆๆ   ถ่ายวีดีโอ  ภาพยังไม่สั่น มันก็ต้องยกความดีความชอบให้ระบบกันสั่นเทพของเขาหละครับ  

     เหมาะแก่การพกไปเที่ยวมากอ่ะครับ  เพราะเป็น system ที่มีขนาดเล็กๆ ตัวน่อยๆ เลนส์ก็ตัวเล็กๆ จิ๋วๆ snap ได้เร็ว แม้แต่เลนส์ super tele ของเค้า  อย่าง  40-150 2.8  Pro ก็ยังตัวนิดเดียว ซุกกระเป๋าได้สบายๆ  

     มีเลนส์รองรับหลากหลายค่าย  ไม่ว่า olympus  panasonic  leica sigma  tamron  samyang schneider tokina เยอะแยะมากมายช่วงติดๆกันเลย  เลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว  

     ส่วนข้อเสีย อันเป็นจุดสกัดดาวรุ่งของงานขายก็คือศูนย์บริการ  ซึ่งในกลุ่มผู้ใช้ก็มีเสียงบ่นกันอย่างหนาหูและ มีงานซ่อม ที่หลุด หรือ พลาด  ต้องกลับไปเคลมงานซ่อมซ้ำซ้อน  ให้เห็นกันบ่อยๆ  

     แต่ผมว่ายังไงๆ ศูนย์บริการของเค้าก็มีแนวโน้ม ที่จะพัฒนาไปในทางดีขึ้นนะครับ ดูจาก การตอบสนองต่อ case  ที่เกิดปัญหาต่างๆ ถ้าเป็นสมัยก่อน มีกรณีเกิดปัญหาลง pantip ไม่รู้กี่รอบโทรจิกเป็นสิบๆครั้ง ก็ยังไม่มีการตอบสนองใดๆ  

     แต่สมัยนี้มีการปรับปรุงโครงสร้างภายในบริษัทพอสมควร ศูนย์บริการก็ตอบสนองต่อปัญหาต่างๆได้ไวขึ้น มีน้าๆบ่นลงเฟซ สองสามวันก็ได้รับการติดต่อจากบริษัทโดยตรง  

     เป็นสัญญาณ ห้เห็นว่าศูนย์บริการมีแนวโน้มที่จะพัฒนาไปในทางดีขึ้นรวมทั้งการย้ายสายการผลิต จากจีนไปเวียตนามก็หวังว่าจะมีปัญหาเรื่อง QC  ไอ้นู่นหลุด ไอ้นี่หล่น  ลดน้อยลงไปนะครับ ก็ต้องรอดูกันต่อไป  



มาสรุปเป็นข้อๆ

- หน้าตา หล่อโพดๆอ่ะครับ  ย้อนยุคสุดๆ  ห้อยไปใหน คนนึกว่ากล้องฟิล์ม  

- กันหยดน้ำ กันฝุ่น กันหนาว  ถ่ายกลางฝนได้ กลางหิมะได้ เซลฟี่ได้ ไวไฟมี จอทัชก็มี โอยไม่รู้จะขออะไรอีกแล้ว

- โหมด high resolution  นี่เป็นของแถมที่อลังการมากๆครับ  ยังกะซื้อบ้านแถมคฤหาสน์  

- กันสั่นในกล้อง เจ๋งที่สุดในวงการละครับเป็นกล้องที่ใช้ง่ายสุดๆ  ถ่ายรูปได้ในพริบตาอ่ะครับ จิ้มจอปุ๊ป ถ่ายปั๊ป

- ช่องมองภาพ EVF  ใหญ่ ละเอียด เริ่ด ไฮโซมากครับ

- ลูกเล่นต่างๆ ใส่มาเยอะจนเล่นไม่รู้จักหมดอ่ะครับ  art filter vintage  นี่ มาตามกระแสที่เค้ากำลังฮิตเลยครับ

- จอพับมาถ่ายตัวเองได้  สาวๆท่าจะชอบเพราะเซลฟี่ได้สบายๆ

- พอถ่ายไฟล์ RAW มา  สามารถนำไฟล์ RAW มาปรับแต่ง  convert เป็น JPG  จากในกล้องได้เลย ถ่ายมารูปเดียว Process จากในกล้องออกมาได้เป็นสิบๆแบบอ่ะครับ

- ระบบเอื้ออำนวย ในการใช้กับ lens manual focus รุ่นโบราณร้อยปี  มีทั้ง peaking  + magnify zoom  และยังมีกันสั่นในบอดี้  ทำให้ใช้เลนส์เก่าๆพวกนี้ได้อย่างสะดวกมาก ครับ

- เมนูมันเยอะสุดๆ ละเอียดสุดๆ  แบบว่าปรับตั้งได้แทบทุกอณูของกล้องเลย มือใหม่ อาจจะต้องอ่านคู่มือจนมึนเลยครับ แต่เค้าก็มีโหมดใช้ง่าย  และมีการปิดเมนู ที่ลงไปปรับในรายละเอียดให้นะครับ  

- คุมกล้องผ่าน wifi ได้  ใช้ smart phone เป็นรีโมท ควบคุมกล้องผ่าน app ได้ค่อนข้างจะละเอียดเลยครับ

     คุณงามความดีอย่างอื่น ก็ซ้ำๆกับรุ่นเก่าๆอ่ะครับ ขี้เกียจก๊อปมาลงแล้วแฮ่ๆ อ๋อออ.....ลืมลงรูป เวลาใส่กริป พร้อมรบครับ เวลาอยากจะดูโปร กลัวสาวๆในงานมอเตอร์โชว์จะไม่มอง ก็ใส่กริป ติดนั่นติดนี่เข้าไป จากกล้องตัวเล็กๆ ดูกลายเป็นกล้องโปรขึ้นในทันตาครับ



ส่วนที่มีเสียงบ่นๆกันมา อันเป็น ข้อเสีย ของกล้องตัวนี้  

- เรื่องจอครับ  เพื่อนๆ น้าๆ ที่ได้จับ  เขาบอกว่า  จอแบบเดิม ใช้ง่ายกว่าครับ  งัดขึ้นมา  ก็พร้อมใช้เลย แต่จอเซลฟี่แบบใหม่นี่  ต้องง้างจอไปทางซ้ายก่อน  แล้วบิดกลับมาอีกที   ทำให้ เสียเวลาในการทำงานครับบางทีจะถ่ายอะไรรีบๆ  มัวแต่ง้างจอ มันวิ่งหนีไปแล่ว  

-  ตัว sample  ที่ผมได้มานี่ ไม่รู้เป็นอะไร  เปิดเครื่องแล้ว มัน start up  ใช้เวลานานอ่ะครับ  ราวๆ  1 วินาที ไม่รู้ว่าตัว production  มันจะเปิดเครื่องแล้วชะงักไปนานเท่านี้มั้ย  

- ในส่วน hilight ของภาพที่โดนแดดส่องแรงๆ หรือแสงเข้าเยอะๆ  มัน burn  กว่ากล้องค่ายอื่นๆครับดีที่ว่า มันปรับ curve ในกล้องได้ตามใจชอบ  ปรับลด hilight ลงมาสัก -1  -2  ก็ดีขึ้นไปเยอะครับ

-  จอพับได้อีกแล้วครับ  จุดเชื่อมต่อจอรุ่นใหม่นี่ ดูแล้วไม่ค่อยแข็งแรงเลยครับ  ถ้าโดนอะไรชน หรือกระแทกแรงๆ ก็สงสัยอยู่ว่ามันจะหักมั้ย บรึ๋ย เสียว  

เพิ่มเติม นึกออกอีกข้อ

-  ถ้าเปิด NR normal  ถ่าย iso สัก 2000 ขึ้นไป  ตอนฟ้า twilight ฟ้ามันจะแสดงอาการเป็นปื้นๆ อันเป็นผลมาจาก NR อ่ะครับถ้าปรับเป็น NR Low  อาการนี้ จะไม่ค่อยปรากฏ  

นอกนั้น คิดไม่ออกแล้วครับ  ถ้าคิดออกจะมาเขียนเพิ่มเติมครับ  ขอบคุณ และ สวัสดีครับ  ที่อ่านมากันจนถึงตอนนี้ครับพบกันในโอกาสต่อไปครับ 

สนับสนุนเนื้อหา: tamrong

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี  ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11   

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11  

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์