รีวิว Xiaomi Mi Band สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพที่ราคาถูกสุดในตลาด

รีวิว Xiaomi Mi Band สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพที่ราคาถูกสุดในตลาด

รีวิว Xiaomi Mi Band สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพที่ราคาถูกสุดในตลาด

Blognone

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อกลางปีที่แล้ว Xiaomi เปิดตัว Mi Band สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพในราคาเพียง 79 หยวนหรือประมาณ 400 บาทเท่านั้น โดยผมเพิ่งได้ลองสั่งมาใช้ และเห็นว่าคนไทยน่าจะยังสนใจกันพอสมควร บวกกับยังไม่ค่อยมีรีวิวอย่างละเอียดเป็นภาษาไทย เลยเขียนมาให้อ่านกันครับ

ฮาร์ดแวร์

Mi Band มาในกล่องกระดาษแข็งสีน้ำตาล เปิดออกมาจะเจอกระดาษแข็งหนีบมันอยู่ อุปกรณ์ที่ให้มาด้วยมีเพียงสายรัดข้อมือ, สายชาร์จและคู่มือภาษาจีน

ตัว Mi Band เป็นอะลูมิเนียมอโนไดซ์ และใช้วิธี Perforation คือใช้เลเซอร์เจาะรูเล็กมากๆ เพื่อให้แสง LED ลอดออกมาได้ ส่วนด้านหลังเป็นพลาสติกธรรมดาครับ



imgur.com
imgur.com
imgur.com

ด้านในของสายรัด มีข้อความว่า Designed by Xiaomi

imgur.com

ผู้ใช้ต้องทำการยัด Mi Band เข้าไปในสายเอง ตัวสายจะยืดได้นิดหน่อย ก็ค่อยๆ เลาะๆ เข้าไป แล้วจัดทรงนิดหน่อยเป็นอันเรียบร้อย และเนื่องจาก Xiaomi บอกว่าแบตเตอรี่ของ Mi Band สามารถอยู่ได้เป็นเดือน ทำให้เราไม่ต้องถอดออกมาชาร์จบ่อยๆ จึงไม่ต้องกังวลว่าสายจะย้วยเร็วครับ

imgur.com
imgur.com

การชาร์จไฟทำได้โดยการเสียบ Mi Band ด้านที่มีขั้วเข้าไปในสายชาร์จที่ให้มา ออกแรงนิดหน่อยก็เข้าล็อก ไฟ LED จะสว่างขึ้นมาแสดงสถานะการชาร์จ

imgur.com

ผู้ใช้สามารถเลือกสีของไฟ LED ได้ (น้ำเงิน, ส้ม, เขียว, แดง [ดูแล้วเป็นสีชมพูมากกว่า])

imgur.com

การเปิดใช้งานครั้งแรก และแอพ Mi Fit

ในการใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือ ผู้ใช้ต้องดาวน์โหลดแอพชื่อ Mi Fit มาติดตั้ง ผู้เขียนใช้ HTC One M7 รัน Android 5.0.1 GPe สามารถใช้งานได้ทุกฟังก์ชัน ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เปิดแอพมาครั้งแรกก็ต้องสมัคร Mi account ก่อนเลย และจะได้รับ verification code ทาง SMS ด้วย จากนั้นจะต้องใส่ข้อมูลเพศ, วันเกิด, ส่วนสูง, น้ำหนัก และกำหนดเป้าหมาย (goal) ในแต่ละวัน

     imgur.com

เสร็จแล้วโทรศัพท์จะทำการค้นหา Mi Band ผ่านบลูทูธ

imgur.com

เมื่อเจอแล้ว ไฟสีน้ำเงินที่ตัว Mi Band จะกะพริบ ให้เราแตะที่ Mi Band หนึ่งทีเพื่อยืนยันว่าเป็นของเราจริงๆ (การแตะนี้จะไม่ได้ใช้งานอีกเลย ทำมาเพื่อการจับคู่อย่างเดียว)

imgur.com
imgur.com

จากนั้นแอพจะทำการอัพเดตเฟิร์มแวร์ของ Mi Band เป็นเวอร์ชันล่าสุดให้ทันที

imgur.com

อันนี้คือหน้าหลักของแอพ ถ้าเลื่อนไปทางซ้ายจะเป็นหน้าสำหรับดูข้อมูลการนอนของเรา

imgur.com
imgur.com

หน้าตั้งค่าเป็นแบบนี้ จะมีการแสดงระดับแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ โดยแกะกล่องมามันก็แจ้งว่าเหลืออยู่ 54% และชาร์จมาเมื่อ 28 วันที่แล้ว (น่าจะเป็นวันผลิต)

imgur.com

เมนูที่มีให้เลือกในหน้าตั้งค่า (วันที่เริ่มใช้ได้รับอัพเดตเป็นเวอร์ชัน 1.0.6.0 แต่ ณ วันที่เขียนบทความนี้เป็น 1.0.8.2 แล้วครับ)

imgur.com

  • Find band - Mi Band จะสั่นและมีไฟติด
  • Band light color - เลือกสีของไฟ LED
  • Band location - เลือกว่าเราใส่ Mi Band ที่ตำแหน่งใดของร่างกาย (มีคอให้เลือกด้วย!)
  • Screen Unlock - ปลดล็อกมือถือโดยที่ไม่ต้องใส่รหัส (จะกล่าวถึงต่อไป)
  • Incoming call - เลือกว่าถ้ามีสายเข้าแล้วให้ Mi Band สั่นหรือไม่
  • Vibrate for notifications - เลือกว่าถ้ามีการแจ้งเตือนแล้วให้ Mi Band สั่นหรือไม่
  • Unpair - ยกเลิกการจับคู่

สำหรับฟังก์ชัน Incoming call เราสามารถเลือกระยะเวลาที่ Mi Band จะสั่นหลังจากสายเข้า เช่นมีคนโทรมา 5 วินาทีแล้วมันจะเริ่มสั่น พอรับสายก็จะหยุดสั่นในเวลาไม่กี่วินาที ผมพบว่าฟังก์ชันนี้มีประโยชน์มากเวลาต้องอยู่ในที่เงียบเช่นห้องสมุด เราสามารถปิดทั้งริงโทนและการสั่นของโทรศัพท์ไปได้เลย (เวลาโทรศัพท์สั่นจะมีเสียงดังหากวางอยู่บนโต๊ะ)

imgur.com

การตั้งปลุก ก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ให้เลือกวันและเวลาที่อยากให้ปลุก โดย Mi Band จะสั่นเพื่อปลุกเราอย่างเดียว ไม่มีเสียงปลุกจากมือถือนะครับ จากการทดสอบในคืนแรกที่ใส่นอน พบว่ารู้สึกตัวตื่นทันทีครับ แต่หลังจากสี่ห้าวันผ่านไป ไม่ตื่นแล้ว (ฮา) และถ้าเปิดฟังก์ชัน Early bird alarm มันจะปลุกเราก่อนเวลาที่ตั้งไว้ โดยดูจากการนอน ถ้าใกล้ถึงเวลาปลุกแล้วเราอยู่ในช่วงหลับตื้น (light sleep) มันก็จะปลุกเราทันที ซึ่งการทำแบบนี้เราจะตื่นอย่างสดชื่น กล่าวคือถ้าเราอยู่ในช่วงหลับลึกแล้วโดนปลุก จะทำให้ไม่สดชื่นนั่นเอง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าถึงเวลาปลุกแล้วเรายังหลับลึกอยู่ มันก็จะปลุกอยู่ดีนะครับ

imgur.com
imgur.com

ทุกครั้งที่เปิดแอพ มันจะทำการ sync ทันที ใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีก็เสร็จ เราจะมาโผล่ที่ฟังก์ชันที่สำคัญที่สุด คือการนับก้าวและคำนวณแคลอรี่ โดยบอกข้อมูลเช่น วันนี้เดินไปเป็นระยะทางเท่าไหร่, เดินไปกี่ก้าว, เผาผลาญแคลอรี่ไปได้เท่าไหร่ และอื่นๆ ตามรูปครับ

หน้าหลัก บอกข้อมูลคร่าวๆ เอาไว้เช็ค progress ของวันนี้

imgur.com

ถ้ากดเข้าไปจะดูข้อมูลได้ละเอียดระดับเจาะจงเวลาเลย แตะที่แท่งกราฟจะดูได้ว่าเวลาไหนเราเดินไปเท่าไหร่

imgur.com

ส่วนหน้านี้เป็น history เอาไว้ดูย้อนหลัง โดยสามารถดูข้อมูลแบบต่อวัน, ต่อสัปดาห์ หรือต่อเดือนก็ได้

imgur.com

ไฟ LED บนตัว Mi Band ยังสามารถแสดง progress คร่าวๆ ให้ผู้ใช้ทราบได้ด้วย โดยต้องทำท่ายกแขนขึ้นมาเหมือนดูนาฬิกา จากนั้นไฟจะติดขึ้นมาแล้วกะพริบ ซึ่งมีทั้งหมด 4 รูปแบบ ดังนี้

  • ดวงล่างกะพริบดวงเดียว - ทำได้ไม่เกิน 1/3 ของเป้าหมาย
  • ดวงล่างติดค้าง ดวงกลางกะพริบ - ทำได้ไม่เกิน 2/3 ของเป้าหมาย
  • ดวงล่างและกลางติดค้าง ดวงบนกะพริบ - ทำได้เกิน 2/3 ของเป้าหมาย
  • ทุกดวงติดค้าง - ทำได้ตามเป้าหมาย

ท่ายกแขนต้องเป๊ะมากๆ เริ่มจากปล่อยแขนชี้ลงพื้น แล้วยกขึ้นมาเหมือนดูนาฬิกาตามปกติ แต่ผมทำแล้วติดบ้างไม่ติดบ้าง ไม่เวิร์คครับ ควรทำเป็นแบบแตะที่ตัวอุปกรณ์เหมือนพวก Misfit มากกว่า

สำหรับการวิเคราะห์การนอน Mi Band จะรู้ได้เองเมื่อเราเข้านอนและตื่นนอน แต่หลังจากตื่นนอนควรเดินไปเดินมาสักหน่อยเพื่อที่จะให้ Mi Band รู้ว่าเราตื่นแล้วจริงๆ ส่วนใหญ่ผมตื่นแล้วจะอาบน้ำทันทีเลยจะถอดวางไว้ มันเลยนึกว่าเรายังหลับอยู่ครับ (Mi Band สามารถใส่อาบน้ำได้นะครับ แต่ผมไม่อยากเสี่ยงสักเท่าไหร่) อย่างไรก็ตาม หากว่า Mi Band ตรววจับเวลาเข้านอนหรือตื่นนอนผิดไป เราสามารถแก้ได้ทันที และมันจะวิเคราะห์การนอนให้ใหม่ นอกจากนี้ ถ้าเราแตะตรงแท่งกราฟ เช่นแตะแท่งสีม่วงเข้มซึ่งแปลว่าช่วงนั้นหลับลึก แอพจะบอกได้ว่าในช่วงนั้นเราหลับลึกตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง

การตรวจจับการนอนจะไม่ทำงานเวลาเรานอนกลางวันนะครับ ผมก็ไม่ทราบว่าช่วงเวลาที่มันจะเริ่มจับการนอนนั้นเป็นเวลากี่โมง นอกจากนี้ยังดูสถิติย้อนหลังได้แบบการนับก้าวด้านบนเลยครับ

imgur.com

Mi Band ยังสามารถใช้กับกีฬาอื่นนอกจากเดิน/วิ่งได้ด้วย นั่นก็คือการกระโดดเชือกและซิทอัพ ผมลองซิทอัพ พอกดปุ่มแล้วมันจะเริ่มจับเวลาทันที เราก็เริ่มได้เลย มันจะรู้เองและมีเสียงนับให้เราด้วย ลองไป 7 ที นับได้ตรงครับ เสร็จแล้วจะมีการเปรียบเทียบกับผู้ใช้ Mi Band คนอื่นๆ ให้ด้วย

imgur.com
imgur.com
imgur.com

นอกจากกีฬาที่รองรับข้างต้น แอพก็ยังเปิดให้ผู้ใช้โหวตกีฬาที่อยากจะให้ Mi Band รองรับในอนาคตด้วย

imgur.com

อีกฟังก์ชันที่สำคัญและช่วยอำนวยความสะดวกได้มาก คือสามารถตั้งให้ Mi Band เป็น trusted device ได้ และจะไม่ต้องใส่รหัสหรือ pattern เพื่อปลดล็อกโทรศัพท์อีกต่อไป แต่ถ้าหลุดออกจากรัศมีบลูทูธก็จะกลับมาล็อกตามเดิม โดยโทรศัพท์ที่รองรับจะต้องเป็น Android 5.0 ขึ้นไป หรือโทรศัพท์ของ Xiaomi แม้ว่าจะไม่ได้เป็น Lollipop ก็จะใช้ได้อยู่แล้วครับ

imgur.com

สุดท้ายคือแบตเตอรี่ ทาง Xiaomi เคลมว่าสามารถใช้ได้หนึ่งเดือนต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งวันที่เขียนบทความนี้ผมใช้มาครบหนึ่งเดือนพอดี ผมกด sync อย่างน้อยวันละหนึ่งครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้ต้องบอกว่าเกินคาดครับ

imgur.com

สรุป

Mi Band ทำผลงานได้น่าพอใจ ระหว่างใช้ไม่พบอาการเอ๋อหรือไม่ตรวจจับการเดินแต่อย่างใด อีกทั้งแอพทำออกมาได้ดีพอสมควร แสดงข้อมูลได้ละเอียดและใช้งานง่าย นอกจากนี้ผมและเพื่อนอีกสองคนซื้อมาใส่พร้อมกัน ไม่มีใครมีอาการแพ้นะครับ

ข้อดี

  • วัสดุเป็นอะลูมิเนียม กระแทกหรือขูดขีดแล้วไม่เป็นรอย
  • น้ำหนักเบามาก หลังๆ ใส่แล้วไม่รู้สึกเลย มีครั้งนึงนึกว่าหลุดหาย
  • แอพทำมาได้ดี
  • แบตเตอรี่ทนกว่าที่โฆษณาไว้
  • การสั่นเตือนเมื่อมีสายเข้ามีประโยชน์กว่าที่คิด
  • ราคาถูก

ข้อเสีย

  • สายเก่าง่าย ใส่ไม่กี่วันเริ่มดูเก่าแล้ว โดนขูดแล้วเป็นรอยถาวร
  • ดู progress จากตัว Mi Band ลำบากมาก ต้องยกข้อมือดีๆ ไม่งั้นต้องเข้าแอพไปดู ถ้าวิ่งอยู่แล้วจะดูนี่หมดสิทธิ์
  • การสั่นปลุกอาจใช้ไม่ได้จริงสำหรับบางคน

บทความนี้ปรากฏครั้งแรกที่บล็อกของผู้เขียน

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี  ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11   

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11  

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์