พรีวิวเบาๆ กับ Samsung Galaxy Tab A แท็บเล็ตโทรได้

พรีวิวเบาๆ กับ Samsung Galaxy Tab A  แท็บเล็ตโทรได้

พรีวิวเบาๆ กับ Samsung Galaxy Tab A แท็บเล็ตโทรได้

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

      รอกันมากว่า 2 ปี หลังจาก Samsung Galaxy Note 8.0 รุ่นแรกเปิดตัวออกมาในฐานะแท็บเล็ตขนาดกะทัดรัดใช้งานคู่กับพร้อมกับปากกา S Pen จนหลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าอาจไม่มีทายาทรุ่นต่อไปออกมาแล้ว

     แต่ล่าสุดนั้นทาง Samsung ก็ได้เปิดตัวทายาทรุ่นใหม่ล่าสุดในชื่อใหม่ว่า Samsung Galaxy Tab A 8.0 และ Samsung Galaxy Tab A 9.7 แท็บเล็ตทายาท Galaxy Note 8 ที่ยังคงมาพร้อมกับปากกา S Pen

      เรียกได้ว่าตอนนี้นั้น Samsung Galaxy Tab A เป็นแท็บเล็ตโทรได้ที่กำลังมาแรงอีกรุ่น(หากนำมาเปรียบเทียบกับแท็บเล็ตในราคาใกล้เคียงกัน) เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ของผู้ใช้งานได้หลายหลายด้าน ราคาไม่แพงและมาพร้อมฟีเจอร์พื้นฐานครบ

      หากตอนนี้คุณเป็นอีกคนที่กำลังมองหาแท็บเล็ตไว้ใช้งาน ไม่ว่านะเป็นอ่านหนังสือ ดูทีวี หรือทำอะไรก็ตามแต่ผ่านแท็บเล็ต หากคุณได้ลองอ่านพรีสิวแกะกล่องต่อไปนี้ ไม่แน่นะ Galaxy Tab A อาจกลายเป็นอีกสมาชิกใหม่ของคุณก็ได้ เพราะอย่างน้อยมันก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกทีดีในตอนนี้

ขนาดกะทัดรัดเหมาะมือ

ก่อนจะไปอ่านพรีวิวนั้นก็ต้องทำการสำรวจ สเปคของ Samsung Galaxy Tab A 8.0 with S Pen เรียกน้ำย่อยกันสักหน่อย

-  จอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1024x768 Pixels (XGA : กว้าง 8.0 นิ้ว : 160 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 306

-  ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410) ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)

-  หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB และ RAM ขนาด 2 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB

-  เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth

-  กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels

-  ขนาด 208.4x137.9x7.5 มิลลิเมตร

-  น้ำหนัก 338 กรัม

สำรวจตัวเครื่องและวิเคราะห์การดีไซน์กันหน่อยเท่าที่มองด้วยสายตารูปร่างกะทัดรัดดี

      สำหรับ Samsung Galaxy Tab A 8.0 และ Samsung Galaxy Tab A 9.7 นั้นเป็นแท็บเล็ตที่ส่งออกมาสำหรับรองรับกำลังซื้อของคนในตลาดระดับกลาง

      ลักษณะภายนอกนั้นตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัดพอได้ลองจับของจริงแล้วรู้สึกได้ถึงความถนัด ไม่ว่าจะใช้งานแบบสองมือหรือมือเดียว และยังมีความสามารถหลากหลายไม่ว่าจะเป็นรองรับการโทรเข้า หรือโทรออกได้เหมือน Galaxy Tab รุ่นพี่ๆ ครับ และพิเศษสำหรับในรุ่นใหม่คือมีการปรับ อัตราส่วนของหน้าจอถูกปรับให้เปลี่ยนเป็น 4:3 เช่นเดียวกับ iPad

      สำหรับเครื่องที่ผมได้ทดลองเล่นในวันนี้นั้นเป็นรุ่น Samsung Galaxy Tab A 8.0 ตัวเครื่องสีดำ พร้อมจอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1024x768 Pixels (XGA : กว้าง 8.0 นิ้ว : 160 ppi) และมีขนาด 208.4x137.9x7.5 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 338 กรัม

      ตัวเครื่องด้านหน้าส่วนบนนั้นจะประกอบไปด้วย เลนส์กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซลและตรงกลางเป็นส่วนของลำโพงหูฟังสำหรับการสนทนา พร้อมทั้งเซ็นเซอร์ระบบ Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน และรองรับการใช้งานฟังก์ชัน Video Calling (สนทนาพร้อมภาพวีดีโอ)

      ด้านหน้าส่วนล่างของ Galaxy Tab A 8.0  นั้นประกอบไปด้วยปุ่มสำคัญได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่มโฮมอยู่ตรงกลางสุดและปุ่มย้อนกลับ

      มาต่อกันที่ด้านข้างส่วนบนนั้นไม่มีปุ่มสำหรับทำอะไร ขอบตัวเครื่องด้านนี้ราบเรียบไม่มีช่องสำหรับเชื่อมต่ออะไร

      ส่วนเครื่องด้านข้างส่วนล่างนั้นจะประกอบด้วย ไมโครโฟนสำหรับการสนทนา หรือบันทึกเสียง ตรงกลางเป็นช่องสำหรับเชื่อมต่อชุดหูฟังมาตรฐาน ขนาด 3.5 มิลลิเมตร ถัดมาคือพอร์ท Micro-USB สำหรับชาร์จแบตเตอรี่หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์  และปิดท้ายเป็นตำแหน่งของลำโพงหลักซึ่งมีขนาดใหญ่ ผมทดลองฟังเสียงแล้ว ดัง และค่อนข้างชัดดีครับ

      สำหรับปุ่มใช้งานสำคัญส่วนใหญ่ของ Galaxy Tab A 8.0 นั้นถูกวางไว้ในส่วนของตัวเครื่องด้านขวามือเกือบทั้งหมด เริ่มกันด้วยไมโครโฟนสำหรับการสนทนาหรือบันทึกเสียงอยู่ในตำแหน่งบนสุด ตามมาด้วยปุ่มสำหรับ เปิด-ปิด เครื่อง หรือ ล็อคหน้าจอ และสุดท้ายปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับเสียง

      ยังไม่จบแค่นั้นครับเพราะตัวเครื่องด้านนี้ยังมีอีก 2 ตำแหน่งสำคัญอยู่ด้วยนั้นคือช่อง ช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดแบบ microSIM ถัดมาจะเป็นช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD ซึ่งรองรับได้สูงสุดที่ขนาด 32 GB มีฝาปิดให้เรียบร้อย

      ด้านซ้ายของตัวเครื่องนั้นไม่มีปุ่มหรือช่องอะไรเลย อะไรเช่นเดียวกันครับดีไซต์แบบราบเรียบทำให้เวลาจับแล้วถนัดมือมากๆ

      วัสดุด้านหลังตัวเครื่อง Galaxy Tab A with S-Pen นั้นยังคงผลิตจากผลิตจากพลาสติกแบบโพลีคาร์บอเนตเหมือนเดิมครับ หากใครกังวลเรื่องความแข็งแรงทนทานละก็ จุดนี้ผมขอรับรองว่า Galaxy Tab A มีความแข็งแรงทนทานแน่นอนครับ

      ตัวเครื่องถูกขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทำให้ไม่สามารถเปิดฝาหลังออกได้ นั้นเท่ากับว่าไม่สามารถเปลี่ยนแบตได้นั้นเองครับ แต่ส่วนนี้คงไม่ต้องกังวลอะไร เพราะ Galaxy Tab A มาพร้อมกับแบตเตอรี่แบบ Li-Ion ที่มีความจุถึง 4200 mAh รับรองว่าอึดพอสมควร

      ด้านหลังส่วนบนนั้น จะประกอบไปด้วยกล้องดิจิตอล ความละเอียด 5 เมกะพิกเซล สามารถถ่ายภาพได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1600x1200 Pixels แต่ไม่มีไฟแฟลชติดมาด้วย ถัดมาจะเป็นลำโพงเสียงภายนอกขนาดเล็กซึ่งให้เสียง ที่ดังฟังชัดเลยทีเดียวทเลนส์กล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลอยู่ตรงมุมบนเด่นๆ

      ปุ่มกลมๆนี้ก็คือตัวแม่เหล็กที่เอาไว้ติดกับเคสต่างๆที่ทาง Samsung ออกแบบมาโดยเฉพาะ (คล้ายกับ Galaxy Tab S) เชื่อว่าตอนเห็นครั้งแรกคงมีคน งง เหมือนผมบ้างแหละ

      คราวนี้มาดูอุปกรณ์เสริมที่ทำให้ Galaxy Tab A ดูดีกว่าของเจ้าอื่นกันบ้าง นั้นคือ ปากกา S Pen นั้นเอง สำหรับในรุ่น Samsung Galaxy Tab A 8.0 นั้นปากกามีขนาดเล็กกำลังดีมีการออกแบบดีไซน์แบบพื้นๆ ไม่โดดเด่นเหมือน S Pen Stylus ของ Galaxy Note 4 และ Galaxy Note 3 หลักจากได้ทดลองขีดๆ เขียนๆ แล้วก็ถือว่าโอเคครับสำหรับแท็บเล็ตราคาระดับนี้

      ปากกา S Pen ใน Galaxy Tab A ยังคงมาพร้อมฟังก์ชั่นมากมายไม่ว่าจะเป็น Air Command เพียงกดปุ่มเดียวบนปากกา ก็สามารถเข้าเมนูลัดต่างๆ เช่น Action Memo จดบันทึกเพื่อสั่งงานได้ทันที, Smart Select เลือกคอนเท้นท์อัจฉริยะ, Image Clip ตัดต่อภาพได้ตามต้องการ และ Screen Write เขียนหรือตกแต่งบนหน้าจอพร้อมแชร์ได้ทันที ทั้งหมดเป็นแค่ตัวตัวอย่างบางส่วนเทานั้นครับ ปากกา S Pen ยังมีอะไรให้คุณได้เล่นอีกมากมาย

ปากกา S Pen พร้อมช่องเก็บปากกาที่ด้านข้างของตัวเครื่อง

แอบโชว์ผลงานภาพวาดจาก S Pen สักหน่อย

สรุปเรื่องของการดีไซต์แบบง่ายๆ และสั้นๆ กันดีกว่าครับ

      เพราะผลที่ได้นั้นคือรอบ ๆ เครื่องก็ไม่มีอะไรมาก มาครบ ๆ ตามสไตล์แท็บเล็ตซัมซุงรุ่นอื่นๆ หากจะมีอะไรที่โดดเด่นและอยากจะพูดถึงคงเป็นเรื่องของขนาด Galaxy Tab A และความบางเบา ซึ่งผมว่าค่อนข้างทำได้ดีว่า iPad Mini พอสมควร จับได้กระชับถนัดมือไม่ลื่นแม้ขณะนำเครื่องไปใส่เคสตัวเครื่องก็ยังดูบาง

ทดลองฟังก์ชัน และแอปพลิเคชันที่มักใช้ประจำกันหน่อย

      ได้เวลาทดทดสอบฟังก์ชันและแอปพลิเคชันต่างๆ แล้วครับ อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นบ้างแล้วว่า Samsung Galaxy Tab A 8.0  มาพร้อมฟีเจอร์พื้นฐานครบครันจริงๆ แต่จะมีอะไรบ้างเรามาไล่ดูกันดีกว่าครับ สำหรับส่วนนี้ผมคงไม่ลงรายละเอียดมานัก หากใครมีข้อสงสัยส่วนไหนสามารถ Inbox มาได้หลังไมค์นะ

      Samsung Galaxy Tab A 8.0 นั้นมาพร้อมประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410) ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0 (Lollipop)

      สำหรับ User Interface ในหน้า Lock Screen และ Home Screen ของ Samsung Galaxy Tab A 8.0  นั้น ก็คือ TouchWiz UI ซึ่งคุ้นเคยกันดี โดยถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่าย เพื่อการใช้งานที่สะดวกมากขึ้น เมื่อผู้ใช้งานปัดหน้าจอก็จะเข้าสู่หน้า Home Screen ทันทีครับ

 

      ในส่วนของการ เปิด-ปิด เครื่องนั้น ก็จะมี โหมดปิดเครื่อง, โหมดใช้งานบนเครื่องบิน หรือ โหมดออฟไลน์, โหมดรีสตาร์ท และด้านล่างจะมีโหมดปิดเสียง, โหมดเปิดระบบสั่น และโหมดเสียง พูดง่ายๆ เมนูหลักสำคัญที่มักเรียกใช้งานประจำ จะมีให้เลือกใช้งานหมด

      ส่วนต่อมาเป็นหน้าแรกหลักจากการปลดล็อกเข้าเครื่อง สำหรับหน้านี้นั้นทางมีการลงแอพพลิเคชั่นพื้นฐานที่มักใช้งานไว้ให้ทั้งหมด หากไม่ต้องการโหลดอะไรเพิ่มเติมก็ถือว่าทาง Samsung Galaxy Tab A มีทุกอย่างมาให้ครบครันแล้วตั้งแต่เปิดใช้งานในครั้งแรก นอกจากนี้นั้นยังมีแอปพลิเคชันพื้นฐานจาก Google และแอปพลิเคชัน เบ็ดเตล็ด ต่างๆ อย่างเช่น แอปพลิเคชันเครื่องคิดเลข, สมุดบันทึก และนาฬิกา มาให้ด้วยเช่นกัน

 

      Samsung Galaxy Tab A ยังมีฟังก์ชั่นง่ายๆ ที่สามารถทำให้คุณปรับแต่ง แก้ไขเมนูกาใช้งานเพิ่มได้ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการ ตกแต่ง เพิ่มสไตล์, วิดเจ็ต, ธีม, วอลเปเปอร์ ในหน้า Home Screen ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ได้ด้วยตัวเอง เรียกมาลูกเล่นมาครบ ถูกใจผู้ใช้งานแน่นอน


ปรับแต่งหน้าจอโฮมสกรีนได้

      Notification Bar ที่อยู่ด้านบนนั้นจะมีการแจ้งเตือนสถานะต่างๆ และยังสามารถเลื่อนลงมาเพื่อ เปิด-ปิด ฟังก์ชันลัดได้ ไม่ว่าจะเป็น WiFi, GPS, โหมดการใช้งานของตัวเครื่อง, การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, การปรับแสงหน้าจอ, ปรับเสียง  และบลูทูธ เป็นต้น

      มาต่อกันในส่วนของาการ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน หากต้องการดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นแบบเสียเงินหรือฟรี ก็สามารถเข้าไปโหลดกันต่อได้ที่ Play Store ซึ่งขึ้นตอนการใช้งานก็ไม่อยากเพียงแค่ต้องมีเมล์ของ Gmail ก่อนเท่านั้นเองครับ

      และยังมีอีกหนึ่งช่องทางในการ ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนั้นคือทาง Samsung เค้ายังมี GALAXY Apps ซึ่งเป็นแหล่งรวมแอปพลิเคชันที่ทาง ซัมซุง ได้คัดสรรมาให้ผู้ใช้ได้เลือกดาวน์โหลดเพิ่มเติมอีกด้วย


      ไหนๆ ก็มีจุดขายเรื่องขนาดหน้าจอใหญ่กว้าง 8.0 นิ้ว นิ้วแล้วคงต้องพูดถึงการเปิดอ่านข่าวสารบนเว็บกันนิดหน่อย ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า Samsung Galaxy Tab A นั้นมี Browser พื้นฐานติดเครื่องมาให้ด้วยกัน 2 ตัวคือ Android Browser และ Chrome แต่ถ้าหากยังไม่ถูกใจ สามารถดาวน์โหลดเบราว์เซอร์เพิ่มเติมได้ ที่ Play Store ส่วนการใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ นั้นถือว่ามีความรวดเร็วราบรื่น และไม่สะดุดเลยทีเดียว

ทดลองเล่น VDO กันนิดหน่อยครับ

      อีกฟังก์ชั่นที่กำลังจะพูดถึงนั้นคือการเรียกใช้งานปากกา S-Pen นั้นเองครับ ซึ่งเป็นนวัตกรรมเหนือชั้นอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะ เขียนข้อความ, วาดรูป หรือทำอะไรก็ตาม มันสามารถทำได้ง่ายๆ สำหรับผมขนาดทดลองใช้งานครั้งแรกยังรู้สึกได้ว่ามันค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเขียนอะไรความรู้สึกที่ได้นั้นคือปากกาลอยติดมือไปด้วยตลอดเวลา

      ทดสอบความแรงของ Benchmark  กันนิดหน่อยครับสำหรับการทดสอบนี้ผมขอทดสอบความแรงผ่าน โปรแกรม Antutu Benchmark ละกัน

      ตามข้อมูลที่ให้มานั้น Galaxy Tab A มาพร้อการประมวลผล Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410) ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz และมีหน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB และ RAM ขนาด 2 GB ว่าแล้วก็จัดการทดสอบ Benchmark กันหน่อยละกัน

      ซึ่งผลของการทดสอบด้วยโปรแกรม Antutu Benchmark ที่ออกมานั้น ผลคะแนนจะออกมาอยู่ที่ 21742 คะแนน ถือว่ากำลังดีครับ

      ส่วนสุดท้ายที่หากไม่พูดถึงก็คงไม่ได้นนั้นคือส่วนของ "กล้องและภาพถ่าย" นั้นเอง

      ตัวกล้องดิจิตอลด้านหลังบน Samsung Galaxy Tab A 8.0  นั้นมีความ ละเอียด 5 ล้านพิกเซล และยังสามารถสลับเปลี่ยนเป็นกล้องดิจิตอลด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ได้ด้วยการกดที่ไอคอนรูปกล้องด้านซ้ายบนสุด และสามารถเปลี่ยนโหมดถ่ายภาพวีดีโอได้อีกเช่นกัน

      สำหรับส่วนของกล้องนั้นมีโหมดการถ่ายภาพต่างๆ ให้เลือกใช้งานได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการกำหนดความละเอียดของกล้องถ่ายภาพการปรับค่าชดเชยแสง และยังสามารถเลือกเอฟเฟกต์สำหรับการถ่ายภาพได้เพิ่มเติมอีกด้วย

      สามารถตั้งค่ากล้องภ่ายภาพได้หลากหลายเช่นรุ่นอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเวลาเพื่อถ่ายภาพแบ่งเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ ปิด, 2 วินาที, 5 วินาที และ 10 วินาที การปรับขนาดไฟส์, แท็กสถานที่ หรือตรวจสอบรูปภาพ ก็มีมาให้เช่นกัน

การแสดงของอัลบั้มภาพทั้งหมด

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลด้าน


สรุปคราวๆ เกียวกับกล้องและลูกเล่นต่างๆ

      จากการทดสอบในครั้งนี้เกี่ยวกับกล้องนั้นนอกจากเรื่องตัวอย่างภาพถ่ายที่ได้มาน้อยแล้ว เรื่องของกล้องนั้นถือว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกับแท็บเล็ตของค่ายอื่นๆ ซึ่งมีราคาเท่าๆ กันแต่สำหรับผมเองนั้นกลับรู้สึกว่ากล้องต้องพัฒนาอีกหน่อย ด้วยตอนนี้นั้นการความชัดของกล้องกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการตัดสินใจซื้อสินค้าไปแล้ว สังคมโอ้อวด ภาพถ่ายต้องเลิศ

      ส่วนเรื่องของโปรแกรมแต่งภาพที่มาในใน Galaxy Tab A นั้นไม่มีอะไรหวือหวามากนักเพราะฟังกชั่นใส่ใหญ่ที่ใส่มาให้นั้นเป็นอะไรที่พื้นๆ และก็มีอยู่แล้วในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตเกือบทุกรุ่นของ Samsung หรือแม้แต่ สมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต ของเจ้าอื่นก็มีเช่นกัน


สรุปผลการทดสอบของ Samsung Galaxy

      หลังจากได้ผมได้ทดลองเล่น Samsung Galaxy Tab A 8.0 เป็นระยะเวลาเกือบ 2 อาทิตย์อย่างแรกที่ทาง Samsung สามาถทำให้สาวก Apple อย่างผมประทับใจได้นั้นก็คือเรื่องของดีไซน์ที่สามารถทำออกมาได้สวยทันสมัย และมีขนาดที่กะทัดรัดเหมาะมือ

      และด้วยขนาดหน้าจอที่มีให้เลือกด้วยกันถึง 2 ขนาดนั้นทำให้ Galaxy Tab A สามารถตอบโจทย์กลุ่มของผู้ใช้งานที่ต้องการแท็บเล็ตราคากลางๆ ไม่แพงมากแต่มี ฟีเจอร์พื้นฐานต่างๆ ที่ครบครันได้เป็นอย่างดี

      และอย่างที่บอก Samsung Galaxy Tab A ทั้ง 2 รุ่นสามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ในเครื่องเดียวกันครับ ถ้าคุณกำลังมองหาแท็บเล็ตใหม่ไว้ใช้งานสักเครื่อง Galaxy Tab A ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ผมอยากแนะนำครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาและการนำไปใช้งาน

      ท่านสามารถตรวจสอบคุณสมบัติแบบสรุป (Specification) ของ Samsung Galaxy Tab A 8.0 with S Pen ได้โดยการคลิ๊กที่ Link ด้านล่างนี้

คุณสมบัติของ Samsung Galaxy Tab A 8.0 with S Pen (SM-P355)

      สำหรับราคานั้นมีดังต่อไปนี้ รุ่นหน้าจอ 8.0 นิ้ว มี 2 สีคือ สีขาว (Sandy White) และสีเงิน (Smoky Titanium) ราคา 12,900 บาท และ รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้ว มี 1 สีคือสีขาว (Sandy White) ราคา 14,900 บาท ตอนนี้สามารถหาซื้อมาใช้งานได้แล้วครับ

      ปล. บางครั้งผมก็อยากเขียนพรีวิวที่มันนอกเหนือจากแบบฟอมร์เดิมๆ ที่เราเห็นกัน แต่ด้วยเราเพิ่งได้เครื่องมาเล่นเป็นครั้งแรกก็เลยต้องจัดอะไรที่เป็นทางการก่อน

      เอาเป็นว่าเดี่ยวผมจะหาเวลามานั่งรีวิวแบบฉบับบ้านๆ กันไม่ต้องบอกว่า ขวามีอะไร ซ้ายเป็นยังไง เอาแบบอ่านแล้วรู้สึกสนุกกับมัน ฟีเจอร์ที่เราใช้ประจำมีอะไร ไม่ต้องอ้างอิงหลักการมากนักให้อ่านกันอีกรอบนะครับ

      ของใหม่มีเวลาน้อยมาแบบร้อนๆ  ต้องใช้สอยอย่างประหยัดเวลา สินค้ามาเร็วแถมรีบเอาคืนเร็ว คนเขียนก็แอบเพลีย!!

Advertisement Replay Ad
เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

รีวิว New Microsoft Surface Pro ราคาถูกลงกับประสิทธิภาพดีขึ้น ในบอดี้ที่คุ้นเคย

รีวิว New Microsoft Surface Pro ราคาถูกลงกับประสิทธิภาพดีขึ้น ในบอดี้ที่คุ้นเคย

“พอเพียง ให้เพียงพอ เพื่อชีวิตที่ดี” ด้วยแอปจดบันทึกรายรับ รายจ่าย Weple money

“พอเพียง ให้เพียงพอ เพื่อชีวิตที่ดี” ด้วยแอปจดบันทึกรายรับ รายจ่าย Weple money

รีวิว OPPO A71 มือถือระดับ 6,000 บาท ที่ยังคงเน้นเรื่องการถ่ายภาพ Selfie เต็มสูบ

รีวิว OPPO A71 มือถือระดับ 6,000 บาท ที่ยังคงเน้นเรื่องการถ่ายภาพ Selfie เต็มสูบ

รีวิว Nikon D7500 กล้อง DSLR รุ่นกลางที่ถอดวิญญาณรุ่นพี่มาใส่

รีวิว Nikon D7500 กล้อง DSLR รุ่นกลางที่ถอดวิญญาณรุ่นพี่มาใส่

เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

รีวิว Vivo V7+ (Plus) มือถือไรกรอบที่เน้นถ่ายภาพ Selfie คมชัด ราคาหมื่นต้น

รีวิว Vivo V7+ (Plus) มือถือไรกรอบที่เน้นถ่ายภาพ Selfie คมชัด ราคาหมื่นต้น

รีวิว Xiaomi Mi6 มือถือสเปคท็อป!! ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์

รีวิว Xiaomi Mi6 มือถือสเปคท็อป!! ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์

แต่งรูปชิคๆ Hipster สุดๆ ด้วยแอป Animal Face

แต่งรูปชิคๆ Hipster สุดๆ ด้วยแอป Animal Face

คุณมีความลับใช่มั้ย? “Secret Files” แอปเก็บไฟล์ลับชั้นดี ผ่านเครื่องคิดเลข!

คุณมีความลับใช่มั้ย? “Secret Files” แอปเก็บไฟล์ลับชั้นดี ผ่านเครื่องคิดเลข!

รีวิว Huawei nova2i สมาร์ทโฟน 4 กล้อง เน้นหน้าชัดหลังเบลอ จอใหญ่เกือบเต็มด้านหน้า

รีวิว Huawei nova2i สมาร์ทโฟน 4 กล้อง เน้นหน้าชัดหลังเบลอ จอใหญ่เกือบเต็มด้านหน้า

แกะกล่อง รีวิว iPhone 8 Plus เครื่องแรก ๆ ในไทย กับข้างนอกที่คุุ้นเคย แต่ข้างในนั้นมีดีไม่เบา

แกะกล่อง รีวิว iPhone 8 Plus เครื่องแรก ๆ ในไทย กับข้างนอกที่คุุ้นเคย แต่ข้างในนั้นมีดีไม่เบา

รีวิว หูฟัง Bluetooth 3 แบบที่แตกต่างฟังก์ชั่นและ Life Style จาก QCY

รีวิว หูฟัง Bluetooth 3 แบบที่แตกต่างฟังก์ชั่นและ Life Style จาก QCY

รีวิว Jimu Astrobot เปลี่ยนการเรียนรู้ให้สนุกทุกเพศทุกวัย

รีวิว Jimu Astrobot เปลี่ยนการเรียนรู้ให้สนุกทุกเพศทุกวัย

รีวิว Panasonic EZ1000 ทีวี OLED รุ่นท็อป พร้อมชาวน์บาร์เสียงเฉียบ

รีวิว Panasonic EZ1000 ทีวี OLED รุ่นท็อป พร้อมชาวน์บาร์เสียงเฉียบ

เปรียบเทียบภาพถ่ายจริงระหว่าง Samsung Galaxy Note 8 กับ iPhone 7 Plus ใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบภาพถ่ายจริงระหว่าง Samsung Galaxy Note 8 กับ iPhone 7 Plus ใครจะดีกว่ากัน

รีวิว Panasonic EX750 ทีวี LED ตัวท็อปสุดเก๋ ยกจอสูงได้เป็นฟุต

รีวิว Panasonic EX750 ทีวี LED ตัวท็อปสุดเก๋ ยกจอสูงได้เป็นฟุต

รีวิว ความแตกต่าง Google Drive File Stream กับ Backup and Sync

รีวิว ความแตกต่าง Google Drive File Stream กับ Backup and Sync

รีวิว Glonee A1 Lite มือถือแบตฯอึดทีมีดีเรื่องการถ่ายภาพ

รีวิว Glonee A1 Lite มือถือแบตฯอึดทีมีดีเรื่องการถ่ายภาพ

สัมผัสแรก Motorola G5s Plus มือถือกล้องหลังคู่ครั้งแรกของ โมโต พร้อมขายในงาน Thailand Mobile Expo

สัมผัสแรก Motorola G5s Plus มือถือกล้องหลังคู่ครั้งแรกของ โมโต พร้อมขายในงาน Thailand Mobile Expo

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์