เตือนภัย“ดูทีวี-ดู-ส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด ในที่มืด” เสี่ยงถึงขั้นตาบอดได้ !

เตือนภัย“ดูทีวี-ดู-ส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด ในที่มืด” เสี่ยงถึงขั้นตาบอดได้ !

เตือนภัย“ดูทีวี-ดู-ส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด ในที่มืด” เสี่ยงถึงขั้นตาบอดได้ !

sanook

สนับสนุนเนื้อหา

     สธ.เตือนภัยประชาชน “ดูทีวี-ดู-ส่งข้อความบน ไอแพด ในที่มืด” เสี่ยงโรคต้อหินเล่นงานจากความเครียด ถึงขั้นตาบอดได้ !

     กระทรวง สาธารณสุข เตือนภัยประชาชน ที่ชอบปิดไฟดูทีวี ดูหรือส่งข้อความบนสมาร์ทโฟน ไอแพด  ในความมืด  จะเกิดโรคที่เรียกว่าเทคโนโลยีซินโดรม  สร้างความเครียดผู้ใช้ เพราะต้องเพ่งสายตาที่จอ ทำให้ความดันในลูกตาสูง เสี่ยงเกิดโรคต้อหินถึงขั้นตาบอดได้

     แนะวิธีใช้เครื่องมือให้ ปลอดภัย คือให้เปิดไฟดูทีวี หรือดูสมาร์ทโฟนในที่สว่าง  ใช้ 25 นาที ให้พัก 5 นาที หรือใช้ 30 นาที พัก 10 นาที   หากรู้สึกปวดตา  ให้นอนหลับอย่างน้อย 7 ชั่วโมง  ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในดวงตา   พร้อมแนะประชาชนที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป  พบจักษุแพทย์ปีละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจค้นหาโรคต้อหิน

     โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน  เสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป 5-7 เท่าตัว   หากพบและรักษาทันท่วงทีจะลดการสูญเสียการมองเห็นได้

     นายแพทย์ณรงค์  สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันที่ 6 มีนาคมของทุกปี เป็นวันต้อหินโลก ซึ่งโรคต้อหิน (Glaucoma) เป็นสาเหตุตาบอดอันดับ 2  ของโลก  รองจากตาต้อกระจก   ประมาณการว่ามีคนตาบอดทั่วโลก 4.5 ล้านคน และจะเพิ่มขึ้นถึง 11.2 ล้านคนในปี พ.ศ.2563 

     ผู้ป่วยโรคต้อหินส่วนใหญ่ร้อยละ 90 มักจะไม่ค่อยรู้ตัวมาก่อน  เนื่องจากโรคต้อหินมีอาการค่อยเป็นค่อยไป  ดังนั้นองค์กรต้อหินโลก (World Glaucoma Association) ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นชมรมหรือสมาคมแพทย์ต้อหินจากกว่า 75 ประเทศ ทั่วโลก  จึงได้รณรงค์ให้ทราบถึงอันตรายของโรคต้อหิน เพื่อป้องกันตาบอดและการสูญเสียการมองเห็น และให้ตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจตา  และการดูแลถนอมดวงตาให้เป็นปกติให้ได้นานมากที่สุด

     สำหรับประเทศไทย ข้อมูลจากสถิติสาธารณสุข ปี 2555 พบผู้ป่วยโรคต้อหิน ทั่วประเทศ 17,687 ราย ชายหญิงพอๆ กัน  พบมากสุดที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4,831 ราย ภาคกลาง  4,352 ราย กรุงเทพมหานคร 3,486 ราย ภาคเหนือ 3,084 ราย และภาคใต้ 1,934 ราย 

     โดยในคนปกติทั่วไปที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคต้อหินประมาณร้อยละ 1 ส่วนผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเป็นต้อหินมากถึงร้อยละ  5-7  หรือมากกว่าคนปกติ 5-7 เท่าตัว   แนวโน้มผู้ป่วยโรคนี้จะมากขึ้นตามจำนวนผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งขณะนี้ไทยมีประมาณ 3.5 ล้านคน   

     ได้กำชับให้โรงพยาบาลทั่วประเทศรณรงค์ให้ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตาปีละ 1 ครั้งและผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป พบจักษุแพทย์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจหาโรคแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดปัญหาการสูญเสียการมองเห็นจากโรคต้อหินได้ จัดบริการตรวจตาให้ผู้ป่วยเบาหวานทุกราย เพื่อค้นหาโรคและรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

     ด้าน นายแพทย์ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญโรคตาประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า โรคต้อหิน เป็นกลุ่มโรคของดวงตา โรคนี้จะมีการทำลายของเส้นประสาทตาจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญคือเกิดจากความดันในลูกตาสูง ทั้งจากการสร้างน้ำในลูกตามากเกินไป หรือระบายออกน้อยเกินไป

     ซึ่งอาจเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน หรือค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ คนเป็นจะไม่รู้ตัว ขึ้นกับชนิดของต้อหิน แล้วมีผลให้ลานสายตาแคบลงเรื่อยๆ จนสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาโรคนี้และได้ผลดี ทั้งการใช้ยาหยอดตา เลเซอร์ ผ่าตัด มีเครื่องมือที่สอดไปเพื่อระบายน้ำในลูกตา

     อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับการตรวจและให้การรักษาอย่างทันท่วงทีเป็นเรื่องสำคัญมาก หากปล่อยทิ้งไว้จนสูญเสียการมองเห็น แม้จะรักษาความดันได้เป็นปกติ แต่สายตาจะไม่กลับคืนเป็นปกติ หรือเรียกว่าสูญเสียอย่างถาวร หากบอดแล้วบอดเลย หรือตาพร่ามัวตลอดชีวิต

     "ที่น่าห่วงเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ พบว่าสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคต้อหิน อีกอย่างหนึ่งคือความเครียด ทำให้เกิดความดันลูกตาขึ้นได้ ซึ่งขณะนี้ประชาชนมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้นทั้งคอมพิวเตอร์ มือถือ โทรทัศน์ จนทำให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า เทคโนโลยีซินโดรม

     ซึ่งเทคโนโลยีซินโดรมไม่ได้ทำให้เกิดจุดรับภาพจอตาเสื่อม หรือตาบอด แต่จะทำให้เกิดความล้าของสายตา ตาแห้ง เนื่องจากต้องใช้สายตาเพ่งที่ภาพหรือตัวอักษรที่มีขนาด เล็กและอยู่ในจอ การเพ่งจะทำให้ม่านตาขยายใหญ่ขึ้นกว่าปกติ

     โดยเฉพาะผู้ที่นิยมปิดไฟดูทีวี เล่นสมาร์ทโฟน ไอแพด มีแอพพลิเคชั่นมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟชบุ๊คหรือไลน์ต่าง ๆ การส่องไฟฉายอ่านหนังสือ จะมีความเสี่ยงเกิดเทคโนโลยีซินโดรมได้ง่ายเพราะต้องใช้สายตากำกับตลอดเวลา จะทำให้กล้ามเนื้อตาล้า ตาแห้ง เครียดตลอดเวลา ยิ่งรายละเอียดเยอะ ตายิ่งทำงานหนัก" นายแพทย์ฐาปนวงศ์ กล่าว

     นายแพทย์ฐาปนวงศ์ กล่าวต่อไปว่า การใช้เทคโนโลยีมาก ไม่ว่าจะดูเพื่อความบันเทิง ดูข่าวสารทั่วโลกนาน คุยกัน ความระทึกต่าง ๆ จะทำให้ผู้ใช้เกิดความเครียด โดยอาการเตือนของความเครียด จะเริ่มรู้สึกแสบตา ตาแห้ง น้ำตาไหล กะพริบตาบ่อย ปวดเมื่อยล้าที่กระบอกตา สายตาพร่า มองเห็นไม่ชัด บางคนมีอาการปวดศีรษะไมเกรนร่วมด้วย

วิธีรักษาด้วยตนเอง สามารถทำได้ง่ายๆ คือ

- ให้นอนหลับเป็นเวลา 7 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะเป็นการรักษาที่ให้ผลดีที่สุด

- ดื่มน้ำบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มน้ำให้ตาให้ชุ่มชื้นขึ้น

- ทำประคบเย็น จะช่วยลดความเครียด เพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

-  นอกจากนี้ควรเปิดไฟดูทีวี

- การอ่านหนังสือในที่แสงสว่างเพียงพอ

- ดีที่สุดควรใช้เทคโนโลยีเท่ที่จำเป็น ใช้ให้ปลอดภัย เหมาะสม

ทั้งนี้ ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 พบคนไทย อายุ 6 ปีขึ้นไป ดูทีวี 57 ล้านคนและล่าสุดปี 2555 คนไทยใช้คอมพิวเตอร์ 21 ล้านกว่าคน ใช้โทรศัพท์มือถือ 44 ล้านกว่าคนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในกรุงเทพมหานครมากที่สุดร้อยละ 84 ภาคกลางร้อยละ 75 ภาคเหนือร้อยละ 68 ภาคใต้ร้อยละ 67 ต่ำสุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 64

ที่มา : คลิกที่นี่

เปิดตัว Samsung Galaxy S8 อย่างเป็นทางการ กับการเปลี่ยนโฉมที่ไม่เหมือนเดิม

เปิดตัว Samsung Galaxy S8 อย่างเป็นทางการ กับการเปลี่ยนโฉมที่ไม่เหมือนเดิม

เจ๋ง! เสื้อยืดสามมิติมองทะลุถึงอวัยวะภายใน ช่วยเด็กเรียนรู้โครงสร้างร่างกายมนุษย์

เจ๋ง! เสื้อยืดสามมิติมองทะลุถึงอวัยวะภายใน ช่วยเด็กเรียนรู้โครงสร้างร่างกายมนุษย์

Evernote เพิ่มฟีเจอร์แชร์ Note สำหรับ Android ให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

Evernote เพิ่มฟีเจอร์แชร์ Note สำหรับ Android ให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น

TSMC เริ่มผลิต CPU สำหรับ iPhone 7s, 7s Plus และ 8

TSMC เริ่มผลิต CPU สำหรับ iPhone 7s, 7s Plus และ 8

พบ Samsung อาจจะใส่ฟีเจอร์ Fast Charge จาก 0 – 100% ในเวลา 20 นาที เท่านั้น

พบ Samsung อาจจะใส่ฟีเจอร์ Fast Charge จาก 0 – 100% ในเวลา 20 นาที เท่านั้น

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 10.3.2 beta มีอุปกรณ์ถูกลอยแพแล้วจ้า

Apple ปล่อยอัปเดต iOS 10.3.2 beta มีอุปกรณ์ถูกลอยแพแล้วจ้า

Google Search เพิ่มฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลผ่าน GBoard และ 3D Touch

Google Search เพิ่มฟีเจอร์ค้นหาข้อมูลผ่าน GBoard และ 3D Touch

ลือ Apple Watch 3 อาจจะมาพร้อมกับการรองรับ LTE, เลือกชาร์จได้ทั้ง USB-C และ Lightning

ลือ Apple Watch 3 อาจจะมาพร้อมกับการรองรับ LTE, เลือกชาร์จได้ทั้ง USB-C และ Lightning

Tencent ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้าถือหุ้น 5% ใน Tesla

Tencent ยักษ์ใหญ่จากจีน เข้าถือหุ้น 5% ใน Tesla

AMD เปิดตัว Radeon RX460 กราฟิกการ์ดสำหรับ Notebook งบไม่แรงแต่ประสิทธิภาพดี

AMD เปิดตัว Radeon RX460 กราฟิกการ์ดสำหรับ Notebook งบไม่แรงแต่ประสิทธิภาพดี

Samsung ปล่อย Firmware อัปเดทให้กับ Gear S3 เพิ่มเติมอีกรอบ

Samsung ปล่อย Firmware อัปเดทให้กับ Gear S3 เพิ่มเติมอีกรอบ

Facebook เพิ่ม Stories ฟีเจอร์เล่าเรื่องง่าย ๆ ใช้ได้ในประจำวัน

Facebook เพิ่ม Stories ฟีเจอร์เล่าเรื่องง่าย ๆ ใช้ได้ในประจำวัน

สรุป!! 5 ฟีเจอร์ใน iOS 10.3 มีอะไรใหม่ อัพเดทดีไหม

สรุป!! 5 ฟีเจอร์ใน iOS 10.3 มีอะไรใหม่ อัพเดทดีไหม

เปิดตัว “ออดิโอ เทคนิก้า” ในตระกูล “Live Sound Series” ลงตลาด พร้อมกันถึง 5 รุ่นรวด

เปิดตัว “ออดิโอ เทคนิก้า” ในตระกูล “Live Sound Series” ลงตลาด พร้อมกันถึง 5 รุ่นรวด

Huawei P10 ออก Firmware ใหม่สำหรับเสริมประสิทธิภาพของกล้อง

Huawei P10 ออก Firmware ใหม่สำหรับเสริมประสิทธิภาพของกล้อง

CJ WORX สร้างชื่อให้ประเทศไทย ขึ้นแท่นผู้นำเอเชียในฐานะIndependent agency of the year ในAdfest 2017

CJ WORX สร้างชื่อให้ประเทศไทย ขึ้นแท่นผู้นำเอเชียในฐานะIndependent agency of the year ในAdfest 2017

สรุปข้อมูลโค้งสุดท้ายก่อนเปิดตัว Samsung Galaxy S8 รวมทุกสิ่งที่คุณอยากรู้

สรุปข้อมูลโค้งสุดท้ายก่อนเปิดตัว Samsung Galaxy S8 รวมทุกสิ่งที่คุณอยากรู้

HP เปิดตัว Notebook เสริมทัพความคล่องตัว พร้อมเปิดตัว Chromebook ในระดับธุรกิจ

HP เปิดตัว Notebook เสริมทัพความคล่องตัว พร้อมเปิดตัว Chromebook ในระดับธุรกิจ

ลือ iPad Pro 10.5 อาจจะผลิตมาจำนวนไม่มาก และขายในเดือนเมษายนนี้

ลือ iPad Pro 10.5 อาจจะผลิตมาจำนวนไม่มาก และขายในเดือนเมษายนนี้

The Mask Singer บอกอะไรวงการไอทีและทีวีดิจิทัลไทย

The Mask Singer บอกอะไรวงการไอทีและทีวีดิจิทัลไทย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์