[รีวิว] Xiaomi Mi 4 มือถือสเปคระดับไฮเอนด์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว

[รีวิว] Xiaomi Mi 4 มือถือสเปคระดับไฮเอนด์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว

[รีวิว] Xiaomi Mi 4 มือถือสเปคระดับไฮเอนด์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

[] Xiaomi Mi 4 มือถือสเปคระดับไฮเอนด์ มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว และกล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ในราคาแค่หมื่นเดียว

ปัจจุบัน แบรนด์มือถือจากประเทศจีน เริ่มเข้ามาตีตลาดสมาร์ทโฟนในบ้านเรามากขึ้น ซึ่งมีจุดเด่นตรงที่ มาพร้อมกับสเปคแรงระดับไฮเอนด์ แต่มีราคาถูกกว่าครึ่ง เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนที่ทางทีมงาน techmoblog จะนำมาให้รีวิวให้ชมกันในวันนี้ นั่นก็คือ Xiaomi Mi 4 ที่ได้ฤกษ์วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วนั่นเอง

ซึ่งถ้าพิจารณาถึงสเปคของ Xiaomi Mi 4 นั้น เรียกได้ว่า เทียบเท่ากับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธง ในราคา 20,000 บาทเป็นต้นไป แต่เมื่อมองกันที่ราคาแล้ว เรียกได้ว่า ทำให้ Xiaomi Mi 4 กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก เนื่องจากมีราคาอยู่ที่หมื่นต้นๆ เท่านั้นเอง


โดย Xiaomi Mi 4 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (441 ppi), ชิปเซ็ต Snapdragon 801 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.5 GHz, หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, แบตเตอรี่ขนาด 3080 mAh และรัน Android 4.4.4 (KitKat) พร้อมอินเทอร์เฟส MIUI เวอร์ชัน 6 ซึ่ง ถ้าหากมองสเปคในเบื้องต้นแล้ว จะเห็นว่า นอกจาก Xiaomi Mi 4 จะเด่นในเรื่องของการประมวลผลที่เร็วและแรงแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหน้าที่คมชัด เหมาะสำหรับการ Selfie อีกด้วย

มาดูกันดีกว่าว่า Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน มาพิสูจน์ไปพร้อมๆ กันกับ รีวิว Xiaomi Mi 4 โดยทีมงาน techmoblog ครับ

สเปค Xiaomi Mi 4

  • หน้าจอแสดงผลกว้าง 5.0 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (441 ppi)
  • หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Krait 400 Processor (Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801 chipset) ความเร็ว 2.5 GHz
  • หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 330 GPU
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB
  • หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
  • แบตเตอรี่ขนาด 3080 mAh
  • รันระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat)

>> สเปค Xiaomi Mi 4 อย่างละเอียด คลิกที่นี่

รีวิว Xiaomi Mi 4 : ดีไซน์ และการออกแบบ

Xiaomi Mi 4 มาพร้อมกับกล่องแพ็กเกจแบบกระดาษ เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ ดีไซน์คล้ายกับอิฐบล็อก ส่วนด้านหลัง มีการระบุรายละเอียดและสเปคของรุ่นนี้อย่างชัดเจน ซึ่ง Xiaomi Mi 4 รุ่นที่นำมารีวิว เป็นรุ่นที่รองรับเครือข่าย 3G (WCDMA) ไม่รองรับเครือข่าย 4G LTE

เมื่อเปิดกล่อง ก็จะพบกับตัวเครื่อง Xiaomi Mi 4 พร้อมอุปกรณ์พื้นฐานภายใน ซึ่งประกอบด้วย Adapter, สาย microUSB, คู่มือการใช้งาน และเข็มสำหรับจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด น่าเสียดายที่ไม่มีหูฟังแถมมาให้ด้วย

หน้าจอแสดงผลกว้าง 5 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (441 ppi) ซึ่งจับได้ถนัดมือ ขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 139.2 x 68.5 x 8.9 มิลลิเมตร และหนัก 149 กรัม

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย เซ็นเซอร์ต่างๆ, ลำโพงสำหรับสนทนา และกล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มเมนู, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ ซึ่งเป็นปุ่มแบบสัมผัส และมีไฟ LED ให้แสงสว่างด้วย ถ้าหากใช้ตอนกลางวัน อาจจะไม่เห็นแสงที่ปุ่มสักเท่าไหร่ แต่สะดวกต่อการใช้งานในเวลากลางคืนครับ

สำหรับขอบด้านข้างตัวเครื่อง เป็นอะลูมิเนียม คล้ายกับ iPhone 5S ซึ่งด้านขวาตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อกหน้าจอแสดงผล และปุ่มปรับระดับเสียง ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด

โดยวิธีการถอดถาดใส่ซิมการ์ด ก็คือ ใช้เข็มที่ให้มาในกล่องจิ้มลงไป ซึ่งรุ่นนี้ รองรับซิมการ์ดเดียวแบบ microSIM

ด้านบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วย พอร์ตอินฟราเรด ซึ่งใช้งานคู่กับแอปพลิเคชัน Mi Remote สำหรับควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน และช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบด้วย พอร์ต microUSB และลำโพงเสียง

สำหรับฝาหลังของตัวเครื่อง เป็นพลาสติกผิวมันวาว ประกอบด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED และไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ส่วนด้านในตัวเครื่อง ประกอบด้วย แบตเตอรี่ขนาดความจุ 3080 mAh

รีวิว Xiaomi Mi 4 : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Xiaomi Mi 4 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat) และอินเทอร์เฟสแบบ MIUI เวอร์ชัน 6 ที่มีดีไซน์สวยงาม และใช้งานง่าย สำหรับการปลดล็อคหน้าจอ ให้ปัดขึ้น ส่วนการกดปุ่ม Power ค้างไว้ จะเป็นการเข้าสู่เมนูลัด ซึ่งได้แก่ โหมดเครื่องบิน, ปิดเสียง, รีบูต และปิดเครื่อง

สำหรับหน้า Homescreen บน Xiaomi Mi 4 นั้น จะไม่มี App Drawer โดยแอปพลิเคชันที่ดาวน์โหลดมา จะถูกจัดไว้ในหน้า Homescreen ทั้งหมด แต่ผู้ใช้สามารถจัดเรียงแอปพลิเคชันให้เป็นหมวดหมู่ ด้วยการเพิ่มโฟลเดอร์ได้

การปัดหน้าจอจากด้านบนลงด้านล่าง จะเป็น Notification Center สำหรับแจ้งเตือน ส่วนการปัดไปด้านขวา จะเป็นการเมนูลัดสำหรับตั้งค่าใช้งาน เช่น เปิด-ปิดเสียง, Bluetooth หรือเชื่อมต่อ Wi-Fi เป็นต้น

การแตะปุ่มเมนู 1 ครั้ง จะเข้าสู่ Multitasking สำหรับสลับไปใช้งานแอปพลิเคชันอื่น หรือปิดแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้งาน

ส่วนการแตะปุ่มเมนูค้างไว้ จะเป็นการปรับแต่งการใช้งานต่างๆ เช่น Widget, ภาพพื้นหลัง หรือเอฟเฟกต์การเปลี่ยนหน้าจอ

สำหรับแอปพลิเคชันโทรศัพท์ มีอินเทอร์เฟสที่ใช้งานง่าย ซึ่งรุ่นนี้ รองรับการใช้งานซิมการ์ดเดียว

แอปพลิเคชันนาฬิกา ประกอบด้วย นาฬิกาปลุก, เวลาโลก, จับเวลา และนับถอยหลัง

ส่วนแอปพลิเคชันพื้นฐานอย่าง วิทยุ FM และ เครื่องคิดเลข ก็มีให้ใช้งานบน Xiaomi Mi 4 เช่นกัน ไม่ต้องดาวน์โหลดเพิ่มเติม

แอปพลิเคชัน Mi Remote สำหรับควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น Mi TV, Mi Box, เครื่องเล่นดีวีดี และอื่นๆ ผ่านทางพอร์ตอินฟราเรดที่อยู่ด้านบนของตัวเครื่องนั่นเอง

ส่วนบริการต่างๆ จากกูเกิล ก็มีให้ใช้งานอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Gmail, Chrome, YouTube และอื่นๆ

สำหรับการใช้งานด้านเอกสาร บน Xiaomi Mi 4 ก็มี WPS Office ให้ใช้งานกันแบบฟรีๆ รองรับทั้ง Word, PowerPoint, Excel, PDF และอื่นๆ

ทดสอบการใช้งานด้านเบราว์เซอร์กันบ้าง ถือว่า ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว และลื่นไหล

เช่นเดียวกับการทดสอบเล่นเกม ที่ถือว่า เล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุดเช่นกัน โดย Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.5 GHz และหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB

ปิดท้ายด้วยผลการทดสอบ Benchmark บน Xiaomi Mi 4 กันบ้าง โดยผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Quadrant วัดความเร็วในการทำงานของ CPU และกราฟฟิค อยู่ที่ 23,882 คะแนน และ AnTuTu ทดสอบ CPU, 2D & 3D graphics, SD card และ Database อยู่ที่ 44,868 คะแนน

ส่วนมัลติทัช รองรับ 10 จุดครับ

รีวิว Xiaomi Mi 4 : ทดสอบการใช้งานกล้องถ่ายรูป

ความน่าสนใจของ Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ ก็คือ มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล เรียกได้ว่า ใครที่ชอบการเซลฟี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว น่าจะถูกใจกันอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับโหมด Beauty ปรับใบหน้าสวยในตัว สามารถปรับระดับความเนียนได้ตามใจ รวมไปถึงฟิลเตอร์ ก็มีให้เลือกใช้กันอย่างมากมายถึง 12 แบบ

ไม่เพียงเท่านั้น Xiaomi Mi 4 ยังมาพร้อมกับโหมดตรวจจับใบหน้า ที่สามารถบอกได้ว่า เป็นเพศใด และอายุเท่าไหร่

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซลนั้น มีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกถึง 6 แบบด้วยกัน ได้แก่ พาโนรามา, นับถอยหลัง, ปรับจุดโฟกัส, ตั้งค่าเอง, โหมดโทนสีผิว และ HHT นอกจากนี้ ยังสามารถปรับความสว่างของภาพได้ง่ายขึ้น ด้วยการหมุนวงแหวนตรงกลาง และใส่ฟิลเตอร์ให้กับภาพถ่ายได้ถึง 12 แบบ ซึ่งจากการทดสอบ พบว่า รุ่นนี้ชัตเตอร์ภาพได้รวดเร็วอีกด้วย ใครที่ชอบการถ่ายภาพอยู่แล้ว น่าจะถูกใจครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

บทสรุปการใช้งาน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ รีวิว Xiaomi Mi 4 มือ ถือจากแดนมังกรรุ่นนี้ ที่เรียกได้ว่า มาพร้อมกับสเปคแบบจัดเต็มเท่าสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ แต่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ในราคาสมาร์ทโฟนระดับกลาง โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ เรียกได้ว่า น่าสัมผัสกันตั้งแต่ดีไซน์ของตัวเครื่องเลยทีเดียว โดยมาพร้อมกับ หน้าจอแสดงผลกว้าง 5 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ซึ่งมีขนาดที่กะทัดรัด จับได้ถนัดมือ และพกพาได้อย่างสะดวก ส่วนคุณสมบัติอื่นๆ ก็เรียกได้ว่า คุ้มค่าเกินราคาเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Krait 400 Processor (Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801 chipset) ความเร็ว 2.5 GHz, หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB, กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED, แบตเตอรี่ขนาด 3080 mAh และรันระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat) พร้อมอินเทอร์เฟสแบบ MIUI เวอร์ชัน 6


อย่างไรก็ดี Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ ยังมีบางฟีเจอร์ที่ถูกตัดออกไปบ้าง อย่างเช่น ไม่รองรับ NFC, ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card และไม่รองรับการใช้งานเครือข่าย 4G LTE แต่ถ้าหากใครที่ไม่ซีเรียสกับการใช้งาน 4G LTE ก็ถือว่า เป็นรุ่นที่น่าจับจองเป็นเจ้าของ เนื่องจากมีราคาที่ไม่แรงมากนั่นเอง โดยราคาของ Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ อยู่ที่ 10,990 บาทเท่า นั้น และมีวางจำหน่ายในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับท่านที่มองหา สมาร์ทโฟน ดีไซน์สวย สเปคแรง และฟีเจอร์แบบจัดเต็ม ในราคาไม่แพง ถือว่า Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวครับ

จุดเด่นของ Xiaomi Mi 4

-  ตัวเครื่องขนาดกำลังกะทัดรัด สะดวกต่อการพกพา

-  เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนที่มีสเปคใกล้เคียงกัน ถือว่า Xiaomi Mi 4 รุ่นนี้ มีราคาที่ถูกกว่ามาก

-  หน้าจอแสดงผลกว้าง 5 นิ้ว แบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล (441 ppi)

-  หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Krait 400 Processor (Qualcomm MSM8974AC Snapdragon 801 chipset) ความเร็ว 2.5 GHz

-  หน่วยประมวลผลภาพ Adreno 330 GPU

-  หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB

-  หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB

-  กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

-  กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED

-  แบตเตอรี่ขนาด 3080 mAh

-  รองรับวิทยุ FM ในตัว

-  ระบบ GPS ในตัว พร้อมฟังก์ชัน A-GPS และ GLONASS ระบบดาวเทียมของรัสเซีย

-  รองรับ Wi-Fi, 3G, Bluetooth 4.0

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

-  ไม่รองรับเครือข่าย 4G LTE

-  ไม่รองรับเทคโนโลยี NFC

-  ไม่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด

-  ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card

-  ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat) ยังไม่ใช่เวอร์ชันใหม่ล่าสุด

-  ภายในกล่อง ไม่มีหูฟังแถมมาให้

 บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี  ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11   

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11  

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Extrabass MDR XB950N1 หูฟังพี่ใหญ่ครบทั้งเบสและตัดเสียงรอบทิศ

รีวิว Sony Extrabass MDR XB950N1 หูฟังพี่ใหญ่ครบทั้งเบสและตัดเสียงรอบทิศ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์