[รีวิว] Samsung Galaxy S6 edge+ มันคือ Note 5 ที่ไม่มีปากกา แต่ได้จอโค้งมาทดแทน

[รีวิว] Samsung Galaxy S6 edge+ มันคือ Note 5 ที่ไม่มีปากกา แต่ได้จอโค้งมาทดแทน

[รีวิว] Samsung Galaxy S6 edge+ มันคือ Note 5 ที่ไม่มีปากกา แต่ได้จอโค้งมาทดแทน

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

   ถ้าเอ่ยถึงมือถือจอโค้ง 2 ด้านรุ่นแรกของโลก คงจะต้องเอ๋ยถึง Samsung Galaxy S6 edge แน่นอน แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปหลายคนบอกว่า อยากได้ใหญ่กว่านี้ Samsung จะจัดได้ไหม เอาล่ะเมื่อคุณผู้อ่านอยากเห็นทีมงาน Sanook! จัดให้กับ Samsung Galaxy S6 edge+ จอโค้ง 5.7 นิ้ว

รายละเอียดของ Samsung Galaxy S6edge Plus

- มิติรูปร่าง 154.4 x 75.8 x 6.9 มิลลิเมตร

- สีตัวเครื่อง สีดำ (Black Sapphire), สีขาวมุก (White Pearl), สีทอง (Gold Platinum) และสีเงิน (Silver Titanium)

- น้ำหนัก 153 กรัม

- หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว Super AMOLED QHD ความละเอียด 2560x1440 แบบโค้ง

- 2G GSM 850 / 900 / 1800 / 1900

- 3G HSPA 42.2/5.76 Mbps,

- 4G Cat 9 450/50 Mbps

- CPU Exynos 7420 Quad-core 1.5 GHz + Quad Core 2.1GHz

- GPU Mali-T760MP8

- RAM 4GB LDDR4

- ความจำในตัว 32GB

- กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล F1.9, Auto Focus + LED Flash

- WiFi 802.11 b/g/n/ac, Bluetooth V4.1, NFC

- Android 5.1.1

- แบตเตอรี่ 3,000 mAh รองรับ Fast Wireless Charging, Fast Charging

รูปร่าง

   ด้านหน้าของ Samsung Galaxy S6 edge+ เห็นแว็บแรกพูดได้คำเดียวว่า เหมือน S6 edge ทั่วไปเลย ประกอบไปด้วยหน้าจอโค้ง Super AMOLED QHD ความละเอียด 2560x1440 พร้อมกับตั้งค่า EDGE Screen ได้ แต่ที่เด็ดกว่าคือขนาดของมันที่ใหญ่โตถึง 5.7 นิ้ว

ซูมจอโค้งเก๋ไปอีกแบบ

     ส่วนบนมีกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม Auto Focus และมีไฟแจ้งเตือน โลโก้ Samsung และเซนเซอร์ของเครื่องทั้งจับแสงและแนบหน้า

     ส่วนล่างมีปุ่มกด Recent Home พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ และ Back

     ด้านข้างซ้ายมีปุ่มกดปรับระดับเสียงแต่ขอบนั้นหนากว่า S6 edge ปกติ เกิดจาก อะลูมิเนียม เกรด 7,000

ด้านข้างขวามีปุ่ม Power

     ด้านบนมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM

     ด้านล่างมีช่องเสียบ Micro USB , ช่องเสียบหูฟัง, ไมโครโฟน และลำโพงของเครื่อง

     ด้านหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 4 พร้อมกับกล้องหลังขนาด 16 ล้านพิกเซล มี LED Flash และ Heart Rate Sensor  ดูยังไง ๆ ก็เป็น S6 edge ที่ใหญ่โตขึ้น และแข็งแรงขึ้นอย่างชัดเจน จนไม่ต้องสงสัยว่า ถ้าจะต้องเลือกแล้ว ถ้าคนชอบของแปลก หรือต้องการมือถือแฟชั่นที่ใช้ได้จริง นี่จะเป็นคำตอบของคุณเลยล่ะครับ

   กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 16 ล้าน Pixels

ประสิทธิภาพของ Samsung Galaxy S6 edge+


     จากที่ได้ลองวัดด้วย Antutu Benchmark คะแนนจะได้สูงสุดแถว 36322 และ Nenamark 2 วัดการตอบสนองหน้าจอที่ 60.4 FPS และรองรับมัลติทัช 9 จุด แม้ว่าคะแนน Aututu จะน้อย แต่ภาพรวมการใช้งานสามารถตอบสนองความลื่นไหลได้อย่างดี ไม่ติดขัดมากมาย และประกอบกับเครื่องที่เล็กและแรงแบบนี้ก็หาตัวจับได้ยาก ที่แปลกใจคือความร้อนของมันมีแต่ไม่ถึงกับเยอะ น่าพึ่งพอใจอย่างยิ่ง

     ส่วนแบตเตอรี่ ยังคงเหมือนกับ Note 5 ให้มาเพียง 3,000 mAh เท่านั้น ไม่ได้มากหรือน้อยเกินไป แต่ผลจากการทดสอบ มันกลับหมดเร็วกว่า Galaxy Note 5 นิดหน่อย ถือว่ารับได้ ส่วนการใช้งานจริงมีหมดระหว่างวันบ้างเป็นเรื่องปกติครับ และแน่นอนว่าเมื่อเป็น Samsung Galaxy รุ่นใหม่ ต้องติดตั้ง Ultra Saving Mode ระบบประหยัดพลังงานขีดสุดมาให้เช่นเคย

คุณสมบัติลูกเล่นที่น่าสนใจ


     Samsung Galaxy S6 edge + ยังคงให้ Touch WIZ UI มาเหมือนกับ Samsung Galaxy Note 5 โดยรูปแบบเน้นความเรียบง่ายและเก๋ไปอีกแบบหนึ่งเลยทีเดียว นอกจากนี้สามารถเปลี่ยน Theme ได้อีกด้วย

     แต่ที่เป็นจุดเด่นของ S6 edge+ เท่านั้นที่จะมีคือ Edge Screen ที่นอกจากจะแสดง 5 เบอร์สำคัญที่เราใช้โทรบ่อยที่สุดแล้ว ยังเลือกมาเพื่อเป็น Shortcut ของ Application ที่เราต้องใช้บ่อยได้อย่างง่ายดายเพียงแค่เลื่อนต่อไป

     รวมทั้งการตั้งให้เป็นนาฬิกาบอกเวลากลางคืนหรือ Notification ได้อีกด้วย เรียกว่ามันมากกว่าเดิมอีกตางหาก

     ระบบความบันเทิงของ Galaxy S6 edge + เหมือนกับ Galaxy Note 5 คือระบบเสียงเพลงที่สามารถควบคุมได้ผ่าน Sound Alive และสามารถตั้งค่าระบบเสียงได้แม่นยำแม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์ด้านการฟังเพลงมาก่อน และยังมี Video Player มาให้ น่าเสียดาย ไม่มี FM Radio ให้เหมือนเดิม

     และเครื่องมือช่วยเหลือมีให้ครบตั้งแต่ S Planner ปฏิทินจนข้อมูล , Smart Manage ไว้ค่อยจัดการพื้นที่และ RAM ของเครื่อง, Side Sync, Memo ไว้สำหรับจดบันทึก และ Apps จาก Microsoft เกือบครบ น่าเสียดายไม่มี Microsoft Office Mobile มาให้

     กล้องหลังของ Samsung Galaxy S6 edge+ ยังคงเหมือนกับ Galaxy Note 5 คือ 16 ล้านพิกเซลพร้อม Auto Focus + VDIS พร้อมกับ LED Flash รูรับแสง F1.9 และมี Mode ต่าง ๆ ให้เลือกถ่ายเยอะมากตั้งแต่ Video Collage, Pro Mode, Live Broadcast และอื่น ๆ สามารถโหลดเพิ่มได้ การทำงานของกล้องไวดี แต่โฟกัส Marco บางแบบยังไม่ถึงกับดีนัก และรองรับการถ่ายวีดีโอแบบ 4K

     ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ที่มี Beauty Mode ร้ายกาจเหมือนเดิม

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy S6 edge+ )

สรุปในภาพรวมของ Samsung Galaxy S6 edge+

เรียกว่ามาค่อนข้างไวสำหรับมือถือจอโค้งที่แทบทุกประเทศจะได้สัมผัสมัน แต่ผมอยากจะเรียกว่ามันคือ Samsung Galaxy Note 5 ไร้ปากกา และได้จอโค้ง เพราะลูกเล่นภาพรวมอย่างที่เห็นนั้นแทบจะเหมือนกันทุกอย่าง

กับราคาเพียง 26,900 บาท ถือว่าแพงกว่า Note 5 เพียง 1,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการปากกา S Pen มากน้อยแค่ไหน ถ้าคิดว่าความต้องการตรงนั้นมันไม่มี S6 edge+ เป็นคำตอบของคุณได้ในทันที ยกเว้นว่าถ้ามันใหญ่ไป การที่ไปซื้อ S6 edge รุ่นปกติก็ไม่ได้เสียหายนะครับ

ข้อดี

- สเปคแรงเท่า Note 5

- จอโค้งเก๋ไปอีกแบบ

- ลูกเล่นมีมากกว่า S6 edge และใช้ได้จริง

- กล้องและทุกสิ่งมันทำได้ดีพอสมควร

ข้อสังเกต

- เครื่องจับแล้วไม่อยู่มือ

- แบตเตอร์รี่ลงไวกว่า Note 5

- กล้องยังไม่สามารถโฟกัส Marco ได้ดีในบางจังหวะ

รีวิว Nokia 5 การกลับมาบนโลก Android ของโนเกีย

รีวิว Nokia 5 การกลับมาบนโลก Android ของโนเกีย

รีวิว Samsung Galaxy J7 Pro เพิ่มฟีเจอร์อัดหนักในราคาหมื่นต้น

รีวิว Samsung Galaxy J7 Pro เพิ่มฟีเจอร์อัดหนักในราคาหมื่นต้น

รีวิว Nokia 3 มือถือโนเกียยุคใหม่ที่คงเอกลักษณ์เดิมแต่ราคาเอื้อมถึง

รีวิว Nokia 3 มือถือโนเกียยุคใหม่ที่คงเอกลักษณ์เดิมแต่ราคาเอื้อมถึง

รีวิว WD My Passport SSD หน่วยความจำจิ๋ว ที่แรงจนรุ่นใหญ่ตกใจ

รีวิว WD My Passport SSD หน่วยความจำจิ๋ว ที่แรงจนรุ่นใหญ่ตกใจ

พรีวิว Jabra Evolve 75 หูฟังสำหรับธุรกิจที่ครบทั้งเสียงดี และความเงียบ

พรีวิว Jabra Evolve 75 หูฟังสำหรับธุรกิจที่ครบทั้งเสียงดี และความเงียบ

พรีวิว Ninebot 2 รุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วยการทรงตัวสุดฉลาด

พรีวิว Ninebot 2 รุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงการเดินทางด้วยการทรงตัวสุดฉลาด

รีวิว Nubia Z17 Mini เครื่องเล็กแต่สเปคดีจนเครื่องใหญ่ต้องหันมอง

รีวิว Nubia Z17 Mini เครื่องเล็กแต่สเปคดีจนเครื่องใหญ่ต้องหันมอง

รีวิว HP Spectre X360 (With Pen) Ultrabook ปรับเปลี่ยนรูปร่าง เพิ่มความสามารถด้วยปากกา

รีวิว HP Spectre X360 (With Pen) Ultrabook ปรับเปลี่ยนรูปร่าง เพิ่มความสามารถด้วยปากกา

พรีวิว Moto Z2 Play มือถือเพียวบางกับความสามารถเหลือล้น

พรีวิว Moto Z2 Play มือถือเพียวบางกับความสามารถเหลือล้น

รีวิว Wiko U Pulse มือถือระดับกลางลูกเล่นพร้อมใช้ สีเครื่องจัดจ้าน

รีวิว Wiko U Pulse มือถือระดับกลางลูกเล่นพร้อมใช้ สีเครื่องจัดจ้าน

ลองสั้น ๆ กับ Lenovo Legion คอมพิวเตอร์เล่นเกมรุ่นใหม่สเปคเทพขึ้นมาก

ลองสั้น ๆ กับ Lenovo Legion คอมพิวเตอร์เล่นเกมรุ่นใหม่สเปคเทพขึ้นมาก

รีวิว Moto C มือถือราคาไม่เกิน 4,000 บาท ที่เน้นความครบกับความไว้ใจได้

รีวิว Moto C มือถือราคาไม่เกิน 4,000 บาท ที่เน้นความครบกับความไว้ใจได้

รีวิว Dell XPS 13 2 in 1 คอมพิวเตอร์พกพา สวยจนได้รางวัล และสเปคเทพ

รีวิว Dell XPS 13 2 in 1 คอมพิวเตอร์พกพา สวยจนได้รางวัล และสเปคเทพ

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี  ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์