เมื่อเฟซบุ๊กจะเปลี่ยนไป มีปุ่ม"Dislike"เพิ่ม แล้วเราควรจะ"ปรับตัว"อย่างไร?

เมื่อเฟซบุ๊กจะเปลี่ยนไป มีปุ่ม"Dislike"เพิ่ม แล้วเราควรจะ"ปรับตัว"อย่างไร?

เมื่อเฟซบุ๊กจะเปลี่ยนไป มีปุ่ม"Dislike"เพิ่ม แล้วเราควรจะ"ปรับตัว"อย่างไร?

Matichon

สนับสนุนเนื้อหา

       ที่ผ่านมา เราล้วนมีประสบการณ์ต่อการถูก "คลิกไลค์" หรือคลิก "ถูกใจ" อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะเมื่อเราฟีดดูข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของเพื่อนเรา แต่ขณะเดียวกัน บางครั้งเราก็จะเกิดความรู้สึกไม่ชอบ ขยะแขยง เศร้า หรือแม้แต่เดือดพล่าน แต่เราก็มีแค่ปุ่มคลิกไลค์เท่านั้น นี่จึงทำให้เราได้แต่เพียงเขียนข้อความยาว ๆ เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกไม่เห็นด้วยกับบางเรื่อง หรือหลาย ๆ เรื่อง โดยที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก ยังไม่มีปุ่มแสดงอารมณ์ใน "เชิงลบ" เลย

       แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเฟซบุ๊กได้ประกาศว่าจะมีปุ่ม "dislike" หรือ "ไม่ชอบ" แม้ว่าก่อนหน้านี้ เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก อย่าง" จะเคยลั่นวาจาว่า จะไม่มีปุ่มทำนองนี้ โดยบอกว่า บางคนที่ขอให้เรามีปุ่ม ไม่ชอบ เพราะพวกเขาอยากจะสามารถได้ "สื่อสาร" ในสิ่งที่พวกเขารู้สึกไม่ดี และเราจะไม่ทำแบบนั้น อะไรทำนองนี้ ผมไม่คิดว่าโดยรวมแล้ว มันจะเป็นเรื่องสิ่งที่มีคุณค่าหรือสิ่งที่ดีสำหรับชุมชนออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก แต่ตอนนี้ เจ้าพ่อเฟซบุ๊ก ได้ยอมรับว่า ในทุกช่วงเวลา ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดี ๆ เกิดขึ้น และบางที ปุ่ม "ไม่ชอบ" ก็อาจไม่ใช่ไอเดียที่แย่เสียเลยทีเดียว

       และเมื่อ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก อาจเปลี่ยนใจก็จริง แต่ผู้คนจำนวนมากอาจไม่คิดแบบเขา บางคนคิดว่า ปุ่ม "ไม่ชอบ" นี่แหละ จะเป็นตัวทำลายบรรยากาศความเป็นมิตรที่ดี ขณะที่บางคนกลัวว่า มันจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการยั่วยุกัน หรือการแสดงความก้าวร้าวต่อกันทางโลกออนไลน์ แต่สิ่งที่น่าวิตกที่สุดก็คือ ปุ่มดังกล่าวจะยิ่งเสริมสร้าง "ความรู้สึกเชิงลบต่อกัน" ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง

       การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ดูเหมือนว่า มันเป็นเรื่องเปราะบางต่อการแสดงความรู้สึกเชิงลบต่อกัน แม้แต่การคว่ำนิ้วโป้งในโลกออนไลน์ ก็สมควรหลีกเลี่ยงด้วยประการทั้งปวง โดยหนึ่งในความคิดอันลึกซึ้งแยบยลที่สุดแห่งยุคสมัยนี้ ก็คือ การคิดในเชิงบวก สิ่งนี้ถูกปลูกฝังให้พวกเราหลายคนว่า คิดบวก อย่าคิดลบ เพราะฉะนั้น จึงไม่น่าประหลาดใจที่ผู้คนจะพบว่า การปรากฎของปุ่ม "ไม่ชอบ" จะสร้างความวิตกกังวลให้แก่พวกเขา

http://www.matichon.co.th/online/2015/09/14428902661442890353l.jpg

      โดยปกติแล้ว คนเรานั้น มักจะถูกบอกให้"มีจิตใจฮึดสู้"แม้แต่ในสถานการณ์ที่น่ากลัวก็ตาม คนป่วยมักถูกบอกให้มองโลกในแง่บวก และคิดว่าโรคภัยของเขาเป็นเหมือน "ของขวัญ" คนตกงาน จะถูกแนะนำให้เลิกมองสิ่งต่าง ๆ ในด้านลบ (เช่น ฉันกำลังตกงาน)

      หรือการที่เราไม่ควรไปอ่านข่าวสารที่เป็นเรื่องร้าย ๆ เช่นเดียวกับผู้บุกเบิกธุรกิจที่ล้มเหลว พวกเขาจะถูกแนะเสมอว่า ให้มองความล้มเหลว ว่าเป็น "บันไดสู่หนทางข้างหน้า" และแน่นอน เราจะทำได้แค่ "คลิกถูกใจ" สิ่งหล่านี้ในเฟซบุ๊ก


      การมองโลกในแง่ดีนั้น ย่อมนำมาซึ่งผลดีต่าง ๆ หลายอย่าง แต่จากการวิจัยได้เผยว่า การคิดในเชิงปลุกใจตัวเอง ก็มีด้านเสียใหญ่บางอย่างเหมือนกัน คือ มันทำให้เราไม่สามารถแสดงออกความรู้สึกเชิงลบใด ๆ ออกมาได้เลย สิ่งนี้ขัดต่อธรรมชาติมนุษย์ที่มีอารมณ์ไร้ขอบเขตจำกัด

ผลเสียด้านนี้ ก็คือ มันทำให้เราไม่สามารถมองโลกหรือมองปัญหาได้ "ตามความเป็นจริง" ได้ นี่ย่อมหมายถึงมันจะทำให้เรา "มองข้าม" ความเสี่ยง หรือ "การทำเรื่องโง่ๆ" คนที่ไม่รู้สึกว่าตัวเองประสบความสำเร็จ จะเริ่มคิดว่า มันต้องมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเขา ฉะนั้น คนที่มีอารมณ์ปลุกกระตุ้นอารมณ์ตัวเองให้กระดี๊กระด๊าในเรื่องต่าง ๆ  ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นพวกเห็นแก่ตัว หรือรู้สึกว่าตัวเองถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น เพราะผู้คนอาจหมั่นไส้ สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมากกว่า คนที่ชอบบอกให้คนอื่นมองโลกในแง่บวก มักจะรู้สึกแย่เสียเองอยู่บ่อย ๆ

      และเมื่อเราเริ่มตระหนักว่า การมองโลกในแง่ดีอยู่เสมอ ๆ ย่อมมีขีดจำกัดของมัน การคิดเชิงลบก็จะกลับมา!

      ฉะนั้น ไม่เพียงแต่เฉพาะเฟซบุ๊กเท่านั้นที่จะทำให้เราได้แสดงออกถึงความไม่ชอบสิ่งต่าง ๆ บริษัทบางแห่งยังได้เริ่มสนับสนุนให้พนักงานมองปัญหาอย่าง "ตรงประเด็น" และวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมากคือ การที่ "การมองการณ์ด้านลบ" เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด ที่เกิดจากอคติ ความรักชอบส่วนตัวของเรานั่นเอง

      ซึ่งในกรณีนี้ เมื่อเราเริ่มโครงการใด ๆ ที่เราได้มุ่งเป้าในทางสดใส ฉะนั้น เราก็จะคิดว่า โครงการนั้นจะดีหรือเสียเท่า ๆ กัน 50 เปอร์เซ็นต์ แต่หากมองโลกแบบเชิงลบ หรือระมัดระวังใคร่ครวญ เราก็จะพยายามมองการณ์ด้านลบให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เพื่อ "จำกัดความเสียหาย" ที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ประโยคฮิตว่า "ในกรณีเลวร้ายที่สุด" และเมื่อคนเราลองคิดลบเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็จะสามารถ "จับจ้อง" และ "มองเห็นข้อบกพร่อง" ก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาขึ้นมา

      และบางที หากใช้ดีๆ ปุ่ม "dislike" ก็อาจจะเป็นรูปแบบหนึ่งของการเตือนภัยล่วงหน้าต่อชีวิตเราเอง มันจะทำให้เราได้เห็นว่า เรากำลังเดินผิดทางหรือไม่ คิดอย่างมองโลกด้วยความเป็นจริงหรือไม่ และหลีกเลี่ยงการมองโลกในแง่ดีด้วยการหลอกตัวเอง

      ฉะนั้น การมีชีวิตอยู่กับ "ปุ่มไม่ชอบ" อาจจะดูโหดร้าย เราอาจจะโกรธ ถูกห้ามปราม หรือทำให้เรารู้สึกหดหู่ ขณะที่การมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ก็อาจทำให้เรากลายเป็นพวกก้าวร้าวอันธพาลได้ง่าย ๆ แต่การเปิดพื้นที่ให้เราได้แสดงอารมณ์ด้านลบ ในทุกวันที่เป็นอยู่นี้ ก็อาจช่วยให้เรา ได้สามารถเข้าใจถึงปัญหาหลายอย่างที่เรากำลังเผชิญ และจัดการมันด้วยวิธีทางที่สุขุมรอบคอบได้...

5 มือถือกันน้ำในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมการดีไซน์สุดพรีเมียม และฟีเจอร์ครบครันทุกการใช้งาน

5 มือถือกันน้ำในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมการดีไซน์สุดพรีเมียม และฟีเจอร์ครบครันทุกการใช้งาน

เปรียบเทียบ Nokia 8 และ Samsung Galaxy S8 เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากสองค่ายใหญ่

เปรียบเทียบ Nokia 8 และ Samsung Galaxy S8 เรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจากสองค่ายใหญ่

เมื่อยุคสมาร์ทโฟน ปลายเป็นยุคที่วัยรุ่นสร้างความกดดันและฆ่าตัวตายมากขึ้น

เมื่อยุคสมาร์ทโฟน ปลายเป็นยุคที่วัยรุ่นสร้างความกดดันและฆ่าตัวตายมากขึ้น

11 สมาร์ทโฟนหน้าจอไร้ขอบที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้! พร้อมจัดเต็มกับฟีเจอร์ระดับท็อปครบครัน

11 สมาร์ทโฟนหน้าจอไร้ขอบที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้! พร้อมจัดเต็มกับฟีเจอร์ระดับท็อปครบครัน

Instagram เปิดฟีเจอร์ใน Direct ให้คุณโต้ตอบด้วย รูป หรือ วีดีโอได้แล้ว

Instagram เปิดฟีเจอร์ใน Direct ให้คุณโต้ตอบด้วย รูป หรือ วีดีโอได้แล้ว

Nokia บอกใบ้มือถือเรือธงรุ่นปริศนา คาดเป็น Nokia 9 จ่อมาพร้อมสเปกครบเครื่องกว่า

Nokia บอกใบ้มือถือเรือธงรุ่นปริศนา คาดเป็น Nokia 9 จ่อมาพร้อมสเปกครบเครื่องกว่า

แนะนำ 6 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัด

แนะนำ 6 สมาร์ทโฟนจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 3,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัด

หลุดภาพ Samsung Galaxy Note8 เต็มเครื่อง พร้อมยืนยันสเปกบางส่วนจากใบโปรโมท

หลุดภาพ Samsung Galaxy Note8 เต็มเครื่อง พร้อมยืนยันสเปกบางส่วนจากใบโปรโมท

ตามมาดูสาว Abigail Ratchford ราชินีปรอทแตกแห่ง Instagram (อัลบั้ม)

ตามมาดูสาว Abigail Ratchford ราชินีปรอทแตกแห่ง Instagram (อัลบั้ม)

เผยภาพหลุดของ Samsung Galaxy Note 8 ก่อนเปิดตัวอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เผยภาพหลุดของ Samsung Galaxy Note 8 ก่อนเปิดตัวอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อัปเดตโปรโมชั่น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม[ล่าสุด]

อัปเดตโปรโมชั่น iPhone 7 และ iPhone 7 Plus สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม[ล่าสุด]

iOS11 จะมีระบบให้ตำรวจปลดล็อคเครื่องได้ง่ายแค่กดปุ่มเดียว

iOS11 จะมีระบบให้ตำรวจปลดล็อคเครื่องได้ง่ายแค่กดปุ่มเดียว

[Tips] เทคนิคง่าย ๆ กับการทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ที่ถูกวิธีให้สะอาดใสกิ๊งเหมือนตอนซื้อมาใหม่ ๆ

[Tips] เทคนิคง่าย ๆ กับการทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ที่ถูกวิธีให้สะอาดใสกิ๊งเหมือนตอนซื้อมาใหม่ ๆ

EISA Award ประกาศผลมือถือยอดเยี่ยมประจำปี 2017 มาดูกันมีรุ่นไหนบ้าง?

EISA Award ประกาศผลมือถือยอดเยี่ยมประจำปี 2017 มาดูกันมีรุ่นไหนบ้าง?

โรคขาดมือถือไม่ได้ ขยายตัวรวดเร็ว รุนแรง มากกว่าแค่ ปัญหามือถือ

โรคขาดมือถือไม่ได้ ขยายตัวรวดเร็ว รุนแรง มากกว่าแค่ ปัญหามือถือ

เทียบสัดส่วนของ iPhone 7 และ iPhone 7s มันจะบางลงอีก

เทียบสัดส่วนของ iPhone 7 และ iPhone 7s มันจะบางลงอีก

วิธีทำให้ iPhone ไม่ต้องเล่นเพลงเดิมให้ฟังแบบซ้ำๆ เวลาต่อเข้ากับเครื่องเสียงในรถ ทำอย่างไร มาดูกัน

วิธีทำให้ iPhone ไม่ต้องเล่นเพลงเดิมให้ฟังแบบซ้ำๆ เวลาต่อเข้ากับเครื่องเสียงในรถ ทำอย่างไร มาดูกัน

5 ฟีเจอร์เด็ดที่จะทำให้ iPhone 8 เปลี่ยนแปลง iPhone แบบเดิมๆ ไปตลอดกาล ก่อนเผยโฉมกันยายนนี้!

5 ฟีเจอร์เด็ดที่จะทำให้ iPhone 8 เปลี่ยนแปลง iPhone แบบเดิมๆ ไปตลอดกาล ก่อนเผยโฉมกันยายนนี้!

Huawei Mate 10 ว่าที่เรือธงกล้องคู่ (Dual-Camera) ยืนยันเปิดตัว 16 ตุลาคมนี้

Huawei Mate 10 ว่าที่เรือธงกล้องคู่ (Dual-Camera) ยืนยันเปิดตัว 16 ตุลาคมนี้

ทำความรู้จัก AIS Next G เมื่ออินเทอร์เน็ตบนมือถือ ถูกติดจรวดให้เร็วถึง 1 Gbps

ทำความรู้จัก AIS Next G เมื่ออินเทอร์เน็ตบนมือถือ ถูกติดจรวดให้เร็วถึง 1 Gbps

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์