เปรียบเทียบ Samsung Galaxy A5, A7 (2016) รุ่นใหม่ กับ Galaxy A5, A7 (2015) รุ่นเก่าแบบช็อตต่อช็อต

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy A5, A7 (2016) รุ่นใหม่ กับ Galaxy A5, A7 (2015) รุ่นเก่าแบบช็อตต่อช็อต

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy A5, A7 (2016) รุ่นใหม่ กับ Galaxy A5, A7 (2015) รุ่นเก่าแบบช็อตต่อช็อต

thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

เปรียบเทียบเจาะลึก Samsung Galaxy A5, A7 (2016) รุ่นใหม่ กับ Galaxy A5, A7 (2015) รุ่นเก่า แบบช็อตต่อช็อต อัปเกรดแล้วดีกว่าเดิมอย่างไร ดีไซน์เปลี่ยนแปลงมากขนาดไหน วันนี้เรามีคำตอบ!

หลังจากที่ทาง ซัมซุง (ประเทศไทย) ได้ทำการเปิดตัว และวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนตระกูล A-Series รุ่นต่อยอดพร้อมกันถึง 2 รุ่น ได้แก่ Samsung Galaxy A5 (2016) และ Samsung Galaxy A7 (2016) เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2558 ที่ผ่านมา ก็เกิดคำถามตามมาว่า ระหว่าง Galaxy A5 และ Galaxy A7 ของปี 2016 นั้นมีความแตกต่าง หรือดีกว่า Galaxy A5 และ Galaxy A7 รุ่นดั้งเดิมในปี 2015 อย่างไรบ้าง?

ซึ่งวันนี้ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่ทางทีมงานเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์ของเราได้รับเครื่องตัวจริงเสียงจริงของทั้ง Samsung Galaxy A5 (2015), Samsung Galaxy A7 (2015), Samsung Galaxy A5 (2016) และ Samsung Galaxy A7 (2016) มาพร้อมกันรวมถึง 4 เครื่อง ดังนั้นจึงไม่พลาดที่จะนำสมาร์ทโฟน A-Series รุ่นยอดนิยมจากทั้งสองยุคนี้มาเปรียบเทียบกันให้เห็นความแตกต่างกันในแบบ ช็อตต่อช็อต ตั้งแต่ในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก ไปจนถึงฟีเจอร์ต่างๆ ด้านใน ซึ่งก็น่าตอบคำถามของหลายๆ ท่านได้ว่า รุ่นใหม่นั้นดีกว่ารุ่นดั้งเดิมมากขนาดไหน และคุ้มค่าที่จะตัดสินใจซื้อหรือไม่ หากท่านใดสนใจก็อย่ารอช้า ลองไปติดตามกันได้เลยครับ

 เปรียบเทียบ Samsung Galaxy A7 (2016) กับ Samsung Galaxy A7 (2015)


เปรียบเทียบการออกแบบดีไซน์

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

มาเริ่มกับที่ Samsung Galaxy A7 กันก่อน ซึ่งจากที่ได้กล่าวไว้ในบทความว่า Samsung Galaxy A7 (2016) นั้นได้รับการออกแบบดีไซน์ใหม่ยกเซ็ต จากเดิมที่เป็นแบบ All-Metal Unibody (กรอบตัวเครื่องเป็นโลหะ) เปลี่ยนเป็นแบบ Metal-Glass Unibody คือ การผสมผสานโลหะ เข้ากับกระจก ทั้งด้านหน้า กับด้านหลังของตัวเครื่อง จึงทำให้ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A7 (2016) ดูสวย เงางาม และมีความพรีเมี่ยมเป็นอย่างมาก

ในด้านหน้าจอแสดงผล Samsung Galaxy A7 (2016) กับ Samsung Galaxy A7 (2015) จะมีหน้าจอ และความละเอียดแบบเดียวกัน คือ จอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด 1920x1080 พิกเซล ซึ่งจากการทดสอบเปิดภาพยนตร์ความละเอียดสูง หรือเปิดภาพถ่าย Portrait ก็แสดงรายละเอียดออกมาได้ดีทั้งคู่ ส่วนกระจกหน้าจอที่ใช้จะเป็นคน ละรุ่น โดย Samsung Galaxy A7 (2016) จะใช้กระจกหน้าจอขอบโค้งแบบ 2.5D Gorilla Glass 4 ที่ด้านหน้า และด้านหน้าของตัวเครื่อง ในขณะที่ Samsung Galaxy A7 (2015) จะใช้แบบ Gorilla Glass 4

 

ด้านปุ่มการสั่งงานจะใช้เป็นแบบสัมผัส (Touch Panel) เหมือนกันทั้งสองรุ่น แต่ปุ่มโฮมของ Samsung Galaxy A7 (2016) จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่ภายใน

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

 

ด้านบนตัวเครื่องของ Samsung Galaxy A7 (2016) ได้เพิ่มถาดใส่ซิมการ์ดที่ 2 เข้ามาไว้ในส่วนนี้ จากเดิมที่ Samsung Galaxy A7 (2015) มีไมโครโฟนเพียงอย่างเดียว

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีการสลับตำแหน่งของไมโครโฟน กับช่องเชื่อมต่อหูฟัง และได้นำลำโพงเสียงภายนอกมาไว้ด้านล่างของตัวเครื่อง ซึ่งเดิมทีจะอยู่ด้านหลังของตัวเครื่องตรงด้านขวาของกล้องดิจิทัล นอกจากนี้ ช่องสำหรับเชื่อมต่อแบบ microUSB จะมีพลาสติกซ้อนที่ด้านในอีกหนึ่งชั้น ซึ่งจะทำหน้าที่ป้องกันรอยขีดข่วนตอนเสียบสาย

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

 

สำหรับปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง ของ Samsung Galaxy A7 (2016) มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้ตัวปุ่มกดมีความเรียว และโค้งมนมากขึ้น ส่วนถาดใส่ซิมการ์ดก็ถูกปรับดีไซน์ให้มีเพียงถาดซิมการ์ดที่ 1 เท่านั้น และเพิ่มช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก (จากเดิมที่ต้องเลือกใช้งานระหว่างซิมการ์ดที่ 2 กับเพิ่มหน่วยความจำภายนอก) ซึ่งช่วยให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีเพียงปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียงเหมือนกันทั้งสองรุ่น แต่ตัวปุ่มกดของ Samsung Galaxy A7 (2016) จะเปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้เป็นปุ่มกดแบบแยกชิ้น  จากเดิมที่ปุ่มกดเป็นแบบชิ้นเดียว ซึ่งช่วยให้การกดมีความแม่นยำมากกว่าเดิม

 

ด้วยดีไซน์พื้นผิวที่เป็นกระจก ซึ่งแม้จะดูสวยหรูมากขึ้น แต่ก็ทำให้ Samsung Galaxy A7 (2016) เกิดรอยนิ้วมือ หรือคราบเปื้อนได้ง่ายกว่า Samsung Galaxy A7 (2015) ที่ฝาหลังเป็นพื้นผิวแบบด้าน

 

เปรียบเทียบขนาด และน้ำหนักของตัวเครื่อง

เครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016) ส่วนเครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015)

 

Samsung Galaxy A7 (2016) : มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 151.5x74.1x7.3 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 169 กรัม
Samsung Galaxy A7 (2015) : มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 151x76.2x6.3 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 141 กรัม

จากข้อมูลด้านบนจะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy A7 (2016) มีขนาดตัวเครื่องที่หนากว่าเดิมถึง 1 มิลลิเมตร กับน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกราว 28 กรัม ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ Samsung Galaxy A7 (2016) ตัวเครื่องหนาขึ้น และน้ำหนักมากกว่า Samsung Galaxy A7 (2015) คือดีไซน์ที่ปรับใหม่ซึ่งจะมีส่วนประกอบของกระจก กับโลหะ เป็นหัวใจหลัก นั่นเอง

 

เปรียบเทียบจอแสดงผล

เครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A7 (2016) ส่วนเครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015)

 

Samsung Galaxy A7 (2016) จะใช้หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi)

Samsung Galaxy A7 (2015) จะใช้หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 401 ppi)

จากภาพจะเห็นได้ว่าคุณสมบัติของหน้าจอบนสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะเหมือนกัน แทบทุกรายละเอียด ยกเว้นชนิดของกระจกหน้าจอที่ใช้จะเป็นคนละรุ่นกัน โดย Galaxy A7 จะเป็นกระจกแบบ Gorilla Glass 4 ส่วนของ Galaxy A7 (2016) จะเป็นขอบโค้งแบบ 2.5D Gorilla Glass 4

 

เปรียบเทียบหน่วยประมวลผล

ภาพซ้าย คือ ผลคะแนนของ Galaxy A7 (2016) ส่วนภาพขวา คือ ผลคะแนนของ Galaxy A7 (2015)

 

สำหรับ Samsung Galaxy A7 (2016) จะใช้ชิปเซ็ต Octa-Core Exynos 7 Octa 7580 (Cortex-A53) พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Mali-T720 MP2 ส่วน Samsung Galaxy A7 (2015) จะใช้ชิปเซ็ต Octa-Core 64-bit Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615 พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 405 และจากการทดสอบประสิทธิภาพของการประมวลผลผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy A7 (2016) มีประสิทธิภาพในการประมวลมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

เปรียบเทียบหน่วยความจำภายใน (ROM)

สำหรับหน่วยความจำภายในสมาร์ทโฟนถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือก ซื้อของผู้บริโภคเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Samsung Galaxy A7 (2016) กับ Samsung Galaxy A7 (2015) จะมีหน่วยความจำภายในเท่ากัน คือ 16 GB แต่ Samsung Galaxy A7 (2016) สามารถรองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดที่ 128 GB ซึ่งรองรับได้มากกว่า Samsung Galaxy A7 (2015) เป็นเท่าตัวเลยทีเดียว เนื่องจาก Samsung Galaxy A7 (2016) รองรับการเพิ่มหน่วยความจำสูงสุดเพียง 64 GB

 

เปรียบเทียบหน่วยความจำแรม (RAM)

และจากการทดสอบด้านการใช้งานต่างๆ พบว่าสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นสามารถตอบสนองการใช้งานได้ไหลลื่นทั้งคู่ แต่ Samsung Galaxy A7 (2016) จะมีประสิทธิภาพด้านการใช้งานโดยรวมที่ดีกว่า เนื่องจากได้รับการอัปเกรดให้มีหน่วยความแรมเพิ่มขึ้นเป็น 3 GB  ซึ่งมากกว่า Samsung Galaxy A7 ที่มีหน่วยความจำแรม 2 GB เท่านั้น

 

เปรียบเทียบกล้องดิจิทัล

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2015) ส่วนเครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A7 (2016)

 

ถึงแม้ว่ากล้องดิจิทัลด้านหลังของ Samsung Galaxy A7 (2016) และ Samsung Galaxy A7 (2015) จะมีความละเอียดของกล้องเท่ากันที่ 13 ล้านพิกเซล แต่กล้องดิจิทัลด้านหลังของ Samsung Galaxy A7 (2016) จะเหนือกว่าของ Samsung Galaxy A7 (2015) อยู่หลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และขนาดรูรับแสง F/1.9 ที่มีทางยาวโฟกัส 28 มิลลิเมตร ซึ่งจะมีเฉพาะบน Samsung Galaxy A7 (2016) เท่านั้น สำหรับกล้องดิจิทัลด้านหน้าก็มีความละเอียดเท่ากันอีกเช่นเดียวกัน คือ 5 ล้านพิกเซล แต่กล้องดิจิทัลด้านหน้าของ Samsung Galaxy A7 (2017) จะมีรูรับแสง F/1.9 ที่ช่วยให้สามารถถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้ดีนั่นเอง

 

เปรียบเทียบฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

นอกจากนี้บน Samsung Galaxy A7 (2016) ก็มีฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้ใช้งานสองอย่าง คือ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน กับระบบ Samsung Pay สำหรับการชำระเงินผ่าน NFC ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์นี้เป็นอีกจุดขายสำคัญของ Samsung Galaxy A7 (2016) (ทั้งสองฟีเจอร์จะไม่มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy A7 (2015))

 

เปรียบเทียบแบตเตอรี่

ความจุแบตเตอรี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการใช้งานสมาร์ทโฟน เป็นอย่างมาก และเนื่องจากคุณสมบัติตัวเครื่องที่แรงขึ้นของ Samsung Galaxy A7 (2016) จึงจำเป็นต้องมีแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน ด้วยเหตุนี้ทางซัมซุงจึงได้เพิ่มแบตเตอรี่ให้ Samsung Galaxy A7 (2016) มีความจุแบตเตอรี่อยู่ที่ 3300 mAh จากเดิม Samsung Galaxy A7 (2015) มีความจุเพียง 2600 mAh นอกจากนี้ Samsung Galaxy A7 (2016) รองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบเร็ว (Fast Charging) ซึ่งช่วยให้การชาร์จแบตเตอรี่สะดวกรวดเร็วกว่าที่เคย

 

เปรียบเทียบระบบปฏิบัติการ

สำหรับ Samsung Galaxy A7 (2016) จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.1.1 (Lollipop) ที่เรียกได้ว่า ยังคงสดใหม่ ณ ปัจจุบัน แต่ในขนะที่ Samsung Galaxy A7 (2015) จะมากับระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4 (KitKat) ที่ล่าสุดได้อัปเกรดเป็นเวอร์ชัน 5.0.2 (Lollipop) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นก็ตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี และมีความเสถียรไม่แพ้กัน

 

เปรียบเทียบราคาเปิดตัว

สำหรับ Samsung Galaxy A7 (2016) ได้เปิดราคาออกมาที่ 15,900 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงขึ้นกว่า Samsung Galaxy A7 (2015) อยู่ 1,000 บาท (14,900 บาท) เท่านั้น แต่ถ้าเทียบกับสิ่งต่างๆ ที่อัปเกรดเพิ่มเข้ามาบน Samsung Galaxy A7 (2016) ก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง และยังมีการ์ดหน่วยความจำ Samsung EVO+ microSD Class 10 UHS-1 ขนาด 32GB แถมมาให้ฟรีๆ พร้อมชุดจำหน่ายอีกต่างหาก

 

ผ่านไปแล้วนะครับ สำหรับการเปรียบเทียบ Samsung Galaxy A7 (2016) กับ Samsung Galaxy A7 (2015) ซึ่งจะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy A7 (2016) ได้รับการปรับดีไซน์ใหม่เป็นแบบ Metal-Glass Unibody ที่ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ดูสวย และพรีเมียมมากๆ และไม่เพียงแค่ดีไซน์เท่านั้น ที่ถูกปรับใหม่ ด้านคุณสมบัติตัวเครื่องของ Samsung Galaxy A7 (2016) ก็ถูกอัปเกรดให้มีความสมบูรณ์แบบเพิ่มมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม Galaxy A7 (2015) รุ่นเดิม เริ่มตั้งแต่ หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7580, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกแบบ Mali-T720, หน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 GB), แบตเตอรี่จะมีขนาด 3300 mAh ที่ใหญ่กว่าเดิม พร้อมระบบการชาร์จแบบ  Fast Charging, รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด พร้อมทั้งรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE อีกด้วย

ด้านกล้องดิจิตอลก็เหนือกว่ารุ่นเดิมด้วยเช่นกัน ทั้งการใส่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และเพิ่มรูรับแสงให้มีขนาดเป็น F/1.9 (รู รับแสงเพิ่มทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง) ซึ่งช่วยให้ถ่ายภาพได้สวยคมชัดในทุกสภาพแสง นอกจากนี้ บน Samsung Galaxy A7 (2016) มีฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน ได้แก่ Samsung Pay ที่สามารถชำระเงินบนมือถือผ่าน NFCเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วที่ ช่วยในเรื่องของการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลภายในเครื่อง เรียกได้ว่าทั้งหมดข้างต้นนี้เป็นความโดดเด่นที่ทำให้หลายๆ คนตัดสินใจเลือกซื้อ Samsung Galaxy A7 (2016) ได้ไม่ยาก

- คุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A7 (2016)
- รีวิว (Review) Samsung Galaxy A7 (2016)

 

เปรียบเทียบ Samsung Galaxy A5 (2016) กับ Samsung Galaxy A5 (2015)

เปรียบเทียบการออกแบบดีไซน์

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

สำหรับหน้าจอแสดงผลของ Samsung Galaxy A5 (2015) กับ Samsung Galaxy A5 (2016) จะมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของขนาดหน้าจอแสดงผล และความละเอียด โดย Galaxy A5  (2015) จะมีหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD (720p) ในขณะที่ Galaxy A5 (2016) จะมีหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD (1080p) เรียกได้ว่า หน้าจอมีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 0.2 นิ้ว และมีความละเอียดที่เพิ่มขึ้นมากเลยทีเดียว และอีกหนึ่งความพิเศษของ Galaxy A5 (2016) คือ ที่ด้านหน้า และด้านหลังของตัวเครื่อง จะถูกปิดผนึกด้วยกระจกขอบโค้งแบบ 2.5D Gorilla Glass 4

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

จากภาพจะเห็นได้ว่าด้านบนของตัวเครื่อง Samsung Galaxy A5 (2015) มีเพียงแค่ไมโครโฟนเพียงอย่างเดียว แต่บน Samsung Galaxy A5 (2016) จะมีไมโครโฟน กับช่องใส่ซิมการ์ดที่ 2

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

ด้านล่างของตัวเครื่องจะมีจุดที่แตกต่างกันอยู่หนึ่งจุด คือ Samsung Galaxy A5 (2016) ได้ย้ายลำโพงเสียงภายนอกมาไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่อง ซึ่งเดิมจะอยู่ด้านหลังข้างๆ กล้องดิจิทัล นอกจากนี้ ช่องสำหรับเชื่อมต่อแบบ microUSB จะมีพลาสติกซ้อนที่ด้านในหนึ่งชั้น ซึ่งจะมีประโยชน์ด้านการป้องกันรอยขีดข่วนตอนเสียบสาย

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

สำหรับปุ่ม เปิด-ปิด เครื่อง ของ Samsung Galaxy A5 (2016) มีการปรับดีไซน์ใหม่ให้ตัวปุ่มกดมีขนาดเรียว และโค้งมนมากขึ้น ส่วนถาดใส่ซิมการ์ดจากที่เคยแยกออกจากกัน โดยปรับดีไซน์ให้เป็นถาดเดียว ซึ่งช่วยให้การใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้น

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะมีเพียงปุ่ม เพิ่ม-ลด ระดับของเสียงเหมือนกันทั้งสองรุ่น โดยตัวปุ่มกดได้รับการปรับดีไซน์ใหม่ให้เป็นปุ่มกดแบบแยกชิ้น  จากเดิมที่ปุ่มกดเป็นแบบชิ้นเดียว ซึ่งช่วยให้ใช้งานได้ง่ายกว่าเดิม

 

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

เนื่องด้วยดีไซน์แบบที่มีพื้นผิวเป็นกระจก จึงทำให้ Samsung Galaxy A5 (2016) เกิดรอยนิ้วมือ หรือรอยเปื้อนได้ง่ายกว่า Samsung Galaxy A5 ที่ฝาหลังเป็นพื้นผิวแบบด้าน (ลำโพงเสียงภายนอกของ Samsung Galaxy A5 จะอยู่ด้านหลัง)

 

เปรียบเทียบขนาด และน้ำหนักของตัวเครื่อง

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

Samsung Galaxy A5 (2016) : 144.8x71x7.3 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 155 กรัม
Samsung Galaxy A5 (2015) มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 139.3x69.7x6.7 มิลลิเมตร พร้อมน้ำหนัก 123 กรัม

จากข้อมูลด้านบนจะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy A5 (2016) มีขนาดตัวเครื่องที่หนากว่าเดิมถึง 1 มิลลิเมตร กับน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีกราว 32 กรัม ซึ่ง สาเหตุที่ทำให้ Samsung Galaxy A5 (2016) มีตัวเครื่องหนาขึ้น และน้ำหนักมากกว่า Samsung Galaxy A5 (2015) คือ ดีไซน์ที่ปรับใหม่ซึ่งจะมีส่วนประกอบของกระจก กับโลหะ เป็นหัวใจหลัก นั่นเอง แต่ถึงแม้ตัวเครื่องจะหนาขึ้น มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ส่งผลใดๆ ในเรื่องของการพกพาอย่างแน่นอน

 

เปรียบเทียบจอแสดงผล

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

Samsung Galaxy A5 (2016) จะใช้หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1920x1080 Pixels (Full HD 1080p : กว้าง 5.2 นิ้ว : 424 ppi)

Samsung Galaxy A5 (2015) จะใช้หน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 294 ppi)

จากภาพจะเห็นว่าสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะต่างกันตรงที่ Samsung Galaxy A5 (2016) มีขนาดหน้าจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้น และมีความละเอียดที่มากขึ้น นอกจากนี้ Samsung Galaxy A5 (2016) จะใช้ขอบหน้าจอโค้งแบบ 2.5D Gorilla Glass 4 ส่วน Samsung Galaxy A5 จะเป็นกระจกแบบ Gorilla Glass 4 

 

เปรียบเทียบหน่วยประมวลผล

ภาพซ้าย คือ ผลคะแนนของ Galaxy A5 (2016) ส่วนภาพขวา คือ ผลคะแนนของ Galaxy A5 (2015)

 

ด้านหน่วยประมวลผลของ Samsung Galaxy A5 (2016) จะใช้ชิปเซ็ต Octa-Core Exynos 7 Octa 7580 (Cortex-A53) เป็นหัวใจหลักในด้านการประมวลผล พร้อมหน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Mali-T720 MP2 ส่วน Samsung Galaxy A5 (2015) จะใช้ชิปเซ็ต Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410) พร้อม หน่วยประมวลผลกราฟิกแบบ Adreno 306 และจากการทดสอบการประมวลผลผ่านแอปพลิเคชัน AnTuTu Benchmark จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy A5 (2016) มีประสิทธิภาพในการประมวลที่ดีกว่าเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว

 

เปรียบเทียบหน่วยความจำภายใน (ROM)

ถ้าพูดถึงหน่วยความจำภายในถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะถ้าสมาร์ทโฟนมีหน่วยความจำน้อยจนเกินไป ก็จะส่งผลเก็บข้อมูลต่างๆ ได้จำกัด แถมยังส่งผลให้ตัวเครื่องมีอาการหน่วงอีกด้วย และปัญหานั้นจะไม่เกิดขึ้นบน Samsung Galaxy A7 (2016) อย่างแน่นอน เพราะมีหน่วยความจำภายในขนาด 16 GB (Galaxy A7 มีหน่วยความจำ 16 GB เช่นเดียวกัน) เรียกได้ว่า เป็นความจุระดับมาตรฐานในปัจจุบัน แต่ความพิเศษจะอยู่ตรงที่ Samsung Galaxy A7 (2016) สามารถรองรับการเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดที่ 128 GB ซึ่ง รองรับได้มากกว่า Samsung Galaxy A7 เป็นเท่าตัวเลยทีเดียว เพราะ Samsung Galaxy A7 (2016) รองรับการเพิ่มหน่วยความจำสูงสุดได้เพียง 64 GB เท่านั้น

 

เปรียบเทียบหน่วยความจำแรม (RAM)

ถึงแม้ว่าทางด้านดีไซน์ กับสเปคเครื่องส่วนอื่นๆ สำหรับ Samsung Galaxy A7 (2016) จะได้รับการอัปเกรดใหม่แทบทั้งสิ้น แต่ในด้านหน่วยความจำแรม  ยังคงมีความจุเท่ากับ Samsung Galaxy A7 คือ 2 GB โดยคาดว่าที่ทาง Samsung เลือกใช้ความจุเท่าเดิม ก็เพราะว่าไม่ต้องการใช้ต้นทุนการผลิตสูงจนเกินไป เพื่อให้ Samsung Galaxy A5 (2016) สามารถจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยาได้ อีกอย่างหน่วยความจำขนาด 2 GB ก็ยังตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี และไม่มีอาการหน่วงแต่อย่างใด

 

เปรียบเทียบกล้องดิจิทัล

เครื่องสีขาว คือ Samsung Galaxy A5 (2015) ส่วนเครื่องสีดำ คือ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

มาต่อกันที่มุมของกล้องถ่ายภาพกันบ้าง แม้ว่ากล้องดิจิทัลความละเอียด 13 ล้านพิกเซลบน Samsung Galaxy A5 (2016) ความละเอียด13 ล้านพิกเซล จะเป็นความละเอียดเดียวกับกล้องบน Samsung Galaxy A5 (2015) แต่ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มี  ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และขนาดรูรับแสง F/1.9 ที่มีทางยาวโฟกัส 28 มิลลิเมตร เช่นเดียวกับรุ่นพี่ Samsung Galaxy A7 (2016) ซึ่งประสิทธิภาพที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยเติมเต็มให้กล้องของ Samsung Galaxy A5 (2016) สามารถถ่ายภาพได้ดีมากยิ่งขึ้น ทั้งการถ่ายภาพในสภาวะแสงปกติ หรือในสภาวะแสงน้อยก็ตาม

 

เปรียบเทียบฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

จุดแตกต่างที่ชัดเจนอีกจุดหนึ่งระหว่าง Samsung Galaxy A5 (2016) กับ Samsung Galaxy A5 ก็คือ ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามาบน Samsung Galaxy A5 (2016) อย่าง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือสำหรับตรวจสอบสิทธิ์ของการเข้าใช้งานเครื่อง และการเข้าถึงข้อมูลภายใน กับระบบ Samsung Pay สำหรับการชำระผ่าน NFC ที่กำลังมาในอนาคต ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์นี้ จะไม่มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy A5 (2015)

 

เปรียบเทียบแบตเตอรี่

นอกจากนี้ ทางซัมซุงได้พัฒนาแบตเตอรี่บน Samsung Galaxy A5 (2016) ให้มีความจุเพิ่มขึ้นเป็น 2900 mAh จากเดิม Galaxy A5 (2015) ที่มีความจุเพียง 2300 mAh และเหตุผลหลักที่ต้องใช้ความจุแบตเตอรี่ที่เพิ่มมากขึ้นก็เพราะคุณสมบัติของ ตัวเครื่องที่ได้รับการอัปเกรดขึ้น ซึ่งต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

 

เปรียบเทียบระบบปฏิบัติการ

ถึงแม้ว่าสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชัน Lollipop เช่นเดียวกัน แต่คาดว่า Samsung Galaxy A5 (2016) น่าจะมีสิทธิ์ได้รับการอัปเดตเป็น Android 6.0 Marshmallow ก่อนหน้า Samsung Galaxy A5 (2015) อย่างแน่นอน เนื่องด้วย เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ และมีคุณสมบัติของตัวเครื่องที่เพียบพร้อมกว่า

 

เปรียบเทียบราคาเปิดตัว

สำหรับ Samsung Galaxy A5 (2016) ได้เปิดราคาออกสูงกว่ารุ่นเดิม 1,000 บาท โดยมีราคาอยู่ที่ 13,900 บาท ซึ่งก็น่าจะเป็นผลมาจากการปรับดีไซน์ใหม่ และอัดแน่นไปด้วยคุณสมบัติของตัวเครื่องที่แรงขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และถ้ามองเปรียบเทียบกับสิ่งที่ได้มาบน Samsung Galaxy A5 (2016) ก็นับว่ามีความคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง และยังมีการ์ดหน่วยความจำ Samsung EVO+ microSD Class 10 UHS-1 ขนาด 32GB แถมมาให้ฟรีๆ พร้อมชุดจำหน่ายอีกต่างหาก

 

จบไปอีกหนึ่งรุ่นนะครับ สำหรับการเปรียบเทียบสมาร์ทโฟน A-Series รุ่นยอดนิยมสองยุคสองสมัย ระหว่าง Samsung Galaxy A5 (2016) กับ Samsung Galaxy A5 (2015) ซึ่งจากบทความที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy A5 (2016) มีความเปลี่ยนแปลงแบบยกเครื่องกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น ดีไซน์ที่เปลี่ยนจาก All-Metal Unibody (กรอบตัวเครื่องเป็นโลหะ) เป็นแบบ Metal-Glass Unibody ที่ดูสวยงาม และพรีเมียมเป็นอย่างมาก อีกทั้งตัวหน้าจอก็เปลี่ยนไซส์ให้มีขนาดใหญ่เต็มตาเป็น 5.2 นิ้ว (จากเดิม 5 นิ้ว) บวกกับความละเอียดระดับ Full HD (1080p) บอกได้เลยว่า ความละเอียดของหน้าจอก็ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียว (หน้าจอของ Galaxy A5 (2015) มีความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD  720P) ไม่เพียงเท่านั้น ตัวกระจกก็เปลี่ยนไปใช้กระจกหน้าจอขอบโค้งแบบ 2.5D Gorilla Glass 4 ที่ไม่ว่าจะมองมุมไหน ก็ดูสวยงาม แถมยังตอบรับต่อการสัมผัสได้ดีอีกด้วย

นอกจากนี้ ด้านคุณสมบัติก็อัปเกรดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น หน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core 64-bit Exynos 7580, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกแบบ Mali-T720, หน่วยความจำ RAM ขนาด 2 GB, แบตเตอรี่ขนาด 2900 mAh พร้อมระบบการชาร์จแบบ  Fast Charging, พร้อมทั้งรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านระบบ 4G LTE และรองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด อีกด้วย

อีกหนึ่งความน่าสนใจที่ทำให้ Samsung Galaxy A5 (2016) มีความพิเศษกว่ารุ่นเดิม คือ ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้าใหม่ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้น ได้แก่  เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และรองรับการใช้งานบริการ Samsung Pay ที่สามารถชำระเงินบนมือถือผ่าน NFC แน่นอนว่าด้านกล้องดิจิทัลก็ถูกอัปเกรดให้มีประสิทธิภาพในการถ่ายภาพได้ดี กว่าเดิมด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การใส่ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS และเพิ่มรูรับแสงให้มีขนาดเป็น F/1.9 (รูรับแสงเพิ่มทั้งกล้องหน้า และกล้องหลัง) คือ ไม่ว่าจะถ่ายภาพสภาวะแสงใด ภาพที่ได้ออกมาก็คมชัดสมจริง และมีสีสันสดใส หากกล่าวโดยสรุปแล้ว Samsung Galaxy A5 (2016) จะมีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะพอสมควร ทั้ง หน้าจอใหญ่ขึ้น มีความละเอียดมากขึ้น, สเปคแรงขึ้น, ดีไซน์สวยขึ้น แต่ก็มีราคาที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมเล็กน้อยคือ 1,000 บาท เป็น 13,900 บาท (ราคาเดิม 12,900 บาท) แต่หากเทียบราคา กับสิ่งที่อัปเกรดเพิ่มเข้ามามากมาย บอกได้เลยว่า Samsung Galaxy A5 (2016) รุ่นใหม่ นั้นโดดเด่นคุ้มค่าตัวกว่า Samsung Galaxy A5 (2015) รุ่นเก่าอย่างแน่นอนครับ

- คุณสมบัติโดยละเอียดของ Samsung Galaxy A5 (2016)

 

นำเสนอบทความโดย : Thaimobilecenter.com




Advertisement Replay Ad
เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

รีวิว New Microsoft Surface Pro ราคาถูกลงกับประสิทธิภาพดีขึ้น ในบอดี้ที่คุ้นเคย

รีวิว New Microsoft Surface Pro ราคาถูกลงกับประสิทธิภาพดีขึ้น ในบอดี้ที่คุ้นเคย

“พอเพียง ให้เพียงพอ เพื่อชีวิตที่ดี” ด้วยแอปจดบันทึกรายรับ รายจ่าย Weple money

“พอเพียง ให้เพียงพอ เพื่อชีวิตที่ดี” ด้วยแอปจดบันทึกรายรับ รายจ่าย Weple money

รีวิว OPPO A71 มือถือระดับ 6,000 บาท ที่ยังคงเน้นเรื่องการถ่ายภาพ Selfie เต็มสูบ

รีวิว OPPO A71 มือถือระดับ 6,000 บาท ที่ยังคงเน้นเรื่องการถ่ายภาพ Selfie เต็มสูบ

รีวิว Nikon D7500 กล้อง DSLR รุ่นกลางที่ถอดวิญญาณรุ่นพี่มาใส่

รีวิว Nikon D7500 กล้อง DSLR รุ่นกลางที่ถอดวิญญาณรุ่นพี่มาใส่

เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

เทคโนโลยีรถยนต์สมัยใหม่ อันตรายที่แฝงมากับความสะดวกสบายใกล้ตัว

รีวิว Vivo V7+ (Plus) มือถือไรกรอบที่เน้นถ่ายภาพ Selfie คมชัด ราคาหมื่นต้น

รีวิว Vivo V7+ (Plus) มือถือไรกรอบที่เน้นถ่ายภาพ Selfie คมชัด ราคาหมื่นต้น

รีวิว Xiaomi Mi6 มือถือสเปคท็อป!! ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์

รีวิว Xiaomi Mi6 มือถือสเปคท็อป!! ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์

แต่งรูปชิคๆ Hipster สุดๆ ด้วยแอป Animal Face

แต่งรูปชิคๆ Hipster สุดๆ ด้วยแอป Animal Face

คุณมีความลับใช่มั้ย? “Secret Files” แอปเก็บไฟล์ลับชั้นดี ผ่านเครื่องคิดเลข!

คุณมีความลับใช่มั้ย? “Secret Files” แอปเก็บไฟล์ลับชั้นดี ผ่านเครื่องคิดเลข!

รีวิว Huawei nova2i สมาร์ทโฟน 4 กล้อง เน้นหน้าชัดหลังเบลอ จอใหญ่เกือบเต็มด้านหน้า

รีวิว Huawei nova2i สมาร์ทโฟน 4 กล้อง เน้นหน้าชัดหลังเบลอ จอใหญ่เกือบเต็มด้านหน้า

แกะกล่อง รีวิว iPhone 8 Plus เครื่องแรก ๆ ในไทย กับข้างนอกที่คุุ้นเคย แต่ข้างในนั้นมีดีไม่เบา

แกะกล่อง รีวิว iPhone 8 Plus เครื่องแรก ๆ ในไทย กับข้างนอกที่คุุ้นเคย แต่ข้างในนั้นมีดีไม่เบา

รีวิว หูฟัง Bluetooth 3 แบบที่แตกต่างฟังก์ชั่นและ Life Style จาก QCY

รีวิว หูฟัง Bluetooth 3 แบบที่แตกต่างฟังก์ชั่นและ Life Style จาก QCY

รีวิว Jimu Astrobot เปลี่ยนการเรียนรู้ให้สนุกทุกเพศทุกวัย

รีวิว Jimu Astrobot เปลี่ยนการเรียนรู้ให้สนุกทุกเพศทุกวัย

รีวิว Panasonic EZ1000 ทีวี OLED รุ่นท็อป พร้อมชาวน์บาร์เสียงเฉียบ

รีวิว Panasonic EZ1000 ทีวี OLED รุ่นท็อป พร้อมชาวน์บาร์เสียงเฉียบ

เปรียบเทียบภาพถ่ายจริงระหว่าง Samsung Galaxy Note 8 กับ iPhone 7 Plus ใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบภาพถ่ายจริงระหว่าง Samsung Galaxy Note 8 กับ iPhone 7 Plus ใครจะดีกว่ากัน

รีวิว Panasonic EX750 ทีวี LED ตัวท็อปสุดเก๋ ยกจอสูงได้เป็นฟุต

รีวิว Panasonic EX750 ทีวี LED ตัวท็อปสุดเก๋ ยกจอสูงได้เป็นฟุต

รีวิว ความแตกต่าง Google Drive File Stream กับ Backup and Sync

รีวิว ความแตกต่าง Google Drive File Stream กับ Backup and Sync

รีวิว Glonee A1 Lite มือถือแบตฯอึดทีมีดีเรื่องการถ่ายภาพ

รีวิว Glonee A1 Lite มือถือแบตฯอึดทีมีดีเรื่องการถ่ายภาพ

สัมผัสแรก Motorola G5s Plus มือถือกล้องหลังคู่ครั้งแรกของ โมโต พร้อมขายในงาน Thailand Mobile Expo

สัมผัสแรก Motorola G5s Plus มือถือกล้องหลังคู่ครั้งแรกของ โมโต พร้อมขายในงาน Thailand Mobile Expo

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์