Robot Revolution: หุ่นยนต์ปฏิวัติโลก

Robot Revolution: หุ่นยนต์ปฏิวัติโลก

Robot Revolution: หุ่นยนต์ปฏิวัติโลก

Digitalagemag

สนับสนุนเนื้อหา

     อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์อุบัติขึ้นเป็นช่วงคลื่น ซึ่งซัดสาดเข้ามาเต็มแรงก่อนจะหายไปและทิ้งไว้เพียงร่องรอยแห่งการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมอย่างไม่มีวันหวนกลับ ที่ผ่านมาเราได้ประสบกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พกพา อาทิ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ซึ่งได้เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตคนหมู่มากอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่มีผู้วิเคราะห์ว่าในวันนี้เรากำลังอยู่ในช่วงท้ายของ "การปฏิวัติมือถือ" ดังนั้นคำถามคือ อะไรที่จะเกิดขึ้นตามมา?


   คำตอบคือ "หุ่นยนต์" เพียงแต่ว่าไม่ใช่หุ่นยนต์แสนรู้อย่าง R2D2 ในจักรวาล Star Wars, Optimus Prime ใน Transformer หรือหุ่นแม่บ้านที่พร้อมปัดกวาดเช็ดถูห้องยามที่เรากำลังวุ่นวายกับงานที่ออฟฟิศ แต่คือหุ่นยนต์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเรา และคอยทำงานอยู่เบื้องหลังในหลายด้าน ทั้งขณะที่เรารู้ตัวหรือไม่ก็ตาม หลายคนเรียกมันว่า "ปัญญาประดิษฐ์" (artificial intelligence) หรือ AI ขณะที่บางคนอาจคุ้นเคยในชื่อ "ผู้ช่วยดิจิทัล" (digital assistance) แต่การปฏิวัติใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมีแนวโน้มก้าวกระโดดไปไกลกว่าความหมายของคำทั้งสอง เพราะหมายถึงการที่เทคโนโลยีทุกอย่างในชีวิตของเราทำงานร่วมกันเพื่อรับใช้นายของมัน ดังนั้นหุ่นยนต์จะอยู่กับเราทุกที่ทุกเวลา เหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง Her

 

เราผ่านอะไรมาบ้าง?

   ระบบเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะก่อให้เกิดการปฏิวัติคอมพิวเตอร์เป็นช่วงทุก 10-15 ปี ส่งผลให้วัฒนธรรมกระแสหลักเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้บริโภคมีพฤติกรรมใหม่ท้าทายนักการตลาด และเกิดธุรกิจใหม่มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ท้าทายองค์กรเดิมที่หากไม่ยอมปรับตัวต้องมลายหายไป หากมองย้อนกลับไปก็จะพบว่าเกิดคลื่นแห่งการปฏิวัติเทคโนโลยีสามครั้งด้วยกัน

   ครั้งแรกคือ"การปฏิวัติคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล" (personal computer: PC) การปฏิวัติครั้งนี้เกิดขึ้นราวทศวรรษที่ 1980 ด้วยการปรากฏตัวของคอมพิวเตอร์จาก Apple ตามมาด้วย IBM PC และบรรดาเครื่องโคลนนิ่งต่างๆ ในครั้งนี้ผู้ชนะคือ Microsoft กับ intel ซึ่งสามารถครอบครองส่วนแบ่งตลาดระบบปฏิบัติการและโปรเซสเซอร์หลักของตลาดพีซีได้ ส่วนผู้แพ้คือ IBM และบริษัทอื่นที่ยังจมอยู่กับความเชื่อเดิมๆ ว่าคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องขององค์กรมากกว่าผู้ใช้ตามบ้าน สวนทางกับความฝันของ Bill Gates ที่ต้องการนำคอมพิวเตอร์ไปไว้บนโต๊ะทุกตัวและในบ้านทุกหลัง ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ

   ครั้งต่อมาคือ "การปฏิวัติอินเทอร์เน็ต" ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เมื่อมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลไปมาหาสู่กันทั่วโลก สงครามเบราว์เซอร์อุบัติขึ้น ตามมาด้วยภาวะฟองสบู่ของตลาดดอตคอมในช่วงเปลี่ยนสหัสวรรษ ผู้ชนะในคราวนี้คือ Amazon และ Google ที่เข้ามาพลิกโฉมหน้าการซื้อขายสินค้าและค้นหาข้อมูล ส่วนผู้แพ้นั้นก็แน่นอนว่าคือบรรดาอุตสาหกรรมสื่อ โดยเฉพาะสิ่งพิมพ์และดนตรี เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกในการเสพเนื้อหามากขึ้น

   ครั้งถัดมาซึ่งกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันคือ "การปฏิวัติโมบาย" ที่เกิดขึ้นในราว ค.ศ. 2007 เมื่อ Apple เปิดตัว iPhone แน่นอนว่าผู้ชนะในครั้งนี้คือ Apple กับ Samsung ที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ได้ ส่วนผู้แพ้คือ Microsoft ที่เปลี่ยนตัวเองช้า และไม่สามารถสร้างชื่อในสมรภูมินี้ให้กับผู้บริโภค ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาดไม่เป็นที่ประทับใจ และปิดฉากตัวเองในฐานะผู้คุมตลาดอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ในที่สุด

   อย่างไรก็ดี ขอให้สังเกตว่าเมื่อสิ้นสุดการปฏิวัติแต่ละครั้งไม่ได้หมายความว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมลายหายไปกับลูกคลื่น เพราะทุกวันนี้เราก็ยังใช้ระบบเซิร์ฟเวอร์ในการบริหารข้อมูลขององค์กร และทุกบ้านและสำนักงานก็ยังคงมีพีซีและใช้งานอินเทอร์เน็ตกันอยู่ทุกวัน เพียงแต่ว่านวัตกรรมดังกล่าวกลายเป็นสิ่งธรรมดาสามัญและสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่นเดียวกับที่ระบบไฟฟ้าและน้ำประปาเคยเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตบ้านเรือนในอดีต

   เพราะฉะนั้น ภายใต้คำนิยามดังกล่าวจึงอาจวิเคราะห์ได้ว่าการปฏิวัติโมบายกำลังจะสิ้นสุดหรืออย่างน้อยก็เข้าสู่จุดอิ่มตัวแล้ว เห็นได้จากยอดขายสมาร์ทโฟนของ Apple มีแนวโน้มตกลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และในปัจจุบันนี้เราก็ได้เห็นธุรกิจมากมายที่อาศัยสมาร์ทโฟนเป็นแรงขับเคลื่อน ไม่ว่าจะเป็น Uber หรือ facebook ที่คงมีชะตากรรมไม่ต่างอะไรจาก MySpace หากไม่ได้เบนเข็มมาสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าสมาร์ทโฟนจะหายไปจากชีวิตประจำวันของเรา หรือ Apple จะต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เพียงแต่สมาร์ทโฟนจะกลายเป็นของใช้ธรรมดา ไม่น่าตื่นเต้น หรือเรียกเสียง "ว้าว" ได้อีก

   อีกประเด็นที่ต้องการจะเน้นย้ำก็คือการปฏิวัติเทคโนโลยีแต่ละครั้งยังส่งผลให้อำนาจที่เคยอยู่ในมือของคนกลุ่มเล็กๆ มาอยู่ในมือของคนหมู่มาก ไม่ว่าจะเป็นการประมวลผลข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ในองค์กรมาอยู่ในพีซีที่บ้าน เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ใช้ทั่วไปตั้งแต่การทำงานเอกสารไปจนถึงการเสพความบันเทิง เช่นเดียวกับอินเทอร์เน็ตที่ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถเป็นนักข่าวพลเมือง เพิ่มอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และก่อให้เกิดการปฏิวัติทางความคิดเช่นเดียวกับที่แท่นพิมพ์เคยทำมาแล้วในยุคฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ ส่วนสมาร์ทโฟนก็รวมอำนาจของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลกับอินเทอร์เน็ตเข้าด้วยกัน ย่อส่วนลงมาเหลือเท่าฝ่ามือ และเปิดโอกาสให้เราพกพามันไปได้ทุกที่

 

การปฏิวัติในวันพรุ่งนี้

   การปฏิวัติแต่ละครั้งเกิดมาจากการสนธิกำลังระหว่างปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเทคนิค สังคม และระบบเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับการปฏิวัติหุ่นยนต์ที่เกิดขึ้นมาจากปัจจัยสองสามอย่าง ได้แก่

   เซ็นเซอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องมีราคาถูกลง โดยปัจจัยนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการปฏิวัติโมบายที่ก่อให้เกิดการประหยัดจากขนาด (economy of scale) ของการผลิตชิพและแผงวงจรสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสารพันเซ็นเซอร์ช่วยเพิ่มความสามารถ ไม่ว่าจะเป็น GPS เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว กล้องถ่ายรูป และไมโครโฟน ตลอดจนชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการเชื่อมต่อเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth, Wi-Fi และ  LTE นอกจากนี้การแข่งขันระหว่างหลายผู้ผลิตและความต้องการอย่างไม่หยุดยั้งจากตลาดได้ทำให้เซ็นเซอร์เหล่านี้มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นทุกปี อีกทั้งเซ็นเซอร์ที่เล็กลงยังเป็นการปูทางให้เกิดแนวคิด Internet of Things ที่เครื่องมือเครื่องใช้สามารถเก็บข้อมูลในชิพขนาดเล็กและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอีกด้วย

   ปัจจัยที่สองคือบริษัทชั้นนำทางด้านไอทีต่างกำลังคร่ำเคร่งกับการพัฒนา AI หรือผู้ช่วยดิจิทัลที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น Siri จาก Apple, Cortana จาก Microsoft, Google Now จาก Google, Alexa จาก Amazon และ M จาก facebook ซึ่งยังอยู่ในช่วงของการทดลอง และยังไม่นับรวมถึงบริษัทเกิดใหม่มากมายที่ต่างมีเงินหนุนจากผู้ร่วมทุนใหญ่น้อย การแข่งขันพัฒนาเช่นนี้คือเครื่องบ่งชี้แนวโน้มของเทคโนโลยีได้เป็นอย่างดีว่าจะเดินไปยังทิศทางใด

   ปัจจัยที่สามคือปัจจัยทางสังคมซึ่งสำคัญที่สุด หากเราเฝ้าสังเกตความเป็นไปก็จะพบว่าชีวิตของเราวุ่นวายมากกว่าแต่ก่อน เห็นได้จากชั่วโมงการทำงานที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม ส่งผลให้หลายคนต้องหาอาชีพเสริมหรือทำฟรีแลนซ์เพื่อให้มีชีวิตที่ใฝ่ฝัน ขณะเดียวกันผู้ที่คิดว่าตัวเองพร้อมและแต่งงานมีครอบครัวก็มักจะพบว่าการเลี้ยงดูเด็กเป็นสิ่งที่ใช้ทรัพยากรเป็นอย่างมาก เวลาที่มีมูลค่ามากขึ้นเป็นเหตุให้เกิดบริการประเภท "ออนดีมานด์" ไม่ว่าจะเป็น Grab หรือ Uber ที่สามารถเรียกรถได้ในทันที ตลอดจนกระแส FinTech ที่ช่วยให้การตัดสินใจเรื่องเงินๆ ทองๆ ทำได้ง่ายมากขึ้น

   ลองจินตนาการดูว่าในอีกสัก 10 ปี ทุกอย่างในชีวิตจะง่ายดายมากขึ้นเพียงแค่เดินไปที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน ซื้อผู้ช่วยดิจิทัลมาสักตัว โหลดลงมือถือ ป้อนข้อมูลให้เท่าที่มันต้องการ ปล่อยให้มันเรียนรู้ความต้องการของเราทีละน้อย จากนั้นก็เซ็ตระบบให้มันสื่อสารกับอุปกรณ์อื่นรู้เรื่อง ด้วยรูปแบบนี้ ไม่เพียงแต่คอมพิวเตอร์จะอยู่ในกระเป๋าของเราเท่านั้น แต่มันยังอยู่รอบตัวเราอีกด้วย

 

สรุป

   และนับจากนี้ต่อไป ผู้ช่วยดังกล่าวจะทำหน้าที่แทนเราทุกอย่าง เราไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกเองก่อนนอน เพราะคอมพิวเตอร์จะรู้ว่าเมื่อไรควรปลุกโดยดูข้อมูลระยะเวลาที่เราหลับจากเซ็นเซอร์ที่อยู่ในสายรัดข้อมือ เราไม่ต้องวุ่นวายกับการชำระเงินค่าบัตรเครดิตและค่าน้ำค่าไฟทุกเดือน เพราะระบบจะหักบัญชีโดยอัตโนมัติ เราไม่ต้องกดเรียก Uber เพราะแอปจะรู้ว่าเรามักออกจากบ้านช่วงเวลาไหน และเราไม่ต้องคอยลบอีเมลขยะทิ้งเอง เพราะ AI จะเรียนรู้ว่าอีเมลประเภทใดคือขยะ และเราไม่ต้องเปิดดูรายการคุยข่าวอีกต่อไปเพราะแอปข่าวเองนั่นแหละจะเล่าข่าวยามเช้าให้คุณฟัง!

   ที่กล่าวไปอาจดูเหมือนเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้า โดยในตอนนี้ยังมีความท้าทายและงานที่ต้องทำอีกมาก อาทิ การพัฒนามาตรฐานกลางที่เปิดโอกาสให้อุปกรณ์ต่างๆ คุยกันได้รู้เรื่อง แต่หากเราสามารถเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวแล้ว ก็เชื่อได้เลยว่าโลกของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งแน่นอนครับ

 

สามารถติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมได้ที่ นิตยสาร digital Age ฉบับที่ 208

หรือทาง http://www.digitalagemag.com

บทความประชาสัมพันธ์นิตยสาร digital Age ฉบับที่ 208 เดือนเมษายน 2559

ผู้เขียน : falcon_mach_v

สนับสนุนเนื้อหา:  นิตยสาร digital Age



ตามไปดูรถไฟในเยอรมนี “Locomore” ที่การรถไฟไทยปรับตามได้ไม่ยากเลย

ตามไปดูรถไฟในเยอรมนี “Locomore” ที่การรถไฟไทยปรับตามได้ไม่ยากเลย

เผยภาพหลุด OPPO Find 9 จะมาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบ

เผยภาพหลุด OPPO Find 9 จะมาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบ

วีโกเผยโฉม Wiko TOMMY บันเทิงครบ เสียงชัด รองรับ 4G

วีโกเผยโฉม Wiko TOMMY บันเทิงครบ เสียงชัด รองรับ 4G

สมาร์ทโฟนในอนาคต “ต้องมี” แบตเตอรี่ที่ป้องกัน “ไฟลุกไหม้” ได้

สมาร์ทโฟนในอนาคต “ต้องมี” แบตเตอรี่ที่ป้องกัน “ไฟลุกไหม้” ได้

dtac Application แอปฯ ใหม่จากดีแทค เพื่อความสบายในมือคุณ

dtac Application แอปฯ ใหม่จากดีแทค เพื่อความสบายในมือคุณ

พิมพ์ผิดไม่ต้องกลัว Facebook ซ่อนคำว่าแก้ไขในการแสดงผล

พิมพ์ผิดไม่ต้องกลัว Facebook ซ่อนคำว่าแก้ไขในการแสดงผล

หลุดสเปค Samsung Galaxy J7 2017 จะใช้ Snapdragon 625 และ Android Nougat

หลุดสเปค Samsung Galaxy J7 2017 จะใช้ Snapdragon 625 และ Android Nougat

รวม 10 แอปแต่งรูปฟรีบน iPhone และ Android ที่ต้องมีติดเครื่องใว้

รวม 10 แอปแต่งรูปฟรีบน iPhone และ Android ที่ต้องมีติดเครื่องใว้

เผยสัดส่วนของ Samsung Galaxy S8 ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

เผยสัดส่วนของ Samsung Galaxy S8 ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

ที่สุดของการใช้งานง่าย Canon PIXMA พรินเตอร์ราคาที่เข้าถึงง่ายเป็นเจ้าของได้แบบ Simply

ที่สุดของการใช้งานง่าย Canon PIXMA พรินเตอร์ราคาที่เข้าถึงง่ายเป็นเจ้าของได้แบบ Simply

เปลี่ยน Apple Watch ของคุณ ให้กลายเป็นเครื่อง Mac รุ่นคลาสสิคตัวจิ๋ว

เปลี่ยน Apple Watch ของคุณ ให้กลายเป็นเครื่อง Mac รุ่นคลาสสิคตัวจิ๋ว

เทรนด์ 2017: ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและมือถือ

เทรนด์ 2017: ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลและมือถือ

ดีแทคประกาศขยาย Super 4G ต่อเนื่อง ชวนลูกค้ามาลื่นบนคลื่น 1800 MHz กว้างสุดทั่วไทย

ดีแทคประกาศขยาย Super 4G ต่อเนื่อง ชวนลูกค้ามาลื่นบนคลื่น 1800 MHz กว้างสุดทั่วไทย

ยลโฉมภาพ Render ใหม่ของ Samsung Galaxy S8 จากผู้ผลิตเคส

ยลโฉมภาพ Render ใหม่ของ Samsung Galaxy S8 จากผู้ผลิตเคส

สื่อนอกคาดการณ์ว่า Samsung Galaxy S8 และ iPhone ตัวต่อไปจะทำให้กันน้ำได้ดีกว่ารุ่นปัจจุบัน

สื่อนอกคาดการณ์ว่า Samsung Galaxy S8 และ iPhone ตัวต่อไปจะทำให้กันน้ำได้ดีกว่ารุ่นปัจจุบัน

Logitech เปิดตัว คีย์บอร์ดไร้สาย K375S มัลติ ดีไวซ์ รุ่นใหม่ใช่พร้อมกันได้ 3 เครื่อง

Logitech เปิดตัว คีย์บอร์ดไร้สาย K375S มัลติ ดีไวซ์ รุ่นใหม่ใช่พร้อมกันได้ 3 เครื่อง

มาแรงตามคาด! Nokia 6 ยอดลงทะเบียนจองเครื่องทะลุ 250,000 เครื่องแล้วใน 24 ชั่วโมง

มาแรงตามคาด! Nokia 6 ยอดลงทะเบียนจองเครื่องทะลุ 250,000 เครื่องแล้วใน 24 ชั่วโมง

5 ฟีเจอร์ลับที่ Google Chrome ไม่เคยบอกคุณว่ามันก็ทำได้

5 ฟีเจอร์ลับที่ Google Chrome ไม่เคยบอกคุณว่ามันก็ทำได้

รวม 3 มือถือตัวท็อปที่ต้องจับตาดูช่วงต้นปี ที่คุณห้ามพลาด

รวม 3 มือถือตัวท็อปที่ต้องจับตาดูช่วงต้นปี ที่คุณห้ามพลาด

สุดยอด Passwords ที่คนทั่วโลกนิยมมากที่สุด ประจำปี 2016

สุดยอด Passwords ที่คนทั่วโลกนิยมมากที่สุด ประจำปี 2016

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์