5 หนทางรอดทีวียุคดิจิตอล ทำอย่างไรเมื่อคนไม่ดูทีวีแล้ว

5 หนทางรอดทีวียุคดิจิตอล ทำอย่างไรเมื่อคนไม่ดูทีวีแล้ว

5 หนทางรอดทีวียุคดิจิตอล ทำอย่างไรเมื่อคนไม่ดูทีวีแล้ว

          เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ผมไปนั่งฟังบรรยายการทำเว็บอีคอมเมิร์ชที่หนึ่ง วิทยากรได้กล่าวเอาไว้ว่า "ถ้าให้คุณเลือกเปิดเว็บได้หนึ่งอันในแต่ละวันจะเปิดอะไร? ระหว่างเฟสบุ๊คส์ของคุณกับเว็บที่คุณขายของคุณเข้าอะไรมากกว่ากัน?" ผมเองไม่ได้ไปเปิดเว็บขายของเหมือนเขาผมเลยตอบในใจว่า ก็เฟสบุ๊คส์สิ ตอนนี้เว็บไซต์แทบไม่ได้เข้าแล้ว จะเข้าก็ต่อเมื่อมันมีลิงค์ข่าวจากเฟสบุ๊คส์ที่น่าสนใจโผล่มา


          ไม่รู้ว่าพวกคุณจะเหมือนผมหรือเปล่า แต่ที่ชัดเจนก็คือ เฟสบุ๊คส์ ยูทูป และโซเชียลมีเดียดังๆ มันดึงเวลาในชีวิตของพวกเราไปหมดแล้ว ว่างเป็นต้องดู ว่างเป็นต้องเปิด บางคนถึงกับต้องเป็นถ้ำกระบอกเพื่อหาทางเลิกเสพกันทีเดียว

          และไอ้เวลาที่หายไปนี่แหละที่ทำให้เวลาดูทีวีของผมและคนในครอบครัวหายไปอีกด้วย เวลาที่ทุกคนจะมาอยู่หน้าจอตอนสองทุ่มเพื่อดูละครก็ไม่มีอีกแล้ว การที่จะให้ผมหันไปดูทีวีได้ก็คือตอนที่มีถ่ายทอดกีฬาสด เช่น ฟุตบอล วอลเล่ย์บอล แบดมินตัน ฯลฯ

          แต่วันนี้ผมไม่ง้อทีวีอีกต่อไปแล้ว ทันทีที่เฟสบุ๊คส์ไลฟ์เกิดขึ้น ผมนี่คงต้องเปลี่ยนอะไรในชีวิตอีกอื้อเลย

          เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาผมถือโอกาสพาลูกสาวไปเที่ยวญี่ปุ่น แต่ความที่บ้าบอลบ้ากีฬาของผมมันก็มีเสียงเรียกร้องในใจและเตรียมหาลิงค์ หรือแอพดูถ่ายทอดสดกันไว้ก่อน ผมนี่เตรียมพร้อมเลยมีสมาชิกทีวีอะไรก็โหลดแอพมาไว้ในเครื่องจนหมด แต่พอถึงญี่ปุ่นแอพเหล่านั้นก็พร้อมใจกันบล็อกผมทั้งหมด หาว่าไอพีที่ผมใช้เป็นต่างด้าว แม้จะเข้าใจแต่ทำใจไม่ได้ครับ

          แล้วความง่ายในชีวิตผมก็เกิดขึ้นทันใด เมื่อเกิดเพจบนเฟสบุ๊คส์มากมายที่ใช้เทคโนโลยีเฟสบุ๊คส์ไลฟ์ถ่ายทอดสดการแข่งกีฬาทุกชนิด ทุกลิขสิทธิ์ ซึ่งจากเดิมบางช่องได้ลิขสิทธิ์รายการหนึ่ง อีกช่องได้ลิขสิทธิ์รายการหนึ่ง เล่นเอาผมหมดตัวไปกับการซื้อกล่อง จ่ายค่ารายเดือนให้แต่ละค่าย แต่คราวนี้พวกท่านทั้งหลายดึงเอามาเป็นของตัวเองหมด เรียกว่าเจ้าของลิขสิทธิ์โดนกันทั่วหน้า

          เทคโนโลยีกำลังให้ช่องทีวีตายแบบไม่มีที่กลบฝังกันขนาดนั้นเลยหรือ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมแพลนชีวิตผมไว้แล้วว่า ปีหน้าจะเลือกช่องกีฬาลิขสิทธิ์ที่จ่ายเงินเพียงช่องเดียว ที่เหลือผมจะพึ่งพาเพจบนเฟสบุ๊คส์นี่แหละ

          คำถามคือแล้วบรรดาช่องทีวีจะอยู่ได้อย่างไร ผมมีคำตอบแบบคร่าวๆ ในฐานะคนดูทั่วไปครับ

          1. ต้องทำแอพฯมือถือขึ้นมา ใครที่มีแล้วต้องปรับปรุงแบบใหม่ นั่นคือ ต้องเป็น my tv ให้ได้ มายทีวีก็คือ ให้เจ้าของมือถือเขาเลือกเองว่าเขาจะดูรายการอะไร ตั้งเป็นมายลิสต์เอาไว้ ถึงเวลาที่เราอัพโหลดรายการนั้นเข้าแอพฯ ก็ให้เตือนไป ตัวอย่างเช่น ช่อง N ที่เป็นช่องข่าวต้องตัดรายการข่าวออกมาแต่ละข่าวตามหมวดหมู่ คนดูอาจเลือกไว้แล้วว่า ถ้ามีข่าวการเมืองผมเอานะ ถ้ามีใหม่ให้ช่วยเตือนด้วย

          ที่ทำอยู่ตอนนี้คือ ส่วนใหญ่มีแค่ผังรายการ ทำเป็นแอพประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่แอพเซอร์วิส ดังนั้นต้องปรับปรุงด่วน

          2. ต้องขยันอัพ อัพอะไรเหรอ ก็อัพรายการที่ตัวเองทำอยู่ประจำขึ้นออนไลน์ซะ ช่วงที่ผ่านมาพวกท่านจะคิดว่า เนื้อหารายการจะต้องออกอากาศก่อนแล้วค่อยอัพออนไลน์ที่หลัง กลัวคนจะไม่มาดูที่ช่อง เอาง่ายๆ ละครทั้งหลายนี่หวงกันจังไม่ค่อยยอมอัพเท่าไหร่ กว่าจะอัพบางทียาวนานไปถึงอาทิตย์ แต่ที่ไหนได้พวกที่ลักลอบกลับคว้าเอาไปกิน เพราะพวกนี้อัพเร็วกว่าและก็ HD ซะด้วย

          ดังนั้นทีวีจงคิดไว้เสมอว่า พวกที่ดูทางเน็ตคือคนละกลุ่มกับพวกที่ดูทางทีวี และแนวโน้มว่าจะดูทางเน็ตมาขึ้น ดังนั้นอย่าได้แคร์ ถ้าคุณสามารถอัพได้พร้อมกันยิ่งดี ทำให้คนรู้ ทำให้คนเห็น แล้วพฤติกรรมผู้บริโภคจะเคยชิน และเมื่อนั้นพวกคุณจะอยู่ในใจเขาตลอด

          3. ช่องรายการถ่ายทอดสดต้องสร้าง loyalty แบบใหม่ การที่สนใจว่าช่องได้ลิขสิทธิ์การแข่งขันรายการนี้มาแล้ว ก็แค่ถ่ายทอดสดไปตามปกติ ใครอยากดูก็จ่ายเงินมา แค่นั้นมันไม่พอแล้ว ไม่อย่างนั้นท่านจะถูกพวกลักลอบถ่ายทอดเอาลูกค้าท่านไปกินหมด แอพที่เคยมีอยู่ต้องทำให้สมาชิกดูได้ง่าย อย่าหวงอย่ากั๊ก และที่สำคัญควรจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการใช้แอพจะได้อะไรที่มากกว่า ไม่ใช่น้อยกว่าหรือแค่แก้ขัดเหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้

          จะต้องมีกิจกรรมที่ใช้แอพแล้วเกิดประโยชน์กับสมาชิก เลิกกิจกรรมที่เล่นกับเทคโนโลยีเก่าอย่าง sms หรือโซเชียลมีเดียอื่นๆ ต้องหันกลับมาเน้นให้แอพของท่านทั้งหลายสามารถอินเตอร์แอคทีฟ หรือสื่อสารได้สองทางระหว่างผู้ชมกับสถานี

          4. แอพกับโซเชียลมีเดียต้องไม่แยกจากกัน นั่นคือทำแอพให้ดีก็ทำไป โซเชียลมีเดียยอดฮิตก็ต้องมีและต้องทำให้ดี และให้ดีทำเชื่อมกันไปเลย ระหว่างแอพกับโซเชียลมีเดีย ตัวอย่าง รายการทีวีกำลังถ่ายทอดสดวอลเล่ย์บอล เฟสบุ๊คส์ไลฟ์ก็ถ่ายทอดด้วยเลย ในแอพก็ต้องมี เรียกได้ว่าถ้าทำสดก็สดทุกช่องทาง แทนที่จะให้คนอื่นแย่งความสดไป เราก็ทำสดซะเองดูซิคนดูจะเลือกดูของแท้หรือของปลอม

          ต้องทำให้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการสื่อสารสองทางระหว่างเรากับคนดู เผื่อมีช่วงเวลาที่ผิดพลาดเช่น การถ่ายทอดสดยิงตัวเองตาย เกิดภาพอุจาดตา คนดูจะได้เข้ามาระบาย ทำให้เขามีทางออก ดีกว่าไปด่ากันที่อื่น เข้ามาด่ากันที่เพจโซเชียลเรานี่แหละ ยิ่งจะทำให้พวกเขารักเราและรู้จักเรามากขึ้นนั่นเอง

          5. แอพต้องมีอะไรมากกว่ารายการทีวี รายการต้องดูย้อนหลังได้ทุกรายการทั้งหมด จัดหมวดหมู่ให้ดีและชัดเจน ต้องรู้จักคิดเงินเป็น เช่น ละครดังจัดเป็นแผ่น 25 แผ่นราคา 800 บาทเราไม่ขาย ถ้าคุณโหลดไปดูเราคิด 200 บาท ละครเก่าๆ ที่เคยโด่งดังเอามาทำซะ รายเกมโชว์เก่าจัดแพคให้ดี หรือเอารายการถ่ายทอดสดมาจัดแพ็คใหม่ ให้ดูในราคาพิเศษ หรือปล่อยดาวน์โหลดในราคาสุดๆ

          นอกจากนั้น รายการที่อาจจะไม่เคยออกอากาศแต่ได้มาแล้วไม่มีเวลาลงช่อง จัดสิครับ หรือรายการใหม่ยังไม่ออกอากาศแต่เตรียมออกเร็วๆนี้ แล้วมีกระแสแรง ปล่อยโหลดแล้วคิดราคาเลยครับ ธุรกิจต่อไปไม่ใช่แค่โฆษณาแต่ต้องคิดมากกว่านั้น

          เห็นไหมครับ ทีวีกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก ถ้าไม่อยากตาย มันต้องเปลี่ยนแปลงอะไรอีกมากมาย ความเห็นนี้ก็แค่น้ำจิ้ม เทคโนโลยีเปลี่ยนทีวีต้องเปลี่ยนตามครับ เข้าใจมั๊ย แฮร่

 

เกี่ยวกับผู้เขียน

สมชาย งามวรรณกุล

สมชาย งามวรรณกุล ฉายาในวงการไอทีคือ ป๋าโย อดีตศิษย์เก่า Sanook! ยุคเอ็มเว็บยุคแรก คร่ำหวอดกับวงการสื่อข่าวไอทีกว่า 20 ปี ก่อนพลิกผันไปเป็นที่ปรึกษาให้กับทั้งองค์กรรัฐ และเอกชนมากมาย วันนี้ของเขาคือผู้ปลุกปั้น Start-Up ระดับตำนานหลายราย

 

 

มาอีกชุด ภาพคอนเซปท์ iPhone X มือถือรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี (Updated 2017)

มาอีกชุด ภาพคอนเซปท์ iPhone X มือถือรุ่นพิเศษฉลองครบรอบ 10 ปี (Updated 2017)

แนะนำสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 4,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุด

แนะนำสมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 4,000 บาท ที่คุ้มค่าน่าซื้อที่สุด

Google เตรียมปล่อยอัปเดท Google Calculator เวอร์ชั่นใหม่ดูดีขึ้นและดูประวัติการคิดคำนวณ

Google เตรียมปล่อยอัปเดท Google Calculator เวอร์ชั่นใหม่ดูดีขึ้นและดูประวัติการคิดคำนวณ

ซื้อของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองด้วย iPhone 7 , iPhone 6s และ iPhone SE พร้อมโปรแรง! ลดสูงสุด 70% จาก dtac

ซื้อของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองด้วย iPhone 7 , iPhone 6s และ iPhone SE พร้อมโปรแรง! ลดสูงสุด 70% จาก dtac

6 สุดยอดคุณสมบัติของ Nokia 6 ที่คุณจะได้เห็น

6 สุดยอดคุณสมบัติของ Nokia 6 ที่คุณจะได้เห็น

หลุดส่วนบนของ LG G6 เผยหน้าจอที่เหลือขอบน้อยกว่าเดิม

หลุดส่วนบนของ LG G6 เผยหน้าจอที่เหลือขอบน้อยกว่าเดิม

หลุดภาพกรอบหน้าจอของ Samsung Galaxy S8 และ S8 Plus ที่เกือบไร้ขอบ !!

หลุดภาพกรอบหน้าจอของ Samsung Galaxy S8 และ S8 Plus ที่เกือบไร้ขอบ !!

Samsung ยืนยัน จะใช้ชื่อ Galaxy Note ต่อไป เผย Note 8 มาแน่

Samsung ยืนยัน จะใช้ชื่อ Galaxy Note ต่อไป เผย Note 8 มาแน่

Google เผย Chromebook ในปี 2017 สามารถใช้งาน Apps ของ Android ทั้งหมด

Google เผย Chromebook ในปี 2017 สามารถใช้งาน Apps ของ Android ทั้งหมด

Microsoft เผยผลสำรวจจากผู้บริหารไอทีเมืองไทย พบ ไฮบริด คลาวด์ กำลังมาแรง

Microsoft เผยผลสำรวจจากผู้บริหารไอทีเมืองไทย พบ ไฮบริด คลาวด์ กำลังมาแรง

Nokia 6 จะกลับมาขายอีกครั้ง 26 มกราคมนี้

Nokia 6 จะกลับมาขายอีกครั้ง 26 มกราคมนี้

Apple ปล่อย iOS 10.2.1 เน้นแก้ปัญหาภายใน iOS 10

Apple ปล่อย iOS 10.2.1 เน้นแก้ปัญหาภายใน iOS 10

หลุดภาพและข้อมูล Huawei P10 Lite รุ่นเล็กสเปคเบา ๆ ของ Huawei P10

หลุดภาพและข้อมูล Huawei P10 Lite รุ่นเล็กสเปคเบา ๆ ของ Huawei P10

Nokia ยืนยัน กำลังทดสอบสมาร์ทโฟนที่ใช้ Snapdragon 835 อยู่

Nokia ยืนยัน กำลังทดสอบสมาร์ทโฟนที่ใช้ Snapdragon 835 อยู่

ผู้ใช้ Android เปลี่ยนมาใช้ iPhone 6s หรือ iPhone 7 มากกว่ากัน ?

ผู้ใช้ Android เปลี่ยนมาใช้ iPhone 6s หรือ iPhone 7 มากกว่ากัน ?

Trump ทิ้งสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เพื่อรับเครื่องประจำตำแหน่ง ปธน. เครื่องสุดท้ายของโอบามาเป็น iPhone

Trump ทิ้งสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เพื่อรับเครื่องประจำตำแหน่ง ปธน. เครื่องสุดท้ายของโอบามาเป็น iPhone

ผู้บริหารซัมซุงบอกเอง Galaxy S8 จะยังไม่เปิดตัวในงาน Mobile World Congress เดือนหน้า

ผู้บริหารซัมซุงบอกเอง Galaxy S8 จะยังไม่เปิดตัวในงาน Mobile World Congress เดือนหน้า

เผยรายละเอียดสเปค Nokia Tablet ขนาด 18.4 นิ้ว

เผยรายละเอียดสเปค Nokia Tablet ขนาด 18.4 นิ้ว

หลุดสเปค Samsung Galaxy Tab S3 จะใช้ CPU Exynos 7420 พร้อมกับ RAM 4GB

หลุดสเปค Samsung Galaxy Tab S3 จะใช้ CPU Exynos 7420 พร้อมกับ RAM 4GB

ส่องที่ดิน "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" มูลค่าประมาณ 3.5 หมื่นล้านที่ฮาวาย

ส่องที่ดิน "มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก" มูลค่าประมาณ 3.5 หมื่นล้านที่ฮาวาย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์