รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ เปิดขายไปสักพักใหญ่และยอดขายถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศไทย ทำให้ OPPO ส่งรุ่นพิเศษอย่าง F1s Classic Black Limited Edition ซึ่งครั้งนี้ทีมงาน Sanook! Hitech ได้รับเครื่องรุ่นนี้มา แล้วมันจะแตกต่างหรือเหมือนกับ OPPO F1s รุ่นปกติมากน้อยแค่ไหน มาดูกัน

รายละเอียดของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition

  • ขนาดเครื่อง : 154.5 x 76 x 7.3  มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก :  160 กรัม
  • สีของเครื่อง : ดำ
  • CPU : MediaTek MT6755 Octa-core 2.0 GHz
  • GPU : Mali T860
  • RAM : 3GB
  • ความจำในตัว :32GB
  • ความจำภายนอก รองรับ Micro SD สูงสุด 128GB
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ 2G/3G/4G Cat 4 150/50 Mbps (ซิมคู่)
  • Bluetooth V4.0
  • WiFi 802.11 b/g/n
  • หน้าจอ : 5.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1280x720
  • กล้องหน้า : 16 ล้านพิกเซล F2.2 + Soft Flash Light
  • กล้องหลัง : 12 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Auto Focus + LED Flash
  • ระบบปฏิบัติการ Color OS 3.1 พื้นฐาน Android 5.1
  • แบตเตอรี่ 3075 mAh

 

รูปร่างของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition

    ด้านหน้าของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นเป็นเครื่องที่มีขนาดใหญ่และหน้าตาก็คล้าย ๆ กับ OPPO F1 Plus ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ หน้าจอให้ขนาด 5.5 นิ้วแบบ IPS LCD ความละเอียด 1280x720 เท่านั้น รองรับมัลติทัช 5 จุดเท่านั้น แตกต่างกันจริง ๆ คือ สีด้านหน้าเป็นสีดำ

 

    ส่วนบนมีกล้องหน้าความละเอียด  16 ล้านพิกเซลพร้อมกับเซนเซอร์วัดแสงและปิดหน้าจอระหว่างคุยสาย พร้อมกับ ลำโพงสนทนา

 

    ส่วนล่างจะมีปุ่มสำหรับเรียก Apps ที่เปิดก่อนหน้านี้ ปุ่ม Home ที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือ และ Back สำหรับย้อนกลับ

 

    ด้านข้างใช้โลหะ เป็นแบบชั้น ๆ ทำให้ดูดีพอสมควร โดยฝั่งซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียง

 

    ฝั่งขวามีปุ่ม เปิด/ปิด เครื่องและช่องใส่ซิม ซึ่งจะรองรับทั้ง Nano SIM 2 ช่องและ Micro SD โดยไม่ต้องถอดสลับกันอีกต่อไป

 

 

    ด้านบนมีไมโครโฟนสำหรับลดเสียงรบกวน

 

    ด้านล่างมีช่องเสียบหูฟัง, Micro USB, ไมโครโฟน และลำโพงของตัวเครื่องขนาดใหญ่พอสมควร

 

    ด้านหลังเมื่อเป็นสีดำทำให้ดูสวยไปอีกแบบแต่ต้องระวังรอยนิ้วมือพอสมควร การวางตำแหน่งกล้องหลังอยู่ด้านบน พร้อมกับ LED Flash และโลโก้ OPPO อยู่กลางเครื่อง เป็นสีขาว

 

    ภาพรวมของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition ยังคงเหมือนกับ OPPO F1s ทุกประการ แต่เมื่อเป็นสีดำ ทำให้เวลาใช้งานแล้วดูดีเหมาะกับผู้ชายพอสมควร แต่น่าเสียดายที่ด้านหลังเป็นรอยนิ้วมือง่ายไปสักหน่อย ถ้าเคลือบกันรอยนิ้วมือได้จะสวยกว่านี้แน่นอน

ประสิทธิภาพ ของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition


    จากที่ได้ทดสอบจากโปรแกรม Antutu ได้คะแนนออกมาที่ 41573 คะแนน แม้จะไม่สูงมาก แต่จากที่ลองใช้ทั้งเล่นเกม และใช้งานด้านอื่น ๆ พบว่ามันให้การตอบสนองดีอยู่ ดังนั้นคะแนน Benchmark ไม่ค่อยมีผลอะไรกับมือถือรุ่นนี้มากนัก แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ อาจจะมีความร้อนโผล่มาบ้างเล็กน้อย หรือง่าย ๆ คือ เหมือน OPPO F1s สีอื่น ๆ 

    ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 3075 mAh โดยตัวเครื่องมีระบบประหยัดพลังงาน จากที่ลองใช้ สามารถเอาตัวรอดได้เกิน 1 วันได้อย่างสบาย ๆ ถ้าเล่นเกมหรือถ่ายรูปเยอะคงต้องเสียบ Power Bank ช่วยสักเล็กน้อย อย่างไรก็ดี การทดสอบตามมาตรฐานพบว่า ตัวเครื่องสามารถ Standby อยู่ได้ 6 - 7 ชั่วโมง ถือว่าปกติ ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก

คุณสมบัติอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


   เนื่องจาก OPPO F1s Classic Black Limited Edition  ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในส่วนของสเปคและรายละเอียดลูกเล่นต่าง ๆ ที่ยังคงใช้ Color OS 3.1  ที่เน้นความลื่นไหลปรับฟีเจอร์เล็กน้อยให้ใช้งานง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะ Notification แบบใหม่แค่สไลย์ไปด้านข้างก็สามารถเข้าถึงการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ง่าย

    จุดเด่นของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นแม้ราคาเครื่องจะไม่ได้แพงมาก แต่ให้ระบบสแกนลายนิ้วมือมาใหม่ ซึ่งสามารถทำงานได้ในเวลา 0.22 วินาที เรียกได้ว่าไวกว่า iPhone 6 ถึง 6 เท่า แต่ถ้าเทียบไปแล้วฟีเจอร์การทำงานนั้นไม่ว่าจะเป็นการป้องกันไม่ให้เข้าถึง File ที่คุณไม่ต้องการ, สั่งเปิด Apps ผ่านการสแกนลายนิ้วมือ ก็ยังคงมีให้อยู่

    ส่วนฟีเจอร์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ FM, เครื่องเล่นเพลง, ปฏิทิน, เครื่องอัดเสียง, เครื่องคิดเลข มีให้ครบหมด น่าเสียดายที่ไม่มีสมุดจดให้เหมือนกับรุ่นก่อนๆ  แล้ว

    กล้องของ PPO F1s Classic Black Limited Edition ด้านหลังให้ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบ Auto Focus และ LED Flash อยู่บน UI ที่ใช้งานง่าย สามารถปรับรูปแบบการถ่ายได้มากมายเช่น Time Lapse, วีดีโอปกติ, รูปภาพ, Beauty Mode และ Panorama ภาพรวมจากที่ได้ลองถือว่าเป็นกล้องอีกตัวที่ควบคุมง่ายและมีลูกเล่นมากอยู่พอสมควร ทำให้คุณไม่เบื่อในการถ่ายภาพ

    แต่จุดเด่นที่แท้จริงของ PPO F1s Classic Black Limited Edition คือกล้องหน้าที่มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมกับรูรับแสง F2.2 และมี Screen Flash ซึ่งจะให้สีที่นวลกว่าปกติและให้ภาพที่ดูดีใช้ได้เลยทีเดียว ถ้า Hardware ดีขนาดนี้ ต้องรวมกับความสามารถของ Beautiful 4.0 ที่ช่วยให้หน้ามีโทนสีธรรมชาติและดูสดใส่เพิ่มขึ้นจากการที่สามารถปรับได้หลากหลายรวมไปถึงโทนสีจะเอาแดงขนาดไหนก็ได้เช่นกัน แต่แนะนำว่า Beauty ปรับเบอร์ 3 - 4 ก็เพียงพอแล้ว

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO F1s Black Classic Limited Edition)

สรุปหลังจากลอง OPPO F1s Classic Black Limited Edition

จะเรียกได้ว่ายังคงความดีของ OPPO F1s ไว้ครบทั้งด้านหน้าตาที่สวยดีอยู่แล้ว และความสามารถด้านกล้องที่ถ่ายภาพชัดเจนทั้งกล้องหน้าและหลัง แต่เพิ่มสีดำเข้าไปทำให้ดูดีขึ้นกว่าเดิม และยังได้ Gift Set เพิ่มเข้ามาทำให้การถ่ายภาพดูจะสวยงามและสนุกมากขึ้นกว่าเดิม ถือว่าจำนวนจำกัดแบบนี้การแถมก็คงเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

ส่วนราคาของ OPPO F1s Classic Black Limited Edition นั้นอยู่ที่ 9,990 บาทเท่าเดิม แต่ถ้าใครอยากสั่งจองต้องดูภาพข้างบนนี้ให้ดีเพราะคือร้านที่สั่งจองได้ โดยเริ่มสั่งจองได้ตั้งแต่วันที่ 2 - 9 ธันวาคม และเริ่มรับของได้ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ และมีจำนวนจำกัดเพียง 2,000 เครื่องเท่านั้น 

 

ข้อดี

  • วัสดุตัวเครื่องดี
  • สเปคลื่นไหลและจัดหนัก
  • กล้องหน้าให้ลูกเล่นและฟีเจอร์ครบแถมถ่ายสวยอีกด้วย
  • ราคาถูกกว่าที่คาด

ข้อควรปรับปรุง

  • หน้าจาก็เหมือนกับ OPPO F1 Plus
  • คะแนนประสิทธิภาพไม่สูงเท่าไหร่
  • ยังใช้ Android 5.1 อยู่

ของคุณ OPPO F1s Classic Black Limited Edition โดย OPPO Thai

Advertisement Replay Ad
รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Nokia 3310 3G การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

รีวิว Nokia 3310 3G การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

5 สิ่งประทับใจใน  iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

5 สิ่งประทับใจใน iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์