รีวิว ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition คู่หูที่ดูดี แต่จำนวนจำกัด

รีวิว ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition คู่หูที่ดูดี แต่จำนวนจำกัด

รีวิว ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition คู่หูที่ดูดี แต่จำนวนจำกัด

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

    ในวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมาเป็นอีกวันที่ดุเดือดสำหรับวงการมือถือ เพราะตอนบ่ายวันนั้นมีการเปิดตัว ASUS Zenfone 3 ซึ่งถือว่าเป็นมือถือที่มีรูปแบบตั้งแต่ระดับล่างถึงบนสุดที่มีความหลากหลาย

    แต่ครั้งนี้กับการรีวิวประเดิมของ ASUS Zenfone 3 ทีม Sanook! Hitech ได้รับ ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition มารีวิว ซึ่งมีจำนวนไม่มาก และความพิเศษคือ หูฟัง Marshall ที่ติดมาด้วยในกล่องจะดีแค่ไหน มาดูกันเลย

รายละเอียดของ ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition

  • ขนาดเครื่อง : 152.6 x 77.4 x 7.7 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก :  155 กรัม
  • สีของเครื่อง : Sapphire Black, Moonlight White, Shimmer Gold
  • CPU : Qualcomm MSM8953 Snapdragon 625 Octa-core 2.0 GHz Cortex-A53
  • GPU : Adreno 506
  • RAM : 4 GB
  • ความจำในตัว :64GB
  • ความจำภายนอก รองรับ Micro SD สูงสุด 256GB
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ 2G/3G/4G Cat 6 300/50 Mbps (ซิมคู่ รองรับ 3G)
  • WiFi 802.11 b/g/n/ac
  • Bluetooth V4.2
  • หน้าจอ : 5.5 นิ้ว Super IPS+ LCD ความละเอียด 1920x1080
  • กล้องหน้า : 8  ล้านพิกเซล F2.0
  • กล้องหลัง : 16 ล้านพิกเซล Laser Auto Focus + LED Flash คู่และระบบป้องกันภาพสั่นไหว 4 แกน
  • ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 marshmallow
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • ของแถมในกล่อง หูฟัง Marshall Major 2

รูปร่างของ ASUS Zenfone 3

     ด้านหน้าของ ASUS Zenfone 3 มีการเปลี่ยนแปลงจาก Zenfone 2 รุ่นที่แล้วชัดเจน ด้วยการออกแบบเรียบพร้อมกับกระจก Gorilla Glass 4 แบบ 2.5D ครอบบนหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ Super IPS+ LCD ความละเอียด 1920x1080 เรียกได้ว่าคมชัดมาก พร้อมรองรับมัลติทัชทั้งหมด 10 จุด

    ส่วนบนของเครื่องมีกล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซลพร้อมค่ารูรับแสง F2.0 และมีไฟแจ้งเตือน LED อยู่มุมซ้ายตรงกลางเป็นลำโพงสำหรับฟังสายสนทนา

    ส่วนล่างมีปุ่มกด Back, Home และ Recent ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น Option ในบางฟังก์ชั่นแค่กดค้าง

    ทำจากโลหะและมีการตัดขอบที่สวยงามและมีสีเงินทำให้ดูมีราคามากขึ้น โดยฝั่งซ้ายจะมีช่องใส่ซิม ช่องแรกเป็น Micro SIM อีกช่องสามารถสลับได้ระหว่าง Nano SIM และ Micro SD

    ฝั่งขวามีปรับระดับเสียงขนาดใหญ่ และปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

    ด้านบนมีช่องเสียบ หูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และมีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงและตัดลวดายด้วยเส้นเสาอากาศ

    ด้านล่างมีไมโครโฟนอยู่มุมซ้าย, ช่องเสียบ USB-C และลำโพงตัวเครื่อง

    ด้านหลังของ ASUS Zenfone 3 จะออกแบบเงาและเรียบสวยพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash 2 ดวงและมี Laser Focus นอกจากนี้ยังมีส่วนสแกนลายนิ้วมือที่ยาวกว่ามือถือปกติ และทำงานเร็วใช้ได้ และมีโลโก้ ASUS อยู่ด้านล่าง

    ภาพรวมของ ASUS Zenfone 3 ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงให้ดูดีมากขึ้นและน่าใช้กว่าเดิม เพราะผิวสัมผัสของเครื่องปรับเป็นกระจกที่ดูดีและเรียบง่ายกว่ารุ่นเดิม ทำให้เกิความน่าใจมากขึ้น ข้อเสียที่พบคือตัวเครื่อง เมื่อใช้กระจกหมดทำให้ครื่งลื่นจำไม่อยู่เท่าไหร่ วิธีนี้แก้ง่าย ๆ แค่ใส่เคสก็จบเรื่อง

แต่สำหรับเครื่องที่รีวิวนี้มาพร้อมกับหูฟัง Marshall Major 2 มีข้อดีคือดูทรง Retro สวยงาม แต่ข้อเสียคือใส่นาน ๆ แล้วเจ็บหูพอสมควร

ประสิทธิภาพ ของ ASUS Zenfone 3


    จากที่ได้ทดสอบจากโปรแกรม Antutu ได้คะแนนออกมาที่ 62071 อาจจะยังไม่สูงมากนัก แต่การใช้งานภาพรวมถือว่าลื่นไหลกำลังดีและการเล่นเกมไม่ช้าอย่างที่คิด ความร้อนไม่ได้เกิดเยอะจนน่าตกใจ และ GPS แม่น

    ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh จัดอยู่ในกลุ่มให้เยอะ และประกอบกับ CPU Qualcomm Snapdragon 625 ที่ประหยัดไฟขึ้นทำให้การทดสอบสามารถอยู่ได้ 11 - 13 ชั่วโมงสบาย ๆ แต่ถ้าเล่นเกมเยอะ ไม่ต้องสืบครับ ลงไวแน่นอน

    นอกจากนี้ยังรอบรับ Quick Charge 3.0 และมีระบบจัดการพลังงานมาให้เช่นเคย

คุณสมบัติอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


    ASUS Zenfone 3 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 marshmallow รุ่นล่าสุดพร้อมกับ Zen UI เวอร์ชั่นที่ 3 มีการปรับเปลี่ยน icon ที่เรียบง่ายมากขึ้นและ ส่วน Notification รวมการตั้งค่าไว้ในที่เดียวกัน เรียกว่าเป็นความสะดวกของเครื่องเลยทีเดียว

    ความพิเศษของ ASUS Zenfone 3 อยู่ที่ระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลังที่ทำงานเร็วในเวลาแค่ 0.22 วินาที และสามารถป้องกันการเข้าถึงข้อมูลได้ และ ยังสามารถปรับภาพการแสดงผลลดแสงสีฟ้า ได้

    ส่วนระบบเสียง ASUS Zenfone 3 รองรับ File เสียงขั้นเทพอย่าง Hi-Res และมีระบบการปรับเสียงที่ทำได้ดี เมื่อฟังกับหูฟัง Marshall ที่แถมมาในกล่อง ทำให้เสียงมีคุณภพมากกว่าเดิม และยังมี FM Radio ให้

    นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือต่าง ๆ ครบไม่ว่าจะเป็นเครื่องคิดเลข, บันทึกสิ่งที่ต้องทำ, ไฟฉาย, ไม้บรรทัดแบบ Laser ที่วัดระยะได้ รวมไปถึง Quick Memo เป็นต้น

     กล้องของ ASUS Zenfone 3 มีการปรับปรุงมากพอสมควร เพราะมีการใช้กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F2.0 พร้อมกับระบบ Auto Focus ทำงานร่วมกับ Laser Focus รุ่นที่ 2 ที่ประสานการทำงานได้อย่างดี และยังมี LED Flash คู่ นอกจากนี้ยังให้ระบบป้องกันภาพสั่นไหวทั้งหมด 4 แกน เรียกได้ว่าถ่ายภาพนิ่งแน่นอน จากที่ได้ลองถือว่าเนียนและมีลูกเล่นในการถ่ายภาพเยอะมาก และ Mode ต่าง ๆ ปรับให้เข้าใจง่ายมากขึ้นด้วย รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ 4K ด้วยถือว่าไม่ธรรมดา

    ส่วนกล้องหน้าให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมกับ F2.0 เช่นกัน แต่ความที่สามารถปรับ Beauty Mode ได้เนียนและมี Flash กล้องหน้าจากหน้าจอ ทำให้การถ่ายภาพในที่มืดไม่แพ้ใคร

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก ASUS Zenfone 3)

สรุปหลังจากลอง ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition

ถ้าจะมองถึงการมาของ ASUS Zenfone 3 ครั้งนี้หลายคนบอกว่ามันดูดีขึ้นหรูหราขึ้น แต่ความน่าใช้ก็ยังคงที่เพราะลูกเล่นก็ไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มที่ขายในตลาดสักเท่าไหร่ แต่สเปคที่ให้จัดว่าสูงและทำงานดีใช้ได้ การปรับปรุงกล้องและระบบเสียงรวมถึง Interface ของเครื่องใช้งานง่ายและลงตัวพอสมควรนับว่าเป็นอีกมือถือที่ไม่ควรพลาดเป็นออฟชั่นในการเลือกซื้อ

แต่เมื่อมองที่ราคาของ ASUS Zenfone 3 อย่างเดียวจะมีให้เลือก 2 สเปคหลักคือ รุ่นจอ 5.2 นิ้ว RAM 3GB ความจำในตัว 32GB จะอยู่ที่ 11,990 บาท และ รุ่น 5.5 นิ้วที่ไม่มีหูฟัง Marshall ให้ RAM 4GB ความจำในตัว 64GB แถม จะอยู่ที่ 14,990 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Samsung Galaxy A5 2016 และ A7 2016 ราคาจะถูกกว่า แต่ภาพคนไทยติดว่า ASUS  สเปคท็อปอยู่ที่ไม่เกิน 12,000 บาท ทำให้หลายคนกลับมองว่าแพง แต่ความจริง Zenfone 3 ดีกว่า Zeonfone 2 เยอะมาก กลองคิดดูดี ๆ แต่รุ่นที่ได้มารีวิวคุ้มสุดเพราะ ราคาเท่ากับรุ่น 5.5 นิ้ว แต่ได้หูฟัง Marshall ซึ่งใครอยากได้ควรซื้อรุ่นนี้ไว้ และมีโปรโมชั่นกับผู้ให้บริการแทบทุกรายและได้ส่วนลดกระหน่ำจนน่าสนใจ จนเรียกว่าในบรรดาที่เปิดตัวนอกจากรุ่นเริ่มต้นจะคุ้ม Zenfone 3 Marshall Limited edition ก็คุ้มค่าสมกับการเป็นเจ้าของไม่น้อยครับ

ข้อดี

  • ตัวเครื่องงานประกอบดี
  • สเปคที่ให้ทั้งแรงและประหยัดไฟ
  • การทำงานของกล้องดีมากและครบครัน
  • รองรับ Hi-Res Audio
  • จอภาพช่วยถนอมสายตาได้

ข้อควรปรับปรุง

  • ราคาถูกมองว่าสูงกว่ารุ่นเดิมมาก
  • กล้องหลังนูนไปหน่อย
  • หูฟัง Marshall ที่แถมให้โดนบ่นว่าใส่นานแล้วเจ็บหู

ของคุณ ASUS Zenfone 3 Marshall Limited Edition โดย ASUS ประเทศไทย

Advertisement Replay Ad
เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

5 สิ่งประทับใจใน  iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

5 สิ่งประทับใจใน iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์