3 วิธีจัดการ เคลียร์รูปบนมือถือแบบไม่ต้องเสียดาย

3 วิธีจัดการ เคลียร์รูปบนมือถือแบบไม่ต้องเสียดาย

3 วิธีจัดการ เคลียร์รูปบนมือถือแบบไม่ต้องเสียดาย

Arip

สนับสนุนเนื้อหา

นับตั้งแต่มีกล้อง ก็เริ่มเป็นปัญหาให้กับหลาย ๆ คน ที่จะต้องคอยจัดการพื้นที่ให้มีเพียงพอ วิธีการจัดการแบบพื้นฐานที่สุด คือ “ลบทิ้ง” บางทีผมได้เห็นใครกำลังนั่งลบรูปในมือถือ ก็รู้สึกเสียดายแทน เพราะแม้ต้นทุนของการถ่ายแต่ละภาพอาจจะไม่มากเท่ากล้องฟิล์ม แต่มันก็มีมูลค่าทางจิตใจ แต่ละโอกาสที่เรายกมือถือเปิดแอพฯ กล้องขึ้นถ่าย ล้วนสำคัญกับเราไม่มากก็น้อย

yoware-2

สาเหตุที่ต้องลบ ส่วนใหญ่เพราะคนที่ไม่มีคอมพิวเตอร์ ก็ไม่รู้จะคัดลอกรูปจากในมือถือออกมาใส่คอมพิวเตอร์ยังไง เก็บไว้ที่ไหน แต่ปัญหาเหล่านี้มันเป็นอดีตไปแล้วครับ เพราะทุกวันนี้เรามีที่ทางให้เคลียร์รูปกันแล้ว และข่าวดีคือ “ง่าย” ซะด้วย

FlashDrive / Harddisk

สำหรับผู้ใช้แอนดรอยด์ มีระบบ OTG ที่เป็นหัว micro USB เสียบเข้ามือถือปั๊บเหมือนเป็นฮาร์ดดิสก์อีกก้อน ที่มาคัดลอกโยกย้ายรูปในเครื่องของเราออกไปเก็บได้ทันที และสนนราคาก็ไม่แพงด้วย FlashDrive 32GB ราคาไม่ถึง 500 บาท เมื่อใกล้เต็มก็หาโอกาสไปคัดลอกใส่ฮาร์ดดิสก์ก้อนใหญ่ผ่านคอมพิวเตอร์นาน ๆ ครั้ง (เสียบเครื่องแปลกหน้า ระวังไวรัส มัลแวร์ด้วยนะ)

yoware-3

การเก็บรูปใส่สื่อบันทึกข้อมูลแบบนี้ เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยได้ต่ออินเทอร์เน็ต หรือรูปถ่ายมีความลับเยอะ ซึ่งไม่เหมาะที่จะเสี่ยงอัพโหลดรูปขึ้นไปฝากไว้ที่ใด ๆ นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกประการ คือ เราจะได้เก็บภาพต้นฉบับเอาไว้

แต่ขอแนะนำว่า อุปกรณ์จัดเก็บเหล่านี้ควรมีคุณภาพดีหน่อย ไม่เช่นนั้นเกิดจู่ ๆ เสียไปกลางทางแล้วจะเสียใจมาก และหากใครจัดเก็บไว้นานแล้ว เมื่อใช้ไปถึงช่วง 3-5 ปี ซึ่งใกล้เคียงกับการหมดประกันของอุปกรณ์จัดเก็บ ก็ควรจะตรวจสอบหรือถ่ายโอนเข้าอุปกรณ์ใหม่ไว้อีกชุด

Cloud

การส่งรูปไปเก็บไว้บนบริการออนไลน์ หรือเรียกว่าคลาวด์ก็ได้ มีทั้งคลาวด์แบบเป็นพื้นที่เก็บอย่างเดียว จะต้องจัดการเหมือน File Manager ส่วนคลาวด์แบบที่ใช้จัดการรูปภาพโดยเฉพาะ จะมีเครื่องมือมากมาย ตั้งแต่การตกแต่งภาพ ไปจนถึงการค้นคืน และแถมด้วยความสามารถในการแชร์ต่อไปยังสังคมออนไลน์ หรือบล็อกต่าง ๆ

บริการเก็บภาพมีมากมาย iCloud Photos Library, Dropbox, OneDrive, Flickr, Google Photos ฯลฯ จะเลือกใช้รายไหน ? เพียงแค่เชื่อมต่อ หรือโหลดแอพฯ เข้ามา แล้วส่งรูปขึ้นไปเก็บไว้

yoware-4

ข้อควรระวัง แอพฯ ส่วนใหญ่จะมีกลไกอัพภาพจากกล้องขึ้นสู่เว็บโดยอัตโนมัติ ถ้าคุณมักจะถ่ายรูปความลับบ่อย ๆ

ผมแนะนำให้ไปสมัครลองใช้ให้หมดเลยครับ ถ้าถนัดและชอบก็เลือกอันนั้น หลายตัวให้ใช้ฟรีระดับหนึ่ง ซึ่งก็อาจจะพอใช้แล้วสำหรับหลายคนครับ

จุดเด่นของ iCloud คือ ผสานโยงกับอุปกรณ์ iOS และ Mac ขณะที่ Dropbox มีหน้าจอที่ใช้งานง่าย เช่นเดียวกับ OneDrive ส่วน Flickr เป็นเจ้าตำรับเว็บเก็บภาพ มีเครื่องมือที่ซับซ้อน นักเก็บภาพมืออาชีพคงชอบครับ ด้านน้องใหม่ Google Photos เป็นบริการที่ผมเชียร์ให้ใช้ที่สุด เพราะให้พื้นที่เก็บแบบไม่จำกัด และมีข้อแม้ว่ารูปจะโดนย่อลงนิดหน่อย

Drive + Cloud

สำหรับคนที่พอจะถนัดหรือใช้คล่องแล้ว ผมแนะนำสูตรของผมให้ครับ

1. ถ่ายรูปด้วยมือถือ แล้วเชื่อมกับ iCloud พร้อมเปิด optimise

2. เก็บเข้าคอมพ์ (ทุกวัน หรือบ่อย ๆ) ลงในโฟลเดอร์ที่จะเก็บภาพเรียงตามลำดับเวลาการถ่าย

3. โหลดแอพฯ ส่งภาพเข้าสู่ Google Photos สำหรับเข้าถึงได้จากทุกที่ทุกเวลาและค้นหาง่าย

4. หากมือถือเต็มจะลบรูปเก่าหรือไม่ใช้ ซึ่งอยู่ในเครื่องและ iCloud

ภาพในฮาร์ดดิสก์จะเป็นต้นฉบับแบบดิบ ๆ ส่วนภาพที่ใช้ส่งใช้แชร์ จะใช้จาก Google Photos เพราะค้นหาง่าย ด้วยคำค้นที่หลากหลาย ส่วน iCloud นั้น เอาไว้เป็นของสำรองครับ

คุณจัดการรูปภาพอย่างไร มาแบ่งปันกันบ้างนะครับ


สนับสนุนเนื้อหา:  www.aripfan.com


ภาพ: istockphoto.com

รู้ยัง…Google Maps สามารถบอกตำแหน่งของรถเมล์ได้แบบ Real Time ไม่ต้องยืนรอรถเมล์ให้เมื่อย

รู้ยัง…Google Maps สามารถบอกตำแหน่งของรถเมล์ได้แบบ Real Time ไม่ต้องยืนรอรถเมล์ให้เมื่อย

แนะนำ 10 แอปพลิเคชั่นเด็ดบนมือถือ ที่ควรมีติดมือถือกันไว้ทุกคน

แนะนำ 10 แอปพลิเคชั่นเด็ดบนมือถือ ที่ควรมีติดมือถือกันไว้ทุกคน

รวม 5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์

รวม 5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

ซ่อมหรือใช้ต่อ หากสายชาร์จมือถือมีรอยขาด!!!

ซ่อมหรือใช้ต่อ หากสายชาร์จมือถือมีรอยขาด!!!

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

5 มือถือไม่เกิน 8,000 บาท ที่คุณภาพยังคงคับแก้วและน่าสนใจ

5 มือถือไม่เกิน 8,000 บาท ที่คุณภาพยังคงคับแก้วและน่าสนใจ

11 สิ่งที่ต้องหยุดกระทำต่อไอโฟน ที่คุณอาจไม่รู้

11 สิ่งที่ต้องหยุดกระทำต่อไอโฟน ที่คุณอาจไม่รู้

10 มือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่น่าคบหาที่สุด ณ เวลานี้

10 มือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่น่าคบหาที่สุด ณ เวลานี้

วิธีกู้ชีพเมื่อคุณทำมือถือตกน้ำทะเล

วิธีกู้ชีพเมื่อคุณทำมือถือตกน้ำทะเล

5 เหตุผลทำไมทามาก็อตจิยุค 2017 อาจแป้ก

5 เหตุผลทำไมทามาก็อตจิยุค 2017 อาจแป้ก

รักษาโทรศัพท์มือถือของคุณให้สะอาดอยู่เสมอแบบปลอดภัย ทำอย่างไร?

รักษาโทรศัพท์มือถือของคุณให้สะอาดอยู่เสมอแบบปลอดภัย ทำอย่างไร?

วิธีเลือกซื้อฟิล์ม / กระจกกันรอย อย่างไรให้ใส่กับเคสมือถือได้ลงตัวที่สุด

วิธีเลือกซื้อฟิล์ม / กระจกกันรอย อย่างไรให้ใส่กับเคสมือถือได้ลงตัวที่สุด

รวมแอปพลิเคชันสำหรับแต่งรูป ฟรีบน iPhone และ Android ที่ต้องมี

รวมแอปพลิเคชันสำหรับแต่งรูป ฟรีบน iPhone และ Android ที่ต้องมี

เปรียบเทียบ Nokia 6, Nokia 5 และ Nokia 3 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ต้อนรับการกลับมาของ Nokia

เปรียบเทียบ Nokia 6, Nokia 5 และ Nokia 3 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ต้อนรับการกลับมาของ Nokia

ปิดแจ้งเตือน Facebook กับวิธีง่ายๆ จัดการกิจกรรม ข้อความที่น่ารำคาญ

ปิดแจ้งเตือน Facebook กับวิธีง่ายๆ จัดการกิจกรรม ข้อความที่น่ารำคาญ

7 มือถือไม่เกิน 10,000 บาทที่น่าซื้อที่สุดในงาน Thailand Mobile Expo 2017 Hi-End

7 มือถือไม่เกิน 10,000 บาทที่น่าซื้อที่สุดในงาน Thailand Mobile Expo 2017 Hi-End

พาชม Gadget สุดแปลกที่ไม่ใช่มือถือ แต่น่าสนใจไม่เบาในงาน Thailand Mobile Expo 2017 Hi-End

พาชม Gadget สุดแปลกที่ไม่ใช่มือถือ แต่น่าสนใจไม่เบาในงาน Thailand Mobile Expo 2017 Hi-End

4 ขั้นตอนช่วยชีวิตมือถือที่เพิ่งแกะกล่อง กรณี ไม่สามารถเปิดเครื่องได้

4 ขั้นตอนช่วยชีวิตมือถือที่เพิ่งแกะกล่อง กรณี ไม่สามารถเปิดเครื่องได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์