รีวิว iPhone 7 Plus แค่สั้น ๆ แต่มันก็อินจนถอนตัวไม่ขึ้น

รีวิว iPhone 7 Plus แค่สั้น ๆ แต่มันก็อินจนถอนตัวไม่ขึ้น

รีวิว iPhone 7 Plus แค่สั้น ๆ แต่มันก็อินจนถอนตัวไม่ขึ้น

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

     สิ้นสุดการรอคอยของคุณผู้อ่านทั้งหลายเพราะว่าคราวนี้ทีมงาน Sanook! Hitech ได้มีการติดต่อกับร้านขาย Gadget ที่พูดว่าเสือปืนไวพอสมควรที่นำ iPhone 7 Plus เข้ามาให้เราได้แกะกล่องแบบสั้น ๆ ไม่ยาวนัก

    แต่ก็ได้รู้หลายเรื่องพอสมควร ซึ่งงานนี้ต้องขอบคุณร้าน Am4You Gadget มา ณ ที่นี้ ไม่ให้เสียเวลาไปกว่านี้มาดูรายละเอียดตัวเครื่องเลยดีกว่า

รายละเอียดของ iPhone 7 Plus

  • ขนาดเครื่อง : 158.2 x 77.9 x 7.3 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก :  188 กรัม
  • สีของเครื่อง : Jet Black, Black, Silver, Gold, Rose Gold
  • CPU : Apple A10 Fusion Four Core 2.23GHz
  • GPU : (six-core graphics)
  • RAM : 3GB
  • ความจำในตัว :32GB/128GB/256GB
  • ความจำภายนอก : -
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ 2G/3G/4G Cat 9 450/50 Mbps
  • WiFi 802.11 b/g/n/ac
  • Bluetooth V4.2
  • หน้าจอ : 5.5 นิ้ว LED-backlit IPS LCD ความละเอียด 1920x1080
  • กล้องหน้า : 7  ล้านพิกเซล F.2.2 + Selfie Flash
  • กล้องหลัง : กล้องคู่ 12 ล้านพิกเซล (28mm, f/1.8, OIS & 56mm, f/2.8), OIS, LED Flash True Tone 4 ดวง
  • ระบบปฏิบัติการ : iOS 10
  • แบตเตอรี่ 2900 mAh

เริ่มจากรูปร่าง ด้านหน้าของ iPhone 7 Plus ใช้หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด 1920x1080 เท่ากับ iPhone 6 Plus และ iPhone 6s Plus ไม่มีผิด แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือเรื่องการแสดงผลสีที่คมชัดมากขึ้นความกว้างของเครื่องเดิม

     และแน่นอนว่าด้านบนมีกล้องหน้าความละเอียดก็มากขึ้นถึง 7 ล้านพิกเซล พร้อมกับลำโพงสนทนาแต่ว่าคราวนี้มีขนาดที่ยาวขึ้นเพราะว่าเป็นลำโพงแบบ สเตอริโอ

     ด้านล่างเป็นที่อยู่ของปุ่ม Home แต่ไม่ธรรมดาเพราะคราวนี้ถ้าไม่สามารถกดลงไปได้ แต่จะเป็นการอ่านแรงกด ซึ่งอ่านแรงกดได้ 3 ระดับ 1 การแตะเพื่อสแกนลายนิ้วมือ Taptic Engine จะทำงานเมื่อผ่าน 2 กดลงไปเลยเพื่อเข้า Home หรือ ออกจาก Apps ซึ่ง Taptic จะสั่นแรงขึ้น แต่ยิ่งกดย้ำ จะสั่นถี่ และ 3 กดค้างไปเลย เพื่อใช้งาน Siri หรือ Voice Control ซึ่งจะสั่นเท่ากับ 2 ครั้งแต่ก็จะมีเสียง ติ่ง ๆ ทำงาน


    ด้านข้างซ้ายออกแบบด้วยอะลูมิเนียมเกรด 7000 เหมือนเดิม แต่น้ำหนักเบากว่าเดิม ไม่รู้ทำได้ยังไง ฝั่งซ้ายมีปุ่มฟังก์ชั่นที่สามารถปรับปิดเสียง หรือ ปิดการหมุดของจอ และปุ่มปรับระดับเสียง



    ด้านข้างขวา มีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM

    ด้านบนไม่มีอะไร นอกจากเส้นของเสาอากาศรับสัญญาณ

    ด้านล่างมีลำโพง(อยู่ด้านขวา)พร้อมกับไมโครโฟน พร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Active noise cancellation (อยู่ด้านซ้าย) และ Lightning Port จุดนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงตัดช่องเสียบหูฟัง หรือเพราะไม่กันน้ำก็อาจจะเป็นไปได้

    ด้านหลังมาพร้อมกับสีตัวเครื่องดำสนิด พร้อมโลโก้ Apple และโลโก้ iPhone ด้านล่าง แต่จุดเด่นของ iPhone 7 Plus คือกล้องคู่ที่ได้เลนส์ทั้งกว้างและ Tele พร้อมกับ LED Flash 4 ดวง

    ภาพรวมของ iPhone 7 Plus ไม่ได้แตกต่างจาก iPhone 6 Plus และ iPhone 6s Plus ยกเว้นรายละเอียดบางจุดเช่นกล้องที่นูนขึ้น และกล้องคู่ พร้อมกับตัดช่องเสียบหูฟังออกไปเลย ไม่มีหูฟังอีกต่อไป ทำให้มองว่ามันเร็วไปสำหรับบางคนที่ต้องใช้หูฟังแบบเดิม แต่ก็มีอุปกรณ์เสริมเช่นตัวแปลงออกมาให้เหมือนเคย แต่มันก็ไม่สะดวกเท่าไหร่ ส่วนน้ำหนักเครื่อง ถือนาน ๆ ก็มีเมื้อยอยู่บ้างนะ และยังดีที่ตัวเครื่องกันน้ำแล้ว แม้จะได้ IP67 ก็ตาม

ประสิทธิภาพ


     เนื่องจากเวลาเล่นน้อยใช้สอยประหยัดจึงสรุปจากที่ได้ลองเข้าใช้งานใน Apps ต่าง ๆ ภายในเครื่อง ถือว่าตอบสนองเร็วสมกับการใช้  CPU A10 Fusion พร้อม Co-Processor M10 และแน่นอนว่ามี RAM 3GB ในตัวนี้ หมดห่วงเรื่องช้า แต่สำหรับ iOS 10 นั้นมันเร็วอยู่แล้ว แม้ RAM 2GB ก็พอ และแบตเตอรี่ 2900 mAh ก็ทนอยู่ แต่มีโอกาสจะลองกด Benchmark ในอนาคต ตอนไหนคงต้องติดตามตอนต่อไป

คุณสมบัติเด่นที่ต้องลองในของ iPhone 7 Plus

     จากที่ลองสั้น ๆ นั้นแน่นอนว่า iOS 10 ที่เป็นระบบปฏิบัติการติดเครื่อง การใช้งานลื่นไหล ประหยัดพลังงานกว่าเดิม แต่อาจจะมีงงบ้างในเรื่องการเข้าหน้า Home ที่ต้องกดปุ่ม Home ดังนั้นเข้าทางกับปุ่ม Home แบบทัชและมี Taptic Engine ทำงาน แต่ก็ต้องอาศัยความเข้าใจเล็กน้อยถึงจะลงตัวนะครับ

     การแสดงผลของหน้าจอก็น่าสนใจเพราะสีตรงมากและสว่างพร้อมกับปรับลดแสงสีฟ้าได้ และหน้าจอนั้นเด็ดพอกับ iPad Pro 9.7 นิ้วเลยล่ะ

     ส่วนเรื่องของการฟังเพลงผ่านลำโพงคู่ของเครื่องที่อยู่ตำแหน่ง หูฟังสนทนา และ ด้านล่างขวา เมื่อเปิดเสียงสุดก็ถือว่าดังดี แต่อยากให้มันกระหึ่มคงต้องเปิดในห้องเก็บเสียงอย่างดีจะชัดเจนมากขึ้น

     แต่การไม่ให้ช่องเสียบหูฟังอาจจะกระทบกับคนที่ต้องเอา iPhone ฟังเพลงผ่าน AUX ในรถรวมถึงหูฟังที่มีราคาแพงเพราะยังคงเป็นช่องเสียบหูฟังปกติ ต่อให้ออกแบบรองรับกับช่องเสียบ Lightning แต่คุณจะไม่สามารถฟังเพลงไปชาร์จแบตฯไปได้อีกต่อไปแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ

     และเรื่องกล้องหลังของ iPhone 7 Plus ที่ให้มา 2 ตัว เริ่มจากตัวปกติก่อนคือกล้องเลนส์กว้าง 28 มิลลิเมตร พร้อมกับรูรับแสง F1.8 พร้อมกับระบบกันสั่นครั้งแรกของ iPhone 7 และมี LED Flash 4 ดวงด้วยกัน แต่กล้องอีกตัวมีความละเอียดเท่ากัน แต่มุมมองของกล้องจะเป็น 56 มิลลิเมตร เน้นเรื่องงานซูม

     โดยมีระยะการซูมถึง 2 เท่า แต่คุณสามารถซูมแบบ Digital Zoom ได้สูงสุด 10 เท่าด้วยกัน (กล้องตัว Tele ไม่มีกันสั่นนะครับ)

     ภาพรวมของการทำงานกล้องตอนนี้ ถ้าระยะกว้างถือว่าทำงานได้ดี และมีระบบกันสั่นทำให้ภาพนั้นออกมาสวยและนิ่งเก็บรายละเอียดดี ความไวแสงกำลังดี แต่ว่าเมื่อปรับเลนส์ซูม การใช้งานตอนลองนั้นอยู่ในร้านอาหารและเวลาที่แสงน้อย พบว่า Noise ปรากฏออกมา

     แม้ว่าจะมีการจัดการแล้ว แต่ถ้าคุณยิ่งใช้ Digital Zoom มากเท่าไหร่ Noise ก็จะเยอะมากขึ้น ค่า F ก็จะไหลมากขึ้นไปด้วย ความคมเลยลดหายไปประมาณ 10 - 30% ตามการซูม แต่กล้องจะดีเมื่อรองรับการทำงานแบบการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ซึ่งต้องรอให้ iPhone ปล่อยฟีเจอร์ใส่เข้ามาอีกสักพักหนึ่ง แต่ถ้าไม่คิดมาก iPhone 7 ก็พอแล้ว

    นี่ยังไม่นับกล้องหน้าขนาด 7 ล้านพิกเซลที่ถ่ายออกมาแล้วก็ไม่แตกต่างจากรุ่นเดิม

(wide)

(Tele ซูม 2 เท่า)

(Digital Zoom 5.7 เท่า)

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก iPhone 7 Plus)

สรุปหลังจากที่ลอง iPhone 7 Plus


     แม้ระยะเวลาการลองสั้น ๆ แต่ก็ได้ความคิดเห็นมากพอสมควรเพราะนี่คือ iPhone ที่ดีที่สุดและใส่ของเล่นมาเยอะจนทำให้คนใช้ iPhone 6s คงต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นไปเลย

     โดยเฉพาะกล้องที่ดีขึ้นและลำโพงแบบ Stereo และกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP67 แต่กลับตัดช่องเสียบหูฟังออกไป ทำให้หลายคนรับได้บ้างไม่ได้บ้าง แม้จะมีอุปกรณ์เสริมแล้วก็ตาม รวมไปถึงสี Jet Black ที่ต้องรอนานพอสมควร

     แต่นั่นก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งข้อเสีย แต่มองถึงความเต็มฟังก์ชั่น iPhone 7 Plus ก็จัดเต็มอยู่ไม่มาก แต่ส่วนตัวผู้เขียนเอง มองว่า iPhone 7 ก็เพียงพอแล้วเพราะทุกอย่างได้เหมือนกัน แต่ขนาดกระทัดรัด กล้องตัวเดียวก็เพียงพอแล้ว ครับ

     ส่วนราคาตอนนี้เครื่องหิ้วค่อนข้างสูง ซึ่งบางร้านมีราคาท็อปสุดอาจจะเกือบ 7 หมื่นบาท ถ้าอยากรอเครื่องศูนย์ไทยที่คาดว่าจะเจอกันปลายเดือนตุลาคมนี้ ถามว่าสามารถรอได้หรือไม่ รอได้ครับ ไม่นานแค่ 2 เดือนเองครับ


ข้อดี

  • ประสิทธิภาพดีขึ้นมาก
  • กล้องยอดเยี่ยมในภาพรวม
  • เสียงดังมาก
  • สีเครื่องสวยและดูลงตัว

ข้อควรปรับปรุง

  • ปุ่ม Home ยังต้องอาศัยความเข้าใจอยู่เยอะ
  • กล้องเมื่อเข้าสู่ Tele และ Digital Zoom คุณภาพยังต้องปรับปรุง
  • ไม่มีช่องเสียบรูหูฟัง
  • ราคาแพงมาก

ขอบคุณ คุณโอจากร้าน Am4You Gadget สำหรับ iPhone 7 Plus



รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

5 สิ่งประทับใจใน  iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

5 สิ่งประทับใจใน iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

สัมผัสแรก OPPO F5 อีกก้าวของมือถือที่มีกล้องหน้าช่วยแต่งหน้าจากเทคโนโลยี A.I.

สัมผัสแรก OPPO F5 อีกก้าวของมือถือที่มีกล้องหน้าช่วยแต่งหน้าจากเทคโนโลยี A.I.

สัมผัสแรกกับหูฟัง 1More คุณภาพดีเลิศ ราคาไม่แพง

สัมผัสแรกกับหูฟัง 1More คุณภาพดีเลิศ ราคาไม่แพง

ถ่ายรูปฟิล์มแบบสวยย้อนยุค ด้วยแอป Huji Cam

ถ่ายรูปฟิล์มแบบสวยย้อนยุค ด้วยแอป Huji Cam

รีวิว Xiaomi MI A1 มือถือจีนเลือดบริสุทธิ์ จากโครงการ Android One

รีวิว Xiaomi MI A1 มือถือจีนเลือดบริสุทธิ์ จากโครงการ Android One

สัมผัสแรกกับ HP OMEN X รุ่นปลายปี 2017 กับประสบการณ์ใหม่บนโลกแห่ง VR

สัมผัสแรกกับ HP OMEN X รุ่นปลายปี 2017 กับประสบการณ์ใหม่บนโลกแห่ง VR

“ThaiWater” แอปติดตามสถานการณ์น้ำ ที่ควรโหลดสุดๆ

“ThaiWater” แอปติดตามสถานการณ์น้ำ ที่ควรโหลดสุดๆ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์