10 แนวโน้มที่เทคโนโลยีจะมาเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจไทย

10 แนวโน้มที่เทคโนโลยีจะมาเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจไทย

10 แนวโน้มที่เทคโนโลยีจะมาเปลี่ยนแปลงภาคธุรกิจไทย

1. Social game แนวโน้มใหม่ที่สังคมไทยต้องปรับตัว

ตัวอย่างล่าสุดคือ โปเกม่อน แนวโน้มเกมจะปรับตัวจากการนั่งเล่นในพื้นที่ส่วนตัว ในฉากส่วนตัว มาเป็นการใช้พื้นที่สาธารณะเป็นฉาก และเล่นกันแบบเหมือนจริงมากขึ้น ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียมากมาย ในภาคธุรกิจจะต้องปรับตัวมหาศาล เพราะเกมมีผลต่อพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภคมานานแล้ว แต่นี่จะยิ่งเข้าใกล้กับธุรกิจอย่างมาก

ในแง่การส่งเสริมนั้น เกมพวกนี้จะสร้างประโยชน์เสริมต่อกับธุรกิจท่องเที่ยวและการบริการแนวใหม่ ทางกระทรวงดิจิทัลฯจะร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางและกิจกรรมในการนำเสนอเพื่อทำให้เกมเหล่านี้กลายมาเป็นประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เพราะเกมนั้นเป็นภาษาสากล และการต่อรองในภาพรวมดีกว่าการปล่อยให้เอกชนรายเล็กเข้าต่อรองซึ่งจะส่งผลต่ออำนาจการต่อรอง

การวางกฎระเบียบใหม่ๆ เพื่อก้าวตามให้ทันพฤติกรรมยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเข้ามาดูแลเรื่องการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านทางเกมเหล่านี้จะต้องเป็นหน้าที่ของภาครัฐในการดูแล ซึ่งทั้งในส่วนของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และหน่วยงานทางด้านการรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต จะมีทั้งแนวทางส่งเสริมและควบคุมไม่ให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคเสียเปรียบ

2. sensor everything อุตสาหกรรมไทยต้องคิดใหม่ทำใหม่

IoT ได้เริ่มการเดินทางของมันแล้ว โลกต้องการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กับสิ่งนี้ ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมต้องปรับตัวยกใหญ่ เพราะสินค้าทุกอย่างจะมีเซ็นเซอร์เป็นพื้นฐาน และต้องมีซอฟต์แวร์เป็นตัวสั่งงาน การออกแบบสินค้าอุตสาหกรรมธรรมดาจะถูกเปลี่ยนแปลง

การจัดการของภาครัฐ : IoT security, IoT Analytics, IoT Device Management, Low power-Short range IoT Networks, Low power Wide-area Networks, IoT Processors, Iot Operating Systems, Event Stream Processing, Iot Platforms, IoT Standards and Ecosystems

แม้ว่าการเริ่มต้นของ IoT จะเกี่ยวพันกับอุปกรณ์เซ็นเซอร์เป็นอันดับแรก ดังนั้นภาครัฐที่จะปลุก IoT ให้กับประเทศจะเข้ามาดูแลเรื่องการสร้างเซ็นเซอร์ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้ธุรกิจแนวนี้เกิดเป็นฐานรากของประเทศให้ได้ เพราะแม่ว่า IoT เกิดขึ้นจากต่างประเทศแต่อย่างน้อยการดูแลรักษาในระยะยาวก็จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างมาก อีกทั้งการมุ่งให้ SMEs ของไทยใช้จุดเด่นของ IoT มาสร้างจุดขายใหม่ ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ภาครัฐต้องเร่งให้ความรู้ และลงไปสนับสนุนอย่างจริงจัง ซึ่งทางกระทวงดิจิทัลจะคิดโครงการและเตรียมประสานงานเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังต่อไป


3. start-up โลกใหม่ของธุรกิจไทยกับผลกระทบ

เทคสตาร์ทอัพ จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิม ประการแรกคนเก่งจะกระโดดออกจากอุตสาหกรรมเดิม จะเกิดบริษัทเล็กๆ ที่มีมูลค่ามหาศาล และพร้อมให้บริษัทใหญ่ในโลกเก่าเข้าเทคโอเวอร์ จะเกิดธุรกิจใหม่ล้มธุรกิจแบบเดิมอย่างรวดเร็วเกินการปรับตัว พร้อมดูดทรัพยากรที่ธุรกิจเดิมเคยครอบครองอยู่ เป็นการแย่งชิงเพื่อสร้างความเติบโตอย่างรวดเร็ว

แม้ช่วงนี้ภาครัฐจะเข้ามาเร่งสร้าง ecosystem ของเทคสตาร์ทอัพในไทยให้เติบโต แต่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินทุน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การสร้างพันธมิตรระดับโลก และอื่นๆ หน่วยงานภาครัฐยังสู้ภาคเอกชนไม่ได้ ในช่วงแรกก็ยังคาดว่าจะมีเทคสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่งเติบโตขึ้นได้อยู่ จำเป็นต้องดึงเทคสตาร์ทอัพเหล่านี้มาถ่ายทอดองค์ความรู้ และทำงานแก้ไขจุดต่างๆ เพื่อสร้าง ecosystem ให้สมบูรณ์

ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ไขปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงานทั้งสองส่วนคือ ในส่วนของเทคสตาร์ทอัพเองนั้นก็ยังขาดแคลนคนอย่างมาก และในส่วนของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ และอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ระบบไอที ที่ส่งผลกระทบตามมาในระยะยาว ทางกระทรวงดิจิทัลจะมีแผนทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อป้อนกำลังคนเข้ามาแก้ปัญหาทั้งระบบ ซึ่งในเบื้องต้นจะเร่งในส่วนของภาคการศึกษาที่ต้องผลิตคนที่มีความสามารถป้อนเข้าระบบมากขึ้น และจะต้องมีการสนับสนุนการอบรมต่อหลังจากที่กลุ่มแรงงานพวกนี้เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว

4. Chat Bot บริการใหม่ยุค Big Data และ AI ครองเมือง

จากการเปิดโลก Open data ของรัฐบาลไปสู่การสร้าง Big Data นั่นจะนำไปสู่การสร้าง Chat Bot ที่ตอบโต้ผู้ใช้เหมือน Siri แต่จะเป็นการให้บริการภาครัฐ ที่ต่อไประบบจะฉลาดและให้บริการลงลึกแบบ Customize

ภาครัฐโดยสรอ. หรือสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) จะมีโครงการนำร่องในด้านนี้ จากเดิมที่ระบบตอบคำถามเรื่องบริการของภาครัฐขณะนี้จะมุ่งเน้นไปที่ระบบ Call Center 1111 แต่ถือว่าเป็นระบบที่ยังใช้ต้นทุนสูงและยังให้บริการไม่ทั่วถึง รวมถึงระบบข้อมูลที่สนับสนุนยังไม่ฉลาดเพียงพอ แต่หลังจากที่สรอ.เข้ามาดูแลเพื่อทำระบบ Open Data และทำระบบ Big Data ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย มีการนำข้อมูลภาครัฐมาบูรณาการและสร้างระบบการสืบค้นที่ฉลาด และมีการพัฒนาต่อยอดระบบอับดุล ที่สวทช.คิดค้นเมื่อหลายปีก่อน ก็จะสามารถทำให้เกิดระบบ Chat Bot เกิดขึ้นในเมืองไทยได้

โดยประชาชนจะสามารถถามคำถามเหมือนกับระบบสิริในไอโอเอส และจะมีการตอบคำถามกลับในเรื่องต่างๆ ของประเทศ โดยสามารถ Customize คำตอบให้กับผู้ถามในแต่ละคนได้ คาดว่าระบบนี้จะสามารถทดลองใช้ได้ภายใน 2 ปีต่อจากนี้

5. The On-Demand Economy รัฐไทยจะรับมือกับ GIG Economy

จากปัญหาการจราจร การเติบโตของโครงสร้างเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จะทำให้พวกมืออาชีพกลายเป็นฟรีแลนซ์ และรับจ้างงานแบบ on demand โครงข่ายนี้จะใหญ่โตขึ้น และเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจ้างงานไปทั่วโลก (GIG Economy)
 ในแง่ของภาครัฐกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลกที่จะจัดการเรื่องภาษีและการดูแลสวัสดิภาพของคนเหล่านี้อย่างไร

โดยกระทรวงดิจิทัลจะเข้าไปเป็นแม่งานศึกษาแนวทางการดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่จะไม่มีการปิดกั้นระบบนี้เนื่องจากเป็นทิศทางของโลก และจะประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง เพื่อทำให้การดูแลอย่างเป็นธรรมเกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็จะหาแนวทางส่งเสริมเนื่องจากถือว่าเป็นการลดปัญหาการจราจรและนำแรงงานเข้าสู่ระบบได้

6. Software as a Service is free

ในประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จแล้วอย่าง Builk ที่ทำแพลตฟอร์มทางด้านธุรกิจการก่อสร้างให้ผู้รับเหมาทั่วประเทศใช้ฟรี ต่อไปจะเกิดแพลตฟอร์มเฉพาะทางลงลึกทางภาคธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้น ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งใครครองแพลตฟอร์มได้ก่อนจะเกิดประโยชน์อย่างมาก เพราะสามารถคุมอุตสาหกรรมนั้นได้ทั้งหมดในอนาคต ทั้งข้อมูลและระบบอีคอมเมิร์ช

ขณะนี้ภาคเอกชนของไทยรุกในส่วนของการสร้างแพลตฟอร์มทางธุรกิจมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างมาก เพราะการคุมแพลตฟอร์มได้ก็เท่ากับจัดวางโครงสร้างของธุรกิจกลุ่มนั้นได้ไปในตัว ดังนั้นภาครัฐต้องขยับตัวให้ภาคเอกชนที่มีความสามารถและเข้าใจในธุรกิจกลุ่มต่างๆ ที่รัฐเห็นความสามารถในการสร้างแพลตฟอร์มแข่งกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกได้ ต้องทำให้กลุ่มนี้เร่งเติบโตและกลุ่มธุรกิจยินดีเข้าไปใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งจะเป็นทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาวที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ คาดว่าหลังจากที่กลุ่มก่อสร้างขยับตัวไปแล้ว กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มเกษตรกรรม รวมถึงกลุ่มลอจิสติกส์ จะต้องเกิดแพลตฟอร์มขึ้นต่อไป

7. electronics payment จะมาแทนการเงินแบบโบราณ

ประเทศไทยเริ่มระบบ พร้อมท์เพย์ เพราะเห็นว่าการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์แทนเงินจริงจะช่วยลดต้นทุนต่างๆ ทางภาคธุรกิจได้อย่างมาก และในโลกธุรกิจจริงก็มีระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศมากมายที่กำลังท้าทายระบบการเงินแบบเดิม ซึ่งภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวรองรับเพราะจะกระทบกับการทำธุรกิจโดยตรง

ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลฯ เองก็กำลังจับตาระบบ Block Chain อย่างจริงจัง มีทั้งศึกษาข้อดีข้อเสีย และการเชื่อมระบบเพื่อเข้ากับระบบพร้อมพ์เพย์ของรัฐบาลที่เพิ่งประกาศใช้ไป ส่วนระบบพร้อมพ์เพย์จะมีการขยายระดับการใช้งานให้มากขึ้นเพื่อนำระบบธุรกรรมต่างๆ ที่เคยอยู่นอกระบบเข้ามาสู่ในระบบโดยจะต้องเร่งสร้างแรงจูงใจทางด้านต่างๆ เข้ามาช่วย และคาดว่าภายใน 2 ปีระบบธุรกรรมทางการเงินของประเทศจะเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้มากกว่า 50%

8. The Sharing Economy

แนวโน้มของระบบเศรษฐกิจแบบนี้เติบโตมาอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของระบบไอทีโลก เราได้เห็นการฟังเพลงฟรี ดูหนังฟรี เราได้เห็นระบบคลาวด์ที่เป็นการแบ่งปันทรัพยากรต่างๆ กัน โดยที่ผู้คนไม่สนใจว่าจะต้องเป็นทรัพยากรของตน เราจะได้เห็นการแบ่งปันการใช้งานทรัพยากรตัวอื่นๆ มากขึ้น เช่น รถ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการทำงาน ของเสียของอีกที่หนึ่งจะเป็นของดีของอีกที่หนึ่ง

 ระบบนี้จะส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาว ดังนั้นภาครัฐจะมีการศึกษาในด้านการส่งเสริมระบบการแบ่งปันในภาคธุรกิจก่อนเป็นอันดับแรก โดยจะมีการสร้างแรงจูงใจในช่วงแรก อาจจะเป็นมาตรการทางภาษี หรืออื่นๆ เพื่อทำให้ระบบนี้เกิดขึ้นในเมืองไทย และเกิดขึ้นแบบยั่งยืน เพื่อลดการสูญเสียทางด้านทรัพยากรลงไป ส่วนในภาคประชาชนจะมีการบริการภาครัฐที่ลงมาเชื่อมต่อกับภาคประชาชนไม่ว่าจะผ่านระบบ Open Data และอื่นๆ เกิดขึ้น คาดว่าจะมีบริการใหม่ๆ ที่อยู่ในเงื่อนไขการแบ่งปันใช้งานเกิดขึ้นจำนวนมากจากภาครัฐในเร็วๆ นี้

9. Hybrid Cloud Adoption การปรับตัวครั้งใหญ่ของภาคธุรกิจไทย

การมาของเทคโนโลยี Hybrid Cloud จะทำให้การจัดสรรทรัพยากรทางด้านไอทีของภาคธุรกิจในไทยเปลี่ยนแปลงไป จากเมื่อก่อนที่แยกระหว่าง Private Cloud กับ Public Cloud ชัดเจนมาก แต่เมื่อระบบคลาวด์มีความเก่งมากขึ้น ก็สามารถจัดการทรัพยากรได้แบบผสมผสาน เลือกการใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำธุรกิจ

ภาครัฐเองก็ทำระบบคลาวด์ภาครัฐอยู่แล้วและเข้ามาศึกษาระบบ Hybrid Cloud อย่างจริงจัง และได้เริ่มทดลองใช้บ้างแล้ว และในไม่ช้าจะมีการร่างระเบียบการใช้งานต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานการให้บริการเกิดขึ้นมา ซึ่งในส่วนของภาคธุรกิจและประชาชนจะได้ประโยชน์จากการขยับตัวครั้งนี้ของภาครัฐตามไปด้วย เพราะระบบคลาวด์แบบไฮบริดจ์จะมีเงื่อนไขมาตรฐานเพื่อเป็นเงื่อนไขในการใช้บริการต่อไป ซึ่งจะทำให้การปรับตัวของธุรกิจไทยไม่ยากลำบากมากนัก

10. การเกิดขึ้นของกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัล

ประกาศตั้งกันไปเรียบร้อยสำหรับกระทรวงใหม่ของไทย ทดแทนกระทรวงไอซีทีที่ถูกยุบไป การมีคณะกรรมการ DE ที่ได้เงินจากกสทช.เพื่อมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างไอทีของประเทศ ถือว่าเป็นจำนวนเงินที่อักโขอยู่ คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าจะใช้กันเป็นหรือไม่ ถ้าภาครัฐยังคิดแบบเก่ารับรองเทคโนโลยีใหม่ที่ไปเร็วเหลือเกินจะทำให้ภาคเอกชนไทยปรับตัวไม่ทันแน่นอน การทำให้ซอฟต์แลนดิ้งของเอกชนกับเทคโนโลยีใหม่ไม่ส่งผลกระทบมากนักก็ถือว่ากระทรวงใหม่ควรเข้ามาจัดการ

เปรียบเทียบ iPhone 7 RED และ OPPO R9s Red Edition สองสมาร์ทโฟนสีแดงที่ร้อนแรงที่สุด

เปรียบเทียบ iPhone 7 RED และ OPPO R9s Red Edition สองสมาร์ทโฟนสีแดงที่ร้อนแรงที่สุด

เทรนด์ใหม่พี่จีน รับจ้างหลับมืออาชีพ รายได้ปีละ 5 แสนบาท ไม่ต้องมีประสบการณ์

เทรนด์ใหม่พี่จีน รับจ้างหลับมืออาชีพ รายได้ปีละ 5 แสนบาท ไม่ต้องมีประสบการณ์

Nextbit ปล่อย Android 7.0 ให้กับ Robin แล้วอย่างเป็นทางการ

Nextbit ปล่อย Android 7.0 ให้กับ Robin แล้วอย่างเป็นทางการ

5 วิธีง่าย ๆ ในการทำมือถือสุดรักของคุณให้ กลับมาดูใหม่และเร็วอีกครั้ง

5 วิธีง่าย ๆ ในการทำมือถือสุดรักของคุณให้ กลับมาดูใหม่และเร็วอีกครั้ง

ขายสินค้าออนไลน์ ทำไมต้องไม่ระบุราคา?

ขายสินค้าออนไลน์ ทำไมต้องไม่ระบุราคา?

เผยรายละเอียดการขาย  iPhone 7 และ 7 Plus (PRODUCT) RED Special Edition

เผยรายละเอียดการขาย iPhone 7 และ 7 Plus (PRODUCT) RED Special Edition

OPPO เปิดตัว F3 และ F3 Plus มีกล้องหน้าคู่ที่ถ่ายภาพได้กว้าง พร้อมขายเดือนพฤษภาคม

OPPO เปิดตัว F3 และ F3 Plus มีกล้องหน้าคู่ที่ถ่ายภาพได้กว้าง พร้อมขายเดือนพฤษภาคม

หลุดโปรโมชั่นจอง Samsung Galaxy S8 ในสหรัฐอเมริกา ก่อนเปิดตัว

หลุดโปรโมชั่นจอง Samsung Galaxy S8 ในสหรัฐอเมริกา ก่อนเปิดตัว

ลืม Log Out ไอดี Facebook จัดการได้ แม้อยู่ระยะไกล

ลืม Log Out ไอดี Facebook จัดการได้ แม้อยู่ระยะไกล

โซนี่ไทย เปิดตัวเครื่องเล่นเพลงตระกูล Extra Bass เน้นประสบการ์ฟังเพลงสุดพลัง

โซนี่ไทย เปิดตัวเครื่องเล่นเพลงตระกูล Extra Bass เน้นประสบการ์ฟังเพลงสุดพลัง

เลือกหน่วยความจำเสริมแบบไหนถึงจะเหมาะกับมือถือคุณ

เลือกหน่วยความจำเสริมแบบไหนถึงจะเหมาะกับมือถือคุณ

Galaxy Note8 เผยดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบใหม่ ใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว คาดไฮเอนด์ขั้นสุดด้วยจอ 4K

Galaxy Note8 เผยดีไซน์หน้าจอไร้ขอบแบบใหม่ ใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว คาดไฮเอนด์ขั้นสุดด้วยจอ 4K

Instagram ปรับนโยบาย เลือกเบลอรูปที่มีปัญหา แทนการลบอัตโนมัติ

Instagram ปรับนโยบาย เลือกเบลอรูปที่มีปัญหา แทนการลบอัตโนมัติ

รอดราวปาฏิหาร เมื่อเด็กสี่ขวบโทรช่วยแม่ด้วย Siri

รอดราวปาฏิหาร เมื่อเด็กสี่ขวบโทรช่วยแม่ด้วย Siri

6 สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 3,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุด

6 สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 3,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุด

Facebook Messenger เพิ่มฟีเจอร์ emoji แสดงปฏิกิริยา และ สามารถ Mention ถึงเพื่อนได้

Facebook Messenger เพิ่มฟีเจอร์ emoji แสดงปฏิกิริยา และ สามารถ Mention ถึงเพื่อนได้

สรุป 10 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Android O เวอร์ชันใหม่ล่าสุดจาก Google ฟีเจอร์ใหม่เป็นอย่างไร

สรุป 10 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Android O เวอร์ชันใหม่ล่าสุดจาก Google ฟีเจอร์ใหม่เป็นอย่างไร

เมื่อ Huawei P10 ปะทะ Huawei P10 Plus มือถือกล้อง Leica ใครจะถ่ายออกมาได้สวยกว่ากัน

เมื่อ Huawei P10 ปะทะ Huawei P10 Plus มือถือกล้อง Leica ใครจะถ่ายออกมาได้สวยกว่ากัน

เผยสิทธิบัตรของ Apple Docking แปลงร่าง iPhone iPad เป็น Notebook

เผยสิทธิบัตรของ Apple Docking แปลงร่าง iPhone iPad เป็น Notebook

Messenger Lite เปิดให้บริการในประเทศไทยแล้ววันนี้

Messenger Lite เปิดให้บริการในประเทศไทยแล้ววันนี้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์