6 สมาร์ทโฟนแดนมังกรที่มีสเปคสูสีกับ Google Pixel แต่ราคาถูกกว่ากันเกือบเท่าตัว

6 สมาร์ทโฟนแดนมังกรที่มีสเปคสูสีกับ Google Pixel แต่ราคาถูกกว่ากันเกือบเท่าตัว

6 สมาร์ทโฟนแดนมังกรที่มีสเปคสูสีกับ Google Pixel แต่ราคาถูกกว่ากันเกือบเท่าตัว

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่นาน Google Pixel และ Pixel XL ก็ครองใจผู้คนไปมากมาย เพียงแค่เปิดให้จองวันแรก ตัวเครื่องสี "น้ำเงินจริงอะไรจริง" Really Blue ก็หมดสต็อกไปอย่างรวดเร็วและยังคงมีความต้องการเข้ามาต่อเนื่อง แม้ในขณะนี้จะยังหาซื้อไม่ได้ในประเทศไทยแต่ก็ได้รับความสนใจจากผู้ใช้สมาร์ทโฟนในบ้านเราไม่น้อย อาจเป็นเพราะว่านี่คือสมาร์ทโฟน Android ที่แท้จริงซึ่ง Google ปั้นมาเองกับมือ หวังให้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ iPhone จึงจัดเต็มด้วยฟีเจอร์เด็ดๆ มากมายแบบไม่มีกั๊ก โดยเฉพาะบริการ Google Photos สำรองรูปและวิดีโอขึ้น cloud ได้ไม่จำกัด และกล้องดิจิทัลที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลกแล้วในขณะนี้ การันตีด้วยคะแนน DxOMark ถึง 89 คะแนน หากบอกว่า Google Pixel คือที่สุดของสมาร์ทโฟน Android ก็คงจะไม่ผิดนัก

แต่อุปสรรคสำคัญสำหรับผู้ใช้ในบ้านเราที่สนใจ Google Pixel ก็คือมันยังหาซื้อยากและมีราคาสูงอยู่ อย่างต่ำก็ 23,000 บาท ในระหว่างนี้จึงน่าจะหาสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นแก้ขัดกันไปก่อน หากลองหันมามองสมาร์ทโฟนฝั่งจีนก็จะเห็นได้ว่ายังมีสมาร์ทโฟนอีกหลายรุ่นที่สเปคใกล้เคียงกับ Google Pixel แต่มีราคาถูกกว่ามาก ซึ่งในการใช้งานทั่วๆ ไปก็อาจจะทดแทนกันได้ ในครั้งนี้เราจึงได้คัดสมาร์ทโฟนแดนมังกร 6 รุ่นที่มีสเปคสูสีกับ Google Pixel มาให้ชมกันครับ

ก่อนอื่นเรามาดูสเปคและจุดเด่นของ Google Pixel/Pixel XL กันก่อนครับ

สเปค Google Pixel

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 5 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 4
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 821 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.15 GHz
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
  • หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB และ 128 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.55 ไมครอน รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว OIS
  • แบตเตอรี่ขนาด 2770 mAh
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 (Nougat)
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

สเปค Google Pixel XL

  • หน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว แบบ AMOLED ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจก Gorilla Glass 4
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 821 แบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 2.15 GHz
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 4 GB
  • หน่วยความจำภายในขนาด 32 GB และ 128 GB
  • กล้องด้านหน้า ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องด้านหลัง ความละเอียด 12.3 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซล 1.55 ไมครอน รูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมระบบกันภาพสั่นไหว OIS
  • แบตเตอรี่ขนาด 3450 mAh
  • ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7.1 (Nougat)
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังตัวเครื่อง
  • รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C

 

สำหรับสมาร์ทโฟนจากฝั่งจีนที่มีสเปคพอจะวัดกับ Google Pixel ทั้ง 2 รุ่นได้ มีดังต่อไปนี้ครับ

 

1. OnePlus 3

ราคาประมาณ 15,000 บาท

OnePlus 3 มีหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว แบบ Optic AMOLED ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน สามารถใช้งานในที่แสงจ้าได้เป็นอย่างดี ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 820 RAM 6 GB, หน่วยความจำภายใน 64 GB แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh พร้อมระบบ Dash charger ชาร์จจาก 0% ถึง 60% ในเวลาเพียง 30 นาที และมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Oxygen OS ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 6.1 Marshmallow ในภาพรวมนับว่าเปคสูงพอจะสู้กับ Pixel ได้อย่างสบาย ส่วนกล้องดิจิทัลก็ทำงานได้ดีและรวดเร็วไม่แพ้สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นถึงแม้จะเทียบกับ Pixel ไม่ได้ก็ตาม นอกจากนี้ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมายแต่ราคาถือว่าน่าคบหาครับ

 

2. Huawei P9

ราคา 16,900 บาท

Huawei เป็นแบรนด์จีนที่เติบโตเร็วมากในช่วงระยะหลังมานี้ จนอาจนับได้ว่าก้าวขึ้นมาแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และ Apple ได้อย่างไม่น่าเกลียด และ Huawei P9 ก็นับเป็นผลงานชิ้นเอกในปีนี้ ด้วยหน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว แบบ IPS LCD ความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซล, ชิปเซ็ต Kirin 955 RAM สูงสุด 4 GB ความจุสูงสุด 64 GB รองรับ microSD Card มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และยังรองรับการใช้งาน2 ซิมการ์ด พร้อมพอร์ต USB Type-C และระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow สำหรับเรื่องกล้องซึ่งเป็นจุดขายของรุ่นนี้ เป็นกล้องคู่ที่ได้รับการออกแบบและควบคุมการผลิตโดย Leica ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, พิกเซลขนาด 1.25 ไมครอน, รูรับแสงกว้าง F/2.2, ไฟแฟลชแบบ Dual-LED และระบบโฟกัสภาพแบบ Hybrid Focus ซึ่งระบบกล้องคู่นี้ ตัวแรกจะถ่ายภาพสีแบบ RGB ส่วนกล้องตัวที่สองจะถ่ายภาพขาวดำ แล้วรวม 2 ภาพเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดของทั้งภาพสี และภาพขาวดำได้ดียิ่งขึ้น แต่หากเทียบกับ Pixel ในเรื่องกล้องแล้วก็ยังคงเป็นรองอยู่นิดหน่อย สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนดีๆ ประสิทธิภาพคุ้มราคา Huawei P9 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีครับ

 

3. ZTE Axon 7

ราคา 15,990 บาท

ZTE Axon 7 เป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่น่าสนใจ ที่มีจุดเด่นด้านระบบเสียงแบบ 360 องศา ด้วยระบบ Dolby Atmos 7.1 พร้อมชิปเสียงแบบ Dual ขับเสียงผ่านลำโพงคู่สเตอริโอ สำหรับหน่วยประมวลผลใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 820 พร้อม RAM 4 GB ความจุ 64 GB หน้าจอแสดงผล 5.5 นิ้วความละเอียด 2K มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย MiFavor UI 4.0 อีกที ในส่วนของกล้องหลังมีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล (F/1.8) กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ความจุแบตเตอรี่ขนาด 3,250 mAh แต่สกิน Android ของ Axon 7 จะแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ อาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกันบ้าง ส่วนเรื่องกล้องนั้นแน่นอนว่าเทียบ Pixel ไม่ติด แต่ก็สามารถถ่ายรูปสวยๆ ออกมาได้สบายๆ

 

4. Meizu MX6

ราคาประมาณ 9,000 - 11,000 บาท

Meizu MX6 เป็นสมาร์ทโฟนบอดี้โลหะดีไซน์เรียบสวยไม่เป็นรองใครและมีราคาที่ไม่แรงมากเมื่อเทียบกับเรือธงแบรนด์อื่น ตัวเครื่องมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ชิปเซ็ต Helio X20 RAM 4 GB ความจุ 32 GB รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3,060 mAh ที่มีระบบชาร์จเร็ว ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow สำหรับกล้องมาพร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX386 นอกจากนี้ ยังเป็นระบบโฟกัสภาพแบบ Phase Detection Autofocus และไฟแฟลชแบบ Dual-Tone Flash ซึ่งทาง Meizu บอกว่าคุณภาพเทียบเท่ากล้องของ Samsung Galaxy S7 เลยทีเดียว ทั้งหมดนี้สามารถเป็นเจ้าของได้ในราคาแค่หมื่นเดียวเท่านั้น ถือว่าคุ้มค่าใช้ได้ แต่หากเทียบกับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนอื่นๆ แล้วก็อาจจะราคาสูงไปนิด ด้านการใช้งานก็นับว่าไหลลื่น น่าจะพอสู้กับ Pixel และ Pixel XL ได้สูสีในการใช้งานทั่วๆ ไป

 

5. LeEco Le Pro 3

ราคาประมาณ 9,000 - 11,000 บาท

LeEco เป็นแบรนด์จีนที่เพิ่งจะเข้ามาทำตลาดสมาร์ทโฟนได้ไม่กี่ปีแต่ก็ก้าวขึ้นมามีจุดยืนในวงการได้อย่างน่าจับตามอง เรือธงตัวล่าสุด Le Pro 3 โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีมีสไตล์ ส่วนภายในก็ทรงประสิทธิภาพด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 821 พร้อม RAM 4 GB และความจุภายใน 64 GB หากวัดกันที่สเปคก็สามารถสู้กับ Pixel ได้สบายๆ แต่จุดอ่อนสำคัญของ Le Pro 3 คือไม่มีช่องเสียบหูฟังมาให้ มีเพียงพอร์ต USB-C เท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะทำใจยอมรับไม่ได้ตรงจุดนี้
 

6. Xiaomi Mi 5s / 5s Plus

ราคาประมาณ 14,000 บาท

Xiaomi เป็นหนึ่งในพี่ใหญ่แห่งวงการสมาร์ทโฟนจีนที่ขยันเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ๆ ออกมาตลอด สำหรับ Xiaomi Mi 5s และ Xiaomi Mi 5s Plus ได้รับการปรับปรุงด้านประสิทธิภาพในหลายด้านโดยมาพร้อมบอดี้โลหะ ชิปเซ็ต Snapdragon 821 รวมทั้งยกระดับกล้องถ่ายภาพให้ยอดเยี่ยมขึ้นด้วยการเลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX378 และมีระบบกล้องคู่ Dual-camera ในรุ่น Xiaomi Mi 5s Plus โดยใช้เซ็นเซอร์รับภาพทั้งหมด 2 แบบด้วยกัน คือ เซ็นเซอร์รับภาพสีและขาวดำ คล้ายๆ กับ Huawei P9 แต่กล้องหน้ามีความละเอียดน้อยไปหน่อยที่ 4 ล้านพิกเซล สำหรับสเปคระดับนี้ก็นับว่าไม่เป็นรอง Pixel หรือ Pixel XL สำหรับการใช้งานทั่วไปก็น่าจะทำได้ดีไม่แพ้กัน


แปลและเรียบเรียง : techmoblog.com

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : www.techmoblog.com

ภาพ : www.phonearena.com

สรุปฟีเจอร์ทั้งหมด สเปก ราคา และวันเปิดตัว พร้อมข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเผยโฉมจริงในเดือนกันยายนนี้!

สรุปฟีเจอร์ทั้งหมด สเปก ราคา และวันเปิดตัว พร้อมข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเผยโฉมจริงในเดือนกันยายนนี้!

แนะนำ 5 มือถือจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัดเต็มตาในทุกรายละเอียด

แนะนำ 5 มือถือจอใหญ่ ในราคาไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัดเต็มตาในทุกรายละเอียด

เปรียบเทียบ iPhone 7 RED และ OPPO R9s Red Edition สองสมาร์ทโฟนสีแดงที่ร้อนแรงที่สุด

เปรียบเทียบ iPhone 7 RED และ OPPO R9s Red Edition สองสมาร์ทโฟนสีแดงที่ร้อนแรงที่สุด

5 วิธีง่าย ๆ ในการทำมือถือสุดรักของคุณให้ กลับมาดูใหม่และเร็วอีกครั้ง

5 วิธีง่าย ๆ ในการทำมือถือสุดรักของคุณให้ กลับมาดูใหม่และเร็วอีกครั้ง

ลืม Log Out ไอดี Facebook จัดการได้ แม้อยู่ระยะไกล

ลืม Log Out ไอดี Facebook จัดการได้ แม้อยู่ระยะไกล

เลือกหน่วยความจำเสริมแบบไหนถึงจะเหมาะกับมือถือคุณ

เลือกหน่วยความจำเสริมแบบไหนถึงจะเหมาะกับมือถือคุณ

รวม 3 ข้อดี และ ด้อย สำหรับคนอยากได้มือถือแบบ 2 Sim

รวม 3 ข้อดี และ ด้อย สำหรับคนอยากได้มือถือแบบ 2 Sim

6 สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 3,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุด

6 สมาร์ทโฟนราคาไม่เกิน 3,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าจับจองเป็นเจ้าของมากที่สุด

วิธีง่าย ๆ ในการเคลียร์พื้นที่ iPhone ได้พื้นที่กลับมาใช้งานเพียบ ไม่ต้องลบรูปทิ้งให้ยุ่งยาก

วิธีง่าย ๆ ในการเคลียร์พื้นที่ iPhone ได้พื้นที่กลับมาใช้งานเพียบ ไม่ต้องลบรูปทิ้งให้ยุ่งยาก

เปรียบเทียบสเปก iPad (2017), iPad Air 2 และ iPad Pro แตกต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

เปรียบเทียบสเปก iPad (2017), iPad Air 2 และ iPad Pro แตกต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

แนะวิธีใช้ Google Maps แบบ Offline แบบง่าย ๆ ใครก็ใช้เป็น

แนะวิธีใช้ Google Maps แบบ Offline แบบง่าย ๆ ใครก็ใช้เป็น

รวม 10 วิธีลบพื้นที่บน iPhone เพิ่มพื้นที่แบบง่าย ๆ และทำได้ด้วยตนเอง

รวม 10 วิธีลบพื้นที่บน iPhone เพิ่มพื้นที่แบบง่าย ๆ และทำได้ด้วยตนเอง

3 เทคนิคการเปิดโปรแกรมบน Windows 10 ที่ท่านอาจจะยังไม่ทราบ

3 เทคนิคการเปิดโปรแกรมบน Windows 10 ที่ท่านอาจจะยังไม่ทราบ

5 ข้อที่ควรทำก่อนที่มือถือคุณจะเสียแบบไม่คาดคิด

5 ข้อที่ควรทำก่อนที่มือถือคุณจะเสียแบบไม่คาดคิด

รวมความสามารถของ Smart Phone ส่วนใหญ่มีให้แต่คุณไม่เคยจะเปิดใช้งานเลย

รวมความสามารถของ Smart Phone ส่วนใหญ่มีให้แต่คุณไม่เคยจะเปิดใช้งานเลย

4 ข้อดีของการซื้อสินค้าลดล้างสต๊อก หรือ ราคาถูกเป็นพิเศษ

4 ข้อดีของการซื้อสินค้าลดล้างสต๊อก หรือ ราคาถูกเป็นพิเศษ

ตามหา iPhone หายไม่ยาก หากอยากได้คืน มาดูกันต้องทำอย่างไร?

ตามหา iPhone หายไม่ยาก หากอยากได้คืน มาดูกันต้องทำอย่างไร?

10 สมาร์ทโฟนที่ถือว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมในแต่ละยุค

10 สมาร์ทโฟนที่ถือว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมในแต่ละยุค

รวม 5 เหตุผลสุดจี๊ด ที่จะทำให้คุณอยากเปลี่ยนโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ ในงาน Commart 2017

รวม 5 เหตุผลสุดจี๊ด ที่จะทำให้คุณอยากเปลี่ยนโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ ในงาน Commart 2017

เปรียบเทียบสเปก Huawei P10 vs Huawei P9 มือถือกล้องคู่รุ่นเรือธง แตกต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบสเปก Huawei P10 vs Huawei P9 มือถือกล้องคู่รุ่นเรือธง แตกต่างกันอย่างไร

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์