พรีวิว Nokia 3, 5, และ 6 การกลับมาของ Brand ในตำนานกับสิ่งที่คาดไม่ถึง

พรีวิว Nokia 3, 5, และ 6 การกลับมาของ Brand ในตำนานกับสิ่งที่คาดไม่ถึง

พรีวิว Nokia 3, 5, และ 6 การกลับมาของ Brand ในตำนานกับสิ่งที่คาดไม่ถึง

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ HMD Thailand นำมือถือโนเกียกลับเข้ามาเผยโฉมทั้ง 3 มือถืออย่าง , Nokia 5 และ Nokia 6 ซึ่งเป็นรุ่นที่แพงสุด ครั้งนี้ทีมงาน Sanook! Hitech ได้สัมผัสแล้วลองมาสั้น ๆ ให้ได้อ่านกันก่อนเจอตัวจริงช่วงเดือนมิถุนายนนี้

เริ่มจาก Nokia 3 ซึ่งจัดว่าเป็นรุ่นเล็กที่สุดของ Nokia ยุคใหม่ โดดเด่นด้วยหน้าจอขนาด 5 นิ้วแต่ไม่มีระบบแสกนลายนิ้วมือ แต่มีกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถือว่ามากที่สุดเท่าที่ของโนเกียเลยก็ว่าได้

 

พร้อมกับขอบเครื่องเป็นโลหะอย่างดี โดยซิมการ์ดนั้นรองรับแบบ Nano SIM แบบ 2 ใบ ส่วน Micro SD แยกไปใส่อีกใบหนึ่ง ส่วนปุ่มกดทั้ง Power และ ปรับระดับเสียงอยู่ฝั่งขวาทั้งคู่

 p1020689
p1020690

ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง ด้านล่างมีลำโพงและช่องเสียบ Micro USB ให้เหมือนเดิม ส่วนด้านหลังนั้นออกแบบเรียบง่ายพร้อมกับกล้องหลังที่วางแนวตั้งคู่กับ LED Flash ถือว่าออกแบบได้สวยงามและเรียบอย่างไม่น่าเชื่อ และมาพร้อมกับสีสันให้เลือกคือขาวขอบเงิน และ ขาวชอบชมพู

 p1020687

ขุมพลังที่ได้ใช้นั้นเป็น MediaTEK MT 6737 Quad Core 1.3GHz, RAM 2GB, ความจำในตัว 16GB พร้อมกับ Micro SD ใส่เพิ่มได้ 128GB ให้แบตเตอรี่ขนาด 2630 mAh และมีเซนเซอร์ครบทั้ง G Senor, Acclerometer, E-Compass พร้อมรับเครือข่าย 4G เช่นกัน

ส่วนลูกเล่นที่น่าสนใจในตัว Nokia 3 นั้นได้แก่

  • ให้ระบบเซนเซอร์ครบถ้วนทั้ง G Senor, Acclerometer, E-Compass และอื่น ๆ
  • กล้องหน้าและกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่กล้องหลังจะมี Auto Focus และ LED Flash
  • ตัวเครื่องพรีเมี่ยม
  • หน้าจอคมชัดทุกสภาพแสงในความละเอียด HD 1280x720
  • ราคาของ Nokia 3 อยู่ที่ 4,850 บาท เริ่มขายประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมิถุนายนนี้

Nokia 5

 

เป็นมือถือขนาดกลางที่มีหน้าจอใหญ่ขึ้นกว่า Nokia 3 ซึ่งมีขนาด 5.2 นิ้วแต่ยังคงความละเอียด 1280x720 และมีระบบสแกนลายนิ้วมือมากให้แล้วในรุ่นนี้



p1020705
p1020706
p1020708

เนื่องจากจุดแตกต่างของรุ่นนี้คือการใช้บอดี้โลหะ ทั้งตัวรวมถึงขอบทำให้สีสันของเครื่องนั้นจะเป็นสีเดียวกันพร้อมกับเสาอากาศรุ่นที่ 4 ที่ออกแบบให้เสาอากาศนั้นอยู่รอบตัวเครื่องทั้งบนและล่าง พร้อมกับมีช่องใส่ซิมแบบ Dual SIM และช่องใส่ Micro SD มาให้ด้วย พร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียง, ปุ่ม Power

 

ด้านหลังแม้จะคล้ายกับ Nokia 3 แต่ด้วยความที่ใช้บอดี้โลหะทั้งเครื่องเครื่องทำให้มันดูดีมากกว่าเดิมเลยทีเดียว

 

ส่วนสเปคนั้นมีรายละเอียดดังนี้

  • เครือข่ายในเขตเศรษฐกิจยูโรเมดิเตอร์เนียนและเอเชียแปซิฟิก: GSM: 850/900/1800/1900 WCDMA: Band 1, 2, 5, 8 LTE: Band 1, 3, 5, 7, 8, 20, 28, 38, 40
  • ความเร็วของเครือข่าย: LTE Cat. 4
  • ซิมคู่
  • ระบบปฏิบัติการ: Android Nougat
  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Qualcomm® Snapdragon™ 430 สำหรับโทรศัพท์มือถือ
  • หน่วยความจำแรม: 2 GB LPPDDR 3
  • ความจุ: หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 16 GB พร้อมทั้งมีช่อง MicroSD Card (รองรับได้สูงสุดถึง 128 GB)
  • ฟอร์มแฟคเตอร์: Monoblock แบบสัมผัสด้วยระบบ Capacitive Keys
  • หน้าจอ: ขนาด 5.2 นิ้ว IPS LCD HD (1280 x 720, 16:9) กระจกลามิเนตกันรอย Corning® Gorilla® Glass อ่านได้แม้ในกลางแจ้ง, Polariser 500 nits
  • กล้อง: กล้องหลัง: 13MP PDAF, 1.12um, f/2 พร้อมแฟลชคู่ กล้องหน้า: 8MP AF, 1.12um, f/2, ความกว้างมุมมองภาพ (FOV) 84 องศา
  • การเชื่อมต่อและเซ็นเซอร์: เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแสง (Ambient Light Sensor), เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับตัวเครื่องสมาร์ทโฟน (Proximity Sensor), เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน (Accelerometer) รุ่น G-sensor, เข็มทิศดิจิตัล (E-compass), เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน (Gyroscope), เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor), Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, BT 4.1, GPS/AGPS+GLONASS+BDS, FM/RDS, NFC สำหรับการแชร์, ANT+, Micro USB (USB 2.0), USB OTG (On-The-Go), แจ๊คหูฟังขนาด 3.5 มม.
  • Battery: Integrated 3000 mAh battery

คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจมีดังนี้

  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
  • หน้าจอ 2 นิ้วความละเอียด HD 720P
  • ราคาของ Nokia 5 อยุ่ที่ 6,490 บาท พร้อมขายปลายเดือนมิถุนายน

ปิดท้ายด้วยรุ่นใหญ่กับ Nokia 6

โดยเป็นมือถือที่มีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วพร้อมกับความละเอียดหน้าจอแบบ Full HD พร้อมกับตัวเครื่องที่เน้นความเป็นโลหะที่ด้านหลัง และมีให้เลือก 2 สีคือ เงิน และ ดำ แต่หน้าจะเป็นสีเงินและมีระบบสแกนลายนิ้วมือ

ด้านข้างนั้นและหลังเป็นโลหะ Unibody ซึ่งตัวเครื่องจะผ่านการชุมสารเคมี กระบวนการอะโนไดซ์อีก 2 ครั้งด้วยกันทำให้ตัวเครื่องดูด้านแต่ก็แข็งแรงทนทาน ซึ่งรุ่นนี้ถาดใส่ซิมอยู่ด้านข้างซ้าย แต่ว่าเป็นแบบ Hybrid SIM ไม่เหมือน Nokia 3 และ 5 และมีปุ่ม Power และปุ่มปรับระดับเสียงมาให้เลือก

p1020669
p1020670
p1020671
p1020672

ด้านบนจะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ใช้งาน ด้านล่างมีช่องเสียบแบบ Micro USB ให้พร้อมกับลำโพง

ด้านหลังจะดูงามกว่าเพราะเป็นหนึ่งเดียวมากกว่ารุ่นอื่นและสวยงามพอสมควร โดยที่กล้องหลังที่ติดตั้งให้มีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

สเปคของ Nokia 6 นั้นมีดังนี้

  • เครือข่าย: GSM: 850/900/1800/1900 WCDMA: Band 1, 2, 4, 5, 8 LTE: Band 2, 3, 4, 7, 12/17, 28, 38
  • ความเร็วของเครือข่าย: LTE Cat. 4, 150Mbps DL/50Mbps UL
  • ซิมคู่
  • ระบบปฏิบัติการ: Android Nougat
  • ชิปเซ็ตประมวลผล: Qualcomm® Snapdragon™ 430 สำหรับโทรศัพท์มือถือ
  • หน่วยความจำแรม: 3 GB LPPDDR 3
  • ความจุ: หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง 32 GB พร้อมทั้งมีช่อง MicroSD Card (รองรับได้สูงสุดถึง 128 GB)
  • ฟอร์มแฟคเตอร์: Monoblock แบบสัมผัสด้วยระบบ Capacitive Keys
  • หน้าจอ: ขนาด 5.5 นิ้ว IPS LCD Full HD (1920 x 1080, 16:9) กระจกลามิเนตกันรอย Corning® Gorilla® Glass ความหนาแน่นพิกเซล 403 ppi อ่านได้แม้ในกลางแจ้ง, 450 nits,
  • Camera: Primary camera: 16MP PDAF, 1.0um, f/2, dual tone flash; Front facing camera: 8MP AF, 1.12um, f/2, FOV 84˚
  • กล้อง: กล้องหลัง: 16MP PDAF, 1.0um, f/2 แฟลชคู่ กล้องหน้า: 8MP AF, 1.12um, f/2, ความกว้างมุมมองภาพ (FOV) 84 องศา
  • การเชื่อมต่อและเซ็นเซอร์: Micro USB (USB 2.0), USB OTG (On-The-Go), แจ๊คหูฟังขนาด 3.5 มม., เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแสง (Ambient Light Sensor), เซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับตัวเครื่องสมาร์ทโฟน (Proximity Sensor), เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการเคลื่อนไหวของสมาร์ทโฟน (Accelerometer), เข็มทิศดิจิตัล (E-compass), เซ็นเซอร์ตรวจจับลักษณะการหมุนของสมาร์ทโฟน (Gyroscope), เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Sensor), NFC, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, BT 4.1, ANT+, GPS/AGPS+GLONASS+BDS, FM/RDS
  • แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh ในตัวเครื่อง
  • ระบบเสียง: ลำโพงคู่พร้อมด้วย Smart Amplifier (TFA9891) ระบบ Dolby Atmos®
  • ขนาด: 154 x 75.8 x 7.85 มม. (ความหนาของกล้อง: 8.4 มม.)

คุณสมบัติเด่นของ Nokia 6 มีดังนี้

  • ลำโพงเครื่องเป็นแบบคู่พร้อมกับระบบเสียง Dolby ATMOS
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1
  • ราคาอยู่ที่ 7,990 บาทพร้อมขายปลายเดือนมิถุนายนนี้

สำคัญที่สุดคือโนเกียทั้ง 3 รุ่นนี้จะได้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 พร้อมกับการอัปเดทระบบความปลอดภัยให้ครบทุกรุ่นและถ้ามีมีเวอร์ชั่นใหม่จะได้อัปเดทก่อนใคร ฉะนั้นในส่วนนี้จึงทำให้ได้ดรับความไว้วางใจได้จากผู้ใช้ได้แน่นอนว่ามันจะปลอดภัยและทันสมัยตลอดเวลา

และช่องทางจำหน่ายนั้นจะมีทั้งร้านออฟไลน์อย่ง TG Fone, Jaymarts, Truemove H, dtac, ais เป็นต้นเรียกได้ว่าครบเลยก็ว่าได้ แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ต้องรอดูในรีวิวซึ่งจะพบกันในไม่ช้า

 

 

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11   

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11  

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Extrabass MDR XB950N1 หูฟังพี่ใหญ่ครบทั้งเบสและตัดเสียงรอบทิศ

รีวิว Sony Extrabass MDR XB950N1 หูฟังพี่ใหญ่ครบทั้งเบสและตัดเสียงรอบทิศ

แกะกล่อง OPPO R9s Black Edition สมาร์ทโฟนเซลฟี่ตัวท็อปสีดำใหม่ล่าสุด! พร้อมความพรีเมียมในทุกสัมผัส

แกะกล่อง OPPO R9s Black Edition สมาร์ทโฟนเซลฟี่ตัวท็อปสีดำใหม่ล่าสุด! พร้อมความพรีเมียมในทุกสัมผัส

พรีวิว Nokia 3, 5, และ 6 การกลับมาของ Brand ในตำนานกับสิ่งที่คาดไม่ถึง

พรีวิว Nokia 3, 5, และ 6 การกลับมาของ Brand ในตำนานกับสิ่งที่คาดไม่ถึง

รีวิว OPPO A57 มือถือระดับกลางที่มีฟีเจอร์อัดแน่นล้นเครื่อง

รีวิว OPPO A57 มือถือระดับกลางที่มีฟีเจอร์อัดแน่นล้นเครื่อง

พรีวิวหลังจับ Samsung Gear 360 มันคือกล้องถ่ายภาพ 360 องศาที่มีดีหลายจุดในราคาเอื้อมถึง

พรีวิวหลังจับ Samsung Gear 360 มันคือกล้องถ่ายภาพ 360 องศาที่มีดีหลายจุดในราคาเอื้อมถึง

พรีวิว Moto G5 Plus มือถือราคาไม่เกินหมื่น ที่เน้นทุกสิ่งดีที่สุดในตลาด

พรีวิว Moto G5 Plus มือถือราคาไม่เกินหมื่น ที่เน้นทุกสิ่งดีที่สุดในตลาด

พรีวิวแรกในประเทศไทย HTC U 11 มือถือเน้นฟีเจอร์สั่งงานด้วยการบีบเครื่อง และสเปคไม่ธรรมดา

พรีวิวแรกในประเทศไทย HTC U 11 มือถือเน้นฟีเจอร์สั่งงานด้วยการบีบเครื่อง และสเปคไม่ธรรมดา

รีวิว Xiaomi Mi 5s Plus รุ่นกลางของ Xiaomi กับสเปคที่คุ้มค่าในราคาไม่แพง

รีวิว Xiaomi Mi 5s Plus รุ่นกลางของ Xiaomi กับสเปคที่คุ้มค่าในราคาไม่แพง

รีวิว Vivo V5s มือถือกล้องหน้าที่ซุปตาร์บอกว่ามันดีกว่าเดิม

รีวิว Vivo V5s มือถือกล้องหน้าที่ซุปตาร์บอกว่ามันดีกว่าเดิม

รีวิว Sony Xperia XA1 อีกความตั้งใจทำมือถือไม่เกินหมื่นที่คุ้มค่าของ Sony

รีวิว Sony Xperia XA1 อีกความตั้งใจทำมือถือไม่เกินหมื่นที่คุ้มค่าของ Sony

รีวิว i-mobile Y1 มือถือราคาไม่ถึง 3,500 บาท ที่คุ้มทั้งตัวเครื่องและของแถมสุดอลังการ

รีวิว i-mobile Y1 มือถือราคาไม่ถึง 3,500 บาท ที่คุ้มทั้งตัวเครื่องและของแถมสุดอลังการ

พรีวิว ASUS Zenfone Live มือถือเน้นการถ่าย Live แบบสวยเนียนกว่าใคร

พรีวิว ASUS Zenfone Live มือถือเน้นการถ่าย Live แบบสวยเนียนกว่าใคร

พรีวิว Thai WPS Office Software สำนักงาน ที่เข้าใจและทำเพื่อคนไทย ก่อนเปิดตัว 11 พฤษภาคม

พรีวิว Thai WPS Office Software สำนักงาน ที่เข้าใจและทำเพื่อคนไทย ก่อนเปิดตัว 11 พฤษภาคม

พรีวิว Vivo V5s มือถือเน้นการถ่าย Selfie ตัวใหม่ที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม

พรีวิว Vivo V5s มือถือเน้นการถ่าย Selfie ตัวใหม่ที่ดูดีขึ้นกว่าเดิม

พรีวิวสั้น ๆ กับ Xiaomi ใหม่ทั้ง 3 รุ่น เข้ามาไทยด้วยการทำตลาดจาก i-mobile

พรีวิวสั้น ๆ กับ Xiaomi ใหม่ทั้ง 3 รุ่น เข้ามาไทยด้วยการทำตลาดจาก i-mobile

เปรียบเทียบ Facebook Messenger VS Messenger Lite โหลดตัวไหนดี

เปรียบเทียบ Facebook Messenger VS Messenger Lite โหลดตัวไหนดี

พรีวิว Sony Xperia XZs มือถือที่สามารถ่ายภาพ Super Slowmotion เทียบเท่ากล้องดิจิทัล

พรีวิว Sony Xperia XZs มือถือที่สามารถ่ายภาพ Super Slowmotion เทียบเท่ากล้องดิจิทัล

รีวิว Samsung Galaxy S8 เปลี่ยนทุกสิ่งจนคุณต้องสนใจมอง

รีวิว Samsung Galaxy S8 เปลี่ยนทุกสิ่งจนคุณต้องสนใจมอง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์