สหรัฐฯ ทุ่มเม็ดเงินกว่า 2,200 ล้านบาท พัฒนาโปรเจ็กต์เชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์

สหรัฐฯ ทุ่มเม็ดเงินกว่า 2,200 ล้านบาท พัฒนาโปรเจ็กต์เชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์

สหรัฐฯ ทุ่มเม็ดเงินกว่า 2,200 ล้านบาท พัฒนาโปรเจ็กต์เชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

สหรัฐฯ ทุ่มเม็ดเงินกว่า 2,200 ล้านบาท พัฒนาโปรเจ็กต์เชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับคอมพิวเตอร์ คาดเตรียมนำมาใช้ด้านการแพทย์โดยเฉพาะ

การเชื่อมต่อสมองมนุษย์เข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะเป็นแนวคิดที่ดูค่อนข้างล้ำหน้าเหนือความคาดหมาย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะช่วงก่อนหน้านี้ Elon Musk เจ้าพ่อแห่งวงการรถยนต์ไฟฟ้า Tesla ได้ประกาศตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ Neuralink ที่มีเป้าหมายเชื่อมสมองคนเข้ากับคอมพิวเตอร์มาแล้ว แต่ Tesla ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ให้มีความสนใจในเรื่องนี้ เพราะ Facebook เองก็เคยเสนองานวิจัยเกี่ยวกับการพิมพ์ข้อความด้วยสมอง โดยไม่ต้องออกแรงกดคียบอร์ดให้เห็นเป็นที่เรียบร้อย

และล่าสุดก็มาถึงฝั่ง กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ (Department of Defense) ที่ได้เดินหน้าสนับสนุนแนวคิดนี้ด้วย หลังทุ่มเม็ดเงินเป็นจำนวนกว่า 65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,200 ล้านบาท ให้แก่ DARPA (หน่วยงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศ) เพื่อสนับสนุนร่วมโครงการวิจัยทางด้านสมองอย่าง Neural Engineering System Design (NESD) ที่ได้เริ่มเดินโครงการไปตั้งแต่ช่วงต้นปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการร่วมมือกับทีมมหาวิทยาลัย และองค์กรต่างๆ ทั้งหมด 6 แห่ง ได้แก่ Brown University, Columbia University, The Seeing and Hearing Foundation, the John B. Pierce Laboratory, Paradromics Inc และ the University of California

Brain Mouse งานวิจัยจาก Facebook เกี่ยวกับการพิมพ์ข้อความโดยตรงจากสมองมนุษย์ ที่เคยนำเสนอผ่านงาน F8 เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา

เป้าหมายของโครงการ NESD คือ การพัฒนาระบบติดต่อสื่อสารระหว่างสมองมนุษย์กับโลกดิจิทัล ที่สามารถนำไปปลูกฝังไว้ในสมองมนุษย์ได้ โดยโปรเจ็กต์ครั้งนี้จะช่วยให้มนุษย์สามารถแปลงค่าสัญญาณทางเคมี และค่าสัญญาณไฟฟ้าจากสมอง ไปสู่เครื่องอ่านข้อมูล และสามารถแปลงกลับเข้ามายังสมองใหม่ได้ ซึ่งทางผู้ดำเนินโครงการหวังว่า กระบวนการนี้จะช่วยให้มนุษย์สื่อสารกับเซลล์ประสาทในสมองได้มากถึง 1 ล้านเซลล์ จากเซลล์ประสาททั้งหมด 86,000 ล้านเซลล์ที่มีในสมองมนุษย์

ในเฟสแรก NESD ตั้งเป้าไปที่การพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ขั้นพื้นฐานสำหรับเชื่อมต่อกับสมองก่อน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 1 ปี ส่วนเฟสสอง จะเน้นไปที่การย่อส่วนเทคโนโลยีดังกล่าวให้เล็กลง พร้อมกับเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้งาน ก่อนที่จะส่งต่อให้ FDA (องการอาหารและยาในสหรัฐฯ) เพื่อรับรองความปลอดภัยในการฝังเทคโนโลยีดังกล่าวลงบนสมองมนุษย์เป็นลำดับต่อไป

อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะเป็นแนวคิดที่ดูล้ำยุค จนหลายฝ่ายคิดไปถึงการอัปเกรดความสามารถให้เหนือมนุษย์เหมือนในหนังกันไปแล้ว แต่โปรเจ็กต์ดังกล่าวก็ยังมีความท้าทายอยู่บ้าง เช่น จะทำให้อย่างไรให้อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ภายในร่างกายมนุษย์ได้โดยไม่เสียหาย เป็นต้น

นอกจากนี้ ทาง Paradromics หนึ่งในทีมงานที่ร่วมทีม NESD ก็ได้ออกมาให้ความเห็นว่า โปรเจ็กต์ดังกล่าว ไม่ได้ช่วยให้เราสามารถอ่านใจคนได้เหมือนกับในหนังแต่อย่างใด แต่จะเน้นไปที่การค้นคว้าเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ด้านการแพทย์ เพื่อรักษาผู้ป่วยทางกาย และจิตใจมากกว่า ซึ่งคงต้องเอาใจช่วยกันต่อไปว่า โครงการดังกล่าวจะสำเร็จลุล่วงได้จริงในช่วงเวลาใด และจะออกมาในรูปร่างแบบไหนกันแน่ครับ

Advertisement Replay Ad

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : www.techmoblog.com , gizmodo.com , www.engadget.com , fortune.com

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

เปรียบเทียบกล้องหลังระหว่าง iPhone 8 Plus และ Samsung Galaxy Note 8 กับการใช้งานแบบชีวิดจริง

9 เรือธง RAM 6GB พร้อมกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้

9 เรือธง RAM 6GB พร้อมกล้องคู่ (Dual-Camera) รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้

โตโยต้าเตรียมทดสอบรถไร้คนขับปี 2020 ชูจุดเด่น AI

โตโยต้าเตรียมทดสอบรถไร้คนขับปี 2020 ชูจุดเด่น AI

พบบั๊กใหม่บน iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด กดเข้าไปดูรูปภาพภายในเครื่องได้แม้จะล็อคหน้าจออยู่

พบบั๊กใหม่บน iOS 11 เวอร์ชันล่าสุด กดเข้าไปดูรูปภาพภายในเครื่องได้แม้จะล็อคหน้าจออยู่

5 เหตุผลที่ Google Pixel 2 ดีกว่า iPhone 8

5 เหตุผลที่ Google Pixel 2 ดีกว่า iPhone 8

เผยผลทดสอบ Huawei Mate 10 ก็ยังแรงแซง iPhone 8 Plus ไม่ได้อยู่ดี

เผยผลทดสอบ Huawei Mate 10 ก็ยังแรงแซง iPhone 8 Plus ไม่ได้อยู่ดี

7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

Google Photos ให้คุณแชร์รูป Live Photos แบบเคลื่อนไหวได้ ไปยังอุปกรณ์ทั้ง PC และ Android

Google Photos ให้คุณแชร์รูป Live Photos แบบเคลื่อนไหวได้ ไปยังอุปกรณ์ทั้ง PC และ Android

รู้จักกับ Romeo Power Saber แบเตอรี่เสริมเพื่อคนติด Notebook

รู้จักกับ Romeo Power Saber แบเตอรี่เสริมเพื่อคนติด Notebook

ส่อง! คุณสมบัติใหม่ๆ และดีไซน์ของ Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro

ส่อง! คุณสมบัติใหม่ๆ และดีไซน์ของ Huawei Mate 10 และ Mate 10 Pro

งามหยด!! ภาพ Concept ของ iPhone 5X สุดยอดมือถือลูกผสม

งามหยด!! ภาพ Concept ของ iPhone 5X สุดยอดมือถือลูกผสม

เช็คจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ ผ่านแอพ Thailand Tourism Map

เช็คจุดถวายดอกไม้จันทน์ทั่วประเทศ ผ่านแอพ Thailand Tourism Map

Logitech เปิดตัว 2 ลำโพงอัจฉริยะ มีนามว่า UE Blast และ MegaBlast

Logitech เปิดตัว 2 ลำโพงอัจฉริยะ มีนามว่า UE Blast และ MegaBlast

ซ่อมง่ายกว่าที่คิด iFixit แกะ Pixel 2 XL ได้คะแนนความง่ายในการซ่อม 6 เต็ม 10

ซ่อมง่ายกว่าที่คิด iFixit แกะ Pixel 2 XL ได้คะแนนความง่ายในการซ่อม 6 เต็ม 10

เมื่อไหร่สมาร์ทโฟนรุ่นเด่นของแต่ละค่ายจะได้ใช้ Android 8.0 Oreo

เมื่อไหร่สมาร์ทโฟนรุ่นเด่นของแต่ละค่ายจะได้ใช้ Android 8.0 Oreo

Samsung Gear S3 Golf Edition เวอร์ชั่นพิเศษ เพื่อคนชอบกีฬาตีกอล์ฟ

Samsung Gear S3 Golf Edition เวอร์ชั่นพิเศษ เพื่อคนชอบกีฬาตีกอล์ฟ

ชมภาพ iPhone X ที่มีการตกแต่งด้วย ทองและเพชร สวยอลังการ ราคาไม่ต้องพูดถึง

ชมภาพ iPhone X ที่มีการตกแต่งด้วย ทองและเพชร สวยอลังการ ราคาไม่ต้องพูดถึง

พบ “รถยนต์ไร้คนขับของ Apple” ดีไซน์ประหลาด : ติดตั้งเซ็นเซอร์ 6 ตัว บนหลังคา

พบ “รถยนต์ไร้คนขับของ Apple” ดีไซน์ประหลาด : ติดตั้งเซ็นเซอร์ 6 ตัว บนหลังคา

อธิบายเหตุผล ทำไม Google Pixel 2/XL จึงถ่ายภาพ Portrait ได้ดีมาก แม้มีกล้องเพียงตัวเดียว

อธิบายเหตุผล ทำไม Google Pixel 2/XL จึงถ่ายภาพ Portrait ได้ดีมาก แม้มีกล้องเพียงตัวเดียว

Foxconn เริ่มจัดส่ง iPhone X ชุดแรกเพียง 46,500 เครื่อง

Foxconn เริ่มจัดส่ง iPhone X ชุดแรกเพียง 46,500 เครื่อง

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์