Sony A380 ตัวกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุด

Sony A380 ตัวกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุด

Sony A380 ตัวกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ล่าสุด

iphotoplay

สนับสนุนเนื้อหา

โซนี่ เปิดตัวกล้องดิจิตอล SLR ใหม่ ใช้ชื่อรุ่นว่า A380 ตัวกล้องมีความละเอียด 14.2 ล้านพิกเซล ตัวบอดี้ได้รับการออกแบบใหม่ และมีประสิทธิภาพการทำงานที่รองรับการใช้งานตั้งแต่มือสมัครเล่นไปจนถึงระดับมืออาชีพ โดยมีจุดที่โดดเด่นคือ จอมอนิเตอร์ที่ปรับระดับได้ ช่วยให้ถ่ายภาพในมุมมองที่แตกต่างได้สะดวกมากขึ้น ระบบป้องกันการสั่นไหว SteadyShot ที่ช่วยให้ถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลชและขาตั้งกล้องที่ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าปกติ และฟังก์ชั่น D-Range Optimizer ช่วยเพิ่มรายละเอียดในส่วนมืด ทำให้ภาพมีความสมบูรณ์มากขึ้น Sony A380 โซนี่ A380 ใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ CCD ขนาด APS-C 23.5 x 15.7 มม. ใช้หน่วยประมวลผล BIONZ ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานสูง มีการทำงานที่รวดเร็ว และเก็บรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน โหมดถ่ายภาพมีให้เลือกใช้งานได้ครอบคลุมทั้งระดับมือใหม่ เช่น โหมดออโต้ และโหมดโปรแกรมสำเร็จรูป 7 แบบ ซึ่งกล้องจะคำนวณทุกอย่างให้โดยอัตโนมัติ หรือโหมดสำหรับมืออาชีพที่มีความชำนาญในการใช้กล้องมากขึ้น เช่น โหมด Program (P) โหมดออโต้รูรับแสง (S) โหมดออโต้ความเร็วชัตเตอร์ (A) และโหมดแมนนวล (M) Sony A380 โหมด Live View ได้รับการพัฒนาระบบโฟกัสให้รวดเร็วด้วยเทคโนโลยี Quick AF Live View ซึ่งผู้ใช้สามารถมองภาพผ่านจอมอนิเตอร์ได้ตลอดเวลา ทำให้ไม่มีปัญหาช่องมองภาพมืดเมื่อทำการโฟกัสภาพ นอกจากนี้ยังสามารถโฟกัสติดตามวัตถุแบบต่อเนื่องอัตโนมัติได้ตลอด ฟังก์ชั่น D-Range Optimizer ช่วยเพิ่มไดนามิกเรนจ์ของกล้องให้กว้างขึ้น ซึ่งทำให้เก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างครบถ้วน โดยฟังก์ชั่นนี้จะช่วยปรับเพิ่มความสว่างในโทนมืด แต่ยังคงรายละเอียดไว้ ทำให้ได้ภาพที่มีการไล่โทนอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับภาพถ่ายที่มีความเปรียบต่างของภาพมาก ฟังก์ชั่นที่โดดเด่นของโซนี่ A380 คือระบบป้องกันภาพสั่นไหว SteadyShot ซึ่งเป็นระบบที่มีใช้งานในกล้องโซนี่ทุกรุ่น ช่วยให้ถ่ายภาพได้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าปกติ 2.5-4 สตอป โดยระบบ SteadyShot สามารถใช้งานได้กับเลนส์ตระกูล Alpha เลนส์ KonicaMinolta และเลนส์ Carl Zeiss ได้ทุกรุ่น นอกจากนี้ โซนี่ A380 ยังมีโหมดสำหรับสร้างสรรค์ภาพแบบต่างๆ ได้ด้วย Creative Style ซึ่งสามารถปรับแต่งรูปแบบของภาพได้ตามลักษณะของภาพที่ต้องการ เช่น Standard, Vivid, Portrait, Landscape, Night view, Sunset และ Black & White ซึ่งในแต่ละแบบยังสามารถปรับเพิ่มหรือลดคอนทราสต์ ความคมชัด และความอิ่มตัวของสีสันได้อีก +/- 3 ขั้น Sony A380 ด้านไวท์บาลานซ์สามารถปรับเลือกการทำงานได้แบบออโต้ หรือปรับเลือกตามสภาพแสงได้ 7 แบบ คือ Daylight, Shade, Cloudy, Tungsten, Fluorescent, Flash โดยสามารถปรับแบบละเอียดได้อีก +/-3 ขั้น นอกจากนี้ ยังตั้งแบบ Preset ได้อีก และเมื่อปรับไวท์บาลานซ์ในขณะที่ใช้ Live View กล้องจะพภาพให้เห็นผลของการปรับไวท์บาลานซ์แบบต่างๆ และเมื่อปรับวัดแสง Over หรือ Under กล้องก็จะแสดงผลให้เห็น ซึ่งสะดวกในการใช้งานและลดความผิดพลาดลงไปได้มากเช่นกัน ตัวบอดี้ของโซนี่ A380 ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด กริปมือจับด้านหน้าหุ้มยางกันลื่นและออกแบบให้ยาวนูนออกมาพอสมควร ช่วยให้จับกล้องได้อย่างกระชับมั่นคงขึ้น เหนือกริปขึ้นไปเล็กน้อยเป็นแป้น Control Dial ซึ่งเป็นแป้นหลักสำหรับปรับควบคุมการทำงานของกล้อง และใช้ปรับความเร็วชัตเตอร์หรือรูรับแสง ซึ่งเมื่อถ่ายภาพในโหมดแมนนวล หรือโหมด M การปรับขนาดรูรับแสง จะต้องกดปุ่มชดเชยแสง (+/-) ซึ่งอยู่เยื้องๆ ไฟด้านหลังกล้องค้างไว้ด้วย Sony A380 บนตัวกล้องติดกับหัวกะโหลก เป็นสวิทช์ปรับเลือกการทำงานระบบ Live view ใกล้ๆ กันเป็นปุ่ม Smart Teleconverter ใช้สำหรับปรับซูมภาพแบบดิจิตอลเมื่อใช้ระบบ Live View ด้านหลังเป็นจอมอนิเตอร์ขนาด 2.7 นิ้ว ที่สามารถปรับ ก้มเงยได้หลายระดับ ซึ่งสะดวกสำหรับการถ่าย ภาพในมุมสูง หรือมุมต่ำ เหนือจอมอนิเตอร์เป็นช่องวิวไฟน์เดอร์แบบ Penta-Dach-Mirror กำลังขยาย 0.74 เท่า มองเห็นภาพได้ 95% พร้อมเซ็นเซอร์ระบบ Eye Start โซนี่ A380 ไม่มีจอ LCD สำหรับแสดงข้อมูล จึงใช้การแสดงผลที่จอมอนิเตอร์แทน ซึ่งสะดวกต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก การแสดงผลมีให้เลือกใช้งานได้ 2 แบบ แบบแท่งกราฟออกแบบให้เข้าใจได้ไม่ยากและใช้งานได้ง่ายๆ เช่น เมื่อเลื่อนแถบไปด้านซ้ายของแท่งกราฟขนาดรูรับแสง ฉากหลังจะเบลอจากขนาดรูรับแสงกว้าง แต่ถ้าเลื่อนมาด้านขวาภาพจะชัดทั้งหมด เป็นต้น Sony A380 ด้านหลังตัวกล้อง ยังมีที่ใช้ปรับตั้งค่าการทำงานโหมดถ่ายภาพ นั่นคือปุ่มฟังก์ชั่น (Fn) สำหรับเลือกโหมดออโต้โฟกัส, การเลือกพื้นที่โฟกัส, การเลือกระบบวัดแสง, การเลือกใช้งาน D-Range Optimizer, การเลือกไวท์บาลานซ์และ การเลือกรูปแบบ Creative Style โดยเมื่อกดปุ่ม Fn. เมนูการทำงานทั้ง 6 แบบจะโชว์ที่จอมอนิเตอร์ ปรับเลือกเมนูด้วยปุ่ม 4 ทิศทาง เลือกปรับตั้งด้วยปุ่ม AF เลือกค่าที่ต้องการด้วยปุ่มขึ้น-ลง และยืนยันค่าที่เลือกใช้ด้วยปุ่ม AF อีกครั้ง ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่ใช้งานได้รวดเร็วและสะดวกมากทีเดียว โซนี่ A380 เป็นกล้องที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และมีเลนส์ให้เลือกใช้งานมากมาย ทั้ง เลนส์ในตระกูลอัลฟ่า เลนส์ของ KonicaMinolta และเลนส์ Carl Ziess อีกหลายขนาด นอกจากนี้ยังมีระบบป้องกันภาพสั่นไหว SteadyShot ในตัว ซึ่งเปิดใช้งานได้ตลอดเวลา ช่วยให้บันทึกภาพด้วยแสงธรรมชาติโดยไม่ต้องใช้แฟลชได้สะดวกขึ้น อีกหนึ่งในจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่จอมอนิเตอร์ที่สามารถปรับระดับได้ ซึ่งใช้ในการสร้างสรรค์มุมภาพที่แตกต่างจากคนอื่น หรือเมื่อต้องถ่ายภาพในพื้นที่ที่ไม่เอื้ออำนวยกับการถือกล้องถ่ายในสภาพปกติได้มากมายทีเดียวครับ นอกจากนี้ระบบ Live View ของโซนี่ A380 ยังสามารถมองภาพได้ตลอดเวลา เพราะใช้เซ็นเซอร์ 2 ตัว แยกการทำงาน จึงสะดวกในการใช้ฟังก์ชั่นนี้กับการถือกล้องถ่ายภาพโดยไม่มีปัญหาเรื่องภาพมืดไป
ชั่วขณะ เมื่อปรับโฟกัส โซนี่ A380 มีอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้งานได้หลายอย่างทั้งเลนส์ขนาดต่างๆ และแฟลชเฉพาะกิจหลายรุ่น จึงทำให้เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับเลือกใช้งาน ทั้งแบบจริงจัง หรือใช้บันทึกการเดินทางท่องเที่ยว และเหมาะสำหรับการใช้งานในทุกระดับด้วยครับ
+[Click...เพื่อดูภาพขนาดจริง]+

สนับสนุนเนื้อหาโดย

Advertisement Replay Ad
โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

5 สิ่งประทับใจใน  iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

5 สิ่งประทับใจใน iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

สัมผัสแรก OPPO F5 อีกก้าวของมือถือที่มีกล้องหน้าช่วยแต่งหน้าจากเทคโนโลยี A.I.

สัมผัสแรก OPPO F5 อีกก้าวของมือถือที่มีกล้องหน้าช่วยแต่งหน้าจากเทคโนโลยี A.I.

สัมผัสแรกกับหูฟัง 1More คุณภาพดีเลิศ ราคาไม่แพง

สัมผัสแรกกับหูฟัง 1More คุณภาพดีเลิศ ราคาไม่แพง

ถ่ายรูปฟิล์มแบบสวยย้อนยุค ด้วยแอป Huji Cam

ถ่ายรูปฟิล์มแบบสวยย้อนยุค ด้วยแอป Huji Cam

รีวิว Xiaomi MI A1 มือถือจีนเลือดบริสุทธิ์ จากโครงการ Android One

รีวิว Xiaomi MI A1 มือถือจีนเลือดบริสุทธิ์ จากโครงการ Android One

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์