EMC กอบกู้สถานการณ์ มุ่งเจาะสินค้าไฮเอนด์ชิงเจ้าตลาดสตอเรจคืน

EMC กอบกู้สถานการณ์ มุ่งเจาะสินค้าไฮเอนด์ชิงเจ้าตลาดสตอเรจคืน

EMC กอบกู้สถานการณ์ มุ่งเจาะสินค้าไฮเอนด์ชิงเจ้าตลาดสตอเรจคืน

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ฐานเศรษฐกิจ : ก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากภาวะขาลงของธุรกิจด้านเทคโนโลยี ส่งผลให้บริษัทด้านดาต้า-สตอเรจอย่างอีเอ็มซี พลอยถูกหางเลขไปด้วย ไม่เพียงแต่ทำให้มูลค่าหุ้นของบริษัทตกลง 93% เท่านั้น แต่ทันทีที่ธุรกิจของบริษัทสะดุดลง คู่แข่งที่ขับเคี่ยวตามมาติดๆ กลับขึ้นแซงหน้า ฉวยส่วนแบ่งในตลาดอุปกรณ์สตอเรจระดับบน ซึ่งครั้งหนึ่งบริษัทอีเอ็มซีฯ เป็นผู้นำและเป็นแหล่งรายได้สำคัญไป แต่ในวันนี้ บริษัทอีเอ็มซีฯ กำลังเดินหน้าเต็มตัวเพื่อหวังจะทวงตำแหน่งคืน โดยทำการเปิดตัวชุดอุปกรณ์สตอเรจในระดับบนชุดแรก ที่มีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีกว่าผลิตภัณฑ์เดิมที่บริษัทมีอยู่มากกว่า 1 ทศวรรษ และจะใช้กลยุทธ์การหั่นราคาลง ซึ่งเบื้องหลังการออกผลิตภัณฑ์ดังกล่าว บริษัทอีเอ็มซีฯ มุ่งที่จะใช้เป็นไม้เด็ดในการช่วงชิงสัดส่วนทางการตลาดคืนมาจากคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ฯ และบริษัทไอบีเอ็มฯ และเพื่อขึ้นสู่ความเป็นผู้นำของศูนย์เก็บข้อมูลทั่วโลกอีกครั้งหนึ่งให้ได้ในที่สุด มุ่งสู่จุดแข็งตลาดไฮเอนด์ ทั้งนี้ บริษัทอีเอ็มซีฯ มีลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งคือ จะไม่ขายผลิตภัณฑ์ระดับล่าง (low-end) ที่ไม่ว่าใครก็สามารถผลิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ อีเอ็มซีอ้างว่า จะเป็นอุปกรณ์ที่มีความเร็วในการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วมากและมีดิสก์สำหรับเก็บบันทึกข้อมูลได้จำนวนมากขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายคาดการณ์ว่า คู่แข่งของอีเอ็มซีอาจต้องใช้เวลาถึง 18 เดือนในการเร่งปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ออกมามีประสิทธิภาพดีกว่าเลยทีเดียว และนั่นจึงอาจเป็นการเปิดโอกาสให้อีเอ็มซีสามารถกลับขึ้นมาครองตลาดสตอเรจระดับบนได้อีกครั้งหนึ่ง หรือแม้แต่อาจสามารถเขี่ยคู่แข่งตกขอบสนามไปเลยก็ว่าได้ จากภาพในอดีตจนถึงช่วงปี 2001 ตาม ข้อมูลของบริษัทวิจัยไอดีซีฯ รายงานว่า บริษัทอีเอ็มซีฯ เคยมีสัดส่วนการตลาดในอุปกรณ์สตอเรจทั่วโลกอยู่ถึง 75% ถ้าลูกค้าไม่ว่าใครประสงค์อยากจะได้อุปกรณ์สตอเรจ แล้วหันมาหา อีเอ็มซี สินค้าที่บริษัทมีก็คือ อุปกรณ์สตอเรจแบบที่เรียกว่า Symmetrix ซึ่งมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านดอลล่าร์ แต่แม้ราคาของผลิตภัณฑ์จะค่อนข้างสูง แต่ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่าย เพราะอีเอ็มซีมีการรับประกันระบบล่ม ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นไม่ได้มาตรฐานตามที่ลูกค้าต้องการ จวบจนกระทั่งล่าสุด สถานการณ์กลับพลิกผัน เมื่อบริษัทคู่แข่งอย่าง ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ และไอบีเอ็ม มีการพัฒนาอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น และดำเนินกลยุทธ์การแข่งขันกันลดราคาในปี 2001 ทำให้มาตรฐานราคาโดยรวมในตลาดตกลงถึง 60% และมีแนวโน้มตกลงอย่างต่อเนื่องในปีถัดๆ มาเฉลี่ยแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ต่อปี ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัท อีเอ็มซีฯ อย่างมาก เนื่องจากในอดีต อุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ในระดับบนเป็นแหล่งที่มารายได้หลักของบริษัท ซึ่งรายได้ของบริษัทล่าสุดในปี 2002 มีจำนวน 5.4 พันล้านดอลลาร์ ตกลง 39% จากช่วงที่เคยเติบโตสูงสุดในปี 2000 ซึ่งมีมูลค่า ประมาณ 8.9 พันล้านดอลล่าร์ ในขณะที่หุ้นของบริษัทต่ำลงมากกว่า 8 ดอลล่าร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 93% จากช่วงที่เคยพุ่งสูงสุดในช่วงปลายปี 2000 สถานการณ์สำหรับอีเอ็มซี ยิ่งตกเป็นรองมากขึ้น เมื่อบริษัทฮิตาชิฯ ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เมื่อปีที่แล้ว ที่มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายข้อมูลได้รวดเร็วมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดของ อีเอ็มซี ผลก็คือ ทำให้สัดส่วนในตลาดสตอเรจระดับบนของบริษัทฮิตาชิฯ เพิ่มขึ้น 43% ในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2002 เปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านั้น ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดอยู่ที่ 35% ขณะที่สัดส่วนการตลาดของบริษัท อีเอ็มซีฯ ตกลงไปอยู่ที่ 41% จากเดิมที่เคยมีอยู่ประมาณ 52% ทั้งนี้ ความผิดพลาดที่ทำให้สัดส่วนการตลาดของบริษัทอีเอ็มซีฯ ลดลง ส่วนหนึ่งมองได้ว่าเป็นผลมาจากการเลื่อนออกผลิตภัณฑ์ชุดใหม่ ซึ่งเดิมทีบริษัทวางแผนที่จะเปิดตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่นายโจ ทุชชี่ ซึ่งในปี 2000 ดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และเลื่อนเป็นประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายบริหารในปีถัดมา ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดมากขึ้น จึงเป็นการเปิดโอกาสให้บริษัทฮิตาชิฯ ออกวางขายอุปกรณ์สตอเรจของตนล่วงหน้าไปก่อนถึง 8 เดือน โดยมีคู่แข่งในตลาดน้อยลง ปั๊มโปรดักต์ใหม่ไล่บี้คู่แข่ง อย่างไรก็ตาม ข้างฝ่ายบริษัทอีเอ็มซีฯ กลับไม่หวั่นพร้อมให้ความมั่นใจว่าลูกค้าที่รอจะต้องไม่ผิดหวังกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ที่เรียกว่า ซิม เมตริก ดีเอ็มเอ็กซ์ (Symmetrix DMX) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บข้อมูลที่มีด้วยกัน 3 รุ่น ซึ่งมีการพัฒนาประสิทธิภาพมากขึ้นและมีราคาถูกกว่าของคู่แข่งหรือของอีเอ็มซีเองที่มีอยู่ในปัจจุบันมาก และที่ดีไปกว่านั้น คือ สตอเรจรุ่นใหม่นี้ยังสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์ตัวเดิมของอีเอ็มซีทั้งในระดับกลางและระดับล่างได้ด้วย ทำให้ผู้ใช้สามารถต่อเข้ากับเครื่องเก่าของอีเอ็มซีที่ตนมีอยู่ได้อย่างง่ายดายและไม่ต้องเรียนรู้มาก ซึ่งตรงนี้เองที่เป็นจุดได้เปรียบกว่าคู่แข่ง ยิ่งไปกว่านั้นคือ การเปลี่ยนแปลงรูปแบบผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น อาจสามารถช่วยชะลอหรือพลิกสถานการณ์การหดตัวของตลาดสตอเรจระดับบนได้ จากที่ 2-3 ปีที่ผ่านมา ดีมานด์ในตลาดส่วนนี้ลดลงอันเป็นผลมาจากเศรษฐกิจ อยู่ในช่วงขาลงทำให้บริษัทต่างๆ ตัดงบประมาณในการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศลง ซึ่งตามรายงานของบริษัทไอดีซีฯ คาดว่า ในปี 2005 อุปกรณ์สตอเรจที่มีราคามากกว่า 300,000 ดอลล่าร์ จะมีสัดส่วนในตลาดสตอเรจทั้งหมดคิดเป็น 18.1% ตกลงจากปี 2001 ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดอยู่ประมาณ 26.8% แต่สำหรับอุปกรณ์สตอเรจในระดับกลางที่มีราคาตั้งแต่ 50,000 ดอลล่าร์ ถึง 300,000 ดอลล่าร์ จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 43.8% จากเดิมที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 33.1% ในขณะที่บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ฯ คาดว่า ตลาดสตอเรจระดับบนจะมีมูลค่าคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 8 พันล้านดอลล่าร์ ภายในปี 2006 ส่วนตลาดระดับกลางจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านดอลล่าร์ โดยทางบริษัทอีเอ็มซีฯ คาดว่าจะครองตลาดทั้งสองส่วนนี้ให้ได้ จากอุปกรณ์สตอเรจตัวใหม่รุ่นใดรุ่นหนึ่งใน 3 รุ่นที่ผลิตออกมา ดังตัวอย่าง สตอเรจรุ่น DMX800 ซึ่ง มีรูปแบบแยกย่อยเป็นชิ้นๆ หรือที่เรียกว่า เป็นแบบโมดูลาร์ ที่เอื้อให้ลูกค้าสามารถซื้อตัวสตอเรจเป็นชิ้นๆ ได้แทนที่จะต้องทุ่มเงินเป็นจำนวนมากๆ เพื่อซื้อสตอเรจขนาดใหญ่เท่ากับ ตู้เย็นที่ประกอบไปด้วยเครื่องเคราต่างๆ พร้อมสรรพ ซึ่งตามรายงานของนักวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี คาดว่า อุปกรณ์สตอเรจรุ่นใหม่นี้มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 50,000 ดอลล่าร์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 3 ของราคาสตอเรจ รุ่น Symmetrix ซึ่งเป็นรุ่นปัจจุบันของบริษัท อีเอ็มซีฯ ราคาที่ลดลงมาแต่ได้สินค้าที่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น น่าจะเป็นตัวกระตุ้นให้ลูกค้าโดยเฉพาะในกลุ่มตลาดระดับกลางซึ่งมีบริษัทฮิวเลตต์-แพคการ์ดฯ หรือเอชพีครองอยู่ หันมาสนใจ ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการใช้ งบสำหรับอุปกรณ์สตอเรจไม่เกิน 300,000 ดอลล่าร์ อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ด้านราคาที่น่าดึงดูดใจเท่านั้น เพราะนอกจากผลิตภัณฑ์ประเภทสตอเรจที่ออกมารองรับทั้งตลาดระดับล่างและระดับกลางเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังมีอุปกรณ์สตอเรจ รูปแบบใหม่ล่าสุดอีกซึ่งจะทำให้บริษัทอีเอ็มซีฯ กลายเป็นบริษัทที่มีสินค้าตอบสนองลูกค้าในทุกระดับชั้น ซึ่งบริษัทอีเอ็มซีฯ ได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะทำให้บริษัทเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์สตอเรจที่ครบครัน ที่ซึ่งเมื่อลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มไหนได้แวะเวียนเข้ามาจะได้ของที่ต้องการกลับไปทั้งหมด ย้ำคุณภาพสินค้านำแบรนด์กลับที่เดิม ถึงแม้ว่าบริษัทจะใช้กลยุทธ์การลดราคาสินค้าลง แต่บริษัทก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรของบริษัท ที่เป็นเช่นนี้ ก็เพราะประสิทธิภาพในการผลิต ที่สามารถช่วยลดต้นทุนลงไปได้ โดยปัจจุบันในแต่ละสายการผลิตสามารถใช้ชิ้นส่วนอะไหล่ ร่วมกันได้หมด ดังนั้น แทนที่จะต้องใช้ดิสก์ไดรฟ์ที่แตกต่างกันถึง 10 ตัว ก็ลดลงเหลือแค่ 3 ตัว และเช่นเดียวกัน ปัจจุบันบริษัทใช้หน่วยจ่ายพลังงานเพียงแค่ 3 ตัวจากปกติที่ใช้ถึง 7 ตัว ในกรณีดังกล่าว นายโทนี่ ซัคโคนากี นักวิเคราะห์ของ แซนฟอร์ด เบิร์นสไตน์ คาดการณ์ว่า บริษัทอีเอ็มซีฯ สามารถตัดต้นทุนลงไปได้ถึง 20% โดยไม่กระทบต่อผลกำไรของบริษัท อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายแสดงท่าทีห่วงใยว่า อุปกรณ์สตอเรจที่มีราคาต่ำกว่า ซึ่งบริษัทอีเอ็มซีฯ ได้ออกวางตลาดไปเมื่อปีที่แล้ว สำหรับตลาดระดับกลางจะชิงกลุ่มเป้าหมายเดียวกับอุปกรณ์สตอเรจใหม่ของบริษัทหรือไม่ เช่น กรณีของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง เบอร์ตัน สโนว์บอร์ด ที่เริ่มใช้สตอเรจรุ่น Symmetrix ของบริษัทอีเอ็มซีฯ เมื่อ 6 ปีก่อน มาในปัจจุบัน บริษัทมีความต้องการที่จะเปลี่ยนไปซื้ออุปกรณ์สตอเรจในรุ่น Clariion ระดับกลางที่มีการพัฒนาประสิทธิภาพให้สูงขึ้น "เนื่องจากมันมีคุณลักษณะต่างๆ ตลอด จนการทำงานไม่ต่างไปจากรุ่น Symmetrix" นายสก็อตต์ เคอร์เนอร์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติ การด้านคอมพิวเตอร์ของบริษัทเบอร์ตันฯ ให้ เหตุผล ในขณะที่บริษัทอีเอ็มซีฯ ได้ออกมากล่าว ยืนยันว่า สินค้าแต่ละรุ่นของบริษัทต่างก็มี คุณลักษณะที่ต่างกันไปรวมถึงการทำงานและประสิทธิภาพที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้น จึงไม่มีโอกาสที่จะแย่งลูกค้ากันเอง ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายต่างเห็นพ้องเช่นกัน "เราไม่น่าเรียกว่ามันเป็นการแย่งลูกค้า แต่น่าจะมองว่าเป็นความก้าวหน้ามากกว่า เนื่องจากเป็นการขายสินค้าหลากหลายระดับ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย สิ่งนี้จึงควรเรียกว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างแท้ จริง" นายโรเบิร์ต พาสส์มอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ฯ กล่าว สำหรับปัญหาที่สำคัญที่จะตามมาก็คือ แล้วบรรดาผู้จัดการทางด้านเทคโนโลยีด้านไอที ยินดีที่จะควักกระเป๋าเพื่อซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ เหล่านี้ในปีนี้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น อุปกรณ์สตอเรจจะได้กำไรอย่างมาก เพราะอุปกรณ์ด้านสตอเรจจัดเป็นอุปกรณ์ด้านไอทีในอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคจะซื้อ แต่ถ้าเกิดกรณีสงครามระหว่างสหรัฐกับอิรักปะทุขึ้นในเร็วๆ นี้ ก็อาจส่งผลให้การใช้จ่ายในด้านไอทีใหม่ๆ ต้องเลื่อนออกไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปีก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าตามการประเมินว่าอีเอ็มซียังนำคู่แข่งอยู่ทางด้านเทคโนโลยีถึง 18 เดือนตามที่ว่าไว้ ฉะนั้น ก็เท่ากับว่า อีเอ็มซียังมีเวลาที่จะดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาเป็นของตนได้อยู่

Advertisement Replay Ad
เปิดราคา iPhone 8 เครื่องหิ้ว ณ MBK  ไม่แรงอย่างที่คิด

เปิดราคา iPhone 8 เครื่องหิ้ว ณ MBK ไม่แรงอย่างที่คิด

HTC เหลือพนักงานพัฒนามือถือของตนเองเพียง 2,000 คนเท่านั้น

HTC เหลือพนักงานพัฒนามือถือของตนเองเพียง 2,000 คนเท่านั้น

มัลแวร์ CCleaner พุ่งเป้าหมายโจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่  Google Microsoft และ Samsung

มัลแวร์ CCleaner พุ่งเป้าหมายโจมตีบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ Google Microsoft และ Samsung

ซัมซุง เปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 8 ในไทย ด้วยแนวคิด Do Bigger Things ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด

ซัมซุง เปิดตัว กาแลคซี่ โน้ต 8 ในไทย ด้วยแนวคิด Do Bigger Things ทำให้ใหญ่กว่าใจคิด

Meizu เปิดตัว M20 พาวเวอร์แบงค์ ที่รองรับ Quick Charge ความจุ 10,000 mAh ที่ดูดี

Meizu เปิดตัว M20 พาวเวอร์แบงค์ ที่รองรับ Quick Charge ความจุ 10,000 mAh ที่ดูดี

Wacom เปิดตัว Wacom Intuos Pro Tablet ที่มาพร้อมกับปากกาเน้นการวาดเขียนได้ทุกที่

Wacom เปิดตัว Wacom Intuos Pro Tablet ที่มาพร้อมกับปากกาเน้นการวาดเขียนได้ทุกที่

Xiaomi ประกาศเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบ ชาร์จไฟไร้สาย

Xiaomi ประกาศเข้าร่วมโครงการพัฒนาระบบ ชาร์จไฟไร้สาย

สื่อนอกลือ iPhone X อาจยังไม่ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยซ้ำ

สื่อนอกลือ iPhone X อาจยังไม่ได้เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตด้วยซ้ำ

เผยข้อมูลของ HTC U11 Plus จะมาพร้อมจอขอบชิด และปรับบางสิ่งให้ดีขึ้น

เผยข้อมูลของ HTC U11 Plus จะมาพร้อมจอขอบชิด และปรับบางสิ่งให้ดีขึ้น

Instagram เพิ่มฟีเจอร์ปรับฟิลเตอร์ระหว่างถ่าย Live ได้แล้ว

Instagram เพิ่มฟีเจอร์ปรับฟิลเตอร์ระหว่างถ่าย Live ได้แล้ว

เผย 1 ฟีเจอร์สำคัญที่ Android มีให้คุณ แต่ iPhone X ยังไม่มีต่อไป

เผย 1 ฟีเจอร์สำคัญที่ Android มีให้คุณ แต่ iPhone X ยังไม่มีต่อไป

รู้ไว้ใช้ได้นาน 10 วิธีช่วยให้แบตมือถือไม่หมดไว!

รู้ไว้ใช้ได้นาน 10 วิธีช่วยให้แบตมือถือไม่หมดไว!

Facebook ทดสอบฟีเจอร์ Snooze อันฟอลเพื่อนผู้น่ารำคาญพ้นหน้าฟีดชั่วคราว

Facebook ทดสอบฟีเจอร์ Snooze อันฟอลเพื่อนผู้น่ารำคาญพ้นหน้าฟีดชั่วคราว

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่หาได้ในงาน Thailand Mobile Expo 2017

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 10,000 บาท ที่หาได้ในงาน Thailand Mobile Expo 2017

เนียนเลย นักออกแบบแอป นำ รอยแหว่ง บนหน้าจอ iPhone X มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่น้อยหน้าใคร

เนียนเลย นักออกแบบแอป นำ รอยแหว่ง บนหน้าจอ iPhone X มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ไม่น้อยหน้าใคร

นักวิเคราะห์ดังชี้ iPhone X จัดจำหน่ายได้ตามต้องการต้องรอถึงปีหน้า

นักวิเคราะห์ดังชี้ iPhone X จัดจำหน่ายได้ตามต้องการต้องรอถึงปีหน้า

วิธีแก้ปัญหา LINE บน iOS ค้างบ่อยก่อนหัวร้อน

วิธีแก้ปัญหา LINE บน iOS ค้างบ่อยก่อนหัวร้อน

แนะนำ 5 สมาร์ทโฟน RAM 6GB รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้(กันยายน)

แนะนำ 5 สมาร์ทโฟน RAM 6GB รุ่นใหม่ที่น่าสนใจมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้(กันยายน)

Apple ขยายขนาดแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดผ่าน 3G/4G เป็น 150MB แล้ว

Apple ขยายขนาดแอปพลิเคชั่นที่ดาวน์โหลดผ่าน 3G/4G เป็น 150MB แล้ว

สรุป 11 ฟีเจอร์เด็ดของ iPhone บน iOS 11 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุด

สรุป 11 ฟีเจอร์เด็ดของ iPhone บน iOS 11 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ล่าสุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์