รีวิว Acer Aspire One หนึ่งเดียวที่คุณต้องการ

รีวิว Acer Aspire One หนึ่งเดียวที่คุณต้องการ

รีวิว Acer Aspire One หนึ่งเดียวที่คุณต้องการ

sanook

สนับสนุนเนื้อหา

Acer Aspire One

นับวันกระแสซับโน้ตบุ๊คก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ไล่ตั้งแต่รายแรกอย่าง Asus Eee PC ที่กระหน่ำตีตลาดกลุ่มเล็กๆ เมื่อปีก่อน ตามมาด้วย MSI Wind ที่พกพาดีกรีความร้อนแรงจากไต้หวัน ก็ทำให้หลายคนที่รอคอยการมาถึงของซับโน้ตบุ๊คต่างเรียกร้องให้ Acer หันมาเล่นตลาดกลุ่มนี้บ้าง และในปีนี้ Acer ก็ประกาศความพร้อมไปเมื่องาน Conputex 2008 ที่ไต้หวัน ว่าพวกเขาเตรียมส่งซับโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่มาตีคืนตลาดโน้ตบุ๊คขนาดเล็กกลุ่มนี้แล้ว ที่สำคัญมันยังเป็นเน็ตบุ๊ค (Netbook) ตัวแรกของโลกอีกด้วย

Acer Aspire One

First Look แรกเห็น Acer Aspire One นั้น เรามองว่ามันน่าจะเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ Acer ที่พร้อมจะดึงดูดเงินในกระเป๋าของเราได้ไม่ยาก เนื่องจากขนาดที่กะทัดรัด ความบางและเบา รวมถึงราคาที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกคนอีกด้วย เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เราเชื่อเหลือเกินว่า Acer Aspire One ดูจะมีอนาคตที่สดใส แถมเป้าหมายที่ Acer ตั้งไว้ ว่าจะกวาดตลาดซับโน้ตบุ๊คแข่งกับ Asus Eee PC คงเป็นไปได้ไม่ยาก แถมยังอาจจะได้ในเร็ววันอีกด้วย

Acer Aspire One

เริ่มจากฝาเครื่องในรุ่นที่เราได้รับมาทดสอบนั้นจะมาในโทนสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งดูเหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการความภูมิฐานมากทีเดียว (เหมือนกับสีของกระเป๋าถือหรือกระเป๋าเดินทางยี่ห้อดังๆ แต่เข้มกว่าเล็กน้อย) เมื่อเปิดฝาเครื่องขึ้นมาจะพบกับคีย์บอร์ดที่มาในโทนสีดำสนิทตัดกับตัวอักษรที่ถูกสกรีนสีขาวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Acer Aspire One

การประกอบตัวเครื่องของ Aspire One ค่อนข้างแข็งแรงและแน่นหนามาก เราไม่พบอาการกร๊อบแกร๊บ แต่อย่างใด ไม่ว่าจะจับส่วนใดของตัวเครื่อง ช่วยให้การถือเครื่องไปไหนมาไหนเป็นไปอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งจุดนี้ถือว่า Acer ทำการบ้านมาอย่างดี ทำให้ความรู้สึกแรกของผู้ใช้ค่อนข้างประทับใจทีเดียว จากนั้นเมื่อเปิดฝาเครื่องขึ้นมาเราก็ได้เห็นกับหน้าจอที่มีความกว้าง 8.9 นิ้ว ซึ่งเป็นจอแอลซีดีแบบเคลือบกระจกไว้ด้านหน้า โดยขณะปิดเครื่องอยู่นั้น ต้องยอมรับว่ามันเหมือนกับการส่องกระจกที่บ้านตอนแต่งตัวมาทำงานไม่มีผิด เพราะเราเห็นภาพของตัวเองอย่างชัดเจน (อันหมายถึงกระจกหน้าจอมีอัตราการสะท้อนแสงที่สูงมากทีเดียว)

Acer Aspire One

ส่วนของปุ่มเปิดเครื่องจะอยู่ทางด้านขวาบนของตัวเครื่อง โดยมันถูกออกแบบให้ฝังลงไปในตัวบอร์ดี้อย่างกลมกลืน ซึ่งเมื่อกดปุ่มเปิดเครื่อง จะมีไฟสีเขียวอ่อนๆ ติดอยู่ตลอดเวลา ช่วยให้ดูดีไปอีกแบบ (แม้จะไม่มีการเดินเส้นไฟเหมือนโน้ตบุ๊ครุ่นมาตรฐานอย่าง Gemstone ก็ตาม) พอเหลือบไปมองทางด้านซ้ายมือของเราก็พบกับไฟแสดงสถานะในการทำงานไล่ตั้งแต่ไฟชาร์จแบตเตอรี่, ไฟฮาร์ดดิสก์, ไฟแสดงปุ่มกดตัวเลข และสุดท้ายก็คือไฟแสดงปุ่ม Caps Lock นั่นเอง ซึ่งหากคุณกดปุ่มตัวเลขหรือปุ่ม Caps Lock ไฟสองหลอดสุดท้ายก็จะสว่างขึ้นทันที ส่วนปุ่มด้านข้างของตัวเครื่องที่เป็นสีส้มๆ นั้นไม่มีประโยชน์อย่างอื่น นอกจากเรื่องของความสวยงาม

Acer Aspire One

กลับมาดูที่ขอบหน้าจอกันอีกเล็กน้อย โดย Aspire One จะมีการเหลือพื้นที่บริเวณขอบหน้าจอทุกด้านมากเกินไป เพราะเราวัดพื้นที่ของขอบแต่ละด้านได้เกือบๆ 1 นิ้ว (ซึ่งเชื่อว่าในรุ่นต่อไปคุณอาจจะได้เห็น Aspire One รุ่นที่มีหน้าจอ 10.1 นิ้ว ก็เป็นได้) ด้านบนของหน้าจอจะมีกล้องเว็บแคม ที่แน่นอนว่าพ่วงเทคโนโลยี CrystalEye มาให้ด้วย ส่วนทางด้านขวาของกล้องเว็บแคมจะมีรูเล็กๆ ซึ่งก็คือไมโครโฟนนั่นเอง นอกจากนี้เรื่องความแข็งแรงของแกนพับหน้าจอก็เป็นอีกสิ่งที่เราต้องพูดถึง โดยเราได้ทดสอบเปิดฝาเครื่องแล้วถือด้วยมือเดียวแกว่งไปแกว่งมา ก็ไม่พบอาการหลวมของบานพับให้ขุ่นเคืองใจแต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ Acer ทำออกมาได้เป็นอย่างดี

Acer Aspire One

สุดท้ายกับปุ่มเปิดปิดสัญญาณ Wireless LAN ที่ถูกติดตั้งมาทางด้านหน้าของตัวเครื่องนั้น เป็นปุ่มที่ช่วยให้เราสามารถปิด WLAN เมื่อไม่มีการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และก็เปิดได้ทันทีที่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่ก็น่าเสียดายว่า Aspire One ไม่มีเทคโนโลยีการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธมาให้ ซึ่งก็ดูจะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญของโน้ตบุ๊คที่ขาดหายไปนั่นเอง

Acer Aspire One

Keyboard & Touchpad ต่อกันด้วยเรื่องของคีย์บอร์ดบ้าง คีย์บอร์ดของ Aspire One นั้น เราต้องยอมรับเลยว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่ Acer เลือกทำออกมาได้อย่างลงตัว กล่าวคือในการทดสอบ Asus Eee PC นั้น เราได้ตำหนิในเรื่องความเบียดชิดกันมากเกินไปของแป้นพิมพ์แต่ละตัว ทำให้การกดใช้งานยากลำบาก นอกจากนี้มันยังมีการย่อขนาดของคีย์บอร์ดลงอีกด้วย แต่สำหรับใน Aspire One นั้น คุณจะได้รับแผงคีย์บอร์ดที่เต็มไม้เต็มมือมากกว่า ซึ่งจากการทดสอบ เรามีการกดปุ่มผิดพลาดน้อยลงอย่างรู้สึกได้ นอกจากนี้ยังไม่ต้องงอข้อมือมากเกินไปอีกด้วยครับ

Acer Aspire One

การตอบสนองต่อแรงกดของ Aspire One ทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ โดยปุ่มแต่ละปุ่มที่ถูกกดจะแทบไม่มีเสียงให้รำคาญใจ กล่าวคือปุ่มแต่ละปุ่มมีความนุ่มนวล ทำให้การกดปุ่มเพื่อพิมพ์งานเป็นไปอย่างสะดวก ด้านปุ่มพิเศษนั้น จะไม่มีมาให้เหมือนในโน้ตบุ๊ครุ่นมาตรฐาน ทั้งนี้ก็คงเพราะการพยายามลดขนาดตัวเครื่องทำให้ปุ่มพิเศษถูกตัดออกไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนปุ่ม Function ซึ่งต้องกดร่วมกับปุ่ม F ต่างๆ ก็มีมาให้แทบจะครบครัน โดยปุ่มหลักๆ ที่มักจะใช้งานกันบ่อยอย่างปุ่มปิดทัชแพ็ดจะกดปุ่ม Fn + F7, ปุ่มปิดเสียงจะกดปุ่ม Fn+F8 ส่วนปุ่มเพิ่มลดความสว่างจะเป็นปุ่ม Fn+ปุ่มลูกศรซ้ายและขวา และปุ่มเพิ่มลดเสียงจะเป็นปุ่ม Fn+ปุ่มลูกศรขึ้นและลง เหมือนกับที่พบในโน้ตบุ๊คของ Acer ไม่มีผิด

Acer Aspire One

ด้านทัชแพ็ดก็มีการออกแบบใหม่ โดยใน Aspire One จะไม่นำปุ่มสำหรับกดแทนคลิกซ้ายหรือขวาไปไว้ใต้ทัชแพ็ด แต่จะนำมาวางข้างๆ ทัชแพ็ดทั้ง 2 ด้าน ซึ่งหากใช้ช่วงแรกอาจจะไม่ชิน ต้องมีการปรับตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในส่วนของการตอบสนองของทัชแพ็ดก็เป็นไปอย่างราบรื่น เราสามารถเลื่อนนิ้วไปมาได้อย่างสะดวก รวมถึงการออกแบบทัชแพ็ดให้เป็น Wide Screen เหมือนกับหน้าจอ ก็ทำให้การเลื่อนไปมาในแนวนอนค่อนข้างมีอิสระมากขึ้นอีกขั้นเช่นกัน

Acer Aspire One

Display Quality คุณภาพของจอภาพของ Aspire One ถือว่าไม่แตกต่างไปจากโน้ตบุ๊คทั่วไปแต่อย่างใด แถมยังเหนือกว่าในหลายจุดอีกด้วย กล่าวคือจอภาพของ Aspire One นั้น แม้ว่าจะมีความละเอียดเพียง 1024x600 พิกเซล อาจไม่ใช่ความละเอียดมาตรฐานของมอนิเตอร์ทั่วไปที่ปกติจะมีความละเอียด 1024x768 พิกเซล เป็นส่วนใหญ่ แต่ด้วยการนำเทคโนโลยี LED-Backlight ซึ่งเป็นการนำรูปแบบการแสดงผลด้วยหลอดไฟ LED ทำให้การแสดงผลค่อนข้างสว่างกว่ามอนิเตอร์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้มันยังช่วยในเรื่องของการประหยัดพลังงานลงได้อีกด้วย จุดนี้ก็ทำให้เรามองว่ามันเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่คุณแทบจะหาไม่ได้ในโน้ตบุ๊คมาตรฐาน เพราะส่วนใหญ่การนำเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างหน้าจอแบบ LED มาใช้ มักจะพบได้เฉพาะโน้ตบุ๊ครุ่นที่มีราคาแพงเท่านั้น แต่เมื่อคุณสามารถนำมาใช้ด้วยการเสียเงินเพียงไม่เกิน 2 หมื่น เรามองว่ามันเป็นความคุ้มค่าที่คุณต้องลอง

Acer Aspire One

ขนาดหน้าจอของ Aspire One จะเท่ากับ 8.9 นิ้ว พร้อมกับพ่วงเทคโนโลยี CrystalBrite แถมมาให้ ซึ่งจะช่วยให้อัตราความสว่างและคอนทราสต์บนหน้าจอดีกว่าในโน้ตบุ๊คที่ไม่มีเทคโนโลยีดังกล่าว แต่ทว่าด้านสีสันก็อาจยังไม่เพียงพอต่อการใช้งานของผู้ที่จำเป็นต้องนำเสนองานเกี่ยวกับสีเป็นหลัก เช่น กลุ่มเซลล์บริษัทโฆษณา เป็นต้น เพราะหลายครั้งที่การนำเสนองานต้องการความถูกต้องแม่นยำของสีสัน แต่ Aspire One ยังไม่สามารถตอบสนองได้ดีเท่าที่ควร จากการทดสอบดูภาพหรือวิดีโอบน Aspire One นั้น สีสันยังไม่ค่อยอิ่มตัวเท่าที่ควร แม้ว่าภาพที่เห็นมีความสว่างสดใสมากก็ตาม นอกจากนี้หากเป็นการดูภาพที่ต้องไล่สีสัน (Gradient) ก็จะสังเกตเห็นได้ทันทีถึงความไม่เนียนของ Aspire One อีกด้วย จุดนี้ก็ทำให้ Aspire One เหมาะที่สุดหากคุณจะใช้เพื่อพิมพ์งานหรือท่องอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ส่วนข้อเสียอีกอย่างจากมอนิเตอร์ของ Aspire One ที่ไม่พูดก็คงไม่ได้ ก็คือจากการใช้งานจริง หากคุณเปิดใช้ความสว่างต่ำๆ จะพบอาการสั่นของหน้าจอ รวมถึงมีอาการวูบวาบในหลายๆ ครั้งอีกด้วย ซึ่งทางแก้ก็คือคุณจะต้องปรับใช้ความสว่างสูงสุดเท่านั้น จึงจะไม่เกิดปัญหาดังกล่าวให้เห็น ตรงจุดนี้เรามองว่าคงเป็นเพราะการใช้เทคโนโลยี LED มากกว่า เพราะในการทดสอบเน็ตบุ๊คที่ใช้มอนิเตอร์แบบ LED หลายๆ รุ่น ก็พบปัญหาเช่นกัน เพียงแต่เรายังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการจากผู้ผลิตมายืนยันหรือสนับสนุนข้อเสียดังกล่าว (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผู้ผลิตรายไหนจะกล้าออกมายอมรับบ้าง) Webcam กล้องเว็บแคมที่ได้ชื่อว่าเป็นของ Acer นั้น เชื่อว่าผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของเครื่อง Acer น่าจะรู้ได้ทันทีถึงเรื่องความคมชัด หรือแม้ใช้งานในสถานที่ที่มีสภาพแสงไม่เอื้ออำนวย มันก็ยังสามารถจับภาพของผู้ใช้ได้ดีในระดับที่คู่แข่งไม่สามารถทำได้ ทั้งนี้ก็ด้วยการนำเทคโนโลยีลิขสิทธิ์อย่าง CrystalEye Webcam ซึ่งติดตั้งอยู่ในโน้ตบุ๊คของ Acer แทบทุกรุ่นมาใช้นั่นเอง ซึ่งใน Aspire One ก็ไม่ได้ถูกมองข้ามหรือละเลยไปแต่อย่างใด ดังนั้น คุณจึงมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและคุณภาพที่ได้รับจากกล้องเว็บแคมของ Aspire One โดยเฉพาะในเรื่องของความคมชัดและความสว่างจากกล้องที่ติดตั้งมาให้

Acer Aspire One

Audio System ระบบเสียงที่ติดตั้งมาใน Aspire One นี้ ได้นำ Realtek HD มาใช้ ซึ่งก็เป็นตัวเดียวกันกับที่ได้เห็นในโน้ตบุ๊คขนาดมาตรฐานทั่วไป ซึ่งจากการทดสอบฟังเพลงที่มีจังหวะแตกต่างกันไป ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจทีเดียว อย่างไรก็ตามด้วยขนาดของดอกลำโพงที่เล็ก และยังวางตำแหน่งไว้ใต้ตัวเครื่อง ก็อาจจะมีปัญหาบ้างสำหรับการฟังเพลงที่มีเบสหนักๆ รวมถึงการฟังเพลงเมื่อคุณวางเครื่องไว้บนหน้าตัก เพราะต้นขาของคุณอาจไปปิดลำโพงจนเสียงที่ถูกขับออกมาไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร นอกจากนี้หากคุณต้องการเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงให้ดีขึ้น ก็ควรมองหาชุดหูฟังหรือลำโพงดีๆ มาเชื่อมต่อจะเหมาะกว่าการรับฟังเสียงจากลำโพงของ Aspire One โดยตรงมากๆ Port & Connection พอร์ตที่มีมาให้ใน Aspire One ต้องถือว่าแค่พอเพียงต่อการใช้งานพื้นฐานเท่านั้น โดยหลายๆ พอร์ตหายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เช่น พอร์ต ExpressCard, พอร์ต Modem เป็นต้น ด้านหน้า: มีเพียงปุ่มเปิด/ปิดสัญญาณ Wireless LAN เท่านั้น

Acer Aspire One

ด้านซ้าย: จะมีช่องเสียบไมโครโฟน, หูฟัง, พอร์ต USB 2.0 จำนวน 2 ช่อง, ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำแบบ 5-in-1 และช่องเสียบสายล็อคโน้ตบุ๊ค

Acer Aspire One

ด้านขวา: จะประกอบไปด้วยช่องเสียบสายไฟ, พอร์ต VGA สำหรับเชื่อมต่อกับมอนิเตอร์ภายนอก, ช่องระบายอากาศ, พอร์ต LAN (RJ-45), พอร์ต USB อีก 1 ช่อง และช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ SDHC สำหรับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมนั่นเอง

Acer Aspire One

ด้านหลัง: จะมีเพียงแบตเตอรี่เท่านั้น โดยเครื่องที่เราได้รับมาทดสอบนี้จะเป็นแบบ 6-Cell ซึ่ง Acer โฆษณาไว้ว่าจะสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 5.5 ชั่วโมงด้วยกัน

Acer Aspire One

Heat Dispensation การระบายความร้อนของ Aspire One ดูจะเป็นอีกเรื่องที่เราสามารถหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นจุดเด่นได้ดีอีกเช่นกัน เนื่องจากในการใช้งานจริงซึ่งส่วนใหญ่เราจะวางไว้บนหน้าตักนั้น ความร้อนที่ถูกปลดปล่อยออกจากตัวเครื่องอยู่ในระดับต่ำ กล่าวคือแค่พอรู้สึกว่าร้อน แต่ไม่ถึงกับทนไม่ได้แต่อย่างใด ช่วยให้การใช้งานต่างๆ ในระยะเวลานานเป็นไปได้อย่างราบรื่นทีเดียว มาถึงเรื่องของการทดสอบประสิทธิภาพกันบ้าง ในการทดสอบประสิทธิภาพของ Acer Aspire One นั้น เราได้เชื่อมต่อสายไฟเข้ากับตัวเครื่อง (ยกเว้นการทดสอบอายุแบตเตอรี่), เปิดความสว่างสูงสุด, ปรับโหมดการใช้งานเป็น Always On, ปิดระบบพักการทำงานในโหมด Stand By, ปิดระบบพักหน้าจอ (Screen Saver) และเชื่อมต่อสัญญาณ WLAN เพื่อให้ Aspire One เผยประสิทธิภาพสูงสุดให้เราได้ทราบว่าจะแรงมากน้อยแค่ไหน CPU-Z เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องด้วยโปรแกรมมาตรฐานอย่าง CPU-Z เวอร์ชันล่าสุด

Acer Aspire One

หน้าจอแรกแสดงให้เห็นหน่วยประมวลผลกลางหรือซีพียูรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Intel Atom (ใช้ชื่อรหัสในการผลิตว่า Diamondville) พร้อมกับนำเทคโนโลยีการผลิตใหม่ล่าสุดแบบ 45 นาโนเมตร มาใช้เป็นครั้งแรก ส่วนความเร็วก็อยู่ที่ 1.6 GHz (คอร์เดียว ไม่ใช่ดูอัลคอร์) ซึ่งเป็นความเร็วของซีพียูในรุ่น Atom N270 นั่นเอง นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเร็วของบัสซึ่งอยู่ที่ 133 MHz โดยมี FSB เท่ากับ 533 MHz ด้วยกัน

Acer Aspire One

ระดับ L2 Cache ของ Aspire One อยู่ที่ 512 KB ซี่งดูจะน้อยไปหน่อย หากคุณจะนำไปทำงานหนักๆ แต่ถ้าใช้สำหรับการทำงานพื้นฐานแล้ว เรามองว่ามันก็เพียงพอในระดับหนึ่ง

Acer Aspire One

เมนบอร์ดของ Aspire One มาพร้อมกับชิพเซต Intel i945GME ซึ่งเป็นชิพเซตที่มีระบบกราฟิกติดตั้งมาให้ด้วย โดยในส่วนของ Southbridge จะเลือกใช้ชิพเซต Intel 82801GHE (ICH7-M/U) นั่นเอง (เก่าไปหน่อย แต่ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานพื้นฐานทั่วไปเหมือนกัน)

Acer Aspire One

ด้านหน่วยความจำหลักของ Aspire One ก็เป็นแบบ DDR2 ขนาดความจุ 1 GB (1024 MB) ในแบบ Single Channel

Acer Aspire One

สล็อตสำหรับติดตั้งแผงหน่วยความจำจะมี 2 สล็อต โดยแผงหน่วยความจำที่มีความจุ 1 GB ในแบบ DDR2-5300 (ความเร็ว 333 MHz) จะติดตั้งอยู่บนสล็อตแรก

Acer Aspire One

ส่วนในสล็อตที่ 2 จะยังว่างอยู่ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าคุณสามารถอัพเกรดหน่วยความจำหลักให้กับ Aspire One ได้ (ควรนำไปให้ศูนย์ Acer ติดตั้งให้ อย่าเปิดเครื่องเพื่อติดตั้งเอง เพราะคุณอาจถูกยกเลิกการรับประกันได้) โดยหน่วยความจำที่รองรับได้ก็จะเป็นแบบ DDR2-5300 (333 MHz) นั่นเอง (คุณอาจต้องซื้อหน่วยความจำไปเอง แล้วให้ทางศูนย์ติดตั้งให้ ซึ่งจะไม่เสียค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแต่อย่างใด) GPU-Z หลังจากที่ดูรายละเอียดภายในของ Aspire One ไปแล้ว เราก็จะมาดูในเรื่องของระบบกราฟิกกันต่อ ด้วยการใช้โปรแกรม GPU-Z เพื่อตรวจสอบนั่นเอง

Acer Aspire One

โปรแกรม GPU-Z แสดงให้เราทราบว่า Aspire One เลือกใช้ชิพเซต Intel i945GME ซี่งเป็นระบบกราฟิกที่ไม่แรงมากเท่าไหร่ เหมาะสำหรับการใช้งานพื้นฐาน ตัวชิพกราฟิกจะรองรับ DirectX 9.0 เท่านั้น ไม่รองรับ DirectX 10 แต่อย่างใด ด้านหน่วยความจำบนชิพสำหรับการประมวลผลทางด้านกราฟิกก็อยู่ที่ 8 MB เท่านั้นเอง 3Dmark03 โปรแกรม 3Dmark03 จะช่วยวัดคะแนนในเรื่องระบบกราฟิกได้เป็นอย่างดี ซึ่งตัวโปรแกรมแม้ว่าจะค่อยข้างเก่า แต่ก็ช่วยให้คุณเปรียบผลคะแนนกับโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นๆ ได้

Acer Aspire One

Acer Aspire One

Acer Aspire One

คะแนนจากการทดสอบด้วยโปรแกรม 3Dmark03 ได้ไปเพียง 719 แต้ม ซึ่งถือว่าต่ำมาก แม้จะเป็นโปรแกรมทดสอบที่เก่าแล้วก็ตาม ทำให้เรามองว่ามันคงไม่เหมาะกับการใช้เพื่อทำงานหนักๆ อย่างการเล่นเกม 3 มิติ แน่นอน อย่างไรก็ตามในการทดสอบด้วย 3Dmark03 ก็ให้ผลการทดสอบที่ราบรื่นในทุกโหมด ทั้งโหมดหลักอย่างการทอสอบเกม 3 มิติทั้ง 4 เกม, การทดสอบซีพียู, การทดสอบฟีเจอร์อื่นๆ ของระบบกราฟิก และสุดท้ายคือเรื่องของการทดสอบด้านเสียงนั่นเอง 3Dmark05 เช่นเดียวกันกับโปรแกรม 3Dmark05 ซึ่งเป็นเวอร์ชันเก่า โดยจะช่วยในการทดสอบเพื่อวัดประสิทธิภาพทางด้านกราฟิกได้เป็นอย่างดี

Acer Aspire One

Acer Aspire One

Acer Aspire One

ด้านผลการทดสอบด้วยโปรแกรม 3Dmark05 ก็เค้นตัวเลขออกมาได้ที่ 247 แต้ม ซึ่งไม่ได้มากมายอะไร แถมในระหว่างการทดสอบครั้งที่ 1-3 นั้น กลับปรากฏว่ามันไม่สามารถผ่านการทดสอบในโหมด Feature Tests (ทดสอบฟีเจอร์พิเศษของระบบกราฟิก) และ Batch Size Tests (ทดสอบการทำงานหลายๆ อย่างในเวลาเดียวกัน) ได้ทั้งสองโหมด เนื่องจากทั้ง 2 โหมดจะเรียกใช้ประสิทธิภาพทุกส่วนในเครื่องมาทดสอบค่อนข้างหนัก จนเราต้องยอมตัดการทดสอบทั้ง 2 โหมดออกไปเพื่อให้ได้ผลคะแนนกลับมาแสดงให้คุณได้ชม 3Dmark06 โปรแกรม 3Dmark06 เวอร์ชันนี้รองรับการทดสอบ DirectX 10 แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าระบบกราฟิกของ Aspire One รองรับเพียง DirectX 9 เท่านั้น

Acer Aspire One

Acer Aspire One

Acer Aspire One

ผลการทดสอบแบบโหดๆ ด้วย 3Dmark06 นั้น เราลุ้นแทบแย่ ว่า Aspire One จะผ่านหรือไม่ โดยในการทดสอบ 3 ครั้งแรก เราพยายามเปิดทุกโหมดการทดสอบให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ เหมือนกับในการทดสอบ 3Dmark05 จนเราต้องยอมลดขั้นตอนการทดสอบลงเหลือเพียงการทดสอบระบบกราฟิกที่รองรับ SM2.0 และการทดสอบประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกของซีพียูโดยตรงเท่านั้น ซึ่งตัวเลขคะแนนก็ถือว่ายังน้อยไป โดยได้ไปเพียง 119 แต้มเท่านั้น PCMark05 โปรแกรม PCMark05 จะช่วยในการวัดประสิทธิภาพโดยรวมของคอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี โดยจะคำนวณประสิทธิจากองค์ประกอบหลายๆ ส่วน มาวิเคราะห์หาประสิทธิภาพที่แท้จริง

Acer Aspire One

ในการทดสอบด้วยโปรแกรม PCMark05 นั้น เครื่อง Acer Aspire One ที่มาพร้อมความละเอียดหน้าจอเพียง 1024x600 พิกเซล ไม่สามารถผ่านการทดสอบไปได้ เพราะตัวโปรแกรมต้องการความละเอียดขั้นต่ำที่ 1024x768 พิกเซล ซึ่งก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง HD Tach โปรแกรม HD Tach จะช่วยในการวัดประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์ที่ถูกติดตั้งมาภายในเครื่อง โดยจะวัดค่าความเร็วสูงสุด ความเร็วเฉลี่ย และความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล

Acer Aspire One

การทดสอบด้วยโปรแกรม HD Tach เพื่อวัดความเร็วของฮาร์ดดิสก์ขนาดความจุ 120GB เป็นไปอย่างราบรื่น โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 117.3 MB ต่อวินาดีด้วยกัน สำหรับความเร็วเฉลี่ยก็คือ 46.1 MB ต่อวินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็ว และจะเห็นได้ชัดในตอนเปิด-ปิดเครื่อง หรือการถ่ายโอนข้อมูลภายในเครื่องเป็นหลัก HD Tune Pro โปรแกรม HD Tune Pro จะช่วยในการค้นหาประสิทธิภาพของฮาร์ดดิสก์ได้ โดยจะแสดงผลลัพธ์ออกมาในเชิงกราฟเพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ประสิทธิภาพฮาร์ดดิสก์

Acer Aspire One

ต่อด้วยการทดสอบฮาร์ดดิสก์จากโปรแกรม HD Tune Pro ซึ่งให้ตัวเลขความเร็วเฉลี่ยในการอ่านข้อมูลของฮาร์ดดิสก์ยี่ห้อ Western Digital ความจุ 120 GB อยู่ที่ 44.0 MB ต่อวินาที (น่าประทับใจทีเดียว ในเรื่องของการอ่านข้อมูล) ด้วยความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลก็อยู่ที่ 16.4 มิลลิวินาที ซึ่งยังไม่ถึงกับน่าประทับใจมากนัก PerformanceTest โปรแกรมเค้นประสิทธิภาพโดยรวมของระบบอีกตัวหนึ่ง ที่จะวิเคราะห์ประสิทธิภาพจากการทดสอบแต่ละองค์ประกอบของ Aspire One เพื่อนำมาประมวลผลเป็นตัวเลข

Acer Aspire One

Acer Aspire One

Acer Aspire One

Acer Aspire One

การทดสอบด้วยโปรแกรม PerformaceTest นั้น Acer Aspire One ให้ตัวเลขคะแนนมาเป็นสูตรคูณแม่ 2 คือ 212 แต้ม ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่อาจจะไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยจนเกินไป หากสังเกตในรูปที่ 3 นั้น คุณจะเห็นว่าคะแนนในส่วนของซีพียูดูจะต่ำไปหน่อย แต่ก็ได้คะแนนในส่วนอื่นๆ มาหักลบกลบกันไปได้ เช่น คะแนนของการใช้งานระบบกราฟิก 2 มิติ, 3 มิติ, คะแนนของหน่วยความจำหลัก และที่สำคัญคือคะแนนของฮาร์ดดิสก์นั่นเอง BatterMonitor โปรแกรมวิเคราะห์แบตเตอรี่ที่จะช่วยให้เราได้ทราบว่าแบตเตอรี่ของ Aspire One สามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องเท่าไหร่ จากการชาร์จเพียงครั้งเดียว

Acer Aspire One

Acer Aspire One

การทดสอบแบตเตอรี่นั้น บอกได้เลยว่าเราคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากนัก เพราะจากรูปประกอบคุณคงเห็นความที่ความจุแบตเตอรี่ 91% มันสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 5.25 ชั่วโมง ซึ่งจากการทดสอบใช้งานจริงนั้น เราสามารถใช้งานต่อเนื่องได้เกือบๆ 5 ชั่วโมงครึ่ง (แบตเตอรี่ที่แถมมาให้ใน Acer Aspire One รุ่น A150 เป็นแบบ 6-Cell) ซึ่งตรงจุดนี้เรามองว่าถือเป็นจุดเด่นที่คุณหาไม่ได้จากโน้ตบุ๊คทั่วไป รวมถึงเน็ตบุ๊คคู่แข่งอีกหลายๆ รายด้วยเช่นกัน Temperature อีกหนึ่งผลการทดสอบที่เราอยากให้คุณเห็นก็คือเรื่องของความร้อน โดยเราทดสอบด้วยการรันโปรแกรม ORTHOS เพื่อให้ซีพียูทำงานด้วยความเร็วสูงสุดติดต่อกันเป็นระยะเวลากว่า 45 นาที จากนั้นก็สังเกตอุณหภูมิของคอร์ซึ่งอยู่เพียง 52 องศาเซลเซียส เท่านั้น ถือว่าเป็นระดับความร้อนที่พอรับได้สบายๆ ไม่ถึงกับมากมายเกินไปนัก

Acer Aspire One

บทสรุป หลังการทดสอบ Acer Aspire One นั้น เรายอมรับเลยว่าประทับใจใน Acer Aspire One มาก ไล่ตั้งแต่เรื่องของขนาดตัวเครื่องที่เล็ก กะทัดรัด เหมาะกับการพกพาไปไหนมาไหน ต่อด้วยเรื่องของคีย์บอร์ดที่พอดีมือมากกว่าซับโน้ตบุ๊คหลายๆ ที่ผ่านการทดสอบจากเราไป นอกจากนี้เรื่องของราคาที่รุ่นเล็กอยู่แค่เพียงหมื่นต้นๆ ก็ทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อเทียบการเลือกซื้อโน้ตบุ๊คขนาดมาตรฐานซักเครื่องมาใช้

Acer Aspire One

Acer Aspire One

กลุ่มผู้ใช้ที่เหมาะสำหรับเน็ตบุ๊คจาก Acer ตัวนี้ เรามองไปที่กลุ่มผู้ใช้ที่จำเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ ไม่ค่อยได้ทำงานอยู่ในออฟฟิศเท่าไหร่ ส่วนการใช้งานหลักๆ ก็คงต้องบอกว่ามันเหมาะกับการท่องเน็ตมากที่สุด (ตามชื่อเน็ตบุ๊ค) รวมถึงการใช้เพื่อพิมพ์งานด้วยโปรแกรม Word หรือใช้โปรแกรม Excel ในการคำนวณแบบตาราง นอกจากนี้ก็ยังเหมาะสำหรับการนำไปพรีเซนต์งานนอกสถานที่ด้วยโปรแกรม PowerPoint อีกด้วย อย่างไรก็ตามตัวเครื่องก็ยังมีข้อจำกัดที่คุณควรรู้บางประการ เช่น เรื่องของการขับสีที่อาจไม่สมบูรณ์แบบนัก แม้ว่าความสว่างจะสูงก็ตาม

Acer Aspire One

อีกจุดหนึ่งก็คือรุ่นที่เราได้รับมาทดสอบจะเป็นรุ่นที่มีแบตเตอรี่แบบ 6-Cell มาด้วย ทำให้การใช้งานนอกสถานที่ เช่น นั่งจิบกาแฟพร้อมกับพิมพ์งานหรือท่องเน็ตเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้โดยไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดไปก่อน เพราะจากการทดสอบนั้น เราสามารถใช้งานได้ยาวนานมากเกือบ 5 ชั่วโมงครึ่ง จนท้ายที่สุดเราก็ต้องยอมแพ้ต่อความเมื่อยล้าของข้อมือและสายตาที่เพ็งหน้าจอ จนปิดเครื่องไปก่อน (เรียกว่าแบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานหายห่วงไปเลย)

Acer Aspire One

จุดเด่น: ขนาดเล็ก กะทัดรัด เหมาะแก่การพกพา คีย์บอร์ดใหญ่กว่ารุ่นอื่นๆ พิมพ์งานได้สะดวกขึ้น เสียงกดคีย์บอร์ดเบา พิมพ์ได้นุ่มนวลดีทีเดียว แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 5 ชั่วโมงขึ้นไป ความสว่างหน้าจอสูง การแสดงภาพคมชัด มีช่องเสียบการ์ดเพิ่มพื้นที่ให้ฮาร์ดดิสก์ จัดการระบายความร้อนได้ดีมาก ทัชแพ็ดตอบสนองได้ดี กล้องเว็บแคมจับภาพได้ดี จุดสังเกต: ไม่มีบลูทูธ ทำให้การรับส่งไฟล์ระหว่างมือถือลำบากขึ้นเล็กน้อย กระจกหน้าจอสะท้อนแสงมากเกินไป ความละเอียดหน้าจอไม่ใช่มาตรฐานปกติ เมื่อปรับความสว่างต่ำๆ จะมีอาการหน้าจอสั่น ลำโพงขับเสียงเบา ปุ่มกดข้างๆ ทัชแพ็ดแข็งเกินไป

สนับสนุนข้อมูลโดย...

Acer Aspire One

รีวิว Lenovo Miix 510 Tablet ประสิทธิภาพสวย ในรูปร่างที่สวยงาม

รีวิว Lenovo Miix 510 Tablet ประสิทธิภาพสวย ในรูปร่างที่สวยงาม

รีวิว Huawei Mate 9 Pro มันคือ Mate 9 ตัวเดิม เพิ่มเติมคือจอโค้งและความจำเยอะขึ้น

รีวิว Huawei Mate 9 Pro มันคือ Mate 9 ตัวเดิม เพิ่มเติมคือจอโค้งและความจำเยอะขึ้น

พรีวิว Nubia Z11 Mini S เขาว่ากล้องเทพมาก แต่ราคาไม่ถึงหมื่น

พรีวิว Nubia Z11 Mini S เขาว่ากล้องเทพมาก แต่ราคาไม่ถึงหมื่น

รีวิว vivo v5 plus มือถือกล้องหน้าคู่เพื่อสาว ๆ อยากถ่าย โบเก้

รีวิว vivo v5 plus มือถือกล้องหน้าคู่เพื่อสาว ๆ อยากถ่าย โบเก้

เปิดแล้ว YouTube Mobile Live ช่องทางใหม่สำหรับคนชอบ Live บนมือถือ

เปิดแล้ว YouTube Mobile Live ช่องทางใหม่สำหรับคนชอบ Live บนมือถือ

รีวิว Lenovo P2 Smart Phone หมื่นต้น เน้นเรื่องแบตฯใหญ่ใช้ได้นาน

รีวิว Lenovo P2 Smart Phone หมื่นต้น เน้นเรื่องแบตฯใหญ่ใช้ได้นาน

รีวิว Samsung Galaxy A7 2017 รุ่นกลางออฟชั่นเยอะสู้เรือธงได้สบาย

รีวิว Samsung Galaxy A7 2017 รุ่นกลางออฟชั่นเยอะสู้เรือธงได้สบาย

รีวิว Panasonic Lumix GF9 อัปเกรดกล้องฟรุ้งฟริ้งเล็ก ๆ สู่ความคมชัดระดับ 4K

รีวิว Panasonic Lumix GF9 อัปเกรดกล้องฟรุ้งฟริ้งเล็ก ๆ สู่ความคมชัดระดับ 4K

รีวิว BlackPhone 2 มือถือที่เน้นระบบความปลอดภัยมากเหนือสิ่งอื่นใด

รีวิว BlackPhone 2 มือถือที่เน้นระบบความปลอดภัยมากเหนือสิ่งอื่นใด

แกะกล่องลองเล่น Fitbit Flex 2 รุ่นใหม่ล่าสุดมีดีตรงกันน้ำ กับระยะ 1 เดือนที่ได้ลองเล่น

แกะกล่องลองเล่น Fitbit Flex 2 รุ่นใหม่ล่าสุดมีดีตรงกันน้ำ กับระยะ 1 เดือนที่ได้ลองเล่น

รีวิว ASUS Zenbook UX330UA Ultrabook สุดบาง แบตฯอึด ทรงเรียบหรู

รีวิว ASUS Zenbook UX330UA Ultrabook สุดบาง แบตฯอึด ทรงเรียบหรู

พรีวิว Vivo V5 Plus มือถือสาย Selfie กับการทำหน้าชัดหลังเบลอด้วยเลนส์คู่

พรีวิว Vivo V5 Plus มือถือสาย Selfie กับการทำหน้าชัดหลังเบลอด้วยเลนส์คู่

รีวิว Huawei GR5 2017 มือถือกล้องคู่งบไม่ถึงหมื่น

รีวิว Huawei GR5 2017 มือถือกล้องคู่งบไม่ถึงหมื่น

รีวิว HP Spectre X360 คอมพิวเตอร์ 2 in 1 สายหรู เพื่อคนสาย 2 in 1

รีวิว HP Spectre X360 คอมพิวเตอร์ 2 in 1 สายหรู เพื่อคนสาย 2 in 1

รีวิว Samsung Gear S3 Frontier Smart Watch อึดเพื่อขาลุยโดยตรง

รีวิว Samsung Gear S3 Frontier Smart Watch อึดเพื่อขาลุยโดยตรง

HP เปิดตัวคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ที่เล็กจิ๋วเพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

HP เปิดตัวคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ที่เล็กจิ๋วเพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

พาสัมผัส Samsung Galaxy A 2017 การเปลี่ยนแปลงที่ดูคุ้มและสวยในมือถือระดับหมื่นต้น

พาสัมผัส Samsung Galaxy A 2017 การเปลี่ยนแปลงที่ดูคุ้มและสวยในมือถือระดับหมื่นต้น

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์