Pioneer SC-LX 71 audio/video multi-channel receiver

Pioneer SC-LX 71 audio/video multi-channel receiver

Pioneer SC-LX 71 audio/video multi-channel receiver

GM2000

สนับสนุนเนื้อหา

 

 

เนื่องเพราะระบบเสียงเซอร์ราวนด์มีจำนวนลำโพงมากกว่า 2 และมีรูปแบบการติดตั้งลำโพงที่ไม่เฉพาะด้านหน้าของผู้ฟัง หากแต่ล้อมวงอยู่รอบตัวผู้ฟังมากถึง 8 ตัว ทำให้ตำแหน่งและทิศทางของเสียงที่เดินทางมาจากแต่ละแชนเนลมีพิกัดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การที่จะจัดการให้เสียงจากลำโพง ‘ทุกแชนเนล’ แสดงความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ณ ตำแหน่งนั่งฟังจึงเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยทั้งคุณภาพของลำโพง ทั้งความละเอียดแม่นยำในการติดตั้งลำโพง และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความสามารถอันเอกอุของฟังก์ชันปรับแต่งเสียงที่มีอยู่ในแอมป์เซอร์ราวนด์เองด้วย
 
SC-LX 71
กับฟังก์ชันออโต้ คาริเบชั่น Advanced MCACC + ฟังก์ชัน Full Band Phase Control ที่สุดแสนจะวิเศษ!
ผมมีโอกาสสัมผัสกับประสิทธิภาพของระบบออโต้-คาริเบชั่น Advanced MCACC ของ Pioneer ด้วยการเซ็ตอัพด้วยตัวเองมามากกว่าสามครั้งแล้ว จากรุ่นท๊อปสุด Susano จนมาถึง SC-LX 71 ตัวนี้ หลังจากลองเซ็ตอัพและได้สดับกับเสียงของมันแล้วต้องยอมรับว่า Advanced MCACC เป็นระบบการปรับตั้งเสียง (เซอร์ราวนด์) อัตโนมัติที่ให้คุณภาพเสียงออกมาดีที่สุดระบบหนึ่งในวงการ โดยเฉพาะเมื่อผนวกเอาฟังก์ชัน Full Band Phase Control เข้าไปด้วยแล้ว Advanced MCACC ก็เลยเหมือนเสือติดปีก คุณภาพเสียงที่ได้ก็เขยิบสูงขึ้นไปอีกระดับทันที.!

จริงๆ แล้ว ส่วนตัวนั้น ผมเป็นคนที่ไม่ชอบวงจรพิเศษอะไรประเภทนี้ เพราะที่ผ่านๆ มาผลของมันไม่เป็นที่น่าพอใจ นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าวงจร
ออโต้ฯ ที่ผมเคยลองใช้ผ่านๆ มายังออกแบบได้ไม่ดีก็เป็นได้ ในอดีตที่ผ่านมา ผมจึงมักหลีกเลี่ยงที่จะใช้วงจรออโต้ คาริเบชั่นในการปรับตั้งเสียงของระบบเสียงเซอร์ราวนด์ ยอมที่จะเสียเวลาใช้วิธีแมนน่วลปรับแต่งด้วยไมโครโฟนของ SPL meter ร่วมกับสัญญาณเสียงจากแผ่น sound check และแผ่นซอฟต์แวร์อีก 2-3 แผ่นซะมากกว่า ผมเพิ่งจะเริ่มยอมรับคุณภาพเสียงของวงจรออโต้ คาริเบชั่นของแอมป์เซอร์ราวนด์เหล่านี้มาเมื่อปี-สองปีที่ผ่านมานี้เอง และมักจะลองใช้ทุกครั้งที่ทำการเซ็ตอัพเพราะนอกจากว่ามันจะให้เสียงที่น่าพอใจแล้ว วงจรออโต้ฯ ยุคหลังๆ ก็มีความฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขั้นตอนการเซ็ตอัพใช้เวลาสั้นลงมาก นับว่าเป็นเครื่องมือเซ็ตอัพชั้นดีสำหรับนักติดตั้งระบบเสียงเซอร์ราวนด์เลยแหละ.. เพราะทั้งสะดวกและไม่เสียเวลาด้วย

Pioneer เป็นแบรนด์ฯ ที่เกิดขึ้นมาจากกลุ่มคนที่มีพื้นฐาน engineering และทำงานคลุกคลีกับงานบันทึกเสียงระดับโปรเฟสชั่นแนลมามาก (ผมเคยรู้จักกับออดิโอ-เอนจิเนียร์ของไพโอเนียร์คนหนึ่งซึ่งเขาทำงานร่วมกับ TAD ที่ประเทศอังกฤษ) พวกเขาจึงมีความเข้าใจในสิ่งที่เรียกว่า ‘คุณภาพเสียง’ มากกว่าแบรนด์ฯ อื่นๆ ดังจะเห็นได้จากแนวคิดและประเด็นของคุณภาพเสียงที่พวกเขาหยิบยกขึ้นมาพัฒนา อย่างเช่น เรื่องของ Full Band Phase Control เป็นต้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ตรงใจผมมากและไม่เคยเห็นยี่ห้อใดพูดถึงมาก่อน


คนออกแบบวงจรออโต้ฯ ทั่วไปมักจะใส่ใจอยู่กับการปรับแต่งค่าต่างๆ ที่แอมป์เซอร์ราวนด์จะสามารถทำได้ แต่ไม่ค่อยจะมีใครให้ความสนใจว่า สิ่งที่อยู่ภายนอกตัวแอมป์ฯ เอง อย่างเช่น วงจรเน็ตเวิร์กของลำโพง กับสภาพอะคูสติกของห้อง นั่นแหละคือปัญหาใหญ่ ซึ่งวิศวกรของไพโอเนียร์คำนึงถึง และวงจรออโต้ คาริเบชั่น MCACC กับวงจร Full Band Phase Control คือผลพวงของ SC-LX 71 ที่มีมาเพื่อจัดการกับสองสิ่งนั่้นโดยเฉพาะ นอกเหนือไปจากหน้าที่ในการปรับตั้งค่าพื้นฐานต่างๆ ของลำโพงทั้ง 7 ตัวแล้ว

Pioneer SC-LX 71 ‘เสือดำ’ รูปร่าง & สมรรถนะ
ซีรีส์ ‘SC’ มาจากคำว่า Stereo Control ซึ่งเป็นซีรีส์สูงสุดในกลุ่มเอวี แอมป์ เซอร์ราวนด์ของไพโอเนียร์ มีออกมาทั้งหมด 2 รุ่น คือ SC-LX 71 กับรุ่น SC-LX 81 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันน้อยมากเพียงแค่ 3 จุดเท่านั้น คือ (1) ตัวเลขกำลังขับของภาคเพาเวอร์แอมป์ในโหมดสเตอริโอ 2 แชนเนลที่รุ่น SC-LX 71 ให้ออกมาน้อยกว่า LX 81 อยู่ประมาณ 10% (2) LX 71 ให้ช่องเอาต์พุต HDMI แค่ 1 ช่อง ในขณะที่รุ่น LX 81 ให้มา 2 ช่อง และ (3) รุ่น LX 71 ให้ช่องอินพุต digital coaxial แค่ 2 ช่องในขณะที่รุ่น LX 81 ให้มา 3 ช่อง นอกนั้นที่เหลือทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่ขนาดสัดส่วนตัวเครื่องและน้ำหนักของทั้ง LX 71 และ LX 81 เหมือนกันและเท่ากันทุกอย่าง


ฉะนั้น ประโยชน์อย่างเดียวสำหรับ LX 81 ที่เหนือกว่า LX 71 ก็คือ เอาต์พุต HDMI (พร้อมวงจร Upscale 1080p) ที่มากกว่าอยู่หนึ่งช่อง ทำให้ LX 81 สามารถเชื่อมสัญญาณภาพและเสียงทางช่อง HDMI ไปที่ Zone 2 ได้ ในขณะที่ LX 71 ต้องใช้การเชื่อมต่อสัญญาณภาพและเสียงทางช่องอื่นแทน

LX 71 ใช้เทคโนโลยี Direct Energy HD ในส่วนของภาคขยาย ซึ่งเป็นภาคขยายแบบดิจิตอล Class D ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษด้วยการผสมผสานการทำงานร่วมกับภาคเพาเวอร์ซัพพลายที่ชื่อว่า ICE power สำหรับระบบเสียงเซอร์ราวนด์ 7.1 แชนเนล LX 71 ให้กำลังขับแชนเนลละ 90 วัตต์ที่ 8 โอห์ม ตลอดย่านแบบต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกัน หากต่อเชื่อมสัญญาณเข้าทางช่อง Multi-channel input (7.1 Ch input) ความถี่ตอบสนองของสัญญาณเสียงจะถูกจำกัดอยู่ที่ระดับ 20-20kHz แต่ทำให้ได้กำลังขับเพิ่มขึ้นเป็น 140 วัตต์ที่ 8 โอห์มต่อแชนเนล เท่ากันหมดทั้ง 7 แชนเนล   
 
iPod DIRECT USB & Home Media Gallery
นี่ต้องถือว่าเป็นจุดเด่นกันเลยทีเดียวสำหรับ LX 71 ตัวนี้ เพราะการเชื่อมต่อ iPod ด้วยขั้วต่อ USB แบบนี้ก็คือการป้อนสัญญาณเพลงจาก iPod ไปที่ LX 71 ด้วยรูปแบบของสัญญาณดิจิตอลแท้ๆ โดยไม่ผ่านวงจร DAC ในตัว iPod ซึ่งผลลัพธ์ก็คือคุณภาพเสียงที่ดีกว่าการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณอะนาล็อกอย่างที่หลายๆ เจ้าใช้กันอยู่มากทีเดียว เพราะสัญญาณเพลงที่อยู่บน iPod จะไม่ต้องถูกแปลงกลับไปกลับมาระหว่าง analog กับ digital ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำให้สูญเสียคุณภาพลงไป เนื้อเสียงที่ได้จึงมีทั้งความเข้มข้นและยังได้ไดนามิกเรนจ์ที่กว้างขวางอีกด้วย      
      
และจากการทดลองใช้งานกับเครื่องเล่น iPod Video (Gen.5) กับ iPhone Calssic (16G) ทางช่อง iPod DIRECT USB ของ LX 71 พบว่า LX 71 รู้จักกับ iPod ทั้งสองตัวผ่านทางช่องอินพุต Home Media Gallery (HMG) ซึ่งหากคุณต่อเอาต์พุตของ LX 71 ผ่านจอมอนิเตอร์ไว้จะปรากฏภาพของฟังก์ชันใช้งานที่ชื่อว่า ‘iPod  Control’ โผล่ขึ้นมาบนจอให้คุณสามารถสั่งงาน iPod เครื่องนั้นผ่านรีโมตไร้สายของ LX 71 ได้โดยตรง 

ส่วนการใช้งานร่วมกับคอมเทนต์ออดิโอที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ผ่านทางช่อง LAN ของ LX 71 ก็ไม่ได้ยุ่งยากในการเซ็ตอัพมากนัก แต่อย่างไรก็ดี ถ้าคุณไม่คุ้นเคยกับระบบเชื่อมต่อของคอมพิวเตอร์มาก่อน ผมแนะนำให้ปรึกษากับช่างเทคนิคของทางไพโอเนียร์จะได้ผลดีกว่า และจากการทดลองดึงสัญญาณเสียงเพลงจากฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ด้วยสาย LAN ที่ยาวมากมาผ่านภาค DAC ของ LX 71 พบว่า เสียงที่ได้นั้นอยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียว เป็นลักษณะของเสียงที่ต่างไปจากลักษณะของเสียงแบบอะนาล็อกที่เราๆ คุ้นเคยกัน คืออะนาล็อกนั้นจะออกมาในโทนของเสียงที่นุ่มนวล แต่ขาดพลัง ในขณะที่เสียง PCM จากซีดีที่ได้จากช่อง LAN นั้นแม้จะติดสดมากไปนิดแต่ก็ออกมาแบบเน้นๆ เนื้อๆ เข้มๆ สะใจดี มีโอกาสต้องลองครับ.. ผมพูดได้เพียงว่า ถ้าลองฟังแล้วชอบ คุณจะไม่กลับไปฟังแบบเดิมๆ อีกเลย.!
 
สรุป SC-LX71 ทำหน้าที่หลักในส่วนของโฮมเธียเตอร์ได้น่าพอใจทั้งในส่วนของภาพและเสียง (ทางด้านเสียงจะเด่นกว่า) ส่วนความสามารถเชิง multimedia ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจเกินคาดครับ.. ผมพบว่ามันได้พัฒนาฟังก์ชันการใช้งานในส่วนของมัลติมีเดียได้ดีขึ้นกว่ารุ่น Susano นิดนึง ส่วนประสิทธิภาพในแง่ networking ของ SC-LX71 นั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยเฉพาะการต่อเชื่อมด้วย LAN ร่วมกับคอมพิวเตอร์นั้นมันสื่อสารกันได้อย่างคล่องตัวมากขึ้นกว่ารุ่น Susano พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อกำหนดวงของ network ให้แคบลง

จริงๆ แล้ว จุดเด่นของ SC-LX71 อยู่ที่ ‘คุณภาพเสียง’ ครับ ทั้งในส่วนคุณภาพเสียงของระบบเซอร์ราวนด์และคุณภาพเสียงของระบบสเตอริโอ ซึ่งหากคุณกำลังมองหาสิ่งนี้อยู่ แนะนำให้ไปลองฟังให้ได้ครับผม.!
11 สิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ iOS 11 มีสักที

11 สิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ iOS 11 มีสักที

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

มาแล้ว ภาพเคส iPhone 8 รุ่นใหม่ ชัด ๆ เปรียบเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

มาแล้ว ภาพเคส iPhone 8 รุ่นใหม่ ชัด ๆ เปรียบเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

พาชม Apple Store แห่งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ พร้อมให้บริการ 27 พฤษภาคมนี้

พาชม Apple Store แห่งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ พร้อมให้บริการ 27 พฤษภาคมนี้

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

Apple เผยวันจัดงาน WWDC 2017 ในช่วงวันที่ 5 – 9 มิถุนายนนี้ 

Apple เผยวันจัดงาน WWDC 2017 ในช่วงวันที่ 5 – 9 มิถุนายนนี้ 

ตัวเล็กตอบโจทย์กว่า ! iPhone SE เป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ลูกค้าในสหรัฐฯ พึงพอใจที่สุด

ตัวเล็กตอบโจทย์กว่า ! iPhone SE เป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ลูกค้าในสหรัฐฯ พึงพอใจที่สุด

สสส ผุดไอเดียแบบไทย ๆ  ทำพระรอด 2.0 เตือนคนขับหากขับรถเร็วเกิน

สสส ผุดไอเดียแบบไทย ๆ  ทำพระรอด 2.0 เตือนคนขับหากขับรถเร็วเกิน

เปลี่ยนคีย์บอร์ด iPhone ให้มุ้งมิ้งได้ ด้วยวิธีนี้

เปลี่ยนคีย์บอร์ด iPhone ให้มุ้งมิ้งได้ ด้วยวิธีนี้

Microsoft เปิดตัว New Surface Pro 2017 แบตอึด 13.5 ชั่วโมง รองรับ LTE

Microsoft เปิดตัว New Surface Pro 2017 แบตอึด 13.5 ชั่วโมง รองรับ LTE

11 สิ่งที่ต้องหยุดกระทำต่อไอโฟน ที่คุณอาจไม่รู้

11 สิ่งที่ต้องหยุดกระทำต่อไอโฟน ที่คุณอาจไม่รู้

เปรียบเทียบภาพถ่ายช็อตต่อช็อต ระหว่าง HTC U11 มือถือกล้องดีสุดในโลก vs Samsung Galaxy S8+

เปรียบเทียบภาพถ่ายช็อตต่อช็อต ระหว่าง HTC U11 มือถือกล้องดีสุดในโลก vs Samsung Galaxy S8+

Sony เตรียมเพิ่มสีแดงสุดแรงให้กับ Xperia XZ Premium

Sony เตรียมเพิ่มสีแดงสุดแรงให้กับ Xperia XZ Premium

Instagram เพิ่มลูกเล่นทั้ง ภาพแบบ Landscape, Portrait และโชว์ Link Preview ใน Direct Message ได้แล้ว

Instagram เพิ่มลูกเล่นทั้ง ภาพแบบ Landscape, Portrait และโชว์ Link Preview ใน Direct Message ได้แล้ว

Motorola ยืนยัน Moto 360 Gen 2 จะได้รับการ Update เป็น Android Wear 2.0 ไม่กี่วันข้างหน้า

Motorola ยืนยัน Moto 360 Gen 2 จะได้รับการ Update เป็น Android Wear 2.0 ไม่กี่วันข้างหน้า

Samsung เปิดตัว 3 สีใหม่ให้กับ Galaxy S8 และ S8+ ถึงขั้นมือสั่นที่ได้เห็น

Samsung เปิดตัว 3 สีใหม่ให้กับ Galaxy S8 และ S8+ ถึงขั้นมือสั่นที่ได้เห็น

สัมผัส B&O Play เมื่อดีไซน์กับคุณภาพเสียงดี บรรจบที่เดียวกัน

สัมผัส B&O Play เมื่อดีไซน์กับคุณภาพเสียงดี บรรจบที่เดียวกัน

Polar A37 Fitness Tracker ที่มีเรื่องจับการนอนได้แม่นยำ

Polar A37 Fitness Tracker ที่มีเรื่องจับการนอนได้แม่นยำ

Intel ยกเลิกการเก็บค่าไลเซนส์ของ Thunder Bolt 3 หวังให้คนใช้มากขึ้น

Intel ยกเลิกการเก็บค่าไลเซนส์ของ Thunder Bolt 3 หวังให้คนใช้มากขึ้น

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์