KEF XQ-10 2-way bookshelf speakers

KEF XQ-10 2-way bookshelf speakers

KEF XQ-10 2-way bookshelf speakers

GM2000

สนับสนุนเนื้อหา

KEF XQ-10 2-way bookshelf speakers


ผลการรับฟัง KEF ได้ระบุไว้ในโบรชัวร์สำหรับ XQ10 ว่า ‘Accomplished bookshelf speaker’ ซึ่งมีความหมายถึง ‘ระบบลำโพงวางหิ้งที่ได้รับการออกแบบอย่างบรรลุผล’ นี่เป็นนัยยะบอกใบ้อะไรไว้หรือเปล่า เพราะทำไมในรุ่น XQ20 ซึ่งก็มีขนาดใหญ่ไปกว่า XQ10 ไม่มากนัก จึงได้ระบุไว้ ‘เต็มขั้น’ ว่า ‘Full bandwidth two-way stand mount/bookshelf speaker’ ซึ่งแปลความได้ว่า ‘ระบบลำโพงวางหิ้ง/วางบนขาตั้งแบบ 2-ทางครอบคลุมตลอดช่วงความถี่ตอบสนอง’ ฤา KEF จะหมายถึงว่า XQ20 มีความเหมาะสมเป็นได้ทั้งระบบลำโพงวางหิ้ง หรือวางบนขาตั้ง ส่วน XQ10 นั้นเป็นได้เพียงระบบลำโพงวางหิ้งเท่านั้น...กระนั้นหรือไม่...เป็นคำถามที่อยู่ในใจผม ซึ่งต้องการคำตอบจากการใช้งานจริง
 
ผมจึงทดลองตั้งวาง XQ10 ทั้งใน 2 ลักษณะ โดยครั้งแรกตั้งวาง XQ10 ไว้บนหลังตู้เก็บของเพื่อลองใช้งานแบบ bookshelf (สูงจากพื้นประมาณ 25 นิ้ว) แต่มิได้วางชิดติดผนังโดยเว้นห่างออกมาจากผนังหลังลำโพงราวๆ 10 นิ้ว และห่างจากผนังด้านข้างลำโพง 42 นิ้ว ซึ่งพบว่า คุณลักษณ์ทางเสียงให้ความมีเนื้อหนัง อิ่มฉ่ำ พร้อมทั้งละอองอณูเนื้อเสียงที่ละเอียดดีมากๆ ให้ความไหลลื่นและตอบสนองเสียงเบสได้เข้มข้นสะใจ แม้จะไม่หนักหน่วงขนาดกระแทก-กระทั้นอวัยวะภายใน ช่วงย่านเสียงกลางและสูงนั้นชัดเจน สดใส พละพลิ้วและโปร่งลอย ทว่าการจับตำแหน่งชิ้นดนตรี และการรับรู้สภาพเวทีเสียงออกจะขาดความถอยลึกไปไม่น้อย แม้จะแผ่กว้างและบ่งบอกระยะความสูงของตำแหน่งเสียงได้ดีทีเดียว

จากนั้นจึงนำ XQ10 มาตั้งวางบนขาตั้งเพื่อลองใช้งานแบบ stand mount โดยใช้ขาตั้งไม้ตันความสูง 26 นิ้ว และคงระยะห่างจากผนังด้านข้างแต่ละด้านไว้ที่ 42 นิ้ว ส่วนระยะห่างจากผนังหลังลำโพงนั้นเท่ากับ 30 นิ้ว ซึ่งระยะห่างระหว่างระบบลำโพงทั้งสองข้างก็จะอยู่ใกล้ๆ 56 นิ้ว และตำแหน่งนั่งฟังจะอยู่ห่างจากแนวเส้นตั้งวางระบบลำโพงราวๆ 93 นิ้ว ครานี้สุ้มเสียงที่รับฟังได้จาก XQ10 เป็นดังนี้ครับ 
 
ลักษณะน้ำเสียงของ XQ10 ในด้านการตอบสนองความถี่เสียงกลาง-สูงนั้นนับเป็นจุดโดดเด่นที่สำคัญ โดยเป็นเสียงที่มีความกลมกลืนต่อเนื่องนวลเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน สดใส สะอาด มีมวลมีน้ำหนัก (แรงกระทบ-ปะทะ) ให้ความมีตัวตน มีลมหายใจ พร้อมด้วยคึกคัก กระฉับกระเฉง ไม่โฉ่งฉ่าง ฟังแล้วรู้สึกคึกคัก รุกเร้าใจ สามารถให้การจำแนก-แยกแยะเสียงดนตรีที่ซ้อนทับกันนั้นได้แจ่มชัดมาก การรับฟังจึงได้รายละเอียดเสียงที่ ‘ครบ’ ยิ่งขึ้นกว่าที่เคย ส่วนช่วงย่านความถี่ต่ำบอกได้เลยว่า เสียงเบสจาก XQ10 นั้นมิได้มีไว้ให้สั่นคลอน-อัดดันตับไตหัวใจไส้พุงของคุณ ทว่าจะให้จังหวะจะโคนที่แม่นยำ มีการเก็บตัวที่ดี ไม่มีอาการรุ่มร่ามที่ฟังดูเป็นเบสบวมๆ กลวงๆ ลวงหูแม้แต่น้อย
 
XQ10 นั้นเยี่ยมยอดทั้งในด้านความกลมกล่อม นวลเนียน ละเมียดละไมของสรรพเสียง รวมถึงสมรรถนะการถ่ายทอด-บ่งบอกจินตภาพและสภาพเวทีเสียงที่ดูจะมีความโดดเด่นมากเป็นพิเศษ (เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถอดหน้ากากออกในขณะรับฟัง) สามารถให้การรับรู้ถึงสภาพเสียงที่นอกจากจะแผ่กว้าง–จนสามารถสร้างความรู้สึกโอบล้อมของบรรยากาศเสียงแล้ว ยังถอยลึกเข้าไปหลังตำแหน่งตั้งวางระบบลำโพงเป็นปริมณฑลเสียงอยู่หลังตำแหน่งตั้งวางลำโพง สามารถจำแนกแยกแยะแถวชั้นของตำแหน่งชิ้นดนตรีได้อย่างมีอาณาบริเวณเป็นอิสระ ปราศจากการเบียดบัง กลบซ้อนทับกัน ทั้งยังไล่ระดับความสูง/ความเตี้ยของสรรพเสียงได้อย่างสมจริง –ราวเป็นเสียง 3 มิติพร้อมด้วยมวลอากาศรายรอบของสภาพบรรยากาศเสียง

อีกทั้งสรรพเสียงที่ XQ10 ถ่ายทอดออกมานั้นยังเปี่ยมด้วยรายละเอียด ให้การจำแนกแยกแยะลักษณะเสียงจำเพาะ-เฉพาะตัวของแต่ละเสียง (timbre) ได้อย่างดีทีเดียว ทั้งยังสามารถส่งมอบการผุดโผล่ของรายละเอียดเสียงระยิบระยับ รวมทั้งสัญญาณเสียงฉับพลันได้อย่างทันทีทันใด ให้ทั้งความจะแจ้ง-แจ่มชัด-สดใส พร้อมการเปิดโปร่ง-โล่งกระจ่าง ไร้สภาพ ‘หมอกควัน’ ปกคลุม ลักษณะเสียงโดยรวมมีมวลมีน้ำหนักให้ความชัดเจนในทุกสรรพเสียง พร้อมด้วยความอวบอิ่ม-ฉ่ำชุ่ม แม้จะไม่ถึงขนาดอบอวล แต่ก็มีมวลบรรยากาศห้อมล้อมไม่แห้งผาก
 
เรา-ท่านสามารถรับฟังเสียงหมู่เครื่องสาย (ไวโอลิน-วิโอลา-เชลโล) ได้น้ำหนัก-เนื้อหนังของเสียงอย่างสมจริง ในขณะที่ช่วงย่านความถี่เสียงสูงให้ความพละพลิ้ว เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา และยืดขยายปลายหางเสียงออกไปได้ไกลมาก ไม่มีการอัดอั้น หรือโรยตัว (roll-off) อย่างรวดเร็วจนหดห้วน หางเสียงสูงๆ อย่างฉิ่ง-ฉาบ-เหล็กสามเหลี่ยมให้ความกังวาน-ทอดตัวไปยาวไกล มีความพละพลิ้วลอยตัว บ่งบอกเสียงลมพ่น-กัดหูน้อยๆ ของเครื่องดนตรีประเภท brass และเสียงลมเป่า-เป็นละอองของเครื่องดนตรีประเภท woodwind ได้น่าทึ่งมาก         

คงต้องบอกว่า ด้วยศักยภาพของ XQ10 ที่รับรู้ได้นั้น ทาง KEF น่าจะออกแบบมาให้เหมาะสำหรับกลุ่มผู้ฟังที่เน้นการรับฟังแบบ ‘พินิจพิเคราะห์’ หรือ serious listening มากกว่ากลุ่มผู้ฟังแบบ ‘เอาเพลิน’ หรือ music lover และเมื่อดูจากขนาดของตัวขับเสียงที่ใช้ (5.25 นิ้ว) ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนสำหรับตัวขับแบบ ‘UNI-Q’ ของ KEF แต่เป็นขนาดที่เท่ากันกับไดรเวอร์รุ่น B110 ซึ่งเคยใช้อยู่ใน LS 3/5A) ประกอบกับขนาด-ปริมาตรภายในตัวตู้ที่ดูจะจงใจให้ใกล้เคียงกับ ‘LS 3/5A’ ผนวกรวมกับการใช้ข้อความ ‘Accomplished bookshelf speaker’ ที่ระบุไว้ในโบรชัวร์สำหรับ XQ10 แต่เพียงรุ่นเดียว

ซึ่งผมสรุปผลการใช้งานได้ว่า คุณลักษณ์เสียงจากการตั้งวางบนชั้นวางหนังสือ หรือหลังตู้เก็บของนั้น มีความใกล้เคียงกับการตั้งวางบนขาตั้ง จะแตกต่างกันก็ตรงเรื่องของอิมเมจ-ซาวนด์สเตจนี่แหละ จึงน่าจะ ‘ฟันธง’ ได้ว่า ทาง KEF ต้องการบ่งบอกนัยยะถึงสมรรถนะของ XQ10 นั้นเป็นเสมือน mini-monitor แน่นอน (เพราะในอดีต ‘LS 3/5A’ ถูกออกแบบขึ้นเพื่อใช้เป็น mini-monitor เพื่อตรวจเช็กการถ่ายทอดเสียงนอกสถานที่ ซึ่งต้องถูกติดตั้งชิดผนังกั้นในรถตู้ที่มีพื้นที่จำกัด) เมื่อนับย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1974 ที่ ‘LS 3/5A’ ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งก็ครบรอบ 35 ปีพอดิบพอดี
 
คุณลักษณ์ KEF ได้ทำการพัฒนาตัวลำโพง ‘ต้นแบบ’ ของ UNI-Q มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 หลังจากทาง NASA ได้พัฒนาแม่เหล็กชนิดใหม่เป็นผลสำเร็จได้ไม่นาน โดยใช้ชื่อเรียกขานรูปแบบการทำงานไว้ว่า Co-incident drive unit เพื่อแสดงถึง ‘ความโดดเด่น’ ในลักษณะการทำงานของตัวลำโพงแบบนี้ที่สามารถให้ ‘ความสอดคล้องต้องกัน’ ของเสียงได้ตลอดช่วงย่าน เนื่องจากใช้ทวีตเตอร์ (ตัวขับเสียงสูง) ติดตั้งอยู่ใน ‘ใจกลาง’ มิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ (ตัวขับเสียงกลาง/ต่ำ) ทำให้นี่เป็นครั้งแรกของโลกจริงๆ ที่ได้ก่อให้เกิดตัวลำโพงในแบบ ‘single point source’

ซึ่งแวดวงนักออกแบบลำโพงต่างก็ยอมรับกันมานานแล้วว่า ตัวลำโพงในแบบ ‘point source’ นั้นสามารถให้ความสอดคล้องต้องกันของจินตภาพ (image) และสภาพเวทีเสียง (soundstage) รวมทั้งความกลมกลืนกันของเสียงได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่าระบบลำโพงแบบธรรมดาที่แยกการติดตั้งทวีตเตอร์และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ไว้ต่างหากจากกัน (แม้จะอยู่ใกล้ชิดติดกันก็ตาม) ในลักษณะระบบลำโพงแบบหลายทาง (2-ทางขึ้นไป)

ทั้งนี้แม้ทวีตเตอร์จะอยู่ในลักษณะ ‘ร่วมแกน’ เดียวกันกับมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ ทว่า Co-incident drive unit ของ KEF จะใช้ระบบแม่เหล็กที่แยกจากกันเป็นอิสระ (ทวีตเตอร์จะ ‘มิได้’ ใช้ระบบแม่เหล็ก ‘เดียวกัน-ร่วมกับ’ มิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ เหมือนอย่างที่ตัวลำโพงแบบ Co-axial จำเป็นต้องใช้) ซึ่งนี่เองที่เปรียบเสมือน ‘หัวใจ’ ในการทำงานของ Co-incident drive unit ที่ส่งผลลัพธ์ทางเสียงแตกต่างอย่างมากจากตัวลำโพงแบบ Co-axial ที่มีเทคโนโลยีระดับต่ำกว่ามากทีเดียว

ด้วยความที่ทวีตเตอร์ของ Co-incident drive unit จะถูกติดตั้งอยู่ตรงกลางตำแหน่งวอยซ์คอยล์ของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์พอดี มิได้ถอยลึกเข้าไปในแกนกระบอกวอยซ์คอยล์ ระบบแม่เหล็กสำหรับทวีตเตอร์ของ Co-incident drive unit นั้น จึงมีขนาดใหญ่เกินกว่าขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางวอยซ์คอยล์ของตัวขับเสียงกลาง/ต่ำไม่ได้ นี่แหละคือ ‘ความยาก’ ของ Co-incident drive unit

เคล็ดลับความสำเร็จของ Co-incident drive unit (ซึ่งต่อมาใช้ชื่อเรียกขานกันทางการค้าว่า ‘UNI-Q’ Speaker) อยู่ที่วิศวกรของ KEF สามารถบรรจุแม่เหล็กขนาดเล็ก ที่มีค่าความเข้มเส้นแรงแม่เหล็กสูงมาก ลงไปไว้ในช่องว่างกลางกระบอกวอยซ์คอยล์ของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ ทำให้สามารถติดตั้งทวีตเตอร์ไว้ตรงตำแหน่ง ‘เสมอแนว’ วอยซ์คอยล์ หรือ ‘คอ’ (neck) ของตัวมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ได้พอดี ดังนั้นความต่างทางค่าเวลาของ ‘จุดกำเนิดเสียง’ ทั้งสอง (ทวีตเตอร์และมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์) จึงเป็น ‘ศูนย์’ ประหนึ่งว่า เสียงทุกเสียงตลอดช่วงย่านความถี่ตอบสนองนั้นเปล่งออกมาจากตัวลำโพงเพียงตัวเดียวที่มีสภาพเป็น single-point source อย่างแท้จริง

ผลลัพธ์ทางเสียงที่เปล่งออกมาจากตัวลำโพงแบบ single-point source นี้จะมีความสมานเสมอกัน-ประจวบเหมาะกัน ‘พอดี’ ณ ค่าเวลาที่เสียงนั้นๆ ก่อเกิดขึ้นมาอย่างแท้จริง อีกทั้งการที่ทวีตเตอร์ถูกติดตั้งลงไปอยู่ในใจกลางของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ยังก่อให้เกิดข้อดีประการที่ 2 ควบคู่กันไปด้วย นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า ‘MATCHED DIRECTIVITY’ ซึ่งเมื่อทวีตเตอร์ลงไปอยู่ในใจกลางของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ก็เท่ากับว่าทวีตเตอร์นั้นมี ‘ตัวกรวย’ ของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ที่ขนาบล้อมรอบอยู่นั่นแหละ เป็นเสมือน ‘มือที่เราป้องปากเวลาตะโกน’ จึงสามารถช่วยควบคุม ‘ทิศทาง’ ของเสียงที่เปล่งออกมาจากทวีตเตอร์นั้น ให้คลื่นเสียงพุ่งออกไปข้างหน้า พร้อมๆ กับถูกรวบรวมพลังงานเสียง อย่างเดียวกับที่โทรโข่ง หรือปากฮอร์นนั้นทำหน้าที่ของมัน เสียงช่วงความถี่สูงจึงเข้มข้นขึ้น ส่งผลให้เสียงความถี่สูงๆ นั้นมีความชัดเจนขึ้นด้วย

ฉะนี้นี่เองที่ ‘ลำเสียง’ ของช่วงความถี่สูง จึงมีลักษณะแผ่ออกเช่นเดียวกับ ‘ตัวกรวย’ ของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ ซึ่งช่วยให้พื้นที่ในการรับฟังเสียงช่วงความถี่สูงนั้นกว้างขวางใกล้เคียง หรือเท่าเทียมกับช่วงความถี่กลางและต่ำตามไปด้วย การรับฟังเสียงนอกแนวแกนกระจายเสียงของตัวทวีตเตอร์ (off-axis dispersion) ที่มักเป็นข้อด้อยของตัวลำโพงโดยทั่วไปนั้น จึงยังคงไม่ต่างไปจากการรับฟังอยู่ในเส้นแนวแกนกระจายเสียง ความถนัดชัดเจนของรายละเอียดเสียงช่วงความถี่สูงๆ ที่รับฟังก็จะไม่ขาดตกบกพร่องไป และยังสามารถรับฟังได้อย่างกว้างขวางทั่วทั้งพื้นที่ที่รับฟังเสียง (listening area)

อีกทั้งเสียงความถี่สูงๆ ที่เปล่งออกมาจากทวีตเตอร์ก็ยัง ‘ผสมผสาน’ ไปกับเสียงช่วงความถี่กลางและต่ำตั้งแต่ต้นทาง (เพราะมีจุดกำเนิดคลื่นเสียงที่อยู่ร่วมแนวเดียวกัน) จนทำให้ความถี่เสียงตลอดทั้งช่วงย่านนั้นมี ‘ความกลมกลืน’ เป็นเนื้อเดียวกันเลยทีเดียว การแยกแยะต่อสภาพจินตภาพเสียง หรือ stereo imaging จึงให้ความสมจริงยิ่งขึ้นกว่าระบบลำโพงแบบ multi-point source และด้วยข้อดีของ ‘UNI-Q’ Speaker ที่ KEF พัฒนาขึ้นจึงทำให้ได้มาซึ่งความกลมกลืนกันของเสียง รวมถึงความชัดเจนของจินตภาพและเวทีเสียงที่โดดเด่นกว่าระบบลำโพงธรรมดาทั่วไป โดยมิได้จำกัดบริเวณตำแหน่งนั่งฟังว่า จะต้องอยู่กึ่งกลางระหว่างลำโพงซ้าย-ขวาเท่านั้น (นั่งขยับไปทางใดทางหนึ่งมากกว่ากันมิได้) จึงจะเป็น ‘sweet spot’ ที่เหมาะกับการรับฟังระบบเสียงสเตอริโอได้คุณภาพดีที่สุดอย่างเช่นแต่เดิมมา นี่เองที่ KEF จึงได้ใช้สำนวนว่า ‘UNI-Q : GREAT SOUND ALL AROUND THE ROOM’

KEF นั้นได้ทำการพัฒนาหลักการ UNI-Q Speakers นี้อย่างต่อเนื่องมาเข้าเจนเนอเรชั่นที่ 4 เป็นปีที่ 20 กว่าแล้วในทุกวันนี้ กระทั่ง KEF ได้นำ UNI-Q Speakers ไปบรรจุเป็น ‘main drivers’ หรือตัวลำโพงหลัก ที่ KEF นำไปใช้งานครอบคลุมอยู่ในแทบจะทุกระดับระบบลำโพงใช้งาน นับตั้งแต่ Reference series, XQ series และ iQ series (เว้นเฉพาะ C series เท่านั้น) กันเลยทีเดียว

XQ series นั้นมีศักดิ์ศรีระดับรองจาก Reference series จึงได้รับการถ่ายโอนเทคโนโลยีที่สำคัญหลายอย่างต่อยอดมาจาก Reference series ซึ่งถือเป็น ‘flagship’ ของ KEF ดังนั้น XQ series จึงเสมือนเป็น ‘ทางเลือก’ สำหรับผู้ชื่นชอบความเป็นที่สุดของคุณภาพภายใต้ปัจจัยราคาที่ย่อมเยาลงมา โดยที่ XQ series นั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 5 รุ่นซึ่งมี XQ10 นี้เป็นรุ่นน้องเล็กสุด ที่มีขนาดมิติภายนอกตัวตู้ 330x190x247 ม.ม. (ไล่เลี่ยกับ LS 3/5A ในอดีต) น้ำหนักตัว 6.4 กก.ต่อข้าง ระบบตัวตู้เปิด (bass reflex) แบบ 2 ทาง ตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์จะมีขนาด 5.25 นิ้ว (130 ม.ม.) ในขณะที่ตัวลำโพงทวีตเตอร์ (ซึ่งฝังอยู่ในตัวลำโพงมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์) เป็นแบบ alu- minium dome จะมีขนาด 0 นิ้ว (19 ม.ม.) พร้อมสิ่งที่เรียกว่า ‘tangerine’ waveguide ติดตั้งอยู่ด้านหน้าตัวโดม เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนตัวของคลื่นเสียงให้มีสภาวะที่สมดุลไม่ถูกมวลอากาศจากการเคลื่อนตัวของมิดเรนจ์/วูฟเฟอร์ในขณะทำงานมารบกวน-ป่วนปั่น
 
XQ10 สามารถครอบคลุมช่วงความถี่ตอบสนองได้ตั้งแต่ 63 เฮิรตซ์ ขึ้นไปจนถึง 55,000 เฮิรตซ์กันเลยทีเดียว (-/+3 ดีบี) จุดตัดกรองช่วงความถี่ที่ 2,000 เฮิรตซ์ ค่าความไวเสียง 86 ดีบี ค่าความต้านทานปกติ 8 โอห์ม พร้อมรองรับอัตรากำลังขับได้ในช่วง 15–100 วัตต์ ที่สำคัญได้รับการ magnetic shielded อย่างดี (ด้วยจุดประสงค์ครอบคลุมการใช้งานได้ทั้ง audiophile และ home theatre)
 
โครงสร้างตัวตู้ของ XQ10 ถูกขึ้นรูปจากวัสดุ MDF (Medium Density Fiberboard) ที่ให้ค่าความแกร่งสูงทว่ามวลต่ำ โดยมีรูปทรงตัวตู้ที่มิได้เป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าตรงๆ เช่นระบบลำโพงธรรมดาทั่วไป หากมีรูปทรงที่ถูกลบมุมจนโค้งมนละม้ายคล้าย ‘หยดน้ำ’ เมื่อมองจากด้านบน ผนังตัวตู้ด้านข้างจึงมีลักษณะเป็น ‘ทรงโค้ง’ เรียวเข้าหากันไปทางด้านท้ายตัวตู้ ทำให้ตัวตู้ลำโพง XQ10 นั้น ‘ไร้’ ซึ่งด้านขนาน อีกทั้งโครงสร้างภายในยังได้รับการเสริมด้วย ’วัสดุคาดโครง’ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวตู้โดยรวม

ประโยชน์สำคัญในการมีตัวตู้ที่เป็นทรงโค้ง ซึ่งก่อผลดีกว่าทรงกล่องสี่เหลี่ยมก็คือว่า ลักษณะผิวพื้นที่เป็น ‘ทรงโค้ง’ จะมีค่าการรับแรงกดได้มากกว่าลักษณะผิวพื้นแนวตรง ด้วยการที่ลักษณะผิวพื้นทรงโค้งจะมีการกระจายตัวหรือเฉลี่ยแรงกดออกไปทางด้านข้างทั้งสองด้าน อีกทั้งการไร้ซึ่งด้านขนานนั้นยังช่วยให้ลดผลทาง ‘คลื่นสั่นค้าง’ (standing wave) ลงไปอย่างมากด้วย เพราะด้านที่ขนานกันจะส่งผลสะท้อนของคลื่นเสียงไป-มาไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเป็นผนังตู้ลำโพงด้วยแล้วก็จะทำให้ผนังตัวตู้นั้นแหละส่งเสียงแทรกซ้อนปนปลอมออกมาผสมกับคลื่นเสียงที่เปล่งออกมาจากตัวลำโพง กลายเป็นอาการคัลเลอร์-เจือสีสันที่ยากต่อการแก้ไข คุณภาพเสียงที่ได้ก็จะขาดความจริงแท้แห่งต้นฉบับเสียงไป
 
ทาง KEF ได้ให้แท่งเหล็กแหลม (spikes) มา 6 แท่งสำหรับ XQ10 ทั้ง 2 ตู้ พร้อมกันนี้ก็ยังมอบแผ่นยางสำหรับวางรองใต้ตู้ที่จัดทำส่วนโค้งส่วนเว้าตามลักษณะสัดส่วนตัวตู้ไว้เป็นอย่างดีมาอีกตู้ละแผ่น ทำให้เวลาวาง XQ10 ไว้บนแผ่นยางนี้จะมีแรงหนืด-ยึดตัวตู้ลำโพงไว้ให้มีความมั่นคงสูงมากในขณะตั้งวาง อีกทั้งคุณสมบัติของยางนั้นโดยธรรมชาติมีความหยุ่นตัวอยู่แล้ว จึงช่วยซึมซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี ซึ่งแบบนี้ถูกใจผมมาก และเลือกใช้แบบนี้ตลอดการลองฟัง ขอแนะนำว่า ควรเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่เห็นว่าเหมาะสมสำหรับการใช้งานของคุณ ส่วนขั้วต่อสายลำโพงนั้นเป็นแบบ Binding Posts ขนาดใหญ่ที่ได้รับการชุบเคลือบทองอย่างดี จำนวน 2 ชุดพร้อมต่อการใช้งานในลักษณะของ Bi-wired 

อนึ่งคู่มือการใช้งานของ XQ10 เน้นการอธิบายด้วยภาพ ทำให้เข้าใจได้ง่าย แม้จะมีคำบรรยายน้อยมาก โดยได้ระบุตำแหน่งตั้งวางไว้ว่า ควรห่างจากผนังหลังลำโพงอย่างน้อย 9 นิ้ว และควรจะห่างจากผนังด้านข้างแต่ละข้างให้มากกว่า 36 นิ้ว ขอให้ลองขยับปรับตั้งตำแหน่งและรูปแบบการตั้งวาง ในห้องฟังของท่านว่า จะใกล้/ไกลผนังหลังห้องฟังมาก/น้อยขนาดไหน โดยอิงตามข้อแนะนำในการตั้งวางระบบลำโพงที่ระบุไว้ในคู่มือเป็นแนวทาง
 
ราคา  : 77,900 บาท
ตัวแทนจำหน่าย : Home Hi-fi Co., LTD
โทร.0-2864-1317,0-2864-3141

รีวิว Huawei P10 มือถือกล้องเทพที่มี Leica เป็นเครื่องรับประกันทั้งหน้าและหลัง

รีวิว Huawei P10 มือถือกล้องเทพที่มี Leica เป็นเครื่องรับประกันทั้งหน้าและหลัง

พรีวิว Garmin Fenix 5 นาฬิกา Smart Watch จัดเต็มทุกฟังก์ชั่นและขนาด

พรีวิว Garmin Fenix 5 นาฬิกา Smart Watch จัดเต็มทุกฟังก์ชั่นและขนาด

แกะกล่อง iPhone 7 Plus สีแดงใหม่ล่าสุด สวยฟรุ้งฟริ้งแค่ไหนมาดูกัน

แกะกล่อง iPhone 7 Plus สีแดงใหม่ล่าสุด สวยฟรุ้งฟริ้งแค่ไหนมาดูกัน

รีวิว Sony CyberShot RX100 V กล้องหน้ามน บอดี้เดิม เพิ่มเติม การถ่ายภาพที่ดีกว่าเดิม

รีวิว Sony CyberShot RX100 V กล้องหน้ามน บอดี้เดิม เพิ่มเติม การถ่ายภาพที่ดีกว่าเดิม

รีวิว Moto M มือถือบอดี้โลหะราคาไม่ถึงหมื่นของ Moto

รีวิว Moto M มือถือบอดี้โลหะราคาไม่ถึงหมื่นของ Moto

รีวิว Panasonic Lumix G85 กล้อง Mirror Less เทพที่ออกแบบเน้นถ่ายภาพหลากหลายแบบ

รีวิว Panasonic Lumix G85 กล้อง Mirror Less เทพที่ออกแบบเน้นถ่ายภาพหลากหลายแบบ

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

รีวิว Google Chromecast อุปกรณ์เล็ก ๆ แต่สามารถทำให้ทีวีฉลาดขึ้นมาก

รีวิว Google Chromecast อุปกรณ์เล็ก ๆ แต่สามารถทำให้ทีวีฉลาดขึ้นมาก

รีวิว HP Envy 13 2017 คอมพิวเตอร์ บางเบา ทำงานได้ และหรูสุด ๆ

รีวิว HP Envy 13 2017 คอมพิวเตอร์ บางเบา ทำงานได้ และหรูสุด ๆ

[Hands on] Huawei P10 และ Huawei P10 Plus หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

[Hands on] Huawei P10 และ Huawei P10 Plus หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

OPPO R9s มือถือเน้นการถ่ายภาพรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยี่ถ่ายภาพขั้นสูง ในราคา 14,990 บาท

OPPO R9s มือถือเน้นการถ่ายภาพรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยี่ถ่ายภาพขั้นสูง ในราคา 14,990 บาท

รีวิว Lenovo K6 Power มือถือไม่ถึง 7 พันบาทครบเครื่องและแบตฯอึด

รีวิว Lenovo K6 Power มือถือไม่ถึง 7 พันบาทครบเครื่องและแบตฯอึด

พรีวิว (Preview) Nokia 6 สมาร์ทโฟนประเดิมการกลับมาของอดีตราชามือถือ

พรีวิว (Preview) Nokia 6 สมาร์ทโฟนประเดิมการกลับมาของอดีตราชามือถือ

รีวิว Lenovo Miix 510 Tablet ประสิทธิภาพสวย ในรูปร่างที่สวยงาม

รีวิว Lenovo Miix 510 Tablet ประสิทธิภาพสวย ในรูปร่างที่สวยงาม

รีวิว Huawei Mate 9 Pro มันคือ Mate 9 ตัวเดิม เพิ่มเติมคือจอโค้งและความจำเยอะขึ้น

รีวิว Huawei Mate 9 Pro มันคือ Mate 9 ตัวเดิม เพิ่มเติมคือจอโค้งและความจำเยอะขึ้น

พรีวิว Nubia Z11 Mini S เขาว่ากล้องเทพมาก แต่ราคาไม่ถึงหมื่น

พรีวิว Nubia Z11 Mini S เขาว่ากล้องเทพมาก แต่ราคาไม่ถึงหมื่น

รีวิว vivo v5 plus มือถือกล้องหน้าคู่เพื่อสาว ๆ อยากถ่าย โบเก้

รีวิว vivo v5 plus มือถือกล้องหน้าคู่เพื่อสาว ๆ อยากถ่าย โบเก้

เปิดแล้ว YouTube Mobile Live ช่องทางใหม่สำหรับคนชอบ Live บนมือถือ

เปิดแล้ว YouTube Mobile Live ช่องทางใหม่สำหรับคนชอบ Live บนมือถือ

รีวิว Lenovo P2 Smart Phone หมื่นต้น เน้นเรื่องแบตฯใหญ่ใช้ได้นาน

รีวิว Lenovo P2 Smart Phone หมื่นต้น เน้นเรื่องแบตฯใหญ่ใช้ได้นาน

รีวิว Samsung Galaxy A7 2017 รุ่นกลางออฟชั่นเยอะสู้เรือธงได้สบาย

รีวิว Samsung Galaxy A7 2017 รุ่นกลางออฟชั่นเยอะสู้เรือธงได้สบาย

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์