KURO KRP-500A

KURO KRP-500A

KURO KRP-500A

GM2000

สนับสนุนเนื้อหา


KURO KRP-500A
PlasmaTV with Separate Media Receiver

............................................................................................
 
 
‘Definitive display’
 
ตั้งแต่ไพโอเนียร์มุ่งพัฒนาพลาสมาของตัวเองโดยใช้ชื่อรุ่นที่เรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า ‘KURO’ (แปลว่าสีดำ) ไม่ต้องบอกก็รู้นะครับว่าการบุกเบิกบอกออกมาอย่างแน่วแน่ว่ามุ่งไปในแนวทาง ที่ต้องทำให้สีดำสมจริง ซึ่งด้วยเทคโนโลยีของพลาสมาก็ทำให้เจ้า KURO แต่ละตัวสมคำเล่าอ้างกินบรรดาเทคโนโลยีดิสเพลย์ทั้งหลายที่แข่งกันเรื่องตัว เลขของคอนทราสต์เรโชอย่างไม่มีประโยชน์ที่จะเอามาเทียบชั้นกัน แต่วิศวกรของไพโอเนียร์ไม่ได้หยุดอยู่นิ่งครับ ยังพัฒนาพลาสมาของตัวเองออกมาอีกให้กลายเป็นจอแบนที่ถือว่าทำ Black Lavel ได้ดีที่สุดเท่าที่ศักยภาพทางวิศวกรรมมนุษย์จะทำได้ เป็น KURO ซีรีส์ใหม่ล่าสุด ที่ไพโอเนียร์ประเทศไทยของบ้านเรานำเข้ามาสองรุ่น คือรุ่น KRP-600M หกสิบนิ้ว และรุ่นที่ยกมาให้เราได้ยลโฉมกันถึงออฟฟิศ คือรุ่น KRP-500A ขนาดห้าสิบนิ้ว
 
ความแตกต่างนอกจากขนาดสัดส่วนจอภาพแล้ว ที่เห็นได้ชัดอีกอย่างหนึ่งก็คือเฉพาะรุ่น KRP-500A นั้นแยกเอารีซีฟเวอร์ออกมาเป็นอุปกรณ์อีกชิ้นต่างหาก เรียกว่า Media receiver ก็มีความยืดหยุ่นขึ้นมาหน่อยในแง่ของการใช้งานที่ต้องเชื่อมต่อกับอินพุต หลากหลายชนิด และสะดวกไม่ต้องไปงมกับด้านหลังของจอแบบเดิมๆ ทั่วไป แต่ไม่ว่ามันจะถูกดีไซน์ไปในแนวทางไหนสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง และอยากมีประสบการณ์สักครั้งก็คือ ภาพทุกภาพที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาบนจอ ครั้งนี้ก็เหมือนทุกครั้งที่ไพโอเนียร์ไม่ได้ปรับเปลี่ยนเฉพาะพาเนล หรือตั้งชื่อรุ่นให้ดูใหม่สดขึ้น ยังมีการกลั่นกรองเทคโนโลยีหลายอย่างเพื่อให้การใช้งานจอภาพเป็นไปอย่าง สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่ออะไรนั่นหรือครับ ก็เพื่อให้สมกับสโลแกนที่ว่า ‘seeing and hearing like never before’ ของไพโอเนียร์นั่นไงล่ะครับ
 
 

Black is Back
ขรึม... เรียบหรู...น่าเกรงขาม เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับ KURO 500A ตัวนี้  รู้สึกได้จากการนั่งจ้องมันตอนมันสงบนิ่งอยู่บนชั้นวางเครื่องเสียง มันเป็นพลาสมาขนาด 50 นิ้ว FullHD ที่ดูขรึมมากทีเดียว ด้วยขอบที่เป็นพลาสติกมันวาวสีดำ ขนาบข้างด้วยลำโพงประกบแยกชิ้นอยู่ทั้งสองข้าง ขาตั้งที่เป็นฐานรองก็ดูเหมือนจะออกแบบมาเป็นรูปทรงเราขาคณิตสี่เหลี่ยม บางคนบอกว่าหน้าตาท่าทางของมันถ้าเป็นแฟชั่นก็เหมือนกับกางเกงยีนส์ที่ดูยัง ไงก็ไม่หวือหวา แต่ก็ไม่ล้าสมัยง่ายๆ ตัวพาเนล หรือจอนี่มีแต่พอร์ตที่ทำมาเฉพาะไว้เชื่อมต่อกับมีเดียรีซีฟเวอร์ของเขาเอง ด้วยสายที่ยาวประมาณ 2 เมตรครึ่ง นั่นแสดงว่าทั้งสองเครื่องคงอยู่ห่างกันได้สูงสุดแค่นี้ ด้านหน้าของจอภายใต้กรอบที่ดำทะมึนยังใช้ประโยชน์ในการฝังเซ็นเซอร์เอาไว้ ด้านขวาของจอสองตัว ตัวหนึ่งเป็นรีโมตเซ็นเซอร์ และ room light sensor ที่เอาไว้ชี้วัดสภาพแสงสว่างภายในห้อง และเซ็นเซอร์ที่เพิ่มเติมอีกตัวหนึ่งก็คือ colour sensor อันนี้จะใหม่สักหน่อยสำหรับเทคโนโลยีของจอภาพเวลานี้ แต่น่าเสียดายที่ต้องซื้อเป็นออพชั่นเสริมนะครับ ทางไพโอเนียร์ไทยแลนด์เขาบอกมาอย่างนั้น ด้านหลังก็ไม่มีอะไรมากนอกจากช่องต่อ system cable, RS-232, colour sensor port, speaker connector และรูเสียบสายไฟ A/C ที่ซ่อนสวิตช์ ปิด-เปิด เอาไว้ด้านล่างทางซ้ายมือใกล้ๆ กับไฟ LED ดวงเล็กๆ สองดวงที่เอาไว้บอกสถานะการทำงานว่าอยู่ในสถานะไหน ทุกช่องอยู่ในเหลือบเป็นองศาที่ต้องเสียบสายจากข้างล่างขึ้นมา ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องสายเมื่อต้องการแขวนให้จอตัวนี้ชิดผนัง
 
มาถึงอุปกรณ์ชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่งที่ทำ ให้ KURO 500A ตัวนี้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบมีชื่อรหัสว่า KRP-M01 ตัวนี้เป็นมีเดียรีซีฟเวอร์ที่ทำขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานในบ้านเรา ตัดภาครับจูนเนอร์แบบดิจิตอลจาก satellite ออก เหลือแต่ภาคจูนเนอร์อะนาล็อกสำหรับฟรีทีวี ซึ่งอันที่จริงแม้แต่ตามต่างจังหวัดบ้านเราเดี๋ยวนี้ก็เห็นใช้แต่ภาครับที่ เป็นจานดาวเทียมกันถมไป หลายเจ้ายังกล้าๆ กลัวๆ กันอยู่กับการออกแบบ satellite receiver ติดมากับจอ ส่วนช่องอินพุต-เอาต์พุตอื่นก็ไม่แตกต่างจากการยกเอาขั้วต่อด้านหลังของจอ ทีวีมาไว้ที่มีเดียรีซีฟเวอร์เครื่องนี้ มีช่องซับวูฟเฟอร์เอาต์ที่เพิ่มเติมขึ้นมา และช่องอินพุต HDMI 3 ช่องเป็นช่องหลักที่เราจะคาดหวังคุณภาพที่เป็นที่สุดของมัน ขนาดตัวเครื่องเท่าๆ กับดีวีดีเรคคอร์เดอร์ยุคแรกๆ มีพัดลมระบายความร้อนขนาด 2 นิ้วครึ่งติดมาด้วยเรียกว่าเตรียมพร้อมสำหรับเมืองร้อนอย่างเรากันเต็มที่ ด้านหน้าเห็นเป็นฝาปิดเรียบๆ แต่เปิดออกได้ข้างในยังอุตส่าห์ให้ปุ่มปรับเสียง, เลือกอินพุต มาอีกนิดหน่อยอยู่ข้างๆ ปุ่มเพาเวอร์ ขั้วต่อแบบจานด่วนมีเป็นชุด เอ/วี กับ DB15Pin ที่เอาไว้เสียบจากคอมพิวเตอร์ หรือต่อพวกการ์ดรีดเดอร์เพิ่ม เพื่ออ่านภาพจากมีเดียไซส์จิ๋วๆ สมัยนี้ ทั้งหมดสั่งงานผ่านทางรีโมตคอนโทรลสีดำที่มีบอดี้ผสมกันระหว่างโลหะ, พลาสติก และปุ่มที่เป็นยางหยุ่นๆ เล็กๆ สีดำอย่างที่ไพโอเนียร์นิยมใช้
 
ฟังก์ชันการปรับแต่ง และการเชื่อมต่อ
หน้า ตาเมนูของไพโอเนียร์ KURO ไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า โดยหลักๆ แล้วมีทางเลือกที่เราต้องให้ความสนใจอยู่สองอย่างคือ ‘picture’ และ ‘sound’ ที่การปรับแต่งภาพเมื่อกดเข้าไปรูปแบบของมันจะแตกต่างกันในแต่ละอินพุต ที่ผมสนใจก็คือค่า ‘standard’ สำหรับเป็นค่าเริ่มต้นเพื่อให้เราปรับเอง กับ ‘optimum’ ที่ก้าวไปสู่ยุคใช้ซอฟต์แวร์ปรับแต่งแบบเรียลไทม์ทุกฟังก์ชันที่ไม่เหมือน กับเครื่องอื่นๆ ที่โหมดอื่นๆ ยังฟังก์ชันเกี่ยวกับการปรับแต่งภาพที่ลึกลงไปอีก 6 ฟังก์ชันตัวอย่างเช่น Purecinema, Intelligent Mode, Picture Detail ect. ทั้งหมดนี้ที่แน่ๆ สำหรับคนที่ต้องการจอที่ปรับโดยเครื่องไม่เครื่องมืออย่างละเอียดก็ได้ดั่ง ใจ KURO ตัวนี้เห็นจะสมใจอยากล่ะครับ แต่ถ้าพลิกอีกด้านหนึ่งแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ก็จะกลายเป็นว่าจอตัวนี้คุณไม่ต้องปรับอะไรเลย มันปรับให้เองหมดด้วย optimum mode อย่างที่บอก แต่ถ้าคุณเป็นแบบครึ่งๆ กลางๆ อยากปรับโน่น ปรับนี่เอง อยากลองผิดลองถูกด้วยตัวเองงานนี้ไม่หมู เพราะหลายฟังก์ชันที่ KURO ให้มามันละเอียดลออ บางอย่างก็มีผลกับอินพุตบางแบบอย่างน้อยคุณก็ต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์ของการปรับ จอดิจิตอลดิสเพลย์สมัยนี้ที่มีฟังก์ชันเกี่ยวข้องมาให้เลือกใช้เป็นสิบ 
 
ผมลองป้อนทั้ง colour pattern จาก DVDO Edge และแผ่นปรับแต่งที่เป็นดีวีดีในแบบ 480i เข้าไป ในหน้าเมนูแรกผมขยับจากค่าเดิมที่มาจากโรงงานไปเล็กน้อยเท่านั้นยกเว้นการ ปรับความคมชัดที่ต้องลดลงมาซึ่งเป็นวิสัยของจอแบนเกือบทุกตัวอยู่แล้ว มีเหตุผลสนับสนุนอยู่เยอะครับที่ทำให้พลาสมาตัวนี้เป็นที่คาดหวังสำหรับคน ชอบดูหนังแบบ ‘เข้าเส้น’ ผมเลยไม่อาจผ่านจุดนี้ไปได้ อย่างแรกก็คือเรื่อง color filter ที่พลาสมาตัวนี้ใช้ มันจึงทำให้ชั้นของฟิลเตอร์ตัวนี้บางที่สุดในบรรดาพลาสมาด้วยกัน ข้อดีก็คือมันขับความสว่างของแสงออกมาตรงๆ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสะท้อนจากชั้นฟิลเตอร์ต่างๆ หลายชั้นเหมือนสมัยก่อน คาดหวังได้ว่ามันต้องได้สีที่สวยสดขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของพลาสมาตระกูล KURO มาตลอดก็คือเรื่องแบล็คเลเวล ยิ่งในตัว 500A ตัวนี้ออกแบบเทคโนโลยีพลาสมาพาเนลให้หลุมมันลึกขึ้น ไพโอเนียร์คุยว่าทำให้สีดำ ดำสนิทขึ้นกว่าตัวก่อนอีกห้าเท่า!!! ส่งผลต่อเฉดสีต่างๆ แน่นอนครับ เพราะเหมือนไปถ่างเกรย์สเกลที่เป็นพื้นฐานของสีทุกสีออก แต่ความคาดหวังอันนั้นยังไม่ได้มาง่ายๆ ในทันทีหรอกนะครับ ต้องลงมือปรับค่าอุณหภูมิสี (color temp) อีกสักหน่อย คราวนี้ยอมรับว่าไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือช่วยหรอกนะครับต้องลงมือปรับเอง (ด้วยตา) ตรง colour detail ->manual พอได้ภาพที่คุ้นเคยก็รู้สึกว่าต้องลดสีแดง กับสีน้ำเงินลงไปไม่น้อยสำหรับใครที่คุ้นเคยการดูหนังจากดีวีดีก็ลองใช้สาย ตา และประสบการณ์ของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ปรับแล้วภาพใสขึ้นครับไม่มีหมอกสีน้ำเงินบางๆ มาเจือบนสีสันอื่นๆ ผมไม่แน่ใจว่าถ้าได้ color sensor มาทดสอบด้วยอาจจะเหนื่อยน้อยลงกว่านี้ก็ได้ อันนี้สันนิฐานในทางที่ดีไว้ก่อนแล้วกัน

การสเกลภาพของ มีเดียรีซีฟเวอร์จัดการกับสัญญาณต้นฉบับจากแผ่นดีวีดีทั้ง NTSC/60Hz และ PAL/50Hz ได้ดีกว่าเครื่องเล่นดีวีดีที่เราใช้อ้างอิง หมายความว่ามันต้องการแค่สัญญาณอินเทอร์เลซจากต้นฉบับเท่านั้นป้อนเข้าไปและ แน่นอนว่าทางช่อง HDMI มันจะให้รายละเอียดได้สูงที่สุดในบรรดาขั้วต่อต่างๆ ที่มีไว้ให้เลือก ถ้าเลือกสัดส่วนของภาพแบบ standard full ด้วยกันทางช่องคอมโพสิตวิดีโอจะสเกลให้ซูมขึ้นมาเล็กน้อย แต่สีสัน และคอนทราสต์ก็ยังคงความเป็น KURO อยู่ ดูเหมือนสิ่งหนึ่งที่มักจะมีคนพูดอยู่บ่อยๆ เรื่องการเอาจอแบนไปต่อเข้ากับเคเบิลทีวีแล้วได้ภาพที่ไม่คุ้ม เท่าที่ดูผมว่า KURO ตัวนี้ทำงานกับสัญญาณภาพทางช่องคอมโพสิตได้ดีกว่าจออื่นที่เคยทดสอบไป มันยังมีบุคลิกของสีสันแต่ละสีที่ไม่ล้ำเส้น ล้นออกมามากนัก บางคนที่เป็นห่วงเรื่องความคมชัด KURO ตัวนี้ก็ทำทีว่าไม่ได้ถูกเน้นจนเกินเลย คิดว่าน่าจะถูกประคบประหงมมาอย่างดีกับช่องสัญญาณนี้
 
Enhanced Optimum Mode
ไพโอเนียร์ ยังเชื่อในหลักการที่ว่า ‘การปรับแต่งจอภาพให้ดีที่สุด ได้มาซึ่งคุณภาพของภาพที่ดีที่สุด’ ไม่ใช่ว่ามีฮาร์ดแวร์ที่ดีที่สุดอย่างเดียวแล้วจะหมดหน้าที่ เราจึงได้เห็นการปรับแต่งเชิงซอฟต์แวร์ที่เราไม่เคยเห็นกับดิสเพลย์เครื่อง ไหนมาก่อน เกิดขึ้นกับ KURO ตัวนี้ ซึ่งก็แน่นอนว่าสำหรับผู้บริโภคทั่วๆ ไป ไพโอเนียร์พัฒนาทุกสเต็ปให้เป็นไปอย่างอัตโนมัติ เรียกขนานนามชื่อโหมดนี้ว่า ‘Optimum Mode’ หรือจะเรียกว่าการปรับแต่งภาพแบบเรียลไทม์ก็ย่อมได้ โดยมันมีเครื่องไม้เครื่องมือคือเซ็นเซอร์สองตัวได้แก่ room light sensor และ colour sensor (อันหลังนี้เป็นออพชั่นเสริม) คือถ้าคุณเลือกโหมดนี้ เครื่องจะไม่อนุญาตให้เราปรับแต่งอะไรได้เลย และเมื่อกดดูที่ฟังก์ชัน Picture->Optimum Perfor-mance ก็จะเห็นแถบสถานะของการทำงานอัตโนมัติทั้งหลายทำงานอย่างขยันขันแข็ง คอยเพิ่ม-ลดพารามิเตอร์ที่เกี่ยวกับคุณภาพของภาพ contrast, brightness, color, sharpness, colour temp และ gamma อย่างเช่นถ้าแสงน้อยมันก็ลดแกรมม่าลงเพื่อให้รายละเอียดในที่มืดดีขึ้น มีประโยชน์มากในแง่การนำไปใช้งานสำหรับยูสเซอร์ทั่ว ๆไป แต่ในทางปฏิบัติคงต้องแนะนำให้เรียกหาตัว color sensor ด้วยนะครับ เหมือนมันทำขึ้นมาให้ใช้ด้วยกัน คราวนี้ไม่ต้องห่วงว่าสภาพแสงของห้องจะเป็นอย่างไร หรือหนังที่เราต้องการชมมันจะเป็นหนังที่มีแต่ฉากมืดๆ ทึมๆ เสียส่วนใหญ่ โหมดนี้จะปรับให้อย่างอัตโนมัติ
 
 คุณภาพการใช้งาน
หลัง จากปรับแต่งอุณหภูมิสีดีแล้วอะไรๆ มันก็ดูสดสวยงดงามไปหมด ต้องซูฮกโดยสดุดีครับว่าเทคโนโลยีของพลาสมาตัวนี้ยอดเยี่ยมในการให้สีสัน ทั้งสีสันที่ปรุงแต่งในแบบการ์ตูนเอนิเมชั่น และสีสันที่ปรุงแต่งเหมือนกันแต่แต่งให้ออกมาเป็นธรรมชาติอย่างเรื่อง ‘the Water Horse: legend of the deep’  เป็นที่ภาพที่มีสีสันแตกต่างไปจากจอแบนตัวอื่นที่เคยเจอ มันมีน้ำหนัก มีรายละเอียดของแต่ละสีเพิ่มขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะการแยกแยะสีที่แบ่งเป็นเฉด เป็นโทนออกจากกันมีให้เห็นอย่างชัดเจน หาไม่ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะจากเทคโนโลยีอื่น จากสีผมของนางเอก Leeloo ในเรื่อง The Fifth Element (Blu-ray)  เฉดสีผมที่เป็นสีส้มของเธอ KURO ตัวนี้ไล่เฉดสีตั้งแต่อ่อนไปจนเข้มให้เห็นกันจะๆ ที่สำคัญมันยังรักษาความกลมกลืนของแสง มีลำดับขั้นของการให้ความสว่างที่เสมอต้น เสมอปลาย ถึงแม้จะเป็นฉากที่เป็นของแสลงของจอแบนทั่วๆ จากเรื่อง The Dark Knight  อย่างฉากที่ไล่ล่ากันระหว่างตัวตลกร้ายของเรา กับอัศวินรัตติกาลที่บึ่งมอเตอร์ไซค์คู่ชีพไล่บี้กับสิบแปดล้อ อันที่จริงถ้าเปิดฉากนี้ดูกับจอแบนอื่นๆ เราอาจต้องเร่งความสว่างขึ้นมาหน่อยเพื่อเรียกร้องภาพที่ทำให้ไม่มืดทึมเกิน ไป แต่ KURO ตัวนี้พิเศษตรงที่มันแสดงให้ดูว่าแท้จริงแล้วฉากนี้มันไม่มืดอย่างที่คิด มันไม่ต้องการความสว่างเพิ่มเติมใดๆ ทั้งสิ้น แสงไฟจากโคมไฟที่อยู่ข้างถนนเป็นแสงหลักที่แต่งแต้มฉากนี้ได้อย่างสวยงาม ภาพแบบนี้แหละที่ทำให้ KURO เวอร์ชั่นใหม่นี้ทำได้ดีขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้า เรื่องสีดำที่มักจะเกิดเป็นปื้นๆ ที่ฝรั่งเข้าเรียกว่า ‘The black level contouring problem’ ก็หมดความหมาย หายไปจากพลาสมาตัวนี้อย่าสิ้นเชิง เท่าที่ใช้งานตลอดสองสัปดาห์ก็ไม่มีความข้องใจกับสีดำของ KURO ตัวนี้เลยแม้แต่น้อย ตรงจุดนี้ต้องยกให้ฟังก์ชัน CTI (Colour Transient Improvement) ที่เปิดเอาไว้เพื่อจัดการกับปัญหานี้โดยเฉพาะ

และถ้าใครอยากให้ความรู้สึกของการชม ภาพยนตร์เพิ่มอรรถรสยิ่งขึ้นแนะนำให้ลดแสงแวดล้อมลงครับ แสงสะท้อนที่ตกกระทบบนหน้าจอมีส่วนทำให้ความรู้สึกของคอนทราสต์เรโชเสียไป อีกอย่างน้อยก็ 10% ทุกครั้งที่ปิดไฟ KURO ตัวนี้มีแสดงศักยภาพของสีดำออกมาแบบที่จอแบนตัวอื่นๆ ต้องชิดซ้าย เมื่อไม่มีแสงใดๆ มารบกวน เหมือนกำลังเอาตาเพ่งลงไปบนช่องมองภาพขนาดใหญ่ ภาพบนจอมันจะชัด มันจะคมขึ้นอย่างทันทีทันใด น่าแปลกตรงที่ค่าเดิมตอนที่ผมปรับไว้ก็ไม่ได้ปรับไว้ตอนดับไฟมืดซะหน่อย แสดงว่าช่วงสว่างสุด และมืดสุดของพลาสมาตัวนี้ถูกจำกัดปริมาณมาให้ทำงานในช่วงที่ดีที่สุดตั้งแต่ ปิดไฟมืดจนถึงระดับแสงสว่างปกติในห้องทั่วไป ถ้าสว่างกว่านี้ข้อดีของคอนทราสต์เรโชที่เป็นหมื่นๆ แสนๆ ก็ค่อยๆ ลดทอนความสำคัญลง ทฤษฏีนี้ไม่ใช่เป็นเฉพาะพลาสมาตัวนี้นะครับ มันเป็นสัจธรรมที่ใช้ได้กับจอภาพทุกตัว แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกจอจะให้ความพึ่งพอใจกับคุณภาพของภาพได้ดีเท่าๆ กันหมด
 
เดี๋ยวแฟนหนังดีวีดีจะน้อยใจ โดยเฉพาะแฟนๆ หนังทีวีซีรีส์ที่เดี๋ยวนี้นิยมทำเป็นแผ่นดีวีดีกัน สำหรับหนังจากทางฝั่งอเมริกาที่อยู่ในฟอร์แมต 480i มันให้ความคมชัดจากการสเกลขึ้นมาของวิดีโอโปรเซสเซอร์ในตัว KRP-M01 แต่กว่าจะได้อย่างนี้มามันถูกขัดเกลาจากฟังก์ชันที่เรียกว่า noise reduction ตามสมควร ผมให้ตัวอย่างการปรับกับดีวีดี NTSC ไว้แล้วกัน เผื่อทำให้บางคนประหยัดเวลาลงไปได้บ้าง
 
 3DNR   -> Mid
 Field NR   -> Mid
 Block NR   -> On
 Mosquito NR   -> On

 
ผม นั่งคิดดูว่าอะไรที่ทำให้มันแตกต่างจากจอแบนเครื่องอื่นๆ อีกบ้าง เลยฉุกคิดว่าความไหลเลื่อนของภาพที่เรานั่งดูอยู่นี้ มันไม่ได้สร้างความน่ารำคาญจากการที่มีภาพเงาเป็นริ้วๆ สาเหตุน่าจะมาจากการที่พลาสมาเองมี respond time เหนือกว่าพวกแอลซีดีทีวีอยู่มาก ภาพฉากต่อสู้เร็วๆ หรือการแข่งกีฬาที่ต้องมีความเคลื่อนไหวเร็วๆ ไม่อาศัยภาพเบลอๆ หลายภาพเลื่อนไปเลื่อนมา จะมีบ้างที่บางจังหวะธรรมชาติของการเคลื่อนไหวเราจะจับต้นชนปลายภาพนั้นให้ ชัดได้ยาก แต่เมื่ออยู่ในวิสัยความเร็วของสายตามนุษย์โปรเซสเซอร์ของพลาสมาไพโอเนียร์ ตัวนี้ก็ทำออกมาได้ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ก็คงด้วยเหตุผลนี้อีกเหมือนกันล่ะครับที่ไพโอเนียร์เอาใจคนดูหนังไฮเดฟฟินิ ชั่นชูค่าว่า ‘ture 24 FPS’ อย่างยืดอก เพราะยิ่งสปีดของการสแกนภาพแต่ละเฟรมช้าลง และต้องนำมาใช้กับภาพเคลื่อนไหวยิ่งเสี่ยงต่อการจับความผิดปกติง่ายขึ้นถ้า จัดการกำจัดภาพแบบเฟรมต่อเฟรมไม่หมดจด  เป็นข้อสงสัยที่ทำไมเราเห็นภาพแบบ 24 เฟรมที่อยู่บนจอแอลซีดีทีวีมักไม่ค่อยจะราบรื่นนัก  
 
KURO ตัวนี้ พบว่ามันคุ้มค่าไม่เฉพาะกับภาพที่เพียงแค่ภาพเท่านั้น ในด้านของเสียงจากลำโพงทั้งสองตัวที่ขนาบอยู่ซ้ายขวา ไพโอเนียร์ไม่ได้คิดเพียงแค่ประกอบลำโพงขึ้นมาเพื่อใช้งานกับพลาสมาง่ายๆ ภาคขยายที่อยู่ในจอภาพ ถือว่าเป็นภาคขายเสียงกำลังต่ำที่พิถีพิถันมากกว่าฟังก์ชันที่จัดการ เสียงอย่าง SRS wowHD เพียงพอกับการชมในระดับที่ทำใครคุณปฏิเสธพวกลำโพง sound bar ต่างๆ ที่มีให้เลือกกันจนเกลื่อนตอนนี้ หากคิดจะเพิ่มเติมขยับขยายถ้าไม่เลยไป 5.1 หรือ 7.1 แชนเนลไปเลย ก็แนะว่าให้ลองหาซับวูฟเฟอร์มาพ่วงดู โดยต่อจากช่อง sub-out ด้านหลังมีเดียรีซีฟเวอร์นั่นแหละครับ แค่นี้ก็ได้เสียงที่รองรับความกระหึ่มแบบเธียเตอร์โดยไม่ต้องมีลำโพงมาวาง เกะกะให้ขัดตาแล้ว
 
 สรุป อันที่จริงเราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าวันหนึ่งระบบภาพดิจิตอลดิสเพลย์จะเข้ามาแทน ระบบภาพแบบอะนาล็อกอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยข้อดีต่างๆ นาๆ ที่หลายๆ คนปูทางไว้ให้ระบบดิจิตอลทั้งนั้น แต่ถ้าพูดกันอย่างไม่เกรงใจใคร ที่ผ่านมาระบบภาพดิจิตอลจอแบนทั้งหมดยังมีคุณสมบัติที่ด้อยกว่าจอ CRT อยู่ดีในเรื่องของ ‘คุณภาพของภาพ’ โดยเฉพาะการให้สีดำ ซึ่งกลายเป็นคุณสมบัติเฉพาะของจอภาพไพโอเนียร์ที่ค้นพบว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ จะทำให้จอแบนถูกพัฒนาทดแทนเทคโนโลยีเดิมได้ทั้งหมด KURO KRP-500A พิสูจน์ให้ผมเห็นกับตา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทดแทนได้กับทุกหลังคาเรือน ไพโอเนียร์เลือกยืนหยัดที่จะสร้างสินค้าของตัวเองให้ให้โดดเด่นอยู่ภายใต้วง ล้อมของสินค้ายี่ห้ออื่นๆ ที่อาจได้เปรียบในเชิงธุรกิจ KURO ตัวนี้มันทำสำเร็จสมความมุ่งหมาย ด้วยคุณภาพที่สุดยอด ฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน สมแล้วครับที่จะเป็นดาวเด่นของดิจิตอลดิสเพลย์ได้อย่างไม่ยากเย็น

............................................................................................
 
เครื่องและอุปกรณ์ประกอบการทดสอบ
 
เครื่องเล่นบลู-เรย์ดิสก์ Pioneer BDP-LX70A
เครื่องเล่นดีวีดี Pioneer DVR-745H
วิดีโอโปรเซสเซอร์ DVDO Edge
เอซี-ดิสตริบิวเตอร์ Clef PowerBRIDGE-8
สายสัญญาณ WireWizard HDMI, QED Qunnex HDMI-P
ชั้นวางเครื่อง  Rezet

 
 
 
SPECIFICATION

Brand Pioneer
Type Plasma TV
Model KRP-500A (KRP-500P and KRP-M01)
Native Resolution 1920 x 1080 Pixels
Contrast Ratio Extreme
Brightness ----
Compatible Signal
480i, 480p, 576i, 576p, 720p 60Hz/50Hz, 1080i 60Hz/50Hz, 1080p 60Hz/50Hz, 1080p 24Hz @ HDMI Input (Component Video : 480i, 480p, 576i, 576p, 720p 60Hz/50Hz, 1080i 60Hz/50Hz)
HDMI (v. 1.3) Input 3
Component Video Input 2
D-sub 15 pin Input 1
S-Video Input 3
USB Port 1
Composite Video Input 3 (rear), 1 (front)
Headphone 1
Weight Without Stand 31.4kg (KRP-500P)/ 4.3kg (KRP-M01)
Dimension (W x H x D) mm 1233 x

Advertisement Replay Ad
โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมแต่งภาพ PhotoDirector 8 Deluxe ของแท้แจกฟรี รีบด่วน

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้แจกฟรี รีบด่วน PowerDirector 15 Deluxe

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

รีวิว HP Sprocket เครื่องพิมพ์ภาพไร้หมึก ที่ชอบรูปไหน สั่งพิมพ์จากมือถือได้เลย

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

[รีวิว] Canon EOS 800D กล้อง DSLR รุ่นเล็กที่ตอบโจทย์มือใหม่

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

สัมผัสแรก Nubia Z17s มือถือไร้กรอบกับความจำมากที่สุดในกลุ่ม Smart Phone

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

รีวิวมือถือ Sony Xperia XZ1 มือถือบางเฉียบ ครั้งแรกกับการถ่ายภาพ 3D บนมือถือ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

สัมผัสแรก Xiaomi Mi Mix 2 ต้นตำรับมือถือไร้กรอบรุ่น 2 ที่เปิดราคาสะเทือนวงการ

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว Vivo V7+ ผู้นำทัพสมาร์ทโฟนจอยาวจาก Vivo

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว iPhone X มือถือที่สาวกเฝ้ารอคอย กับเทคโนโลยีที่สุดของ Apple ในปีนี้

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

รีวิว Jabra Elite Sport Upgrade เพิ่มความสามารถของหูฟังไร้สายสุด Sport

5 สิ่งประทับใจใน  iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

5 สิ่งประทับใจใน iPhone X (ไอโฟนเท็น) หลังจากสัมผัสตัวจริง มันสมบูรณ์แบบมาก

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Wiko view prime มือถือจอไร้ขอบพร้อมกล้องคู่ด้านหน้า ในราคาจับต้องได้

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

รีวิว Jabra Elite Sport หูฟังไร้สายกับฟีเจอร์วัดชีพจรสุดแม่นยำ

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

สัมผัสแรกกับ GoPro Hero 6 กล้อง Action Camera ที่ฉลาดพร้อมรับทุกงาน

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Moto G5s Plus ปรับปรุงความสามารถ เพิ่มกล้องคู่ บอดี้โลหะ ราคาเท่าเดิม

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

รีวิว Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนกล้องเดี่ยวแต่เทพ หาซื้อ (อย่างเป็นทางการ) ไม่ได้ในไทย

สัมผัสแรก OPPO F5 อีกก้าวของมือถือที่มีกล้องหน้าช่วยแต่งหน้าจากเทคโนโลยี A.I.

สัมผัสแรก OPPO F5 อีกก้าวของมือถือที่มีกล้องหน้าช่วยแต่งหน้าจากเทคโนโลยี A.I.

สัมผัสแรกกับหูฟัง 1More คุณภาพดีเลิศ ราคาไม่แพง

สัมผัสแรกกับหูฟัง 1More คุณภาพดีเลิศ ราคาไม่แพง

ถ่ายรูปฟิล์มแบบสวยย้อนยุค ด้วยแอป Huji Cam

ถ่ายรูปฟิล์มแบบสวยย้อนยุค ด้วยแอป Huji Cam

รีวิว Xiaomi MI A1 มือถือจีนเลือดบริสุทธิ์ จากโครงการ Android One

รีวิว Xiaomi MI A1 มือถือจีนเลือดบริสุทธิ์ จากโครงการ Android One

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์