Review:Asus MS246 – LCD Monitor 24” Full HD บางเบา ดีไซน์เฉียบ

Review:Asus MS246 – LCD Monitor 24” Full HD บางเบา ดีไซน์เฉียบ

Review:Asus MS246 – LCD Monitor 24” Full HD บางเบา ดีไซน์เฉียบ

LCDspec

สนับสนุนเนื้อหา

ตอนนี้หากจะซื้อมอนิเตอร์ซักตัวเพื่อเอามาใช้ งาน ซึ่งถ้าไม่เกี่ยงเรื่องราคา LED Monitor ก็คงจะเป็นคำตอบในใจของหลายๆ ท่าน แต่นอกเหนือไปจากที่จะมองที่ตัวประสิทธิภาพการทำงานของตัวมอนิเตอร์แล้ว การดีไซน์ออกแบบก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน

อย่างในวันนี้ LCDSPEC ได้มีการรีวิว LCD Monitor: Asus MS246 ที่โดดเด่นในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบที่สวยงาม บางเบา หรูหรา เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นหนึ่งภายในบ้านกันเลยทีเดียว แต่ในเรื่องของประสิทธิภาพการทำงานผลก็โดดเด่นไม่แพ้กัน โดยมีราคาปัจจุบันอยู่ที่ หนึ่งหมื่นบาทต้นๆ

คาดว่าหลายๆ คน น้อยคนนักที่จะได้พบจอกับมอนิเตอร์จากทาง Asus ตามห้างไอทีต่างๆ ซึ่งในความจริงนั้น Asus ในประเทศไทย ค่อนข้างที่จะมีมอนิเตอร์มากมายรุ่นที่จัดจำหน่ายภายใน แต่พอไปถึงหน้าร้านกลับกลายเป็นของหายากไปได้  ซึ่งยังไงก็แล้วแต่ LCDSPEC จะขวนขวายหามารีวิวมาชมกันให้ได้บ่อยๆ ครับ เอาล่ะเรามาเข้าเรื่องของการรีวิวกันดีกว่า

SpecificationSpecification

 

LCD Monitor จากทาง Asus ในรุ่น MS246 หากดูผ่านๆ ก็คงคิดว่าเป็น LED Monitor แต่แท้จริงแล้วเป็น LCD Monitor จอแบบ Widescreen ที่มีขนาดหน้าจอ 23.6 นิ้ว สัดส่วนยอดนิยม 16:9 อีกทั้งยังมีความละเอียดระดับ Full HD (1920×1080พิกเซล) มีคอนทราสต์ที่ 50,000:1 และอัตราความเร็วตอบสนองที่ 2ms หน้าจอเป็นแบบจอด้าน มีพอร์ตเชื่อมต่อการแสดงผลทั้งดิจิตอลและอนาลีอก อย่าง D-Sub และ HDMI แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าไม่มีลำโพงในตัว แต่ก็ยังมีช่อง Earphone เพื่อไว้เชื่อมต่อลำโพงภายนอกหรือหูฟังอีกทีหนึ่ง ในกรณีที่เราเชื่อมต่อผ่านพอร์ต HDMI ครับ

DesignDesign

 

LCD Monitor: ASUS MS246 เป็น มอนิเตอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการผสมผสานระหว่างสไตล์การออกแบบที่แตกต่าง ในลักษณะ Ultra-Slim โดยได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากเลขฐานสองด้วยองค์ประกอบที่ตัดกันของเลข 1 และเลข 0 ผสมผสานเข้ารูปทรงแนวเส้นตรง 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หรูหรามีระดับด้วยสีดำมันวาวแบบเปียโน พร้อมความบางพิเศษเพียง 16.5 มิลลิเมตร ซึ่งนับเป็นความบางของ LCD Monitor ในรูปแบบ LED ที่ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดเคยทำมาก่อนเลย

IMG_0100IMG_0100

อย่างที่บอกไปว่าตัวบอดี้จะมีลักษณะเป็นสีดำมันวาว ทำให้มันค่อยข้างที่จะสะท้อนกับสิ่งรอบข้าง

ลองชมในมุมที่ก็จะไม่สะท้อนแสงแล้ว ส่วนหน้าจอเป็นแบบด้าน ไม่มีการสะท้อนเลย

มุมด้านซ้ายบน มีคำว่า HDMI ติดอยู่ บ่งบอกถึงรองรับการใช้งานเชื่อมต่อผ่าน HDMI

ส่วนมุมซ้ายล่างก็จะเป็นโลโก้ Asus สีเงิน ติดอยู่อย่างหรูหรา

บริเวณมุมจอด้านขวาล่างจะเป็นปุ่มเมนูต่างๆ รวมถึงปุ่ม Power ด้วย (อยู่ด้านขวามุมสุด) ซึ่งลักษณะการใช้งานจะเป็นรูปแบบสัมผัส พร้อมมีไฟเรืองแสงขึ้นมา เมื่อใช้งานครับ

ขอบจอมีลักษณะค่อนข้างจะหนานิดหน่อย แต่ก็เป็นปกติของมอนิเตอร์ทั่วไป

มาชมกันที่ด้านหลังของมอนิเตอร์กันบ้าง จากภาพจะเห็นเป็นสีขวาทั้งหมด โดยจริงๆ แล้ว บริเวณกลางจอจะมีโลโก้ Asus แบบเป็นร่องลงไปแต่ไม่ลึก จึงทำให้มองไม่เห็นครับ

ฐานจอจะมีลักษณะเป็นวงกลม (จะว่าไปเรียกว่าตัวไว้พิงน่าจะถูกกว่า) ซึ่งเป็นตัวแทนของเลขศูนย์ โดยที่ตัวจอนั้นสามารถปรับก้ม – เงย ได้นิดหน่อย

แต่ก็ใช่ว่าจะมีเลขศูนย์อยู่อย่างเดียวมันจะทรงตัวอยู่ได้ แน่นอนมันจะต้องประกอบด้วยขาตั้งเล็กๆ ใสๆ ด้วย

มาชมกันบริเวณมุมขวากันบ้าง ก็จะเป็นช่องเสียบอแดปเตอร์, ตัวล็อค Kensington และพอร์ตการเชื่อมต่อ อาทิ อินเตอร์เฟช HDMI, D-Sub และช่องหูฟัง ซึ่งแต่ละพอร์ตก็จะมีสัญญาณกำกับเอาไว้อยู่ และก็อย่างที่ทราบกันว่ามอนิเตอร์รุ่นนี้ไม่ลำโพง ในการใช้งานพอร์ต HDMI เมื่อต้องการให้เสียงออก เราก็ต้องต่อสายลำโพงเข้าไปยังช่องเสียบหูฟัง

ขยับไปทางซ้ายอีกฝากนึงเราก็จะเจอกับสติ๊กเกอร์ ที่ไว้ใช้บอกรายละเอียดของตัวจอรุ่นนี้

บริเวณขอบจอด้านล่างก็จะมีตัวรอง (ลักษณะคล้ายๆ ยาง) ไม่ให้ขอบสัมผัสกับพื้นตรงๆ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความหนืดในการวางจออีกด้วย

อย่างที่บอกไปว่าตัวจอมีความหนาเพียง 16.5 มิลลิเมตร เราก็เลยมาดูเก็บภาพมาให้ได้ชมกันซะหน่อย

และด้วยเหตุที่บางจึงทำให้อแดปเตอร์ไฟ ต้องแยกมาอยู่ด้านนอก แต่ขนาดก็จัดได้ว่าเล็ก ไม่รบกวนหรือเกะกะพื้นที่เท่าไหร่นัก

User-Interface

 

มาถึงในส่วนของเมนูปรับค่าต่างๆ กันแล้วนะครับ อย่างที่บอกไปข้างต้นจะเห็นว่าปุ่มการปรับค่าต่างๆ นั้นเป็นแบบระบบสัมผัส ซึ่งจากการใช้งานก็ถือว่าดูลงตัวและสวยงาม แถมยังตอบสนองได้รวดเร็ว แต่ก็คาดว่าหลายๆ คนคงจะไม่ชอบแบบนี้ซักเท่าไหร่นัก

โหมดสำเร็จรูปของ Asus ด้วยเทคโนโลยี Splendid จึงปรับแต่งโหมดการแสดงผลเพื่อให้เหมาะสำหรับการทำงานแต่ละประเภทได้ โดยจะมีโหมดให้ปรับแต่งด้วยกัน 5 โหมด ได้แก่ Standard Mode, Theater Mode, Game Mode, Night View Mode และ Scenery Mode

สามารถเลือกโดยการกดเข้าไปและเลือกไปที่ Yes เท่านั้นเอง

ส่วนความสามารถในการปรับแต่งอื่นๆ ก็มีมาให้ตามมาตรฐานสามารถปรับความคมชัด ความสว่างได้ตามปกติ ซึ่งเท่าที่เราได้ลองทดสอบใช้แค่โหมดมาตรฐานที่ให้มาก็ถือว่าเพียงพอ แทบไม่ต้องปรับแต่งอะไรเพิ่มอีกแล้ว

ถัดมาเป็นการปรับแต่งอุณหภูมิสีให้เหมาะสมตามการใช้งาน ซึ่งก็จะมีให้เลือกอย่าง Cool, Normal, Warm, sRGB และ User Mode

ในส่วนของ User Mode นั้น เราจะสามารถปรับค่าสามสีได้อย่างใจได้

ลำดับต่อมาก็จะเป็นการเลือกสัญญาณเข้ามายังจอ โดยมีให้เลือกอินเตอร์เฟช D-Sub(VGA) และ HDMI

ส่วนสุดท้ายของเมนูก็จะเป็นการปรับค่าต่างๆ ที่เหลือ

อย่างความดังของเสียงเมื่อต่อสัญญาณผ่าน HDMI

การปรับสัดส่วนภาพ โดยมีให้เลือก 2 แบบ คือ Full กับ OverScan

OSD (On-Screen Display) เราก็สามารถปรับแต่งได้ตรงจุดนี้ ทั้งตำแหน่งและ Timeout ด้วย

DDC/CI การปรับค่าการแสดงผลผ่านทางซอฟต์แวร์ ก็สามารถเลือกที่จะเปิด – ปิด การใช้งานได้ ในส่วนนี้

เมนูภาษาที่เลือกใช้

รายละเอียดของมอนิเตอร์และสัญญาณภาพ

สุดท้ายของเมนูการปรับค่าก็จะเป็นการ ย้อนกลับไปค่าทั้งหมด ที่ตั้งออกมาจากโรงงาน

Performance

 

สำหรับคุณภาพของการแสดงผลนั้น ต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ค่อนข้างดี สีสันที่ได้มีความสดใส สมจริง ด้วยการกำหนดรูปแบบการแสดงผล จากค่าเริ่มต้นซึ่งเป็นค่ามาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 23.6 นิ้ว ให้พื้นที่การแสดงผลที่เหลือเฟืือ เหมาะสำหรับการทำงานแทบทุกด้านไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านกราฟิก หรือการนำไปรับชมภาพยนตร์ หรือจะเอาไปเล่นเน็ต พิมพ์งาน ก็จะไม่เสียหายครับ

การใช้งานทั่วไป:

Review_Asus_M246_ 32

ทดสอบการเล่นอินเตอร์เน็ต ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี

Review_Asus_M246_ 31

การใช้งานทั่วไปก็แบบชิลๆ เลย

การดูหนัง ชมภาพยนตร์:

Review_Asus_M246_ 38

ตลอดการทดสอบเลยแม้ว่าจะมีการทดสอบด้วย ภาพยนตร์ระดับ DVD อย่างเรื่อง “เพื่อนสนิท” ที่มีความละเอียดต่ำกว่าจอ ก็ทำได้อย่างน่าประทับใจ

Review_Asus_M246_ 36

หรือจะเป็น ภาพยนตร์ 1080p อย่างเรื่อง Irobot ก็แสดงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การเล่นเกมส์:

Review_Asus_M246_ 42

อย่างการทดสอบเกมที่มีความละเอียดสูงถึง 1080P อย่าง  Street Fighter IV

Review_Asus_M246_ 41

การตอบสนองต่อความเร็วของมอนิเตอร์ ในการแสดงผลภาพด้วยอัตรา Response time ที่เร็วถึง 2 มิลลิวินาที จึงทำให้ไม่พบอาการเงาซ้อน หรือภาพเบลอ ให้รำคาญสายตา

การตกแต่งภาพและงานกราฟิก:

Review_Asus_M246_ 34

ในส่วนของการที่จะนำไปใช้ในการตกแต่งภาพก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี โดยภาพแรกนั้นเป็นโปรแกรม iPhoto ของ OSX

Review_Asus_M246_ 33

ส่วนภาพที่2 เป็น Apertuer ของ OSX เช่นกัน ซึ่งจากการใช้งาน ก็ให้สีสันค่อนข้างตรงไม่ผิดเพี้ยนเท่าใดนัก ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ แต่หากว่าจะนำไปใช้งานแบบเป็นเรื่องเป็นราว แนะนำให้ไปคาริเบตก่อนดีกว่า เพื่อความแม่นยำของการให้สีที่มากขึ้นครับ

Conclusion

 

โดยรวมความสามารถและประสิทธิภาพของ LCD Monitor: ASUS MS246 ถือ ได้ว่ามีสิทธิภาพการแสดงผลที่ค่อนข้างน่าประทับใจ ด้วยสเปกขนาดหน้าจอ 23.6 นิ้ว ในความละเอียด Full HD 1920×1080p มีค่า Response Time 2 ms และ Contrast Ratio 50,000:1  จึงสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านความบันเทิงอย่างดูหนังและเล่นเกมได้ อย่างไม่ติดขัดรวมถึงมีดีไซน์ที่สวมงามโดดเด่นกว่ามอนิเตอร์ทั่วไป โดยมีแนวคิดการออกแบบเป็นเลนฐานสอง(ดิจิตอล 0 และ 1) แต่ถ้าหากเทียบฟังก์ชั่นกับราคาค่าตัวแล้ว ก็ถือว่าสูงพอสมควรเหมือนกัน ซึ่งหากใครก็ตามที่คิดจะซื้อ LCD Monitor ใหม่ ที่เน้นไปที่รูปร่างและดีไซน์ที่ไม่ซ้ำใครเป็นหลัก โดยไม่สนใจเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง LED Monitor แล้ว ยังไงก็ลองมอง LCD Monitor: ASUS MS246 ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกก็ได้นะครับ

 

IMG_0103

IMG_0127

IMG_0139

จุดเด่น:

  • หน้าจอขนาด 23.6” โดยมีความละเอียดระดับ Full HD
  • เป็นจอด้านที่ให้สีสันและความสดใสไม่แพ้จอกระจก
  • ดีไซน์เฉียบ ไม่เหมือนใคร
  • การใช้งานเมนูเป็นระบบสัมผัส สวยงามด้วยไฟเรืองแสง
  • ค่ามาตรฐานต่างๆ ทำได้ดี ไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มเติม

ข้อสังเกตุ:

  • ตัวจอมีลักษณะเป็นมันเงา ทำให้เกิดรอยได้ง่าย
  • พอร์ตต่างๆ มีค่อนข้างน้อย แถมยังไม่มีลำโพงในตัวด้วย
  • ราคาสูงหากเทียบกับ LED Monitor ในปัจจุบัน

Award

 

สำหรับ Award ที่เรามอบให้กับ LCD Monitor: ASUS MS246 นั้น จัดได้ว่าเป็น LCD Monitor ที่มีดีไซน์ การออกแบบโดดเด่น ไม่เหมือนใคร

award_lcd_1

LCDSPEC จึงขอมอบ รางวัล Best Monitor Design แก่ ASUS MS246 – LCD Monitor  24″ Full HD บางเบา ดีไซน์เฉียบ!!!

 

ขอบพระคุณ Asus ที่เอื้อเฟื้อผลิตภัณฑ์สำหรับการทดสอบในครั้งนี้

asus-logo

เว็บไซท์ผลิตภัณฑ์: Asus

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ จาก : lcdspec

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

รีวิว HTC U11 ความหวังสำคัญของมือถือเรือธงจากผู้ผลิต Smart Phone ชื่อดัง

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

รีวิว Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตสุดคูลที่มากับปากกา S Pen สุดล้ำ

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

เห็นกันหรือยัง...Samsung C9 Pro มือถือจอยักษ์ ราคาไม่ดุ ที่กำลังมาแรงตอนนี้

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

สัมผัสแรก ASUS Zenbook และ Vivobook รุ่นใหม่ สเปคใหม่กับดีไซน์ใหม่ที่น่าสนไม่เบา

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี  ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิวพรินเตอร์ที่ออฟฟิศควรมี ‘Epson L655’ ฟังก์ชั่นครบ จบในเครื่องเดียว

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

รีวิว OPPO A77 รุ่นกลาง สเปคดี กับกล้องหน้าละลายหลังได้

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

สัมผัส สั้น ๆ กับ Smart Watch หลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจที่มีขายทางออนไลน์

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

พรีวิว Sony Xperia XZ Premium และ Xperia XA1 Ultra มือถือสเปคคุ้ม กับอีกเทคโนโลยี 4K บนมือถือ

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

รีวิว dtac phone x3 มือถือจากผู้ให้บริการ แต่เน้นการถ่ายภาพในราคาคุ้มค่า

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

แกะ MacBook Pro และ MacBook 2017 พบความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

2 Apps ตัดความรำคาญจากมือถือที่ควรติดมีประจำเครื่อง

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว HTC U Ultra มือถือจอคู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ HTC

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว ASUS Zenfone Live ไลฟ์สวย ๆ ด้วยฟีเจอร์จัดหนักที่กล้องหน้า

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Nubia M2 Lite มือถือราคาไม่ถึงหมื่นที่มีความไม่ธรรมดาแอบซ่อนเต็มพิกัด

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

รีวิว Huawei P10 Plus มือถือสุดบางเฉียบกับครั้งแรกของ Leica SUMMRITLUX บนมือถือ

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

เทียบภาพถ่ายตอนกลางคืน Samsung Galaxy S8+ และ iPhone 7 Plus ใครถ่ายสวยกว่า?

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

รีวิว Moto G5 Plus มือถือไม่ถึงหมื่นที่มีกล้องหลังดีเกินคาดหมาย

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11   

1 สัปดาห์เต็มกับการใช้ชีวิตกับ HTC U11  

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

รีวิว Sony Xperia XZs มือถือรุ่นแรกที่ทำให้คุณถ่ายภาพ Super Slowmotion ได้สุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์