Apple iPad VS Samsung Galaxy Tab Tablet เจ้าไหน...ใครจะแน่กว่ากันในการใช้งาน

Apple iPad VS Samsung Galaxy Tab Tablet เจ้าไหน...ใครจะแน่กว่ากันในการใช้งาน

Apple iPad VS Samsung Galaxy Tab Tablet เจ้าไหน...ใครจะแน่กว่ากันในการใช้งาน

techxcite

สนับสนุนเนื้อหา

สวัสดีครับพี่น้องชาว TehcXcite เราพบกันอีกแล้วสำหรับ สาระแจ่ม ๆ ในวงการ IT ในช่วงนี้หากเพื่อน ๆ ไปนั่งเล่นตามร้านกาแฟ หรือตามร้านอาหารที่พอจะให้นั่งเล่นชิว ๆ กันได้ จะเห็นหลาย ๆ คนเริ่มใช้ Tablet กันบ้างแล้ว หลังจากที่ผมนาย Zaddman ได้ส่งเกตจากการไปนั่งตามร้านกาแฟ และร้านนั่งเล่นชิว หลาย ๆ ที่ จะสังเกตได้อย่างว่า ผู้คนเริ่มเอา Tablet มาใหช้กันแทน Notebook กันแล้ว วันนี้ผมเลยนำ Tablet  2 ตัวที่กำลังเป็นกระแสขับเขี่ยวกันแบบสุด ๆ กับ Apple iPad กับ Samsung Galaxy Tab  มาเปรียบเทียบบให้เห็นถึงการใช้งานทั้ง 2 ตัวว่าใครได้เปรียบ และเสียบเปรียบกว่ากัน....ในแง่ของการใช้งาน

ภาพรวมของ Hardware ถายนอก


ผมขอเริ่มต้นในส่วนของการออกแบบ Tablet ทั้ง 2 ตัวนี้ซะก่อน ดูจากภายนอกโดยเริ่มจากขนาดซะก่อน ขนาดของ นั้นหน้าจอมีขนาด 9.7 นิ้ว เมื่อเทียบกับขนาดของ Samsung Galaxy Tab ที่มีเพียงขนาดเพียง  7 นิ้ว ในแง่ของการสะดวกพอพา แน่นอนว่าของเล็ก ๆ ย่อมจะพกพาได้ง่ายกว่า โดยตัว Galaxy Tab สามารถเหน็บใส่กับเสื้อสูท ได้อย่างลงตัว แม้จะมี Soft Case หุ้มแล้วก็ตาม เมื่อเทียบกับ iPad ที่มีหน้าจอขนาดเกือบ ๆ 10 นิ้วที่จำเป็นต้องมีซองคล้าย ๆ เหมือนสมุดโน๊ตหนึ่งเล่มในการถือ (เรื่องขนาด Galaxy Tab กินขาด 1 คะแนน)

 

ตัวเครื่อง Galaxy Tab สามารถใส่เข้ากับสูตร์หรือแจ๊กเกตในการพกพาได้แบบสบาย ๆ  ขนาดของตัว Apple iPad มีความกว้าง 9.7 นิ้ว ทำการพกพาเหมือจะต้องถือไปตลอดเวลส

 

ในส่วนของการออกแบบตัวเครื่องเมื่อเปรียบเทียบกันระหว่าง Apple iPad ที่่ตัวเครื่องทำด้วยอะลูมิเนียม ด้านอย่างดี มีความทนทานต่อการใช้งานสูง เป็นรอยขนแมวได้ยาก เมื่อเปรียบเทียบกับ ตัวเครื่องของ Galaxy Tab ที่เป็นพลาสติกเงามัน ซึ่งถ้าไม่ใส่ Case กันรอย โอกาสเป็นรอยขนแมวนั้นง่ายมาก ๆ ดั้งนั้นงานนี้อคะแนนในเรื่องของควททนทานของตัวเครื่องคงต้องยกให้ Apple iPad
(Apple iPad 1 คะแนนสำหรับความทนทาน)

 ตัวเครื่องของ Apple iPad เป็นอะลูมิเนียมด้าน ทำให้ทนทานต่อการเกิดรอยขีดข่วน



ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Tab ตัวเครื่งเป็นเงามัน ทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้ง่าย

หน้าจอ (Display)

หน้าจองของ Apple iPad และ Samsung Galaxy Tab มีความเงามันเหมือนกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นเวลาใช้งานที่กลางแจ้ง ที่มีเงาสะท้อนมันจะเกิดปัญหาของผู้ใช้นั่นคือ เกิดเงาซ้อนในหน้าจอ ทำให้ต้องหาที่ร่มในการอ่านหรือใช้งาน เช่นร้านกาแฟ หรือ ตามฟาสฟูดส์ต่าง ๆ งานนี้ถือว่าเสมอตัวทั้งคู่  (0 คะแนน)
        




ในส่วนของกราฟฟิกหน้าจอในการแสดงผลของทั้ง 2 หน้าจอระหว่าง Apple iPad กับ Samsung Galaxy Tab คงต้องยอมรับอย่างหนึ่งแล้วว่าการออกแบบความละเอียดและความเที่ยงตรงของจอ จาก Apple ทำได้ดี ความคมในส่วนของตัว Text ที่ปรากฏหน้าจอ รวมถึงภาพที่ดูชัดเจนและสีสันที่ดูจะตรงที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับตัวสีของจอ ทาง Samsung Galaxy Tab ที่ตัว Text และกราฟฟิก จะดูเจื่อนลงไปกว่าอย่างเห็นได้ชัด
(เรื่องกราฟฟิกแสดงผลหน้่าจอ 1 คะแนนสำหรับ Apple iPad)

เปรียบเทียบความคมของตัว Text ของหน้าจอ Apple iPad

เปรียบเทียบหน้าจอของ Samsung Galaxy Tab

 หน่วยความจำ (Memory Storage)

ใน ส่วนของตัวหน่อยความจำ ผมขอพูดในส่วนของ Apple iPad ซะก่อนหน่วยความจำของทาง Apple iPad นั้นเป็นหน่วยความจำภายในตัวเครื่องไม่มีการรองรับหน่วยความจำภายนอก (ไม่มี Card-Reader) โดยแบ่งความจุออกเป็น 16 GB , 32GB และ 64 GB เมื่อเทียบกับตัว Samsung Galaxy ที่มีความจำภายตัวเครื่อง 16 GB และ 32 GB แถมยังสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ด้วย Micro-SD Card ไม่เกิน 32 GB หากเทียบความคุ้มค่าในเรื่องของความจุที่สามารถเพิ่มได้อีกคงต้องยกให้ทาง ฝั่งของ (Samsung Galaxy Tab ไปแบบเต็ม ๆ 1 คะแนน )

โปรแกรมการใช้งาน (Download APP)



ใน ส่วนของโปรแกรมการใช้งานต่าง ๆ ที่ลงมาให้กับผู้ใช้งานนั้น พื้นฐานโปรแกรมของทั้ง 2 เครื่องดูเหมือนจะตอบสนองการใช้งานที่จะคล้าย ๆ กันไม่ว่าจะเป็นงานรอบรับการใช้งาน เอกสาร , มัลติมิเดียรูปแบบต่าง ๆ , การเชื่อมต่อ WiFi , EDGE หรือแม้กะทั่ง 3G  ซั่งรวมไปถึงการใช้งานในส่วนของ Social Network ต่าง ๆ ที่กำลังเป็นเทรนในตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Twitter  ทั้งหมดคือพื้นฐานที่ User ได้ใช้ใน Tablet ทั้ง 2 ตัวนี้ แต่ความแตกต่างย่อมมีอย่างแน่นอน โดยทาง Samsung Galaxy Tab ค่อนข้างจะได้เปรียบในเรื่องของการ Download App เสียมากกว่า ทางฝั่ง Apple เนื่องจาก App ส่วนใหญ่ของทางฝั่งของ Galaxy Tab เป็น App ของระบบปฏิบิติการ แอนดรอย ซึ่งฟรีอยู่แล้ว ทำให้โหลดได้ไม่อั้น สำหรับโปรแกรมที่ใช้งาน เมื่อเทียบกับ Apple iPad ที่จำเป็นต้องใช้การเชื่อมต่อเข้ากับ App Store และสำหรับในเมืองไทย ผุ้ใช้จำเป็นต้องมี ID ของ Apple ที่อยู่ทางฝั่ง US หรือโซนที่ประกาศขาย iPad อย่างเป็นทางการเท่านั้น ดั้งนั้นในเรื่องของการ Download App คงต้องยกให้กับทาง  (Samsung Galaxy Tab ไปแบบเต็ม ๆ 1 คะแนน )

 การรองรับการใช้งานในส่วนของ Multimedia On Web



ใน เมื่อ Tablet ทั้ง 2 ตัวนี้ใช้ระบบ Online ด้วยกันทั้งคู่ โดยใช้งานผ่านตัวบราวเซอร์ ในเข้าสู่การใช้งานเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยของ Apple จะเป็นโปรแกรม Safari และในส่วนของ Galaxy Tab จะโปรแกรมบราเซอร์ของแอนดรอย ข้องแตกต่างที่เกิดขึ้นในตอนนี้อย่างเห็นได้ชัดคือ Safari จะไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ได้ในบางเว็บ หรือเว็บที่มีะรบบ Flash Play จะไม่สามารถแสดงผลได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็ตือ เพื่อน ๆ ที่ชอบการเล่นเกมผ่านทาง Facebook แน่นอนว่าระบบส่วนใหญ่จะเป็น Flash ซึ่ง iPad ไม่ได้รองรับการทำงานตรงนี้ ทำให้ค่ายเกมส่วนใหญ่ที่ที่พัฒนาเกมผ่านทาง Facebook ต้องเพิ่ม App ให้ผู้ใช้ iPad ไปโหลดเพิ่มเอาเพื่อใช้เล่นเกมและอัพเดทการเล่นขึ้น Facebook ไป (ลำบากไปหรือเปล่า...) จะดูได้ก็เฉพาะ Youtube เท่านั้น เมื่อเที่ยบกับการใช้งานในส่วนของบราวเซอร์ของ Galaxy Tab ที่รองรับการทำงานของ Web Flash และการใช้งานในการท่องโลกอินเตอร์เนตได้อย่างอิสระมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นระบบ Flash Player ผ่านเว็บ , Game Flash ทั้งหลายใน Facebook หรือแม้กะทั่ง You Tube ที่สามารถดุใน iPad ได้ Galaxy Tab ก็ทำได้เช่นกัน งานนี้คงต้องยกคะแนนให้กับ
(Galaxy Tab ในส่วนของการรองรับการใช้งานเว็บ 1 คะแนน)



เมื่อ Apple iPad เจอ Flash Player จเกิดเครื่องหมายกล่องสี่เหลี่ยมเกิดขึ้น ซึ่งไม่สามารถเปิดใช้งานในส่วนนั้นได้

การโอนข้อมูล



ใน ส่วนของการโอนถ่ายของมูลนั้น ตัวเครื่อง Tablet ทั้ง 2 ตัวจะมี Port ในการเชื่อมต่อผ่าน USB  เหมือนกันทั้งคู่ แต่ทาง Apple จะบังคับให้ Apple iPad นั้นเข้าโปรแกรม Apple iTune เสมอ เมื่อเกิดอาการเชื่อมต่อทุกคร้ง และมักเกิดปัญหาไฟล์หายเกิดขึ้นหลังจากการอัพเดท เนื่องจากการใช้งาน iTune แต่ละครั้งหาก ไม่ได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวเองในการอัพเดนััน หากเราเผลออัพเดทในส่วนของเพลงของ App เข้าไป อาจทำให้ App นั้นหายได้ เมื่อเทียบกับ Galaxy Tab ในระบบแอนดรอย ที่เมื่อเชื่อมต่อไปแล้ว ตัวเครื่องจะทำงานในลักษณะรูปแบบของหน่วยความจำในตัวเครื่อง เสมือนตัวเครื่องนั้นเป็น HDD External ตัวนึงเลยทีเดียว การใช้โอนไฟล์ ทำได้ง่ายเพียง สร้างเแฟ้มแล้ว ทำการ Copy วางแบบง่าย ๆ  ไม่ต้องกลัวไฟล์จะหาย
(งานนี้ยกให้ Galaxy Tab อีก 1 คะแนน)

 ระบบการใช้งาน Multi-Touch



 Tablet ทั้ง 2 ตัวนั้นเป้นระบบสัมผัสผ่านทางหน้าจอ ซึ่งแน่นอนว่าสมัยนี้หน้าจอแบบ Touch Screen ส่วนใหญ่นั้นเป็นระบบ Multi-Touch กันหมดแล้ว ด้วยต้นตำรับการคิดค้นและพัฒนานั้นคงต้องยกให้ฝั่งทาง Apple ที่พัฒนาและต่อยอดการใช้งานในระบบ Multi-Touch ที่ไวและคล่องตัวกับผู้ใช้ Apple iPad เป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับการใช้งานของ Samsung Galaxy Tab ที่เมื่อใช้งานโปรแกรมนาน ๆ ไปเรื่อย ๆ มันจะเกิดอาการหน่วง ๆ เกิดขึ้นเสมอ ทำให้การใช้ค่อนข้างที่จะเชคระบบเครื่องอยู่ตลอดเวลาว่าเปิดโปรแกรมอะไรค้าง ไว้บ้าง สำหรับระบบการใช้งาน
(Multi-Touch ต้องยกให้ Apple ไป 1 คะแนน)

 Game & Entertainment

 

ใน ส่วนของ Game ที่สมจริงการเคลื่อนไหวที่คล่องตัว ภาพที่สมจริงในรูปแบบ 3 มิติต้องยกให้ทางฝั่งของ Apple ด้วยความสามารถของตัวประมวลผลอัจฉริยะอย่าง A4 ของทาง Apple ที่รองรับการเล่นเกมความละเอียดสูง ได้พอ ๆ กับมีเครื่องเกม PSP ไว้ในเครื่องกันเลยทีเดียว โดย Apple iPad นั้นรองรับการใช้งานในการเล่นเกมได้ทุกรูปแบบทั้ง การควบคุมตัวเครื่องด้วยการสัมผัสหน้าจอ หรือ โยกตัวเครื่อง ตามคำสั่งของเกมก็ทำได้อย่างคล่องตัว ตัวเกมไม่มีการกระตุกแต่อย่างใด ทางด้าน Samsung Galaxy Tab นั้นในฝั่งเกม ที่ทางแอนดรอยได้พัฒนานั้น ยังคงเป็นเกมที่ลักษณะเดิม ๆ แบบ 2 มิติเสียเป็นส่วนใหญ่ ในส่วนของการแสดงผล 3 มิตินั้นยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกันแบบเฟรมต่อไป ของการเล่นเกม ทำให้งานนี้ผู้ทีชื่นชอบเกมคงต้องชื่นชอบ iPad กันอย่างแน่นอน งานนี้ Apple iPad
(รับคะแนนของระบบเกมไป 1 คะแนน)

MOVIE & MUSIC


หาก จะเปรียบเทียบการดูคลิปวีดีโอหรือฟังเพลงผ่านทาง Tablet ทั้ง 2 ตัวนี้ ในเรื่องของการดูหนังและการโอนไฟล์คงต้องยกให้ทาง Samsung Galaxy Tab เนื่องจากความสะดวกสบายในการโอนไฟล์ ทั้งหนังและเพลงผ่านทาง Micro SD ได้และยังรองรับการชมภาพยนต์ความระเอียดสูง (Full-HD) ขนาด 1920*1080 ได้ในรูปแบบแฟล์ MP4 อย่างไม่มีอาการกระตุก ด้วยความสามารถของชิบกราฟฟิกจากทาง NVIDIA (Tegra 2) แถมยังสามารถต่อออกจอกภาพด้วยสาย HDMI ได้อีกด้วย
(งานนี้ต้องยกให้ Galaxy Tab 1 คะแนน)

 การใช้งาน E-Book




ใน ปัจจุบัน Tablet นั้นพัฒนามาเพื่อให้ใช้งานกับ E-Book ซะเป็นส่วนใหญ่เพื่อให้เราไม่ต้องพกหนังสือเล่มหนา ๆ ไปหให้เมื่อยมือ แต่สำหรับในเมืองไทย ยังเป็นที่นิยมกันสักเท่าไร เมื่อเทียบกับเมืองนอกที่นิยมโหลดมาอ่านกันจนเป็นเรื่องปกติกันไปแล้ว เมื่อเปรียบเทียบการใช้งานของ E-Book ในส่วนของทางฝั่ง Samsumg Galaxy Tab พบว่าด้วยความเล็กของหน้าจอ ทำให้ผู้ใช้งานอ่าน Text ค่อนข้างจะลำบาก เมื่อเทียบกับการใช้งานที่หน้าจอกว้างกว่ายอ่าง Apple iPad และแถมหนน้าจอของ iPad ในส่วนของ Text ยังมีความคมอีกดวย แถมหน้าจอรองรับภาพกราฟฟิกได้คมชัด ทำให้คงใช้งานนั้นเพลินไปกับการอ่าน E-Book กันอย่างสบาย อารมณ์ (คะแนนในส่วนของ E-Book ยกให้ Apple iPad 1 คะแนน)

กล้องและการบันทึกภาพ

ถ้า พูดถึงเรื่องกล้องนั้น Apple นั้นใส่กล้องให้กับ iPhone ไว้ใช้งาน แต่น่าเสียดายสำหรับ Apple iPad นั้นทาง Apple ทาง Apple ไม่ได้ใส่มาให้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่เสียดายกันอย่างแน่นอนสำหรับผุ้ที่ชื่นชอบ iPad ด้วยความน่าเสียดายนี้เอง Samsung Galaxy Tab จึงได้มีเอากล้องมายัดไว้ในตัวเครื่องนี้ด้วยความละเอียด 3 ล้านพิ๊กเซลส์ (ก็ยังดีกว่าไม่มี) แถมมีกล้องหน้าไว้ใช้สำหรับสนทนาผ่านหน้าจอกันได้ในระบบ 3G โดยกล้องด้านหลังนั้นสามารถใช้เป็นกล้องถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอได้ในตัว (งานนี้ด้วยความสามารถของกล้อง Galaxy Tab ได้ 1 คะแนน)

บทสรุปการเปรียบเทียบ  iPad VS Samsung Galaxy Tab


       คงจะได้เห็นถึงข้อเปรียบเทียบในลักษณะของการใช้งานแบบทั่ว ๆ ไป โดยทั่งนี้ทางทีมงานเพียงได้สรุปเป็นประเด็นมาเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบใน ส่วนของการใช้งานระหว่าง Tablet 2 เครื่องนี้ เพื่อให้ผุ้ใช้ได้เห็นภาพชัด ๆ ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ได้อย่างตรงตามที่ต้องการ โดยสรุปแล้ว ไม่มีอะไรดีไปกว่ากันเลย ต่างก็ขาดสิ่งที่ขาดหายไปของกันล่ะกัน ถ้าเอาเครื่อง 2 เครื่องนี้มารวมกันได้ คงได้เป็น Tablet ที่เทพกันเลยทีเดียว (คงเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ -3-) เรามดูคะแนนจาการเปรียบเทียบกันเลยดีกว่า สำหรับวันนี้คงต้องลาไปหาข้อมูลเพื่อมาเปรียบเทียบให้ได้เห็นกันอีก สำหรับครั้งต่อไปผมจะเอาจับคู่อะไรมาเล่นกัน โปรดติมตามในบทความครั้งต่อไปครับ สำหรับวงันนี้ สวัสดี โชคดีมีชัยในวันหยุดครับ.... 
สรุปคะแนนการเปรียบเทียบ
  • Apple iPad ได้คะแนนรวมทั้งหมด =  6     คะแนน
  • Samsung Galaxy Tab ได้คะแนนรวมทั้งหมด = 7    คะแนน
รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

รีวิว Sharp M1 มือถือกล้องหน้าชัด ในร่างของมือถือแบบญี่ปุ่น

รีวิว Sharp M1 มือถือกล้องหน้าชัด ในร่างของมือถือแบบญี่ปุ่น

รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

[รีวิว] Samsung Gear S3 Classic นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อ ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกแบบกันน้ำ

[รีวิว] Samsung Gear S3 Classic นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อ ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกแบบกันน้ำ

รีวิว Fitbit Charge 2 หนึ่งใน Smart Watch ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง

รีวิว Fitbit Charge 2 หนึ่งใน Smart Watch ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง

รีวิว Huawei Mate 9 เรือธงลำยักษ์ กับคำว่าครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ

รีวิว Huawei Mate 9 เรือธงลำยักษ์ กับคำว่าครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ

พาชมหูฟังใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่ให้คุณเพลินกับโลกเสียงดนตรี ในสถานที่เสียงดัง

พาชมหูฟังใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่ให้คุณเพลินกับโลกเสียงดนตรี ในสถานที่เสียงดัง

รีวิว Sharp Z2 มือถือใหม่จากแดนปลาดิบ ที่สเปคแรง แต่ราคาไม่แรง

รีวิว Sharp Z2 มือถือใหม่จากแดนปลาดิบ ที่สเปคแรง แต่ราคาไม่แรง

รีวิว ASUS Zenfone 3 Max 5.5 นิ้ว อัพขนาดและฟีเจอร์ให้สมราคามากกว่าเดิม

รีวิว ASUS Zenfone 3 Max 5.5 นิ้ว อัพขนาดและฟีเจอร์ให้สมราคามากกว่าเดิม

พรีวิว Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 มือถือกล้องคู่จอใหญ่ใหม่จาก Huawei

พรีวิว Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 มือถือกล้องคู่จอใหญ่ใหม่จาก Huawei

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว Vivo v5 มือถือ Selfie ชัดตัวแม่ราคาเป็นกันเอง

รีวิว Vivo v5 มือถือ Selfie ชัดตัวแม่ราคาเป็นกันเอง

รีวิว Sony Walkman A30 Series และ ลำโพง h.ear Go คู่หูการฟังเพลงตัวใหม่ได้ทั้งชัดและเบส

รีวิว Sony Walkman A30 Series และ ลำโพง h.ear Go คู่หูการฟังเพลงตัวใหม่ได้ทั้งชัดและเบส

รีวิว Motor Expo Touch แอปพลิเคชั่นนำเที่ยวช่วยเลือกรถในงาน Motor Expo 2016 ที่ควรติดไว้

รีวิว Motor Expo Touch แอปพลิเคชั่นนำเที่ยวช่วยเลือกรถในงาน Motor Expo 2016 ที่ควรติดไว้

พรีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition ความพิเศษของมือถือ Selfie ระดับเทพ มีแค่ 2,000 เครื่อง

พรีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition ความพิเศษของมือถือ Selfie ระดับเทพ มีแค่ 2,000 เครื่อง

พรีวิว 3 กล้องใหม่ทั้ง Sony a6500, RX100 V และ a99 II จาก Sony

พรีวิว 3 กล้องใหม่ทั้ง Sony a6500, RX100 V และ a99 II จาก Sony

รีวิว Lenovo Yogabook (Android) Notebook เขียน วาด พิมพ์ เครื่องเดียวตอบโจทย์

รีวิว Lenovo Yogabook (Android) Notebook เขียน วาด พิมพ์ เครื่องเดียวตอบโจทย์

พรีวิว สัมผัสแรกของ HP Envy 13 และ HP Spectre X360 Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดจาก HP

พรีวิว สัมผัสแรกของ HP Envy 13 และ HP Spectre X360 Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดจาก HP

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์