อ่านสเป็ก Monitor, HDTVหน้า ให้รู้จริง ง่ายๆ ภายใน 5 นาที

อ่านสเป็ก Monitor, HDTVหน้า ให้รู้จริง ง่ายๆ ภายใน 5 นาที

อ่านสเป็ก Monitor, HDTVหน้า ให้รู้จริง ง่ายๆ ภายใน 5 นาที

LCDspec

สนับสนุนเนื้อหา

คำกล่าวที่ว่า “ควรเลือกจอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่งบประมาณจะหาซื้อได้” อาจใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์เสมอไป หากคุณกำลังมองหา Monitor หรือ TV ที่ถูกใจ และตรงตามความต้องการสักเครื่อง ทางทีมงาน LCDSPEC.COM จึงมีเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณเลือกซื้อ HDTV, Monitor ที่ถูกใจได้ด้วยหลักการพิจารณาสเป็กสั้นๆ ซึ่งเราจะมาดูที่ Monitor กันก่อนนะครับ

อ่านสเป็ก , LED Monitor ให้เป็นใน 9 ข้อ

imageimage

  1. ขนาด: ขนาดหน้าจอของ Monitor คือความยาวของเส้นทแยงมุมของจอนั้นๆ มีหน่วยเป็นนิ้ว จอ LCD, LED ส่วนใหญ่ที่มีขายในตลาดจะมีขนาดตั้งแต่ 15 นิ้วไปจนถึง 30 นิ้ว และขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 19 – 24 นิ้ว คุณควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ระยะการรับชม และพื้นที่ที่จะใช้วางจอ และพยายามเลือกจอที่มีฐานที่สามารถปรับระดับความสูงขึ้น/ลงได้ เพื่อความสะดวกในการจัดวาง และการปรับระดับความสูงของจอให้พอดีกับระดับความสูงของที่นั่ง
  2. สัดส่วน (Aspect Ratio): สัดส่วนของ Monitor ในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบ 4:3, 5:4, 16:10 และ 16:9 คุณควรเลือกสัดส่วนจอโดยคำนึงถึงประเภทของงาน และ content ที่จะแสดงบนจอเป็นหลัก ปัจจุบันนี้จอ LCD สัดส่วนแบบ 16:9 กำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสัดส่วนเดียวกับภาพยนตร์จอกว้าง ทำให้สามารถแสดงภาพยนตร์จอกว้างได้โดยไร้ขอบดำด้านบน-ล่าง ของจอ แต่ถ้าคุณคำนึงถึงพื้นที่ใช้สอยเป็นหลัก อาจพิจารณาจอแบบ 16:10 เพราะพื้นที่ในแนวตั้งที่มากขึ้นจะช่วยลดภาระในการลากเม้าส์เพื่ออ่าน เอกสาร/เว็บเพจยาวๆ ได้
  3. ความละเอียด (Native Resolution): ความละเอียดที่ Monitor สามารถแสดงได้ มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งมีให้เลือกหลาย resolution ด้วยกัน เช่น 1,400 x 900, 1,600 x 900, 1,680 x 1,950, 1,920 x 1,080, 1,920 x 1,200 เป็นต้น สำหรับ resolution ที่ได้รับความนิยมกับจอ 21.5″-23″ แบบ 16:9 ได้แก่ขนาด 1,600 x 900 หรือ 1,920 x 1,080 (Full HD) จอ LED, LCD Monitor จะทำงานได้ดีที่สุดต่อเมื่อ คุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดตรงกับ native resolution ของมันเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกจอไปใช้สำหรับการเล่นเกม ควรเลือกจอที่มี resolution ที่สัมพันธ์กับขีดความสามารถของการ์ดจอของคุณด้วย
  4. Contrast Ratio: คือ อัตราส่วนของสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ตัวเลขที่สูงกว่าแสดงถึงความสามารถในการไล่ความสว่างของเฉดสีต่างๆ ได้หลายระดับมากขึ้น ทำให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดต่างๆ ของภาพในหนัง/เกมในฉากมืดๆ ปัจจุบัน Native contrast ratio ของ LED, LCD monitor อยู่ที่ประมาณ 600:1 ถึง 1,000:1 (ทางผู้ผลิตจะไม่นิยมบอกกัน)
  5. Dynamic Contrast Ratio: เนื่องจากหลอด backlight (หลอดไฟที่ช่วยทำให้เม็ดสีของจอ LED, LCD เรืองแสง) ของ LED, LCD monitor ในปัจจุบันสามารถปรับระดับความสว่างตามลักษณะของ content ที่แสดงอยู่บนจอ ณ ขณะนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้นำมาซึ่ง Contrast Ratio ที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ Dynamic Contrast Ratio เป็น Contrast Ratio สูงสุดที่จอสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักทำตลาดจอของตนด้วยตัวเลข Dynamic Contrast Ratio แทนการใช้ Native Contrast Ratio ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ 10,000:1 ไปจนถึง 5,000,000:1, 12,000,000:1 เลยก็มี
  6. Response Time: เป็นระยะเวลาที่เม็ดสีบนจอ LCD ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่ง ฉะนั้นยิ่งตัวเลข response time น้อย ยิ่งหมายถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไร้เงา (ghosting) มากขึ้น
  7. Brightness: ความสว่างของจอ LED, LCD ในปัจจุบันจะอยู่ที่ 250 – 500 cd/m2 (candela per square meter – แรงเทียนต่อตารางเมตร) หากคุณต้องการนำจอไปวางไว้ในห้องที่สว่างมากๆ อาจต้องพิจารณาจอที่มีความสว่างมากขึ้น หรืออาจเลือกจอที่สว่างมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้สว่างน้อยลงตามสภาพแสงในห้องของคุณก็ได้
  8. View Angle: มุมมองการรับชมของจอในแนวตั้งและแนวนอน ปัจจุบันจอส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170/170 หรือมากกว่า (170 องศาในแนวตั้ง และ 170 องศาในแนวนอน) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวบอกจุดทำมุมสูงสุดที่คุณสามารถรับชมภาพจากจอได้โดยที่ สีและความสว่างไม่เพี้ยน (เช่นมองจากด้านข้างทำมุมสูงสุดได้ 170 องศาโดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน เป็นต้น) เนื่องจากLCD monitor ถูกออกแบบมาให้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (ซึ่งต้องมองตรงๆ) เป็นหลัก คุณจึงไม่ควรกังวลกับตัวเลขนี้มากเกินไปนัก
  9. Connectivity Interface: Monitor ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ท VGA (หรือ D-Sub) และพอร์ท DVI ซึ่งพอร์ท DVI นั้นจะให้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่า เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอล ส่วน VGA เป็นพอร์ทอนาล็อกแบบเก่าซึ่งใช้กันอย่างกว้างขวางทั้งใน PC/Notebook คุณจึงควรเลือก Monitor ที่มีพอร์ททั้งสองประเภท เพื่อความยืดหยุ่นในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ หรืออาจเลือกจอที่มีพอร์ท HDMI ไปเลยก็ได้ หากคุณต้องการนำไปเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพอร์ท HDMI อย่าง Playstation 3
  10. Special Feature: คุณสมบัติอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ก็ทางผู้ผลิตก็ต่างใส่เข้ามาใน Monitor เพื่อทำการแข่งขันกันอย่าง USB Hub, Webcam, Touch Screen, TV Tuner, 3D เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของ เราได้ ขอแนะนำว่า ควรเลือกในสิ่งที่เราต้องการใช้งานจริงๆ เพราะคุณสมบัติเหล่ามันทำให้ราคาของ Monitor เอง มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย

>>

ถัดมาเราจะมาดูที่ HDTV ซึ่งประกอบไปด้วย LCD TV, LED TV, Plasma TV กันนะครับ สำหรับหัวข้อที่เราจะดูนั้นก็จะคล้ายๆ กับ Monitor แต่มีจำนวนมากกว่า เพราะ HDTV มีรายละเอียดที่มากกว่า

อ่านสเป็ก LCD Monitor, LED Monitor ให้เป็นใน 14 ข้อ

  1. ขนาด: ขนาดหน้าจอของ HDTV คือ ความยาวของเส้นทแยงมุมของจอนั้นๆ มีหน่วยเป็นนิ้ว ซึ่งส่วนใหญ่ที่มีขายในตลาดจะมีขนาดตั้งแต่ 19 นิ้ว ไปจนถึง 65 นิ้ว และขนาดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในช่วง 32 – 50 นิ้ว คุณควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน ระยะการรับชม และพื้นที่ภายในห้องที่จะใช้ติดตั้งจ
  2. สัดส่วน (Aspect Ratio): สัดส่วนในปัจจุบันจะมีเฉพาะ 16:9 เท่านั้น ซึ่งสัดส่วนแบบ 16:9 กำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสัดส่วนเดียวกับภาพยนตร์จอกว้าง ทำให้สามารถแสดงภาพยนตร์จอกว้างได้โดยไร้ขอบดำด้านบน-ล่าง ของจอ
  3. ตัวประมวลผลภาพ (Video Processor): มี หน้าที่ประมวลผลภาพซึ่งจะปรุงแต่งและสังเคราะห์ภาพให้ดียิ่งขึ้น  โดยแต่ละผู้ผลิตจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันออกไป อย่าง Sony จะเรียกว่า “Bravia Engine”
  4. Panel Type: ประเภทของแผงหน้าจอที่แต่ละผู้ผลิตเลือกใช้ โดยส่วนมากจะเป็น IPS Panel
  5. ความละเอียด (Native Resolution): ความละเอียดที่ HDTV สามารถแสดงได้ มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งจะมีให้เลือกเพียง 2 resolution คือ 1366 x 768 หรือเรียกกันอีกอย่างว่า HD และ 1,920 x 1,080 (Full HD) จอของ HDTV นั้น จะทำงานได้ดีที่สุดต่อเมื่อ คุณป้อนสัญญาณที่มีความละเอียดตรงกับ native resolution ของมันเท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการเลือกจอไปใช้สำหรับดูภาพยนตร์แบบ Blu-ray Full HD ก็ควรเลือกเป็นความละเอียด 1920 x 1080
  6. Contrast Ratio: คืออัตราส่วนของสีขาวที่สว่างที่สุด กับสีดำที่มืดที่สุด ตัวเลขที่สูงกว่าแสดงถึงความสามารถในการไล่ความสว่างของเฉดสีต่างๆ ได้หลายระดับมากขึ้น ทำให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ในภาพชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะรายละเอียดต่างๆ ของภาพในหนัง/เกมในฉากมืดๆ ปัจจุบัน Native contrast ratio ของ HDTV อยู่ที่ประมาณ 600:1 ถึง 1,000:1 (ทางผู้ผลิตจะไม่นิยมบอกกัน)
  7. Dynamic Contrast Ratio: เนื่องจากหลอด backlight (หลอดไฟที่ช่วยทำให้เม็ดสีของจอ LED, LCD เรืองแสง) ของ LED, LCD monitor ในปัจจุบันสามารถปรับระดับความสว่างตามลักษณะของ content ที่แสดงอยู่บนจอ ณ ขณะนั้นได้ ทั้งนี้เพื่อให้นำมาซึ่ง Contrast Ratio ที่สูงขึ้น พูดง่ายๆ คือ Dynamic Contrast Ratio เป็น Contrast Ratio สูงสุดที่จอสามารถทำได้ โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ผลิตส่วนใหญ่ในปัจจุบันจึงมักทำตลาดจอของตนด้วยตัวเลข Dynamic Contrast Ratio แทนการใช้ Native Contrast Ratio ซึ่งปัจจุบันมีตั้งแต่ 10,000:1 ไปจนถึง 5,000,000:1, 12,000,000:1 เลยก็มี สำหรับ Plasma TV นั้นเรื่อง Contrast Ratio ทำได้ดีอยู่แล้ว ทำให้บางผู้ผลิตไม่ได้บอกมาเป็นตัวเลข แต่จะบอกเป็น “True Black”
  8. Response Time: เป็นระยะเวลาที่เม็ดสีบนหน้าจอ ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากสีหนึ่งไปยังอีกสีหนึ่ง ฉะนั้นยิ่งตัวเลข response time น้อย ยิ่งหมายถึงการแสดงภาพเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ ไร้เงา (ghosting) มากขึ้น
  9. Refresh Rate: ความ สามารถให้การที่ HDTV จะแสดงผลภาพจำนวนเฟรมต่อวินาที ซึ่งยิ่งมีค่ามากยิ่งทำให้ภาพมีความลื่นไหล ยกตัวอย่าง 100Hz, 120Hz, 200Hz, 240Hz  และสำหรับ Plasma TV จะอยู่ที่ 600Hz
  10. Brightness: ค่าความสว่างของหน้าจอในปัจจุบันจะอยู่ที่ 350 – 500 cd/m2 สำหรับ LCD TV, LED TV ส่วน Plasma TV จะอยู่ที่ 1,000 – 1,500 cd/m2 หากต้องการนำจอไปวางไว้สถานที่กลางแจ้งหรือห้องที่มีแสงมากๆ อาจต้องพิจารณาจอที่มีความสว่างที่มาก หรืออาจเลือกจอที่สว่างมากๆ เอาไว้ก่อน แล้วค่อยปรับให้สว่างน้อยลงตามสภาพแสงในห้องของคุณก็ได้
  11. View Angle: มุมมองการรับชมของ HDTV ในแนวตั้งและแนวนอน ปัจะอยู่ที่ประมาณ 178/178 หรือมากกว่า (ไม่แตกต่างจาก Monitor มากนัก) ซึ่งตัวเลขนี้เป็นตัวบอกจุดทำมุมสูงสุดที่คุณสามารถรับชมภาพจากจอได้โดยที่ สีและความสว่างไม่เพี้ยน อาทิ การมองจากด้านข้างทำมุมสูงสุดได้ 178 องศา โดยที่สีและความสว่างไม่เพี้ยน
  12. Connectivity Interface: HDTV ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับพอร์ท HDMI ที่มีจำนวนอย่างน้อย 2-3 พอร์ท เป็นการเชื่อมต่อแบบดิจิตอลไปยังอุปกรณ์ต่างๆ อย่าง Blu-ray Player  และมี VGA (หรือ D-Sub) อีก 1 พอร์ท ไว้ต่อไปยัง PC/Notebook ส่วนพอร์ท Component, Composite ก็ยังมีติดตั้งอยู่เพื่อรองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องเล่น DVD หรือจานดาวเทียมและเครื่องเสียงอยู่ สุดท้ายคือพอร์ท RF ที่มีหน้าที่เชื่อมต่อกับเสาอากาศทีวี
  13. อัตราการใช้พลังงาน: อัตรา การบริโภคไฟฟ้าต่อชั่วโมงคิดเป็นจำนวน Watts ในตลาดปัจจุบัน Plasma TV จะมีอัตราการกินไฟสูงที่สุด ถัดมาจะเป็น LCD TV และสุดท้ายที่ประหยัดไฟที่สุดคือ LED TV ฉะนั้นถ้าเราซีเรียสเรื่องค่าไฟฟ้าเป็นหลัก ก็ควรจะเลือก LED TV มาไว้ที่บ้าน
  14. Special Feature: คุณสมบัติอื่นๆ ในปัจจุบันนี้ก็ทางผู้ผลิตก็ต่างใส่เข้ามาใน HDTV เพื่อทำการแข่งขันกันอย่าง USB Playback Media, FM Tuner, Blu-ray Player Built In, 3D Playback, Internet เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่อำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของ เราได้ แต่ขอแนะนำว่า ควรเลือกที่เราต้องการใช้งานจริงๆ เพราะคุณสมบัติเหล่ามันทำให้ราคาของ HDTV เอง มีราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย LCDSPEC.COM

รูปภาพพอร์ทเพิ่มเติม

พอร์ท VGAimage

พอร์ท DVI image

พอร์ท HDMIimage

พอร์ท Component

พอร์ท Composite

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ จาก : lcdspec

 

 

แผนการของ Apple เมื่อจุดจบของ iPhone กำลังใกล้เข้ามา

แผนการของ Apple เมื่อจุดจบของ iPhone กำลังใกล้เข้ามา

Facebook เวอร์ชั่นมือถือ เปลี่ยน icon ใหม่พร้อมปรับให้อ่านได้สบายตามากขึ้น

Facebook เวอร์ชั่นมือถือ เปลี่ยน icon ใหม่พร้อมปรับให้อ่านได้สบายตามากขึ้น

ส่อง 5 วิธีชาร์จมือถือ ที่ถูกต้องล้มทฤษฎีเดิม ๆ ทิ้งไป

ส่อง 5 วิธีชาร์จมือถือ ที่ถูกต้องล้มทฤษฎีเดิม ๆ ทิ้งไป

[Startup] ทิปส์สำหรับสตาร์ทอัพมือใหม่ สู่การเป็นองค์กรอันดับหนึ่งที่อยู่ในใจชาวมิลเลนเนียล

[Startup] ทิปส์สำหรับสตาร์ทอัพมือใหม่ สู่การเป็นองค์กรอันดับหนึ่งที่อยู่ในใจชาวมิลเลนเนียล

รวมภาพ iPhone 8 อัปเดทล่าสุด

รวมภาพ iPhone 8 อัปเดทล่าสุด

สิ้นสุดการรอคอย Instagram สามารถพิมพ์ Reply Comment ต่อกันได้แล้ว

สิ้นสุดการรอคอย Instagram สามารถพิมพ์ Reply Comment ต่อกันได้แล้ว

EISA Award ประกาศผลมือถือยอดเยี่ยมประจำปี 2017

EISA Award ประกาศผลมือถือยอดเยี่ยมประจำปี 2017

9 เรื่อง ใช้คอมพิวเตอร์ในบ้านให้ปลอดภัย และเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

9 เรื่อง ใช้คอมพิวเตอร์ในบ้านให้ปลอดภัย และเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

ยุคสมาร์ทโฟน ปลายเป็นยุคที่วัยรุ่นสร้างความกดดันและฆ่าตัวตายมากขึ้น

ยุคสมาร์ทโฟน ปลายเป็นยุคที่วัยรุ่นสร้างความกดดันและฆ่าตัวตายมากขึ้น

เทียบสัดส่วนของ iPhone 7 และ iPhone 7s มันจะบางลงอีก

เทียบสัดส่วนของ iPhone 7 และ iPhone 7s มันจะบางลงอีก

Facebook อัปเดตฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพ ให้มีลูกเล่นหลากหลายที่น่าสนใจไม่เบา

Facebook อัปเดตฟีเจอร์กล้องถ่ายภาพ ให้มีลูกเล่นหลากหลายที่น่าสนใจไม่เบา

เมื่อ iPhone รุ่นใหม่จะมีสีมากกว่าที่เคยเห็น

เมื่อ iPhone รุ่นใหม่จะมีสีมากกว่าที่เคยเห็น

หลุดเต็ม ๆ Sony Xperia XZ1 ทรงเดิม เพิ่มเติมคือ เซนเซอร์กล้องใหม่

หลุดเต็ม ๆ Sony Xperia XZ1 ทรงเดิม เพิ่มเติมคือ เซนเซอร์กล้องใหม่

เผยภาพ Render ของ Huawei Mate 10 ชุดใหม่ล่าสุด มือถือจอใหญ่ไร้กรอบและบางลง

เผยภาพ Render ของ Huawei Mate 10 ชุดใหม่ล่าสุด มือถือจอใหญ่ไร้กรอบและบางลง

เมื่อโทรศัพท์แบบหมุน ถูกพัฒนาใหม่ให้โทรหาเว็บไซต์ได้

เมื่อโทรศัพท์แบบหมุน ถูกพัฒนาใหม่ให้โทรหาเว็บไซต์ได้

นักข่าวดังแฉ iPhone 8 มาพร้อมชื่อใหม่ iPhone Pro แถมโละชื่อรุ่นตระกูล S ทิ้งหมด

นักข่าวดังแฉ iPhone 8 มาพร้อมชื่อใหม่ iPhone Pro แถมโละชื่อรุ่นตระกูล S ทิ้งหมด

Sony เปิดตัววิทยุในรถ XAV-AX200 รองรับทั้ง Android Auto และ Google Car Play

Sony เปิดตัววิทยุในรถ XAV-AX200 รองรับทั้ง Android Auto และ Google Car Play

หลุดคลิปล่าสุด iPhone 8 รุ่นใหม่ บนสายพานการผลิต จากโรงงาน Foxconn

หลุดคลิปล่าสุด iPhone 8 รุ่นใหม่ บนสายพานการผลิต จากโรงงาน Foxconn

เด็กส่วนใหญ่ยก YouTube “แบรนด์ในดวงใจ”

เด็กส่วนใหญ่ยก YouTube “แบรนด์ในดวงใจ”

4 วิธีป้องกันไม่ให้ LINE โดนแฮก ปิดสายตาพวกสอดรู้

4 วิธีป้องกันไม่ให้ LINE โดนแฮก ปิดสายตาพวกสอดรู้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์