เปรียบเทียบ กล้องดิจิตอล Mirrorless : Panasonic GF1 - Olympus E-PL1 - Sony NEX-5, NEX-3

เปรียบเทียบ กล้องดิจิตอล Mirrorless : Panasonic GF1 - Olympus E-PL1 - Sony NEX-5, NEX-3

เปรียบเทียบ กล้องดิจิตอล Mirrorless : Panasonic GF1 - Olympus E-PL1 - Sony NEX-5, NEX-3

เปรียบเทียบ กล้องดิจิตอล Mirrorless : Panasonic GF1 - Olympus E-PL1 - Sony NEX-5, NEX-3
    * เปรียบเทียบคุณสมบัติทางเทคนิค GF1, E-PL1, NEX-5
    * เปรียบเทียบคุณภาพไฟล์ภาพ GF1, E-PL1, NEX-5
    * ความแตกต่างระหว่าง NEX-3 และ NEX-5
    * บทสรุป เลือกตามความเหมาะสม

ช่วงนี้กระแสกล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้และไม่ มีกระจกสะท้อนภาพกำลังมาแรงมาก เรียกสั้นๆ ว่า mirrorless หรือ EVIL Camera ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันนิดนึงก่อนว่ากล้องแบบนี้ต่างกับกล้องที่เรียกกัน ว่า DSLR ยังไง ในเมื่อก็เปลี่ยนเลนส์ได้เหมือนกัน

โครงสร้างของกล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้โดยทั่ว ไป หรือ DSLR (Digital Single Lens Reflex) เรียกภาษาไทยเต็มยศว่ากล้องแบบใช้กระจกสะท้อนภาพ ภายในจะมีกระจกสำหรับสะท้อนภาพที่ผ่านมาจากเลนส์เพื่อให้เข้าสู่ช่องมองภาพ เมื่อกดถ่ายภาพ กระจกจะดีดตัวเก็บทำให้ภาพที่ผ่านเลนส์ไปตกลงบนตัวรับภาพด้านหลังกล้องตามใน รูปแรก แต่หากเป็นกล้อง morrorless แสงจากเลนส์จะผ่านไปยังเซนเซอร์รับภาพโดยตรง ไม่มีกระจกสะท้อนภาพ ทำให้กล้องประเภทนี้ไม่มีช่องมองภาพ หรือหากมีก็จะเป็นช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ Electronics Viewfinder ที่เอาภาพจากเซนเซอร์ไปปรากฏบนจอขนาดเล็กอีกทีนึง

 

จากโครงสร้างของกล้องประเภท mirrorless ทำให้ผู้ผลิตสามารถออกแบบกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่ขนาดบางลง เล็กลง ผู้ผลิตรายแรกๆที่เข้ามาคือ Panasonic ตามมาด้วย Olympus ที่ร่วมกันใช้มาตรฐานเซนเซอร์รับภาพและเมาท์เลนส์แบบเดียวกันคือ micro four-third ทำให้สองยี่ห้อนี้สามารถใช้เลนส์ร่วมกันได้ และผลิตออกมาแล้วหลายรุ่น Panasonic เช่น G1, GH1, GF1 และ Olympus เช่นรุ่น E-P1, E-P2, E-PL1 ต่อมา ทาง Sony ก็เปิดตัวกล้องชนิดเดียวกันนี้แต่ใช้เมาท์เลนส์แบบใหม่ของตัวเอง เรียกว่า E-mount ได้แก่รุ่น NEX-3 และ NEX-5 ซึ่งได้รับความนิยมพอสมควร ล่าสุดก็มีข่าวว่า Nikon กำลังพัฒนากล้อง mirrorless ของตัวเองอยู่เช่นกัน คาดว่าปีหน้าคงได้เห็น

Panasonic GF1 vs Olympus E-PL1 vs Sony NEX-5

ถ้าพูดถึงกล้องแบบ mirrorless หรือ EVIL ทุกวันนี้ ไม่มีรุ่นไหนจะชวนให้ปวดหัวเท่า 3 รุ่นจาก 3 ค่ายนี้ เพราะราคาค่อนข้างใกล้เคียงกัน คุณสมบัติก็สูสี จนมีคำถามมามากว่าจะเลือกตัวไหนดี ก่อนอื่น ต้องมาดูสเปกเปรียบเทียบกันก่อน



ในการเปรียบเทียบ จะขอตัด NEX-3 ออกไปก่อน เพราะคุณสมบัติส่วนมากเหมือน NEX-5 เกือบทั้งหมด แล้วจะมาบอกข้อแตกต่างระหว่างสองรุ่นนี้ทีหลัง

เซนเซอร์รับภาพ


กล้องทั้ง 3 รุ่นต่างก็ใช้เซนเซอร์ของตัวเอง จะต่างก็ตรงที่ว่า GF1 และ E-PL1 ใช้เซนเซอร์แบบ micro four-third ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าเซนเซอร์มาตรฐานของกล้อง DSLR ทั่วๆไปซึ่งเรียกว่า APS-C ที่ทาง Sony NEX-5 เลือกใช้ ซึ่งตามหลักแล้วขนาดของเซนเซอร์จะส่งผลต่อคุณภาพของภาพทั้งเรื่อง dynamic และ noise ยิ่งใหญ่ก็จะยิ่งดี แต่ประเด็นนี้ไม่แน่เสมอไป เพราะปัจจุบันตัวประมวลผลหรือ CPU ของกล้องจะเข้ามามีส่วนช่วยเพิ่ม dynamic ของภาพรวมทั้งลด noise ด้วย ดังนั้นประเด็นเรื่องคุณภาพของภาพคงต้องไปดูกันที่ผลทดสอบเป็นสำคัญ แต่อย่าได้เอากล้องทั้ง 3 รุ่นนี้ไปเทียบกับกล้องคอมแพคทั่วๆไป เพราะถึงตัวจะเล็กใกล้เคียงคอมแพค แต่ขนาดของเซนเซอร์ทั้ง 3 รุ่นใหญ่กว่ากล้องคอมแพคมากมาย คุณภาพรูปที่รับรองว่าได้แตกต่างกันอย่างไม่ต้องทดสอบให้เหนือย

ความละเอียดภาพ


GF1 และ EP1 ความละเอียดอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซล ในขณะที่ NEX-3 และ NEX-5 อยู่ที่ 14 ล้านพิกเซล โดยปกติความละเอียดระดับนี้ก็ถือว่าเพียงพอเหลือเฟือแล้ว ไม่ค่อยมีผลในการพิจารณาเท่าไหร่ ยกเว้นสำหรับคนที่จำเป็นต้องใช้ภาพความละเอียดสูงในการทำงานจริงๆ เช่น อัดขยายใหญ่มากๆ หรือตกแต่ง crop ภาพเยอะๆ

จอภาพ LCD


มีเพียงจอของ NEX เท่านั้นที่สามารถปรับก้มเงยได้สำหรับการถ่ายภาพมุมต่ำหรือมุมสูงได้สะดวก ค่อนข้างมีประโยชน์สำหรับคนที่ชอบหามุมมองใหม่ๆในการสร้างองค์ประกอบภาพ นอกจากนั้น จอของ Sony ยังมีความละเอียดสูงมากถึง 921,000 dots มากกว่าของ Panasonic ถึงเท่าตัว ส่วน E-PL1 ความละเอียดต่ำที่สุด จากการใช้งานจริงพบว่าจอของ E-PL1 นั้นความละเอียดต่ำไปนิด เวลาดูหน้าจอแล้วเห็นความหยาบพอสมควร ส่วนของ GF1 นั้นถือว่าคมชัดสวยงามเลย ถ้าไม่ไปเทียบกับ NEX-5 ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเทียบกันก็จะเห็นความแตกต่างอยู่บ้างนิดหน่อย

บันทึกวีดีโอ


กล้องทั้ง 4 รุ่น (รวม NEX-3) มี Sony NEX-5 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้นที่บันทึกวีดีโอความละเอียดถึงระดับ 1080i นอกนั้นจะได้ที่ระดับ HD หรือ 720p อันนี้ก็แล้วแต่ความต้องการว่าซีเรียสเรื่องการบันทึกวีดีโอมากแค่ไหน สำหรับการบันทึกเสียงทุกรุ่นยกเว้น GF1 ล้วนเป็นระบบสเตอริโอหมด

การถ่ายภาพต่อเนื่อง

ความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องเป็นตัวชี้วัด performance ของกล้องตัวหนึ่ง ทั้ง 3 รุ่นทำได้ใกล้เคียงกันที่ 3pfs สำหรับ E-PL1 และ GF1 ส่วน NEX-5 อยู่ที่ 2.3fps แต่มีความพิเศษตรงที่ NEX-5 สามารถตั้งให้ไวขึ้นโดยใช้ speed priority mode ได้ไวสุดถึง 7pfs โดยในโหมดนี้กล้องจะไม่ทำการโฟกัสใหม่ตั้งแต่เฟรมที่สองเป็นต้นไป ก็เหมาะสำหรับการถ่ายต่อเนื่องที่ระยะห่างระหว่างแบบกับตัวกล้องไม่เปลี่ยน แปลง

ระบบออโต้โฟกัส

ทุกรุ่นมีระบบโฟกัสครบถ้วนทั้งออโต้แบบ single คือโฟกัสครั้งเดียว, ออโต้แบบ continuous คือโฟกัสต่อเนื่องตลอดเวลา และแมนนวลเอาเอง และเนื่องจากเป็นกล้องที่ใช้ Liveview เต็มรูปแบบ การโฟกัสหลักก็จะเป็นระบบ contrast detection ทั้งหมดโดยที่ E-PL1 มีจุดโฟกัสน้อยกว่าคือ 11 จุด ส่วน GF1 มี 23 จุดและ NEX-5 มี 25 จุด แต่การดูประสิทธิภาพของกล้องประเภทนี้ให้ดูจากความไวและความแม่นยำในการ โฟกัสเป็นหลัก สเปกบอกอะไรไม่ได้มาก จากการทั้งทดสอบเองและที่อื่นทดสอบ ทุกคนบอกเป็นเอกฉันท์ว่าระบบโฟกัสของ Panasonic น่าประทับใจที่สุด รวดเร็ว แม่นยำ และฟังก์ชั่น iA ที่ใช้ปรับเปลี่ยน scene อัตโนมัติก็ทำงานได้ไวและฉลาด รองลงมาก็เป็น Sony NEX-5, NEX-3 ส่วนที่เห็นจะช้าที่สุดก็คือ Olympus E-PL1 แต่สำหรับคนที่เคยใช้ระบบโฟกัสแบบ contrast detection ในโหมด liveview ของ DSLR อย่าง Canon 500D หรือ Nikon D5000 แล้ว ยังไง E-PL1 ก็ยังเร็วกว่ามากอยู่ดี

ระบบป้องกันความสั่นไหว (Image Stabilization)


ปัจจุบันกล้องทุกยี่ห้อตั้งแต่ราคาไม่กี่พันก็มี ระบบป้องกันการสั่นไหวกันหมด กล้องระดับนี้ก็ต้องมีอยู่แล้ว แต่ที่แตกต่างกันคือ Olympus ติดตั้งระบบไว้ที่ในตัวกล้อง ส่วน Panasonic และ Sony ใช้ที่ตัวเลนส์ จริงๆแล้วการติดระบบกันสั่นที่ตัวกล้องไปเลยก็ได้เปรียบตรงที่ไม่ว่าจะใช้ เลนส์อะไรระบบกันสั่นก็ทำงานได้ตลอด ถ้าไว้ที่เลนส์แล้วเลนส์รุ่นที่จะใช้ไม่มีระบบกันสั่นก็หมดสิทธิ์ แต่สำหรับเลนส์คิทของทั้ง GF1 (14-45mm) และ NEX (18-55mm) ต่างก็ติดระบบกันสั่นมาให้ จะมีก็เลนส์ Pancake หรือเลนส์ฟิกซ์ของทั้งสองยี่ห้อที่ไม่มีระบบกันสั่น ซึ่งผู้ผลิตมองว่าไม่ค่อยจำเป็นมากนัก เพราะช่วงซูมไม่เยอะและเลนส์ก็ค่อนข้างสว่าง รูรับแสงกว้างอยู่แล้ว

ISO

NEX-3 และ NEX-5 ให้ ISO มาเหลือเฟือ ปรับได้สูงสุดถึง 12800 ส่วน GF1 และ E-PL1 อยู่ที่ 3200 จริงๆมีเผื่อให้ไว้ใช้สูงๆก็ดี ยามจำเป็นจริงๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณามากมาย เพราะคุณภาพไฟล์ที่ ISO สูงขนาดนั้นมักจะเสียหายไปเยอะมากแล้ว

แฟลชในตัว และแฟลชต่อภายนอก


Panasonic GF1 และ Olympus E-PL1 มีแฟลชในตัวมาให้ทั้งคู่ ส่วน NEX-5 เนื่องจากตั้งใจออกแบบมาให้ตัวเล็กบางมากๆ จึงต้องต่อแฟลชเพิ่มเอาข้างนอกซึ่งจะมีมาให้ในเป็นอุปกรณ์ในชุดมาตรฐานอยู่ แล้ว แฟลชของทั้ง 3 รุ่นให้กำลังพอๆกัน มี Guide Number ที่ ISO 100 ประมาณ 6-7m แต่ถ้าไม่เพียงพอ GF1 และ E-PL1 ยังมีช่องต่อแฟลชภายนอกแบบ hot-shoe ให้ใช้แฟลชตัวใหญ่ต่อเพิ่มได้ ส่วน NEX-5 นั้นไม่สามารถต่อเพิ่มได้แล้ว

ขนาดและน้ำหนัก


กล้องทั้ง 3 รุ่นมีนำหนักใกล้เคียงกัน โดยที่ Sony จะเบาที่สุด ขนาดก็บางที่สุดและเล็กที่สุดเช่นกันซึ่งก็เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย คือเวลาต่อเลนส์ซึ่งใช้สำหรับเซนเซอร์ APS-C แล้ว เลนส์ของ Sony จะค่อนข้างใหญ่กว่าเลนส์สำหรับ m4/3 (micro four-third) ทั้งๆที่บอดี้เล็กกว่าเยอะ การจับอาจจะไม่สะดวกนัก



หากเปรียบเทียบความรู้สึกเวลาสัมผัสและใช้งานจริง เรื่องความจับถนัด ใช้งานได้คล่อง ต้องยกให้ GF1 มาเป็นที่หนึ่ง เพราะบอดี้ที่ขนาดกำลังพอดีและเป็นโลหะ ทำให้รู้สึกแข็งแรง ปุ่มปรับต่างๆออกแบบมาได้ลงตัว ใช้งานแบบแมนนวลได้คล่อง ไม่ติดขัด

ส่วน E-PL1 นั้นถึงบอดี้จะมีขนาดใกล้เคียงกัน แต่เนื่องจากวัสดุเป็นพลาสติก ทำให้ความรู้สึกไม่แข็งแรงเท่า GF1

สำหรับ NEX-5 เนื่องจาก Sony ตั้งใจออกแบบให้เล็กและบาง การจับจึงไม่ค่อยถนัดเท่าอีก 2 รุ่น แต่ก็ยังดีที่ทำกริปมาให้ใหญ่พอสมควร ก็พอช่วยได้ ที่น่าประทับใจคืองานประกอบและวัสดุของ NEX-5 ที่แข็งแรง บอดี้เป็นแมกนีเซียมอัลลอย เฟิร์มมาก เลนส์ก็แข็งแรง หมุนซูมลื่นหนืดกำลังดี ซึ่งหากเทียบกับ NEX-3 ที่บอดี้เป็นพลาสติกแล้วรู้สึกแตกต่างชัดเจนเลย แต่ทั้ง NEX-3 และ NEX-5 ก็อาจไม่ค่อยเหมาะกับการใช้งานแบบตั้งค่าแมนนวลมากๆ เพราะมีปุ่มปรับน้อย ต้องเข้าไปในเมนู ทำให้ใช้งานไม่สะดวกเท่า GF1 หรือ E-PL1 แต่หากไม่ค่อยได้ใช้แมนนวลก็ไม่เป็นปัญหา

คุณสมบัติด้านอื่นๆ


Remote Control :
E-PL1 และ NEX-3 ไม่สามารถใช้กับรีโมทไร้สายได้ ส่วน GF1 และ NEX-5 มีรีโมทเป็นอุปกรณ์เสริม ซื้อเองต่างหาก

Shutter Lag : คือระยะเวลาหน่วงช่วงหลังจากที่เรากดชัตเตอร์กับภาพที่บันทึกได้จริงๆ E-PL1 ทำได้ 0.95 sec ค่อนข้างช้ากว่า GF1 ที่ 0.473 sec และ NEX-5 ที่ 0.441 sec พอสมควร แต่หากทำการโฟกัสไว้ล่วงหน้าแล้วค่อยกดชัตเตอร์ shutter lag จะเร็วขึ้นมาก 0.07 sec เท่าๆกับ GF1 เลย แสดงให้เห็นว่าส่วนที่ช้าของ PL1 คือเรื่องการโฟกัสนั่นเอง 

In-Camera HDR : เป็นฟังก์ชั่นสำหรับเพิ่ม dynamic range ของภาพโดยทำในตัวกล้องเลย ทำให้ภาพส่วนมืดยังคงเห็นรายละเอียด ไม่มืดสนิท และภาพส่วนสว่างก็ยังเห็นสีสัน ไม่ขาวโพลน มีเพียง Sony NEX-3 และ NEX-5 ที่มีมาในตัวกล้องเลย อย่างไรก็ตามการปรับภาพในคอมทีหลังด้วยโปรแกรมอย่าง Photoshop หรือ Lightroom ก็ยังทำได้ดีกว่า

WB Bracketing : ปกติเวลาถ่ายภาพเราต้องเลือกตั้งค่า White Balance ของแต่ละภาพซึ่งถ้าออกมาไม่ตรง สีก็จะเพี้ยนไปได้ ต้องตั้งใหม่แล้วถ่ายอีกรอบ WB Bracketing ใช้สำหรับถ่ายภาพรวดเดียว 3 ภาพต่อเนื่องโดยแต่ละภาพกล้องจะเปลี่ยนค่า WB ไปตามที่ตั้งไว้ล่วงหน้า ทำให้โอกาสในการถ่ายผิดพลาดลดลง ระบบนี้มีใน GF1 และ E-PL1 แต่ NEX ไม่สามารถตั้งได้ แต่จำเป็นต้องมีหรือไม่ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานที่ แตกต่างกันไป สำหรับผมไม่เคยใช้เลย

Scene Mode : Sony NEX-5, NEX-3 มี 8 Scene Mode ตามมาตรฐานกล้องทั่วๆไป ได้แก่ Portrait, Landscape, Macro, Sports Action, Sunset, Night Portrait, Night View, Hand-held Twilight ซึ่งน้อยกว่า E-PL1 ที่มี 20 Scene และ GF1 ที่มี 18 scene ที่เพิ่มๆเข้ามาก็เช่น Food, Baby, Pet, Soft skin (GF1) และ High Key, Low Key, Macro, Nature Macro, Candle, Sunset, Documents, Fireworks (E-PL1)

Art Effects : เป็นโหมดเพิ่มๆที่มีการประมวลผลภาพแบบต่างๆ E-PL1 -> Pop Art, Soft Focus, Grainy Film, Pin Hole, Diorama, Gentle Sepia | GF1 -> Expressive, Retro, Pure, Elegant, Monochrome, Dynamic Art, Silhouette, Custom mode ส่วน NEX-5 ไม่มีโหมดพวกนี้เลย 

Dioptic Adjustment : คือตัวปรับแก้สายตา ปกติจะมีในกล้อง DSLR แทบทุกรุ่น สำหรับคนสายตาสั้นที่เวลาถ่ายภาพไม่อยากใส่แว่น โดยปรับปุ่มหมุนเล็กข้างๆช่องมองภาพจนชัดแทนแว่นตา NEX-5, NEX-3 ไม่มีตัวปรับแก้สายตา ส่วน E-PL1 และ GF1 มีมาให้

Sweep Panorama : เป็นข้อดีของ NEX-3, NEX-5 ที่รุ่นอื่นไม่มี สามารถถ่าย Panorama ได้โดยการกวาดกล้องไปรอบๆ แล้วกล้องจะทำการต่อภาพให้เองในตัวเลย หากเทียบกับ GF1, E-PL1 ที่ต้องถ่ายเป็นรูปๆแล้วไปต่อในคอมพิวเตอร์ ก็ค่อนข้างลำบากกว่ามาก

เปรียบเทียบคุณภาพไฟล์ภาพ GF1, E-PL1, NEX-5


ในเรื่องคุณภาพของไฟล์ภาพ ขอยกเอาผลการทดสอบจากเวป dpreview.com มาให้ดูกัน เพราะยังไงถึงทดสอบเองก็ทำไม่ได้ละเอียดกว่าเค้าอยู่ดี ^^" การทดสอบจะทำโดยถ่ายภาพมาตรฐานในสตูดิโอโดยใช้กล้องแต่ละตัวและปรับ ISO ต่างๆกันไป แล้วเอาส่วนต่างๆของภาพมาเปรียบเทียบสีสัน รายละเอียด ความคมชัด จริงๆแล้วในเรื่องคุณภาพของภาพยังมีเรื่องอื่นๆอีก แต่ขอยกมาแค่เรื่องนี้เพราะเป็นประเด็นหลัก สามารถใช้เป็นตัวเปรียบเทียบคุณภาพในการถ่ายภาพที่สภาวะแสงปกติหรือกลางวัน โดยดูที่ ISO ต่ำๆ (200) หรือดูคุณภาพการถ่ายกลางคืนหรือแสงน้อยโดยใช้ ISO สูงๆ (1600) เป็นเกณฑ์

ภาพทดสอบมาตรฐานของ dpreview

ISO 200

ดูผลก็เห็นค่อนข้างชัดเจนว่า GF1 และ E-PL1 ให้ผลค่อนข้างใกล้เคียงกันมาก ส่วน NEX-5 ความคมและ contrast จะต่ำกว่า สังเกตุจากขนเส้นขนในภาพขวามือก็จะเห็นชัดเจนว่าแตกต่างกัน



ISO 1600

ที่ ISO สูงๆ เป็นเรื่องธรรมดาที่รายละเอียดของภาพจะหายไปบ้างเนื่องจากมี noise เกิดขึ้นในภาพและระบบลด noise ภายในกล้องแต่ละรุ่นจะทำการลด noise ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จำทำให้รายละเอียดเล็กๆน้อยๆสูญเสียไปพร้อมกับ noise จากผลการทดสอบ เห็นได้ชัดเลยว่า E-PL1 ให้ภาพที่ยังคงรายละเอียดไว้ได้ค่อนข้างดีในขณะที่ระดับของ noise ก็ค่อนข้างต่ำ ส่วน GF1 มี noise เกิดขึ้นมาที่สุดและรายละเอียดก็สูญเสียไปเยอะพอสมควร ในขณะที่ Sony NEX-5 ก็สูญเสียรายละเอียดไปบ้างแต่ระดับของ noise ยังคงดีกว่า GF1 ที่ ISO สูงๆ



โดยสรุปแล้ว คุณภาพไฟล์เมื่อถ่ายในที่แสงเพียงพอ ISO ไม่สูง E-PL1 จะใกล้เคียงกับ GF1 และเหนือกว่า NEX-5 แต่ถ้าถ่ายในที่แสงน้อยหรือ ISO สูง E-PL1 ก็ยังคงทำได้ดี รองลงมาก็เป็น NEX-5 ส่วน GF1 จะมีปัญหาเรื่อง noise มากกว่าอีกสองรุ่น หากพิจารณาจากผลข้างต้น ในเรื่องคุณภาพไฟล์ภาพ ก็คงต้องยกให้ E-PL1 ดีที่สุดในทุกสภาวะ ส่วน GF1 และ NEX-5 ก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าผลการทดสอบพิจารณาจากไฟล์ JPEG ซึ่งผ่านการประมวลผลของ processer แล้ว หากเราใช้ไฟล์ RAW และนำมาประมวลผลเองในคอมพิวเตอร์ก็สามารถควบคุมเรื่อง noise เองได้ตามความต้องการ

คุณภาพที่แตกต่างกันในการทดสอบเป็น เพราะผู้ทดสอบมีการควบคุมสภาพแวดล้อมและทดสอบในเงื่อนไขที่ต้องการให้เห็นผล ชัดเจน เช่น การดูภาพที่ 100% crop ซึ่งในสภาวะการใช้งานจริง คนส่วนมากอาจรับรู้ถึงความแตกต่างเหล่านี้เลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความซีเรียสของแต่ละคน การจะเลือกกล้องซักตัว นอกจากจะคำนึงถึงเรื่องคุณภาพของไฟล์แล้วอย่าลืมดูเรื่องอื่นๆด้วย เช่น ความแข็งแรง การออกแบบ ความถนัดในการใช้งานประกอบด้วย แต่ละคนก็จะมีหลักเกณฑ์ที่ให้ความสำคัญในแต่ละเรื่องไม่เหมือนกัน อย่าลืมยึดหลักตามการใช้งานของตัวเองเป็นหลัก

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง NEX-3 และ NEX-5

สำหรับคนที่กำลังจะตัดสินใจเลือก Sony อาจต้องเลือกระหว่าง NEX-5 และ NEX-3 ซึ่งทั้งสองรุ่นให้ไฟล์ภาพในระดับเดียวกัน การตัดสินใจเลือกคงต้องดูราคาและคุณสมบัติปลีกย่อยที่แตกต่างกัน ซึ่งได้สรุปให้ไว้ในตารางนี้



เรื่องแรกที่เป็นเรื่องหลักก็คือบอดี้ ของทั้งสองรุ่นใช้วัสดุแตกต่างกัน หากจับแค่ NEX-3 ก็คงพอใจกับการออกแบบและการประกอบระดับหนึ่งซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน Sony อยู่แล้ว แต่หากจับเทียบกับ NEX-5 ก็จะรู้สึกถึงความแตกต่างได้ชัดเจน NEX-5 เลือกใช้แมกนีเซียมอัลลอยซึ่งน่าจะหนักกว่า แต่ออกแบบให้บอดี้เล็กกว่าทำให้น้ำหนักใกล้เคียงกัน

การบันทึกวีดีโอ NEX-5 สามารถเลือกบันทึกได้ในแบบ AVCHD ที่ความละเอียด 1080i ได้

ในส่วน Drive Mode จะเห็นว่า NEX-5 รองรับการบันทึกโดยใช้ remote control ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริม ส่วน NEX-3 ไม่รองรับ

บทสรุป เลือกตามความเหมาะสม

GF1
เหมาะกับ > ผู้ใช้กล้อง DSLR และต้องการเปลี่ยนเนื่องจากต้องการความสะดวกในการพกพาโดยยังคงคุณภาพ คุณสมบัติการปรับแต่ง และความสะดวกใกล้เคียง DSLR มากที่สุด
ไม่เหมาะกับ > ผู้ที่ต้องการเน้น performance มากๆ ถึงจะเป็นรุ่นที่เร็วที่สุดในการทดสอบแต่ก็ยังไม่เทียบเท่า DSLR และผู้ที่ซีเรียสเรื่อง high ISO noise มากๆ

E-PL1

เหมาะกับ > ผู้ที่เน้นเรื่องคุณภาพไฟล์ภาพ คุณภาพไฟล์ภาพต่อราคาคุ้มค่าที่สุด
ไม่เหมาะกับ > ผู้ที่ต้องการถ่ายภาพที่ใช้ความไว เช่น ถ่ายแนว sport, street photography อาจจะไม่ทันใจเท่าที่ควร และความเนี้ยบของวัตถุดิบและการประกอบเป็นรองคู่แข่ง

NEX-5 / NEX-3

เหมาะกับ > ผู้ที่ต้องการขยับจากกล้องคอมแพคขึ้นมาเพื่อคุณภาพรูปที่ดีเทียบเท่า DSLR มีฟังก์ชั่นลูกเล่นเช่น Sweep Panorama สามารถปรับตั้งค่าต่างๆได้มากขึ้นกว่าคอมแพคในระดับใกล้เคียงกับ DSLR และคุณภาพเรื่อง noise ดีเยี่ยม
ไม่เหมาะกับ > ผู้ที่ต้องการใช้งานแบบแมนนวลบ่อยๆหรือเป็นประจำ เพราะอาจไม่สะดวกเท่าที่ควร และมีความสามารถในการปรับแต่งไม่มากนัก

ขอบคุณที่มาของบทความ : www.zoomcamera.net

References : ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลส่วนหนึ่งจาก
www.photoxels.com
www.seriouscompacts.com
www.digitalrev.com
www.dpreview.com

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

พาสัมผัส Samsung Galaxy A 2017 การเปลี่ยนแปลงที่ดูคุ้มและสวยในมือถือระดับหมื่นต้น

พาสัมผัส Samsung Galaxy A 2017 การเปลี่ยนแปลงที่ดูคุ้มและสวยในมือถือระดับหมื่นต้น

HP เปิดตัวคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ที่เล็กจิ๋วเพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

HP เปิดตัวคอมพิวเตอร์ระดับองค์กร ที่เล็กจิ๋วเพื่อการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Alienware 15 Notebook พลังสูงในตำนานเพื่อเกมเมอร์กระเป๋าหนัก

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

รีวิว Panasonic Lumix LX 10 กล้อง Compact เซนเซอร์ 1 นิ้ว ขนาดพกพาที่มาแรงในตอนนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

เปิดตัว Blackphone 2 มือถือที่พาคุณปลอดภัยทุกการใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

รีวิว Sharp M1 มือถือกล้องหน้าชัด ในร่างของมือถือแบบญี่ปุ่น

รีวิว Sharp M1 มือถือกล้องหน้าชัด ในร่างของมือถือแบบญี่ปุ่น

รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

รีวิว Olympus Stylus TG-Tracker กล้องขาลุยครบเครื่องไม่เกิน หมื่น 5

[รีวิว] Samsung Gear S3 Classic นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อ ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกแบบกันน้ำ

[รีวิว] Samsung Gear S3 Classic นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นสานต่อ ปรับโฉมใหม่ด้วยดีไซน์สุดคลาสสิกแบบกันน้ำ

รีวิว Fitbit Charge 2 หนึ่งใน Smart Watch ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง

รีวิว Fitbit Charge 2 หนึ่งใน Smart Watch ที่น่าจับตามองอีกตัวหนึ่ง

รีวิว Huawei Mate 9 เรือธงลำยักษ์ กับคำว่าครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ

รีวิว Huawei Mate 9 เรือธงลำยักษ์ กับคำว่าครบทุกสิ่งที่คุณต้องการ

พาชมหูฟังใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่ให้คุณเพลินกับโลกเสียงดนตรี ในสถานที่เสียงดัง

พาชมหูฟังใหม่ล่าสุดจาก JBL ที่ให้คุณเพลินกับโลกเสียงดนตรี ในสถานที่เสียงดัง

รีวิว Sharp Z2 มือถือใหม่จากแดนปลาดิบ ที่สเปคแรง แต่ราคาไม่แรง

รีวิว Sharp Z2 มือถือใหม่จากแดนปลาดิบ ที่สเปคแรง แต่ราคาไม่แรง

รีวิว ASUS Zenfone 3 Max 5.5 นิ้ว อัพขนาดและฟีเจอร์ให้สมราคามากกว่าเดิม

รีวิว ASUS Zenfone 3 Max 5.5 นิ้ว อัพขนาดและฟีเจอร์ให้สมราคามากกว่าเดิม

พรีวิว Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 มือถือกล้องคู่จอใหญ่ใหม่จาก Huawei

พรีวิว Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 มือถือกล้องคู่จอใหญ่ใหม่จาก Huawei

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition มือถือเก่ง Selfie กับความพิเศษของสีดำที่จำนวนจำกัด

รีวิว Vivo v5 มือถือ Selfie ชัดตัวแม่ราคาเป็นกันเอง

รีวิว Vivo v5 มือถือ Selfie ชัดตัวแม่ราคาเป็นกันเอง

รีวิว Sony Walkman A30 Series และ ลำโพง h.ear Go คู่หูการฟังเพลงตัวใหม่ได้ทั้งชัดและเบส

รีวิว Sony Walkman A30 Series และ ลำโพง h.ear Go คู่หูการฟังเพลงตัวใหม่ได้ทั้งชัดและเบส

รีวิว Motor Expo Touch แอปพลิเคชั่นนำเที่ยวช่วยเลือกรถในงาน Motor Expo 2016 ที่ควรติดไว้

รีวิว Motor Expo Touch แอปพลิเคชั่นนำเที่ยวช่วยเลือกรถในงาน Motor Expo 2016 ที่ควรติดไว้

พรีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition ความพิเศษของมือถือ Selfie ระดับเทพ มีแค่ 2,000 เครื่อง

พรีวิว OPPO F1s Classic Black Limited Edition ความพิเศษของมือถือ Selfie ระดับเทพ มีแค่ 2,000 เครื่อง

พรีวิว 3 กล้องใหม่ทั้ง Sony a6500, RX100 V และ a99 II จาก Sony

พรีวิว 3 กล้องใหม่ทั้ง Sony a6500, RX100 V และ a99 II จาก Sony

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์