เมื่อ Google เจาะตลาด Social Search

เมื่อ Google เจาะตลาด Social Search

เมื่อ Google เจาะตลาด Social Search

E-Commerce

สนับสนุนเนื้อหา

และแล้วก็ถึงเวลาที่ Google ประกาศตัวลงสู้ศึกในโลก Social Media อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดูเหมือนว่าจะท้าชนเข้ากับ Facebook อย่างแรง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ตอบสนองความเป็น Social มากยิ่งขึ้น กับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เรียกกันว่า Google+1 (กูเกิลพลัสวัน) ทำให้เกิดกระแสความแตกต่างและมีการปรับปรุงเว็บไซต์เป็นการใหญ่

Google+1 คือ ปุ่มที่บ่งบอกความชอบใจในเนื้อหาหรือเว็บไซต์นั้นๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกอินเทอร์เน็ต ถ้าแปลเป็นภาษาง่ายๆ ให้เข้าใจกัน มันก็คือ ปุ่ม Like บน Facebook นั่นเอง เพียงแต่ ตัวปุ่ม Like ของ Facebook นี้ จะเป็น Application ที่ให้เราสามารถกดแสดงความชอบหรือการถูกใจบนหน้า Facebook เท่านั้น แต่ Google+1 สามารถติดในเว็บไซต์ของเราในทุก Domain!!
นอกจากนี้ Google ยังประกาศด้วยว่าจะเริ่มพิจารณาทุกครั้งที่มีคนกด "+1" ก็จะส่งผลต่อค่าคะแนน PageRank ของเว็บไซต์แต่ละแห่งด้วย นั่นหมายถึง การทำอันดับของ SEO ที่จะเกิดกับผลการค้นหาแบบปกติที่จะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งการออก Google+1 นั้น มีด้วยกัน 2 แบบคือ

แบบที่ 1 ได้แก่ การมีปุ่ม Google+1 ที่หลังผลการค้นหาในแบบปกติ
ซึ่งเราที่เป็นผู้ค้นหาสามารถกด +1 ได้ทันทีเมื่อเจอผลการค้นหาที่ถูกใจ เพื่อเป็นการบ่งบอกให้รู้ว่า นี่คือข้อมูลที่เราต้องการจะหา เหตุผลที่ Google ต้องทำปุ่ม +1 ขึ้นมาเช่นนี้ เพราะหากเราสังเกตดีๆ จะพบว่าคำบางคำนั้นเขียนเหมือนกัน แต่ความหมายต่างกัน เช่น คำว่า "apple" คุณนึกถึงผลไม้ apple หรือผลิตภัณฑ์ของ Apple มากกว่ากัน ถ้ามีคนกด Like ให้กับผลการค้นหาที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple มากกว่า แน่นอนว่า ผลการค้นหาทั่วโลกจะเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อมีคนมาค้นหาคำว่า "apple" อีกครั้งใน ปีหน้า อาจจะไม่มีเว็บไซต์ที่ขายผลไม้เกี่ยวกับ apple อยู่ใน 10 อับแรกแล้วก็ได้

แบบที่ 2 ได้แก่ การมีปุ่ม Google+1 อยู่ในหน้าเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลก
อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า Google เป็นเว็บไซต์ที่มีจำนวนคนเข้าใช้งานมากที่สุดในโลก ด้วยความที่ค้นหาอะไรก็เจอ แถมยังค้นหาได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วินาที เมื่อค้นหาเสร็จแล้ว เราก็จะคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาหรือดูข้อมูลภายในเว็บไซต์ต่างๆ เหล่านั้น จะใช้เวลานานมากในการดูรายละเอียดเหล่านั้น เพราะฉะนั้น Google จึงมองว่า เนื้อหาภายในเว็บไซต์นั้นๆ ต่างหากที่สำคัญ!!
ดังนั้น จึงอยากให้เจ้าของเว็บไซต์พัฒนาเนื้อหาและ Content ดีๆ ป้อนใส่บนโลกอินเทอร์เน็ต และถ้าผู้เข้าเยี่ยมชมมาอ่านเนื้อหาแล้วชื่นชอบ ก็กดปุ่ม +1 เว็บไซต์นี้ก็จะอยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหา เพราะได้รับการตรวจสอบจากผู้ใช้จริงๆ แล้วว่า เป็นเนื้อหาที่ดีและมีประโยชน์จริงๆ

มาดูกันว่า 15 ข้อที่เราควรรู้เกี่ยวกับ Google+1 คืออะไรกันบ้าง?

1. Google+1 มีผลแน่ๆ กับการจัดอันดับผลการค้นหาต่อไปในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผลการค้นหา (SEPR's Algorisms) คราวนี้อันดับใครจะขึ้นหรือลงก็ขึ้นอยู่กับปุ่ม +1 นี่ล่ะ
2. เว็บไซต์ที่ได้รับการ +1 มากเท่าไร ก็จะมีโอกาสได้รับ Traffic มากขึ้น เพราะจะมีความเห็นและข้อเสนอแนะจากเพื่อนๆ ที่อยู่ใน Social Network เดียวกับเรา
3. การคลิกที่ปุ่ม +1 จะถูกนำไปเก็บเป็นข้อมูลอยู่ใน Profiles ของผู้คลิกเสมอ
4. ปุ่ม +1 จะไม่ใช่ Google Buzz แต่จะมีลักษณะคล้ายกัน
5. ปุ่ม +1 จะมีขนาดและรูปแบบของปุ่มที่เราสามารถเลือกที่จะนำไปใช้บนเว็บไซต์ได้อย่างหลากหลาย
6. ปุ่ม +1 สามารถติดตั้งได้ใน Web Page ทีมีหลาย URL ได้
7. ควรวางปุ่ม +1 ไว้ใกล้กับชื่อเรื่อง หรือตอนท้ายของบทความจะดีที่สุด
8. ตอนนี้ปุ่ม +1 สามารถรองรับได้ถึง 44 ภาษาทั่วโลก
9. ปุ่ม +1 สามารถให้ติดในเว็บฯ ภาษาไทยได้
10. ตอนนี้เราสามารถเห็นปุ่ม +1 ได้ใน Android Market, Blogger, ค้นหาสินค้าและ YouTube
11. แต่ปุ่ม +1 ยังไม่เห็นในผลการค้นหาบนมือถือ
12. หากมีบล็อกของ Blogger เราสามารถเพิ่มปุ่มได้โดยไปที่ > การออกแบบองค์ประกอบของหน้าบนกระดาน, การหา "โพสต์ Blog" เขตการคลิกที่แก้ไขและเลือก "แสดง Share ปุ่ม" แล้วมองหาปุ่ม +1
13. อย่าพยายามกดปุ่ม +1 เพื่อดันอันดับในผลการค้นหาของเรา เพราะ Google จับได้แน่นอน
14. การติดตั้งปุ่ม +1 จะต้องเป็นไปตามกฎระเบียบของทาง Google+1 อย่างเคร่งครัด
15. สามารถไปรับ Code Google+1 เพื่อนำไปติดที่เว็บไซต์ ได้ที่www.google.com/webmasters/+1/button/index.html


วิธีการติดตั้ง
ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่เข้าไปเอา Code ตาม Link ที่ให้ไว้ในข้อ 15 แล้ว โดยจะมีขนาดให้เลือกตอนนี้อยู่ประมาณ 4 แบบด้วยคือ แบบขนาดเล็ก กลาง มาตรฐาน หรือแบบทรงสูง ซึ่งแบบทรงสูงนั้น ตัวปุ่มกดไม่ได้มีขนาดสูงขึ้น แต่เมื่อใดก็ตามที่มีคนกด +1 คะแนนที่ได้รับนี้จะไปแสดงอยู่ด้านบนของปุ่ม ทำให้มันมีขนาดสูงขึ้นนั่นเอง

เมื่อเราเลือกขนาดได้แล้ว ก็ทำง่ายๆ เลย คือ Copy Code ในช่องด้านล่างทั้งหมด แล้วไปติดในตำแหน่งของเว็บไซต์ที่เราต้องการ เป็นอันเสร็จสิ้นการติดตั้ง Google+1 เรียบร้อยแล้ว (ง่ายดายและสะดวกมาก)
คราวนี้ลองตามมาดูตัวอย่างของเว็บไซต์ที่เริ่มติด Google+1 กันแล้วบ้างดีกว่านะคะ www.Where.in.th เป็นเว็บไซต์ที่ให้เราสามารถแชร์ที่เที่ยว กิน อาหารจานเด็ดผ่านเว็บไซต์นี้เลย ลักษณะการติดจะเป็นดังรูป
หมายความว่า ถ้ามีผู้เข้าเยี่ยมชม www.where.in.th แล้วเข้าไปดูการ Review ร้านอาหารหรือชื่นชอบที่อาหารจานเด็ดที่หน้าไหน ก็สามารถกดได้ที่ปุ่ม Google+1 ที่อยู่บริเวณด้านขวามือได้ทันที
ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว การติด Google+1 นั้นจะเน้นไปที่เว็บไซต์ที่เป็นลักษณะการ Review หรือการเขียนบทความต่างๆ เช่น พวก Blog จะเข้ากับ Google+1 เป็นอย่างมาก เพราะ Google รู้ว่าเวลาส่วนใหญ่ของคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ไม่ได้อยู่ที่หน้าผลการค้นหา (Search Engine) แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านเนื้อหาและข้อมูลในเว็บไซต์ต่างๆ

ดังนั้น Google+1 จึงจัดการให้ปุ่ม Google+1 นี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน Blogger กันเลยทีเดียว ซึ่งเราสามารถเลือก Element ใน Blogger เพื่อติดตั้ง Google+1 เข้าไปได้ในทันที แต่ใช่ว่า Google+1 จะติดกับพวกเว็บไซต์ที่ใช้ในการ Blog ได้เท่านั้น เรายังสามารถนำมาประยุกต์ให้เข้ากับธุรกิจ E-commerce ได้ด้วยเช่นกัน ดังเว็บไซต์นี้เลย www.trendyday.com

ซึ่งแน่นอนว่า วัตถุประสงค์หลักของ Trendyday คือ การขายสินค้า จะมีการเขียนรายละเอียดของสินค้าไว้บริเวณด้านล่าง แต่ถ้าผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ Trendyday แล้วเกิดถูกใจ ชอบสินค้าตัวนี้ ก็สามารถกดปุ่ม Google+1 ไว้ได้ด้วยเช่นกัน มันก็จะทำให้เจ้าของสินค้ารู้ว่า สินค้าตัวไหนที่ลูกค้าชื่นชอบมากเป็นพิเศษ ส่วนของดีของคนที่กด Google+1 คือ สามารถแชร์ของที่เราสนใจหรืออยากได้ไปให้เพื่อนๆ ในกลุ่มของเราได้ทราบ ก็ไม่แน่นะคะ บางทีเพื่อนเห็นอาจจะเข้ามาซื้อสินค้าตัวนี้ให้เราเป็นของขวัญในทันทีก็ได้เช่นกัน

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น ด้วยการติด Google+1 ในมุมมองของเจ้าของเว็บไซต์ คราวนี้มาดูในฝั่ง User กันบ้าง ว่าถ้าเราต้องการกดถูกใจใช่เลย Google+1 ต้องทำไงกันบ้าง
สมมุติเราเข้าไปที่ www.TumNaifun.com ถูกใจคำทำนายของที่นี่ เราจะเห็นว่า มีปุ่ม Google+1 แสดงอยู่ ให้กด Google+1 ไปทันที ระบบจะพาเราเข้าไปที่หน้ายืนยันการกด Google+1 ว่าเราต้องการให้คะแนนเว็บไซต์นี้ โดยที่ระบบจะเก็บข้อมูลการถูกใจหรือ +1 ของเราไว้ใน Google Account ของเรา โดยที่เราสามารถใส่ชื่อ-นามสกุลของเรา บอกไปได้เลยว่าชอบสิ่งๆ นี้ แล้วกดปุ่ม "สร้างโปรไฟล์และ +1" ได้เลย ระบบจะพาเราเข้าไปที่หน้า Log-in Google Account ในทันที

จากนั้นก็ให้เรา Log-in ด้วยรหัส Google Account ของเราตามปกติ (ก็คือ Gmail ที่เราไว้ใช้งานนั่นเอง) เป็นอันเรียบร้อย คราวนี้ประวัติของเราจะถูกบันทึกเอาไว้ว่า เราชื่นชอบเว็บไซต์ใดบ้าง และเพื่อนๆ ที่อยู่ในกลุ่มของเราก็จะสามารถมองเห็นการกด +1 ของเราได้ ซึ่งมันจะปรากฏชื่อ-นามสกุลของเราที่ได้ใส่ไว้ตอนที่จะกดปุ่ม "สร้างโปรไฟล์และ +1" เพื่อให้ได้ทราบว่า เพื่อนของเราใครเป็นคนถูกใจในหน้าเว็บไซต์นี้บ้าง
เจ้า Google+1 ตัวนี้ คงทำให้ Facebook เริ่มหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมาบ้าง เพราะนอกจากจะใช้ง่ายแล้ว ยังเกิดประโยชน์ทั้งคนกด และเจ้าของเว็บไซต์ในการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหาด้วย ตอนนี้ใครที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์อยู่ ก็อย่าลืมไปเพิ่มปุ่ม Google+1 กันนะคะ

Profile นักเขียน
Goople - ปภาดา อมรนุรัตน์กุล หรือเปิ้ล

สาวนักกิจกรรมตัวยง ผู้ทุ่มสุดตัวให้กับทุกชุมชนสังคมที่เข้าร่วม เรียกได้ว่าถ้าพูดถึงผลงานของเธอทั้งหมดอาจยาวไม่พอ 1 หน้า เพราะปัจจุบัน Goople ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท RedRank จำกัด เป็นเจ้าของหนังสือ และเว็บไซต์ www.successadsense.com เกี่ยวกับการทำ Google AdSense ให้ประสบความสำเร็จ และรับหน้าที่เป็นวิทยากรบรรยายให้กับหลายหน่วยงานเกี่ยวกับการสร้างรายได้บนอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ Goople ยังปลีกเวลาไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเป็นกรรมการสมาคมผู้ดูแลเว็บฯ ไทย เลขาธิการชมรมเสิรช์เอนจิ้นมาร์เก็ตติ้งไทย และร่วมกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ลอง Follow @goople ใน Twitter เพื่อทำความรู้จักกับเธอมากขึ้น

 

 

เนื้อหาโดย : E-Commerce

5 สุดยอดสมาร์ทโฟนที่มาแรง และโดนใจผู้เข้าชมมากที่สุดประจำเดือนเมษายน 2017

5 สุดยอดสมาร์ทโฟนที่มาแรง และโดนใจผู้เข้าชมมากที่สุดประจำเดือนเมษายน 2017

5 สิ่งที่ควรทำก่อนขายมือถือออกจากมือของเราไป

5 สิ่งที่ควรทำก่อนขายมือถือออกจากมือของเราไป

5 Gadget ที่ควรมีพร้อมเมื่อซื้อมือถือใหม่

5 Gadget ที่ควรมีพร้อมเมื่อซื้อมือถือใหม่

HTC ปล่อย Teaser HTC U11 มือถือบีบได้ก่อนเปิดตัว 16 พฤษภาคมนี้

HTC ปล่อย Teaser HTC U11 มือถือบีบได้ก่อนเปิดตัว 16 พฤษภาคมนี้

Conan-Face-Maker ทำรูปลายเส้นการ์ตูนโคนันสุดน่ารักด้วยตัวเอง

Conan-Face-Maker ทำรูปลายเส้นการ์ตูนโคนันสุดน่ารักด้วยตัวเอง

รวม 5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์

รวม 5 มือถือรุ่นเด่นที่มาแรง และโดนใจผู้ชมมากที่สุดประจำสัปดาห์

เปรียบเทียบ Sony Xperia XA1 และ Vivo V5s ศึกสมาร์ทโฟนกล้องเด่นที่มาแรงที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

เปรียบเทียบ Sony Xperia XA1 และ Vivo V5s ศึกสมาร์ทโฟนกล้องเด่นที่มาแรงที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ BickerBot "เคมีบำบัดแห่งอินเทอร์เน็ต" ทำลายอุปกรณ์ IoT ที่มีช่องโหว่

แฮกเกอร์สร้างมัลแวร์ BickerBot "เคมีบำบัดแห่งอินเทอร์เน็ต" ทำลายอุปกรณ์ IoT ที่มีช่องโหว่

ไมโครซอฟท์แต่งตั้ง ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เป็นกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย

ไมโครซอฟท์แต่งตั้ง ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ เป็นกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย

งามหยด!! คอนเซปท์ iPhone 8 รุ่นครบรอบ 10 ปี ด้วยแรงบันดาลใจด้านดีไซน์จาก iPhone รุ่นแรก

งามหยด!! คอนเซปท์ iPhone 8 รุ่นครบรอบ 10 ปี ด้วยแรงบันดาลใจด้านดีไซน์จาก iPhone รุ่นแรก

ผู้ใช้งาน Galaxy S8 Plus ประสบปัญหาชาร์จแบตไร้สายไม่ได้

ผู้ใช้งาน Galaxy S8 Plus ประสบปัญหาชาร์จแบตไร้สายไม่ได้

รู้หรือไม่? Heart Rate Sensor บน Samsung Galaxy S8 มีฟีเจอร์ลับแฝง

รู้หรือไม่? Heart Rate Sensor บน Samsung Galaxy S8 มีฟีเจอร์ลับแฝง

ลือ Apple จะเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ไม่มี iPhone 7s

ลือ Apple จะเปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ไม่มี iPhone 7s

5 มือถืองบประมาณไม่เกิน 13,000 แต่ความสามารถเกินตัว

5 มือถืองบประมาณไม่เกิน 13,000 แต่ความสามารถเกินตัว

เปรียบเทียบ Vivo V5 และ Vivo V5s สองสมาร์ทโฟนเซลฟี่รุ่นยอดนิยม! มีฟีเจอร์เด่นอย่างไร

เปรียบเทียบ Vivo V5 และ Vivo V5s สองสมาร์ทโฟนเซลฟี่รุ่นยอดนิยม! มีฟีเจอร์เด่นอย่างไร

Samsung Galaxy Note8 กับคอนเซ็ปต์หน้าจอไร้ขอบโฉมใหม่ใหญ่เต็มตา 6.4 นิ้ว

Samsung Galaxy Note8 กับคอนเซ็ปต์หน้าจอไร้ขอบโฉมใหม่ใหญ่เต็มตา 6.4 นิ้ว

Sanook! Hitech ลัดฟ้าบุกบ้าน WPS ก่อนรุกตลาดไทย กลางเดือน พฤษภาคมนี้

Sanook! Hitech ลัดฟ้าบุกบ้าน WPS ก่อนรุกตลาดไทย กลางเดือน พฤษภาคมนี้

Samsung ชี้แจ้ง ปัญหาหน้าจอแดงเป็นเรื่องปกติของหน้าจอ AMOLED

Samsung ชี้แจ้ง ปัญหาหน้าจอแดงเป็นเรื่องปกติของหน้าจอ AMOLED

7 วิธีชาร์จแบตที่ทำร้าย iPhone ดังนั้นควรลด ละ เลิกเป็นการด่วน

7 วิธีชาร์จแบตที่ทำร้าย iPhone ดังนั้นควรลด ละ เลิกเป็นการด่วน

ผลประกอบการ AIS ไตรมาส 1/2560 รายได้เพิ่มขึ้น 4%

ผลประกอบการ AIS ไตรมาส 1/2560 รายได้เพิ่มขึ้น 4%

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์